法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกา ตั้งข้าหลวงยุติธรรม พ.ศ. 2497

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ตั้งข้าหลวงยุติธรรม

พ.ศ.

๒๔๙๗[๑]

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้

ณ วันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๔๙๗

เป็นปีที่

๙ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรกำหนดจำนวนตำแหน่งประจำและเขตอำนาจของข้าหลวงยุติธรรมเสียใหม่

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๙๕

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๔๗๕ แก้ไขเพิ่มเติม พุทธศักราช ๒๔๙๕

และมาตรา ๑๓ วรรค ๑ แห่งพระธรรมนูญศาลยุติธรรมซึ่งได้แก้ไขเพิ่มเติมโดยมาตรา ๙

แห่งพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมพระธรรมนูญศาลยุติธรรม พุทธศักราช ๒๔๘๒

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาตั้งข้าหลวงยุติธรรม

พ.ศ. ๒๔๙๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ มิถุนายน ๒๔๙๗ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓

ให้ยกเลิกพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการตั้งข้าหลวงยุติธรรม พ.ศ. ๒๔๙๐

มาตรา ๔

มาตรา ๔

ให้มีตำแหน่งข้าหลวงยุติธรรม ๙ ตำแหน่ง ประจำอยู่ ณ จังหวัดดังต่อไปนี้

(๑) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๑ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ

จังหวัดพระนคร

(๒) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๒ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ

จังหวัดฉะเชิงเทรา

(๓) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๓ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ

จังหวัดนครราชสีมา

(๔) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๔ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ

จังหวัดอุดรธานี

(๕) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๕ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ

จังหวัดเชียงใหม่

(๖) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๖ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ จังหวัดพิษณุโลก

(๗) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๗ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ

จังหวัดนครปฐม

(๘) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๘ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ

จังหวัดนครศรีธรรมราช

(๙) ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๙ มีตำแหน่งประจำอยู่ ณ

จังหวัดสงขลา

มาตรา ๕

มาตรา ๕

ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๑ มีเขตอำนาจในจังหวัดพระนครและจังหวัดธนบุรี

(เฉพาะศาลแขวงและศาลจังหวัดมีนบุรี) จังหวัดพระนครศรีอยุธยา จังหวัดลพบุรี

จังหวัดชัยนาท จังหวัดสิงห์บุรี จังหวัดอ่างทอง จังหวัดสระบุรี จังหวัดปทุมธานี

และจังหวัดนนทบุรี

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๒ มีเขตอำนาจในจังหวัดฉะเชิงเทรา จังหวัดนครนายก

จังหวัดปราจีนบุรี จังหวัดชลบุรี จังหวัดระยอง จังหวัดตราด จังหวัดจันทบุรี

และจังหวัดสมุทรปราการ

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๓ มีเขตอำนาจในจังหวัดนครราชสีมา จังหวัดชัยภูมิ

จังหวัดบุรีรัมย์ จังหวัดสุรินทร์ จังหวัดศรีสะเกษ และจังหวัดอุบลราชธานี

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๔ มีเขตอำนาจในจังหวัดอุดรธานี จังหวัดหนองคาย

จังหวัดเลย จังหวัดสกลนคร จังหวัดนครพนม จังหวัดขอนแก่น จังหวัดมหาสารคาม

จังหวัดร้อยเอ็ด และจังหวัดกาฬสินธุ์

มาตรา ๙

มาตรา ๙

ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๔ มีเขตอำนาจในจังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดลำปาง

จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดเชียงราย จังหวัดน่าน จังหวัดลำพูน จังหวัดแพร่

และจังหวัดอุตรดิตถ์

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๖ มีเขตอำนาจในจังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย

จังหวัดตาก จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดพิจิตร จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดนครสวรรค์

และจังหวัดอุทัยธานี

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๗ มีเขตอำนาจในจังหวัดนครปฐม จังหวัดราชบุรี

จังหวัดสุพรรณบุรี จังหวัดกาญจนบุรี จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

จังหวัดสมุทรสาคร และจังหวัดสมุทรสงคราม

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๘ มีเขตอำนาจในจังหวัดนครศรีธรรมราช จังหวัดชุมพร

จังหวัดสุราษฎร์ธานี จังหวัดระนอง จังหวัดกระบี่ จังหวัดพังงา และจังหวัดภูเก็ต

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ให้ข้าหลวงยุติธรรมภาค ๙ มีเขตอำนาจในจังหวัดสงขลา จังหวัดตรัง

จังหวัดพัทลุง จังหวัดสตูล จังหวัดปัตตานี จังหวัดยะลา และจังหวัดนราธิวาส

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล

ป. พิบูลสงคราม

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่ราชการศาลยุติธรรมขณะนี้มีข้าหลวงยุติธรรมประจำอยู่ ๕ ภาค เป็นการขัดข้องไม่สะดวกแก่การประสานงานกับราชการฝ่ายปกครองทั้งเขตอำนาจของข้าหลวงยุติธรรมแต่ละภาคมีเขตกว้าง

ราชการศาลในส่วนภูมิภาคได้เจริญก้าวหน้ามาโดยลำดับ

และต่อไปก็จะเปิดแผนกคดีเด็กและเยาวชนขึ้นในศาลส่วนภูมิภาคอีกเป็นขั้น ๆ ไป

สมควรจะได้แบ่งเขตภาคของข้าหลวงยุติธรรมเป็น ๙ ภาค เช่นเดียวกับภาคทางฝ่ายปกครอง

เพื่อการประสานงานจะได้เป็นไปด้วยดี

และข้าหลวงยุติธรรมจะได้ปกครองบังคับบัญชาและตรวจตราสอดส่อง

ทั้งในด้านที่เกี่ยวกับความยุติธรรมในการคดีและในด้านปกครองโดยใกล้ชิดยิ่งขึ้น

ดลธี/พิมพ์

๑๙

มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๗๑/ตอนที่ ๒๕/หน้า ๕๘๘/๑๓ เมษายน ๒๔๙๗

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกา ตั้งข้าหลวงยุติธรรม พ.ศ. 2497 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6ada845453802a83

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com