法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทศิลปวัตถุ วัตถุมงคล เหรียญ ธนบัตร และวัตถุมีค่าของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน 56 ราย

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูป

ระบบสถาบันการเงิน

เรื่อง หลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภท

ศิลปวัตถุ วัตถุมงคล

เหรียญ ธนบัตร และวัตถุมีค่า

ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะ

หรือการดำเนินงานได้จำนวน

๕๖ ราย

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๖ (๓)

แห่งพระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ. ๒๕๔๐

คณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงินจึงกำหนดหลักเกณฑ์ เงื่อนไข

และวิธีการขายทรัพย์สินประเภท ศิลปวัตถุ วัตถุมงคล เหรียญ ธนบัตร และวัตถุมีค่า

ของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน ๕๖ ราย ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

คำนิยามในประกาศนี้

เว้นแต่ข้อความจะแสดงเป็นอย่างอื่น

“ปรส.” หมายความว่า องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

“สถาบันการเงิน” หมายความว่า สถาบันการเงินที่คณะกรรมการ

ปรส. พิจารณาแล้วเห็นว่าไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินการได้

และได้ตั้งคณะกรรมการเพื่อดำเนินการแทนสถาบันดังกล่าว

“พรก.” หมายความว่า พระราชกำหนดการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน พ.ศ.

๒๕๔๐

“คณะกรรมการตามมาตรา ๓๐” หมายความว่า

คณะกรรมการที่คณะกรรมการ ปรส. ได้ตั้งขึ้นตามมาตรา ๓๐ แห่ง พรก. เพื่อดำเนินการแทนสถาบันการเงินได้ทุกประการและทำการชำระบัญชีของสถาบันการเงิน

“ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐” หมายความว่า

ประธานของคณะกรรมการตามมาตรา ๓๐

“คณะอนุกรรมการ” หมายความว่า

คณะอนุกรรมการจำหน่ายทรัพย์สินประเภทศิลปวัตถุ วัตถุมงคล เหรียญ ธนบัตร

และวัตถุมีค่า ที่ได้รับการแต่งตั้งโดย ปรส.

“ศิลปวัตถุ” หมายความว่า วัตถุที่มีคุณค่าทางศิลปะ เช่น

ภาพวาด ภาพถ่าย ภาพพิมพ์ ภาพจำลอง รูปปั้น รูปแกะสลัก รูปหล่อ รูปจำลอง เป็นต้น

และให้รวมถึงอุปกรณ์และสิ่งประกอบของวัตถุดังกล่าวด้วย

“วัตถุมงคล” หมายความว่า วัตถุที่เป็นสิ่งเคารพและสักการะของบุคคล

“เหรียญ” หมายความว่า เหรียญกษาปณ์ที่ระลึก

เหรียญที่ระลึกซึ่งผลิตในวโรกาสหรือโอกาสพิเศษ

เหรียญกษาปณ์เก่าที่เลิกใช้หรือหยุดผลิตแล้ว หรือเหรียญที่มีลักษณะพิเศษอันเป็นที่นิยมของนักสะสม

“ธนบัตร” หมายความว่า ธนบัตรที่ระลึกซึ่งผลิตในวโรกาสหรือโอกาสพิเศษ

ธนบัตรเก่าที่เลิกใช้หรือหยุดผลิตแล้ว

หรือธนบัตรที่มีลักษณะพิเศษอันเป็นที่นิยมของนักสะสม เช่น

ฉบับที่มีเลขเดียวกันหรือเรียงกัน เป็นต้น

“วัตถุมีค่า” หมายความว่า

ของเก่าหรือของอันเป็นที่นิยมของนักสะสม หรือทรัพย์สินที่มีคุณค่าหรือราคาซึ่งมิได้รวมอยู่ในความหมายของศิลปวัตถุ

วัตถุมลคล เหรียญ ธนบัตร เช่น อัญมณี เครื่องเงิน เครื่องทอง เขาสัตว์ กระจกประดับ

เครื่องแก้วเจียระไน นาฬิกาเก่า เป็นต้น

“ประมูล” หมายความว่า

จัดให้มีการประมูลโดยวิธีขายทอดตลาดหรือแข่งขันราคา

“ขาย” หมายความว่า การขายตามวิธีการที่กำหนดไว้ในประกาศนี้

“ผู้ทำการ” หมายความว่า

ผู้ดำเนินการจัดประมูลหรือผู้ที่จัดให้มีการแข่งขันราคาตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข

