法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเงิน การส่งและการแบ่งผลกำไรสุทธิของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
98
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการเงิน

การส่งและการแบ่งผลกำไรสุทธิของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

พ.ศ.

๒๕๔๘

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน

การเบิกจ่ายเงินการเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงิน การตรวจเงินและการจัดสรรผลกำไรประจำปีของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘ ประกอบกับข้อ ๑๗ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง

สถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร พ.ศ.

๒๕๓๔ ข้อ ๑๗ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สำนักงานตลาด พ.ศ. ๒๕๓๔ และข้อ ๑๖ แห่งข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร เรื่อง สำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

พ.ศ. ๒๕๔๕ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการเงิน การส่งและการแบ่งผลกำไรสุทธิของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินการตรวจเงิน และการจัดสรรผลกำไรประจำปีของสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร

พ.ศ. ๒๕๓๙

(๒) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินการตรวจเงิน และการจัดสรรผลกำไรประจำปีของสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓

(๓) ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการรับเงิน การเบิกจ่ายเงิน

การเก็บรักษาเงิน การนำส่งเงินการตรวจเงิน และการจัดสรรผลกำไรประจำปีของสำนักงานตลาด

กรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๔๐

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการบริหารกิจการสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร

คณะกรรมการบริหารสำนักงานตลาดกรุงเทพมหานคร และคณะกรรมการบริหารสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“ผู้อำนวยการ” หมายความว่า

ผู้อำนวยการสำนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานครผู้อำนวยการสำนักงานตลาด และผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“หน่วยงาน” หมายความว่า

หน่วยงานตามการแบ่งส่วนการบริหารของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ระดับฝ่ายขึ้นไป

และให้รวมถึง หน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่นที่เทียบได้ไม่ต่ำกว่าระดับฝ่าย

“หน่วยการคลัง” หมายความว่า

หน่วยงานซึ่งมีหน้าที่เกี่ยวกับการรับเงิน การเบิกจ่ายเงินการถอนเงิน การนำส่งเงิน

การฝากเงิน และการเก็บรักษาเงิน ให้รวมถึง สถานธนานุบาลและตลาดด้วย

“เจ้าของงบประมาณ” หมายความว่า

หน่วยงานที่ได้รับงบประมาณรายจ่าย ไม่ว่าจะเป็นงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้สำหรับหน่วยงานนั้นๆ

โดยเฉพาะ หรือเป็นงบประมาณรายจ่ายที่ตั้งไว้ในงบกลาง และให้หมายความรวมถึง หน่วยงานที่ทำการเบิกและจ่ายเงินแทนเจ้าของงบประมาณด้วย

“พนักงาน” หมายความว่า พนักงานสถานธนานุบาลกรุงเทพมหานคร

พนักงานสำนักงานตลาด และพนักงานสำนักงานพัฒนาที่อยู่อาศัย

“พนักงานชั่วคราว” หมายความว่า

พนักงานรายเดือนที่จ้างไว้ปฏิบัติงานที่มีลักษณะเป็นการชั่วคราวโดยมีกำหนดเวลาการจ้าง

แต่ทั้งนี้ ระยะเวลาการจ้างต้องไม่เกินปีงบประมาณ

“เงินประจำงวด” หมายความว่า

จำนวนเงินประจำงวดที่เจ้าของงบประมาณได้รับอนุมัติให้เบิกจากหน่วยการคลัง

“เงินกำไรสะสม” หมายความว่า

ยอดรวมของกำไรสุทธิจากการดำเนินงานของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครในแต่ละปี หลังจากการส่งและการแบ่งผลกำไรสุทธิประจำปี

“อนุมัติฎีกา” หมายความว่า

อนุญาตให้จ่ายเงินจากหน่วยการคลัง

“หลักฐานการจ่าย” หมายความว่า

หลักฐานแสดงว่าได้มีการจ่ายเงินให้แก่ผู้รับหรือเจ้าหนี้ตามข้อผูกพันถูกต้องแล้ว และให้รวมตลอดถึง

ใบนำส่งเงินต่อหน่วยการคลังด้วย

“ใบสำคัญคู่จ่าย” หมายความว่า

หลักฐานการจ่ายเงินที่เป็นใบเสร็จรับเงิน ใบรับรองการจ่ายเงินหลักฐานของธนาคารแสดงการจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้

หรือหลักฐานการนำเงินเข้าบัญชีเงินฝากของผู้รับที่ธนาคาร ทั้งนี้

รวมถึงใบนำส่งเงินต่อหน่วยการคลังด้วย

“เงินยืม” หมายความว่า เงินที่หน่วยงานจ่ายให้แก่บุคคลใดยืมเพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปในกิจการที่เกี่ยวข้องกับการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครหรือปฏิบัติงานอื่นใดในหน้าที่ของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ไม่ว่าจะจ่ายจากงบประมาณรายจ่าย เงินทดรองราชการ หรือเงินอื่นใดของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

