法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ พิเศษ 1/2553 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
4
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่

พิเศษ ๑/๒๕๕๓

เรื่อง

การจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน[๑]

ตามที่ได้มีประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรงในเขตท้องที่กรุงเทพมหานคร

จังหวัดนนทบุรี อำเภอเมืองสมุทรปราการ อำเภอบางพลี อำเภอพระประแดง

อำเภอพระสมุทรเจดีย์ อำเภอบางบ่อ และอำเภอบางเสาธง จังหวัดสมุทรปราการ

อำเภอธัญบุรี อำเภอลาดหลุมแก้ว อำเภอสามโคก อำเภอลำลูกกา และอำเภอคลองหลวง

จังหวัดปทุมธานี อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม และอำเภอวังน้อย อำเภอบางปะอิน

อำเภอบางไทร และอำเภอลาดบัวหลวง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา แล้ว นั้น

เพื่อให้การดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินเป็นไปอย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามมาตรา ๗ วรรคสาม วรรคห้า และวรรคหก มาตรา ๘ มาตรา ๙ มาตรา ๑๑

และมาตรา ๑๕ แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

คณะรัฐมนตรีจึงมีมติให้จัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.)

โดยมีองค์ประกอบและอำนาจหน้าที่ของผู้ปฏิบัติงาน ดังนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) เป็นหน่วยงานพิเศษตามมาตรา ๗

วรรคห้า แห่งพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

โดยมีผู้ปฏิบัติงาน ดังต่อไปนี้

๑.๑ นายสุเทพ เทือกสุบรรณ

รองนายกรัฐมนตรี ผู้อำนวยการ

๑.๒

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รองผู้อำนวยการ

๑.๓

ปลัดกระทรวงกลาโหม ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

(๑)

๑.๔ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

(๒)

๑.๕ ผู้บัญชาการทหารบก ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

(๓)

๑.๖ ผู้บัญชาการทหารเรือ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

(๔)

๑.๗ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

(๕)

๑.๘ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

ผู้ช่วยผู้อำนวยการ

(๖)

๑.๙ ปลัดกระทรวงยุติธรรม กรรมการ

๑.๑๐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กรรมการ

๑.๑๑

ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ กรรมการ

๑.๑๒ ปลัดกระทรวงสาธารณสุข กรรมการ

๑.๑๓ ปลัดกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศ กรรมการ

และการสื่อสาร

๑.๑๔ ปลัดกระทรวงพลังงาน กรรมการ

๑.๑๕ อัยการสูงสุด กรรมการ

๑.๑๖

เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา กรรมการ

๑.๑๗

ผู้อำนวยการสำนักข่าวกรองแห่งชาติ กรรมการ

๑.๑๘ อธิบดีกรมประชาสัมพันธ์ กรรมการ

๑.๑๙

ผู้อำนวยการสำนักงบประมาณ กรรมการ

๑.๒๐

อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรรมการ

๑.๒๑ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ

กรรมการ

๑.๒๒

เลขาธิการสถาบันการแพทย์ฉุกเฉินแห่งชาติ กรรมการ

๑.๒๒/๑[๒]

ผู้อำนวยการสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ กรรมการ

๑.๒๓ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

กรรมการ

๑.๒๔

ผู้ช่วยผู้อำนวยการรักษาความมั่นคง กรรมการ

ภายในราชอาณาจักร

๑.๒๕

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (๑) กรรมการ

๑.๒๖

ผู้ช่วยผู้บัญชาการทหารบก (๒) กรรมการ

๑.๒๗

เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ กรรมการและ

เลขานุการ

๑.๒๘

เลขาธิการกองอำนวยการรักษาความมั่นคง กรรมการและ

ภายในราชอาณาจักร ผู้ช่วยเลขานุการ

๑.๒๙ ข้าราชการทหาร

ข้าราชการตำรวจ

และข้าราชการพลเรือนซึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่หรือได้รับมอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่ในเขตท้องที่ตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินที่มีความร้ายแรง

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้ผู้ปฏิบัติงานในศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

(ศอฉ.)เป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

พ.ศ. ๒๕๔๘

โดยอยู่ภายใต้การบังคับบัญชาของหัวหน้าผู้รับผิดชอบในการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้ศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ศอฉ.) มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

