ข้อ ๓
เงื่อนไข
๓.๑ ผู้ทำการ
๓.๑.๑ ผู้ทำการจะต้องเป็นบุคคลหรือนิติบุคคลดังต่อไปนี้
(๑) ผู้ได้รับอนุญาตให้ประกอบอาชีพการขายทอดตลาดและค้าของเก่าตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการขายทอดตลาดและค้าของเก่า
และ/หรือ ผู้ได้รับอนุญาตให้ทำการค้าโบราณวัตถุ
หรือศิลปวัตถุที่ไม่ได้ห้ามทำการค้าตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ
ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และ/หรือ กฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง แล้วแต่กรณี
และได้วางหลักประกันการประมูลตามเกณฑ์ที่ ปรส. กำหนด
(๒) สถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินโดยประธานกรรมการตามมาตรา
๓๐ อาจมอบหมายให้บุคคลหรือนิติบุคคลเป็นผู้ทำการแทนสถาบันการเงินนั้น ทั้งนี้ เป็นไปตามบทบัญญัติของกฎหมาย
๓.๑.๒ ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑) จะมีสิทธิได้รับค่าจ้าง
ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า
หรือค่าตอบแทนจากการทำการประมูลทรัพย์สินให้กับสถาบันการเงิน ตามที่ระบุในประกาศนี้เท่านั้น
๓.๑.๓
ผู้ทำการต้องจัดระบบรักษาความปลอดภัยและประกันภัยตามสภาพแห่งทรัพย์สิน
โดยผู้ทำการเป็นผู้รับภาระค่าใช้จ่ายระบบรักษาความปลอดภัย ค่าประกันภัย รวมทั้งค่าขนส่งด้วย
๓.๑.๔
ให้สถาบันการเงินเป็นผู้ว่าจ้างผู้ทำการโดยประธานกรรมการตามมาตรา ๓๐
เป็นผู้ลงนามในสัญญาจ้าง หรือเป็นผู้มอบหมายผู้ทำการแทน
๓.๑.๕
ผู้ทำการต้องพิจารณาให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่มีอำนาจของทางราชการเข้าตรวจทรัพย์สินก่อนการประมูลว่าทรัพย์สินดังกล่าวสามารถนำออกประมูลได้หรือไม่
ตามกฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ กฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่า
และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้องกับทรัพย์สินที่จะประมูล แล้วแต่กรณี
เพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย
๓.๒ ผู้ประมูลและผู้ซื้อ
๓.๒.๑ ผู้ประมูลอาจเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคลก็ได้
แต่ต้องมิใช่บุคคลดังต่อไปนี้
(๑) เป็นกรรมการ อนุกรรมการ ที่ปรึกษา พนักงานของ ปรส.
รวมถึงผู้ปฏิบัติงานให้แก่ ปรส.
