ข้อ ๒
การรายงานการลงโทษหรือสั่งให้ข้าราชการพลเรือนออกจากราชการ ไปยัง ก.พ.
ตามมาตรา ๙๖ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗
ให้ปฏิบัติตามระเบียบ ดังต่อไปนี้
(๑) เมื่อผู้บังคับบัญชาได้สั่งลงโทษหรือสั่งให้ข้าราชการพลเรือนผู้ใดออกจากราชการไปแล้ว
ให้รีบรายงานไปยังผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกลงโทษหรือถูกสั่งให้ออก
ซึ่งมีตำแหน่งเหนือผู้สั่งลงโทษหรือผู้สั่งให้ออกภายใน ๓
วันนับแต่วันสั่งลงโทษหรือสั่งให้ออก ถ้าผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกซึ่งมีตำแหน่งเหนือผู้สั่งลงโทษ
หรือผู้สั่งให้ออกเห็นชอบด้วยกับคำสั่งนั้น และผู้ถูกลงโทษมิได้อุทธรณ์ภายในกำหนด
ก็ให้รายงานต่อไปยังผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกลงโทษ ซึ่งมีตำแหน่งเหนือขึ้นไปภายใน ๗
วันนับแต่วันครบกำหนดที่ผู้ถูกลงโทษจะอุทธรณ์ได้ตามมาตรา ๙๘
แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗
และให้ผู้บังคับบัญชาแต่ละชั้นที่ได้รับรายงานต่อไปตามลำดับภายใน ๗
วันนับแต่วันได้รับรายงานจนถึงเจ้ากระทรวงที่ผู้ถูกลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกสังกัด
(๒) ในกรณีที่ผู้ถูกลงโทษอุทธรณ์การถูกลงโทษหรือผู้บังคับบัญชาของผู้ถูกลงโทษซึ่งมีตำแหน่งเหนือผู้สั่งลงโทษเห็นควรเปลี่ยนแปลงการลงโทษ
ก็ให้รีบพิจารณาให้เสร็จโดยเร็ว
สำหรับกรณีที่มีการอุทธรณ์การลงโทษให้รีบพิจารณาสั่งการให้เสร็จภายในเวลาที่กำหนดไว้ตามมาตรา
๑๐๐ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๔๙๗
สำหรับกรณีที่มิได้การอุทธรณ์การลงโทษ
แต่ผู้บังคับบัญชาเห็นควรเปลี่ยนแปลงการลงโทษ ให้รีบพิจารณาสั่งการให้เสร็จภายใน
๑๕ วันนับแต่วันได้รับรายงานการลงโทษ
แล้วให้รายงานการลงโทษนั้นไปยังผู้บังคับบัญชาเหนือขึ้นไปตามที่ระบุไว้ใน (๑)
ภายใน ๑๕ วันนับแต่วันสั่งใหม่
(๓)
ให้กระทรวงทบวงกรมที่ผู้ถูกลงโทษหรือถูกสั่งให้ออกสังกัดรีบรายงานการลงโทษหรือสั่งให้ออกไปยัง
ก.พ. โดยเร็ว โดยปกติให้รายงานภายใน ๑
เดือนนับแต่วันได้รับรายงานการลงโทษหรือสั่งให้ออกตาม (๑) หรือ (๒) แล้ว
(๔) ในการรายงานการลงโทษหรือสั่งให้ออกไปยัง ก.พ. ให้กระทรวงทบวงกรมแสดงข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกรณีความผิดหรือกรณีที่สั่งให้ออกไปด้วยว่าทำผิดอะไร
เมื่อใด เสียหายแก่ราชการเพียงใดหรือไม่ หรือสั่งให้ออกเพราะมีกรณีอย่างใด
และผู้นั้นเคยถูกลงโทษมาก่อนแล้วกี่ครั้ง อย่างไร เมื่อใด
ในกรณีความผิดอย่างใดบ้าง
(๕) ถ้าเป็นกรณีไล่ออก ปลดออก หรือให้ออกซึ่งจะต้องสอบสวนและเสนอ
อ.ก.พ. พิจารณาตามกฎหมาย ให้แจ้งไปด้วยว่าได้ทำการสอบสวนและเสนอ อ.ก.พ. นั้น ๆ
พิจารณาตามกฎหมายแล้ว พร้อมกับส่งสำเนาคำสั่งลงโทษหรือสั่งให้ออก ๒ ชุด
และคำสั่งตั้งกรรมการสอบสวน (ถ้ามี) ไปด้วย
(๖) ให้กระทรวงทบวงกรมที่รายงานการลงโทษหรือสั่งให้ออกรับรองไปด้วยว่า
การสอบสวนพิจารณาและสั่งให้ลงโทษหรือสั่งให้ออกนั้นได้ปฏิบัติถูกต้องตามกฎหมายแล้ว
ให้ไว้
ณ วันที่ ๓๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๔๙๘
จอมพล
ผ. ชุณหะวัณ
รองนายกรับมนตรี
รักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี
ประธาน ก.พ.
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๗๒/ตอนที่ ๔๔/หน้า ๘๘๗/๑๔ มิถุนายน ๒๔๙๘