และวิธีการในประกาศนี้

“ผู้ประมูล” หมายความว่า

ผู้เข้าร่วมการประมูลหรือผู้เข้าร่วมการแข่งขันราคา

“ผู้ซื้อ” หมายความว่า ผู้ที่ประมูลได้หรือแข่งขันราคาได้

“ราคาขาย” หมายความว่า ราคาที่ตกลงขายให้แก่ผู้ซื้อ

“ราคากลาง” หมายความว่า ราคาที่กำหนดโดยผ่านการพิจารณาของคณะอนุกรรมการ

โดยคำนึงถึงราคาตามบัญชี ราคาทุน ราคาตลาด คุณค่าทางศิลปะ และคุณค่าอันควรตามประเพณีนิยมของทรัพย์สินนั้น

ๆ เป็นเกณฑ์ประกอบ ราคาดังกล่าวต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

ก่อนทำการประมูล หรือเป็นราคาที่กำหนดขึ้นตามข้อ ๔.๑.๔ หรือ ๔.๒.๕ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

หลักเกณฑ์

การขายทรัพย์สินประเภทศิลปวัตถุ วัตถุมงคล เหรียญ ธนบัตร

และวัตถุมีค่าของสถาบันการเงินจะกระทำได้โดยวิธีเปิดประมูลโดยเปิดเผย

หรือแข่งขันราคา และให้ ปรส. ได้รับค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ ๑ ของราคาที่ขายได้

สถาบันการเงินที่จะขายทรัพย์สิน

ต้องประกาศลงหนังสือพิมพ์อย่างน้อย ๑ ฉบับ เพื่อแจ้งวัน เวลา

สถานที่และวิธีประมูลก่อนวันประมูลภายในระยะเวลาตามสมควร

ประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐ ต้องพิจารณาให้ความเห็นชอบรายการทรัพย์สินและราคากลางของทรัพย์สินที่จะทำการประมูลหรือแข่งขันราคาก่อนทำการประมูล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

เงื่อนไข

๓.๑ ผู้ทำการ

๓.๑.๑ ผู้ทำการจะต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลดังต่อไปนี้

(๑) ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพการขายทอดตลาดและค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า

และ/หรือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำการค้าโบราณวัตถุ

หรือศิลปวัตถุที่ไม่ได้ห้ามทำการค้าตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ

ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และ/หรือ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี

และได้วางหลักประกันการประมูลตามเกณฑ์ที่ ปรส. กำหนด

(๒) สถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินโดยประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ อาจมอบหมายให้บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นผู้ทำการแทนสถาบันการเงินนั้น ทั้งนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย

๓.๑.๒ ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑) จะมีสิทธิได้รับค่าจ้าง

ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า

หรือค่าตอบแทนจากการทำการประมูลทรัพย์สินให้กับสถาบันการเงิน ตามที่ระบุในประกาศนี้เท่านั้น

๓.๑.๓

ผู้ทำการต้องจัดระบบรักษาความปลอดภัยและประกันภัยตามสภาพแห่งทรัพย์สิน

โดยผู้ทำการเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายระบบรักษาความปลอดภัย ค่าประกันภัย รวมทั้งค่าขนส่งด้วย

๓.๑.๔

ให้สถาบันการเงินเป็นผู้ว่าจ้างผู้ทำการโดยประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

เป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง หรือเป็นผู้มอบหมายผู้ทำการแทน

๓.๑.๕

ผู้ทำการต้องพิจารณาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจของทางราชการเข้าตรวจทรัพย์สินก่อนการประมูลว่าทรัพย์สินดังกล่าวสามารถนำออกประมูลได้หรือไม่

ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า

และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่จะประมูล แล้วแต่กรณี

เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

๓.๒ ผู้ประมูลและผู้ซื้อ

๓.๒.๑ ผู้ประมูลอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้

แต่ต้องมิใช่บุคคลดังต่อไปนี้

(๑) เป็นกรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงานของ ปรส.

รวมถึงผู้ปฏิบัติงานให้แก่ ปรส.

(๒) เป็นกรรมการตามมาตรา ๓๐ ของสถาบันการเงินนั้น

(๓) เป็นผู้จัดการเฉพาะกิจหรือที่ปรึกษาเฉพาะกิจของสถาบันการเงินนั้น

(๔) ผู้ทำการหรือตัวแทนของผู้ทำการ

๓.๒.๒

ผู้ประมูลมีสิทธิตรวจสอบสภาพทรัพย์สินได้ตามประเพณีปฏิบัติของการประมูล

หรือตามที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร แต่ต้องไม่ทำให้ทรัพย์สินนั้นเสียหายหรือเสื่อมค่าลง