๓.๑

ปฏิบัติหน้าที่ตามพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ. ๒๕๔๘

กฎหมายที่โอนมาเป็นอำนาจหน้าที่ของนายกรัฐมนตรี หรือกฎหมายที่นายกรัฐมนตรีรักษาการ

และประกาศของนายกรัฐมนตรี ทั้งนี้

เท่าที่จำเป็นในการปฏิบัติงานให้สถานการณ์ฉุกเฉินยุติลง

๓.๒

จัดโครงสร้างขององค์กรให้เหมาะสมแก่การปฏิบัติหน้าที่

และจัดให้มีหน่วยงานหรือศูนย์ปฏิบัติการ

เพื่อเป็นองค์กรปฏิบัติการได้ตามที่เห็นสมควร

๓.๓

ดำเนินการด้านการข่าวและต่อต้านข่าวกรองที่เกี่ยวกับสถานการณ์การก่อความไม่สงบและที่เป็นภัยต่อความมั่นคงของรัฐหรือการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

๓.๔

ดำเนินการประชาสัมพันธ์เผยแพร่ข้อมูลข่าวสารที่ถูกต้องตามความเป็นจริง

เพื่อเสริมสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างรัฐบาล ประชาชน และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ

รวมทั้งปฏิบัติการจิตวิทยาที่เกี่ยวข้อง

๓.๕ จัดกำลังตำรวจ ทหาร

และพลเรือนดำเนินการตามแผนรักษาความปลอดภัยบุคคลสำคัญและสถานที่สำคัญต่าง ๆ

รวมทั้งประสานให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง

ซึ่งเป็นเจ้าของสถานที่นั้น ๆ ดำเนินการป้องกันตนเองตามความสามารถเป็นอันดับแรก

๓.๖ จัดชุดปฏิบัติการจากตำรวจ ทหาร

และฝ่ายพลเรือนเข้าระงับการก่อความไม่สงบและช่วยเหลือบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนที่เกี่ยวกับสถานการณ์ฉุกเฉิน

๓.๗

มอบหมายให้ส่วนราชการและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง สนับสนุนกำลังพล งบประมาณ

วัสดุครุภัณฑ์ ยานพาหนะ และเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

๓.๘ เรียกให้ส่วนราชการหรือหน่วยงานของรัฐ

ข้าราชการ หรือเจ้าหน้าที่ของรัฐที่เกี่ยวข้อง เข้าร่วมประชุม ชี้แจง

ให้ข้อมูลข่าวสาร จัดส่งเอกสาร หรือดำเนินการอื่นใดตามที่เห็นสมควร

๓.๙

แต่งตั้งคณะที่ปรึกษาหรือเจ้าหน้าที่เพื่อดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉินได้ตามความจำเป็น

๓.๑๐ ดำเนินการอื่น ๆ

ตามที่นายกรัฐมนตรีหรือคณะรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีอำนาจเช่นเดียวกับพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

เว้นแต่การใช้อำนาจสอบสวนต้องเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่

ซึ่งเป็นข้าราชการฝ่ายพลเรือนซึ่งดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๓

เจ้าหน้าที่ฝ่ายทหารซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตรี เรือตรี และเรืออากาศตรี

หรือเจ้าหน้าที่ฝ่ายตำรวจซึ่งมียศตั้งแต่ร้อยตำรวจตรีขึ้นไป

ทั้งนี้

ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๗ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๓

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่

พิเศษ ๙๔/๒๕๕๓ เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (เพิ่มเติม)[๓]

กวินทราดา/ผู้จัดทำ

๒๖

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๔๕ ง/หน้า ๓/๗ เมษายน ๒๕๕๓

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑.๒๒/๑ เพิ่มโดยคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ พิเศษ ๙๔/๒๕๕๓ เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน

(เพิ่มเติม)

[๓]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๔๙ ง/หน้า ๔๐/๒๐ เมษายน ๒๕๕๓

4 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ พิเศษ 1/2553 เรื่อง การจัดตั้งศูนย์อำนวยการแก้ไขสถานการณ์ฉุกเฉิน (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6c88b971a5083b90

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com