(๒) เป็นกรรมการตามมาตรา ๓๐ ของสถาบันการเงินนั้น
(๓) เป็นผู้จัดการเฉพาะกิจหรือที่ปรึกษาเฉพาะกิจของสถาบันการเงินนั้น
(๔) ผู้ทำการหรือตัวแทนของผู้ทำการ
๓.๒.๒
ผู้ประมูลมีสิทธิตรวจสอบสภาพทรัพย์สินได้ตามประเพณีปฏิบัติของการประมูล
หรือตามที่คณะอนุกรรมการเห็นสมควร แต่ต้องไม่ทำให้ทรัพย์สินนั้นเสียหายหรือเสื่อมค่าลง
๓.๒.๓ ผู้ประมูลมีสิทธิได้รับข้อมูลเกี่ยวกับทรัพย์สินจากผู้ทำการก่อนการประมูล
การประมูลเป็นไปตามสภาพของทรัพย์สินไม่ว่าจะเห็นประจักษ์หรือไม่
โดยสถาบันการเงินและผู้ทำการไม่รับรองและไม่รับผิดชอบต่อการรอนสิทธิ
สภาพของทรัพย์สิน และข้อมูลที่ผู้ทำการได้แสดงไว้
๓.๒.๔ ผู้ซื้อต้องเป็นผู้รับผิดชอบแต่ผู้เดียวซึ่งค่าธรรมเนียมภาษี
ค่าขนส่ง รวมทั้งค่าใช้จ่ายอื่นใดที่เกี่ยวข้องกับการส่งมอบและการรับมอบ
รวมทั้งการโอนและการรับโอนกรรมสิทธิ์ของทรัพย์สิน
๓.๒.๕ ผู้ซื้อต้องรับมอบทรัพย์สินให้เสร็จสิ้นภายในเวลา ๔
วันทำการ นับจากวันที่สถาบันการเงินนั้นได้รับชำระราคาขายครบถ้วนแล้ว
หากเกินกำหนดเวลาดังกล่าวให้ผู้ทำการหรือสถาบันการเงิน แล้วแต่กรณี
มีสิทธิเรียกค่าเสียหายจากการผิดนัดในอัตราร้อยละ ๑๐ ของราคาขาย แต่ไม่เกิน ๕๐๐
บาท ต่อรายการต่อวัน โดยผู้ทำการหรือสถาบันการเงินนั้นจะไม่รับผิดชอบต่อความชำรุดบกพร่อง
การสูญหาย และ/หรือ ความเสียหายใด ๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม หากผู้ซื้อไม่มารับมอบทรัพย์สิน
ไม่ว่าด้วยเหตุใด ๆ รวมทั้งเหตุสุดวิสัยภายในกำหนด ๓๐ วัน
นับจากวันที่ชำระราคาขายครบถ้วน ให้ถือว่าผู้ซื้อได้สละสิทธิในทรัพย์สินนั้น
และไม่ติดใจเรียกร้องเอาคืนเงินที่ชำระแล้วทั้งหมด รวมทั้งยินยอมให้สถาบันการเงินมีสิทธินำทรัพย์สินนั้นออกประมูลใหม่
๓.๒.๖
ผู้ประมูลมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายที่เกี่ยวกับทรัพย์สินที่เข้าประมูล เช่น
กฎหมายว่าด้วยโบราณสถาน โบราณวัตถุ ศิลปวัตถุ และพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ และกฎหมายว่าด้วยการสงวนและคุ้มครองสัตว์ป่าเป็นต้น
๓.๓ ราคาที่ประมูลขายและการชำระราคา
๓.๓.๑ ราคาที่ประมูลขายจะต้องไม่ต่ำกว่าราคากลาง
๓.๓.๒ ในการชำระราคาให้ใช้เงินสด และ/หรือ
โอนเงินเข้าบัญชีธนาคารของสถาบันการเงินนั้น
โดยผู้ซื้อต้องแสดงหลักฐานการโอนเงินแก่สถาบันการเงินนั้น แล้วแต่กรณี
๓.๔ ค่าจ้าง ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า หรือ ค่าตอบแทน
๓.๔.๑ ปรส. มีสิทธิได้รับค่าธรรมเนียม
โดยสถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินต้องโอนเงินค่าธรรมเนียมในอัตราร้อยละ ๑
ของราคาที่ขายได้เข้าบัญชีธนาคารของ ปรส. ภายใน ๗ วัน นับแต่วันที่สถาบันการเงินได้รับเงินจากผู้ซื้อครบถ้วน
๓.๔.๒ สถาบันการเงินเจ้าของทรัพย์สินต้องชำระค่าจ้าง
ค่าธรรมเนียม ค่านายหน้า
หรือค่าตอบแทนการดำเนินการประมูลทรัพย์สินให้แก่ผู้ทำการตามข้อ ๓.๑.๑ (๑) ตามอัตราที่คณะอนุกรรมการกำหนดโดยความเห็นชอบของประธานกรรมการตามมาตรา
๓๐