๓.๒.๓ ผู้ประมูลมีสิทธิได้รับข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินจากผู้ทำการก่อนการประมูล

การประมูลเป็นไปตามสภาพของทรัพย์สินไม่ว่าจะเห็นประจักษ์หรือไม่

โดยสถาบันการเงินและผู้ทำการไม่รับรองและไม่รับผิดชอบต่อการรอนสิทธิ

สภาพของทรัพย์สิน และข้อมูลที่ผู้ทำการได้แสดงไว้

๓.๒.๔ ผู้ซื้อต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียวซึ่งค่าธรรมเนียมภาษี

ค่าขนส่ง รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบและการรับมอบ

รวมทั้งการโอนและการรับโอนกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สิน

๓.๒.๕ ผู้ซื้อต้องรับมอบทรัพย์สินให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๔

วันทำการ นับจากวันที่สถาบันการเงินนั้นได้รับชำระราคาขายครบถ้วนแล้ว

หากเกินกำหนดเวลาดังกล่าวให้ผู้ทำการหรือสถาบันการเงิน แล้วแต่กรณี

มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการผิดนัดในอัตราร้อยละ ๑๐ ของราคาขาย แต่ไม่เกิน ๕๐๐

บาท ต่อรายการต่อวัน โดยผู้ทำการหรือสถาบันการเงินนั้นจะไม่รับผิดชอบต่อความชำรุดบกพร่อง

การสูญหาย และ/หรือ ความเสียหายใด ๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม หากผู้ซื้อไม่มารับมอบทรัพย์สิน

ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ รวมทั้งเหตุสุดวิสัยภายในกำหนด ๓๐ วัน

นับจากวันที่ชำระราคาขายครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ซื้อได้สละสิทธิในทรัพย์สินนั้น

และไม่ติดใจเรียกร้องเอาคืนเงินที่ชำระแล้วทั้งหมด รวมทั้งยินยอมให้สถาบันการเงินมีสิทธินำทรัพย์สินนั้นออกประมูลใหม่

๓.๒.๖

ผู้ประมูลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เข้าประมูล เช่น

กฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นต้น

๓.๓ ราคาที่ประมูลขายและการชำระราคา

๓.๓.๑ ราคาที่ประมูลขายจะต้องไม่ต่ำกว่าราคากลาง

๓.๓.๒ ในการชำระราคาให้ใช้เงินสด และ/หรือ

โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินนั้น

โดยผู้ซื้อต้องแสดงหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินนั้น แล้วแต่กรณี

๓.๔ ค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือ ค่าตอบแทน

๓.๔.๑ ปรส. มีสิทธิได้รับค่าธรรมเนียม

โดยสถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ ๑

ของราคาที่ขายได้เข้าบัญชีธนาคารของ ปรส. ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่สถาบันการเงินได้รับเงินจากผู้ซื้อครบถ้วน

๓.๔.๒ สถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินต้องชำระค่าจ้าง

ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า

หรือค่าตอบแทนการดำเนินการประมูลทรัพย์สินให้แก่ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑) ตามอัตราที่คณะอนุกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ วิธีการ

๔.๑ วิธีประมูล

๔.๑.๑

ผู้ทำการจะเปิดทำการประมูลตามวันและเวลาประมูลของผู้ทำการ และ/หรือ

ตามวันและเวลาประมูลที่ ปรส. กำหนด แล้วแต่กรณี ผู้ทำการจะประกาศหลักเกณฑ์ เงื่อนไขและวิธีการประมูลทรัพย์สินของสถาบันการเงินในที่เปิดเผย

ณ สถานที่ทำการประมูลให้ผู้ประมูลทุกรายทราบก่อนเริ่มการประมูลและให้ถือว่าผู้ประมูลทุกรายรับทราบและตกลงยินยอมกับหลักเกณฑ์

เงื่อนไข และวิธีการประมูลที่กำหนดในประกาศนี้ทุกประการ

๔.๑.๒ ให้เริ่มการประมูลจากราคากลาง

๔.๑.๓ กรณีที่มีผู้ประมูลเสนอราคามากกว่า ๑ ราย

ผู้ทำการจะปรับราคาขึ้นครั้งละไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๑๐ ของราคากลาง

หรือตามอัตราที่คณะอนุกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

จนกว่าจะมีผู้ประมูลเสนอราคาสูงสุดรายสุดท้าย และเมื่อผู้ทำการแสดงความตกลงด้วยการเคาะขายหรือให้สัญญาณหรือด้วยกิริยาอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดตามจารีตประเพณีในการประมูล

ให้ถือว่าผู้ประมูลที่เสนอราคาสูงสุดรายสุดท้ายเป็นผู้ซื้อ

๔.๑.๔ กรณีที่ไม่มีผู้ประมูลเสนอราคา

หรือไม่มีผู้ประมูลเสนอราคาในการขายทรัพย์สินซ้ำตามข้อ ๔.๒.๕

เป็นเหตุให้ผู้ทำการไม่สามารถแสดงความตกลงด้วยการเคาะขายหรือให้สัญญาณ

หรือด้วยกิริยาอื่นอย่างหนึ่งอย่างใดตามจารีตประเพณีในการประมูล ให้ผู้ทำการนำทรัพย์สินนั้นเสนอต่อคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาราคากลางอีกครั้ง

โดยราคากลางใหม่ต้องได้รับความเห็นชอบจากประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐

และให้ผู้ทำการนำทรัพย์สินนั้นออกประมูลใหม่

๔.๒ วิธีการชำระราคา เว้นแต่คณะอนุกรรมการโดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา

๓๐ จะเห็นสมควรเป็นอย่างอื่น

๔.๒.๑ กรณีที่ทรัพย์สินราคาไม่เกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อรายการ

ผู้ซื้อต้องชำระราคาทั้งจำนวนเป็นเงินสดในวันที่ประมูลได้

๔.๒.๒ กรณีที่ทรัพย์สินราคาสูงกว่า ๑๐,๐๐๐ บาท ต่อรายการ

ให้ผู้ซื้อทำสัญญาซื้อขายและวางเงินมัดจำเป็นเงินสดซึ่งมีมูลค่าไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐ ของราคาขาย แต่ต้องไม่น้อยกว่า ๕,๐๐๐ บาท และผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑)

จะต้องนำเงินดังกล่าวทั้งจำนวนเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินภายในวันทำการแรกของธนาคารนับจากวันที่ประมูลได้

พร้อมนำส่งหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินนั้นโดยไม่ชักช้า

๔.๒.๓ ภายใน ๔ วันทำการของธนาคาร นับจากวันที่ประมูลได้

ผู้ซื้อต้องชำระราคาส่วนที่เหลือทั้งหมดของราคาขาย

โดยโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินที่เป็นเจ้าของทรัพย์สินที่ผู้ทำการได้แจ้งไว้พร้อมนำส่งหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินนั้นโดยไม่ชักช้า

๔.๒.๔

กรณีที่ผู้ซื้อมิได้ชำระราคาส่วนที่เหลือและมิได้แจ้งเหตุขัดข้อง อันเป็นกรณีสุดวิสัยแก่ผู้ทำการภายในระยะเวลาที่กำหนดในข้อ

๔.๒.๓ ให้สถาบันการเงินริบเงินมัดจำได้โดยชำระค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า

หรือค่าตอบแทนในการประมูลตามที่ระบุไว้ในข้อ ๓.๔.๒ แก่ผู้ทำการ

๔.๒.๕ ในกรณีที่ผู้ซื้อไม่ปฏิบัติตามข้อ ๔.๒.๒ หรือ ๔.๒.๓

และไม่ได้แจ้งเหตุขัดข้องตามข้อ ๔.๒.๔

ให้ถือว่าผู้ซื้อได้สละสิทธิในทรัพย์สินนั้นและยินยอมให้ผู้ทำการนำทรัพย์สินนั้นออกขายซ้ำอีกครั้ง

โดยให้ถือว่าราคากลางคือราคาขายที่ขายแก่ผู้ซื้อในครั้งก่อน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การอื่นใดที่มิได้ระบุไว้ในประกาศนี้ ให้สถาบันการเงินเสนอต่อคณะกรรมการ

ปรส. เพื่อพิจารณา

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๑]

ประกาศนี้ให้มีผลใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

อมเรศ ศิลาอ่อน

ประธานกรรมการ

องค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน

พัสสน/จัดทำ

๒๒ ตุลาคม ๒๕๕๒

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๖ พฤษภาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๕/ตอนพิเศษ ๒๓ ง/หน้า ๑๑/๑๘ มีนาคม ๒๕๔๑

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศคณะกรรมการองค์การเพื่อการปฏิรูประบบสถาบันการเงิน เรื่อง หลักเกณฑ์ เงื่อนไข และวิธีการขายทรัพย์สินประเภทศิลปวัตถุ วัตถุมงคล เหรียญ ธนบัตร และวัตถุมีค่าของสถาบันการเงินที่ไม่อาจแก้ไขหรือฟื้นฟูฐานะหรือการดำเนินงานได้จำนวน 56 ราย (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6adb12c61dd83392

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com