“เงินทดรองจ่าย” หมายความว่า

เงินที่ให้หน่วยงานมีไว้เพื่อทดรองใช้จ่าย

“ปี” หมายความว่า ปีงบประมาณ

“งบเงินรายรับรายจ่าย” หมายความว่า

งบรายรับรายจ่ายที่เกิดขึ้นในรอบปีงบประมาณ โดยแสดงรายรับจริงและรายจ่ายจริง

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

ข้อความทั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ บรรดาแบบพิมพ์ แบบรายงานการเงิน เอกสาร สมุดบัญชี

ทะเบียนต่างๆ ที่ใช้ในการเบิกจ่ายเงิน และรายงานทางการเงิน ตลอดจนวิธีใช้ให้เป็นไปตามที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้มีอำนาจดำเนินการตามระเบียบนี้ จะมอบอำนาจเป็นหนังสือให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งใดก็ได้

โดยให้คำนึงถึงระดับตำแหน่งหน้าที่และความรับผิดชอบของผู้ที่จะได้รับมอบอำนาจเป็นสำคัญหากเกิดการเสียหายขึ้น

ผู้มอบและผู้รับมอบจะต้องรับผิดตามกฎหมาย

หมวด

การเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การเบิกเงิน ให้หน่วยงานเจ้าของงบประมาณ หรือหน่วยงานเจ้าของเงินนอกงบประมาณขอเบิกจากหน่วยการคลัง

โดยตั้งฎีกาเบิกเงินตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๙

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ฎีกาเบิกเงินมี ดังนี้

(๑) ฎีกาเบิกเงินรายจ่ายตามงบประมาณ ยกเว้นค่าจ้าง

(๒) ฎีกาเบิกค่าจ้าง

(๓) ฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณ

(๔) ฎีกาเบิกเงินอื่น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การเบิกเงินกับหน่วยการคลังใด ให้กระทำได้แต่เฉพาะภายในวงเงินประจำงวดที่ได้รับอนุมัติ

เว้นแต่เป็นการเบิกจ่ายงบประมาณรายจ่ายในหมวดค่าจ้างประจำ หมวดค่าจ้างชั่วคราวหมวดค่าสาธารณูปโภค

และกรณีการเบิกเงินที่ไม่เกี่ยวกับเงินงบประมาณรายจ่าย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ หน่วยงานเจ้าของงบประมาณจะมอบหมายให้หน่วยงานอื่นเป็นผู้ทำการเบิกแทนก็ได้โดยให้ส่งตัวอย่างลายมือชื่อผู้เบิก

เพื่อขอทำความตกลงกับหน่วยการคลังก่อนทำการเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ การขอเบิกเงินงบประมาณรายจ่ายปีใด ให้วางฎีกาได้จนถึงวันทำการสุดท้ายของปีนั้นหรือวันทำการสุดท้ายของระยะเวลาของงบประมาณรายจ่ายข้ามปี

ในกรณีที่ได้มีการกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ให้วางฎีกาได้จนถึงวันทำการสุดท้ายของระยะเวลาการเบิกเงินที่กันไว้เบิกเหลื่อมปี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ฎีกาขอเบิกเงินจะต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยาก

จำนวนเงินที่ขอเบิกทั้งตัวเลขและตัวอักษรจะต้องพิมพ์หรือเขียนให้ชัดเจนห้ามขูดลบ หากผิดพลาด

ก็ให้แก้ไขโดยวิธีขีดฆ่าแล้วพิมพ์หรือเขียนใหม่ทั้งจำนวน แล้วให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อรับรองการขีดฆ่านั้นด้วย

การพิมพ์หรือเขียนจำนวนเงินในฎีกาขอเบิกเงินที่เป็นตัวอักษร

ให้พิมพ์ หรือเขียนจำนวนที่ขอเบิกให้ชิด คำว่า “ตัวอักษร”

หรือขีดเส้นหน้าจำนวนเงิน อย่าให้มีช่องว่างที่จะพิมพ์หรือเขียนจำนวนเพิ่มเติมให้สูงขึ้นได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การตั้งฎีกาการเบิกเงินให้ระบุวัตถุประสงค์ที่จะนำเงินนั้นไปจ่าย

โดยต้องได้รับการทวงหนี้หรือใกล้ถึงกำหนดจ่ายเงิน จึงตั้งฎีกาเบิกเงินได้

ห้ามมิให้หน่วยงานใดเบิกเงินไปเพื่อเตรียมจ่ายล่วงหน้าและรักษาเงินไว้เกินสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การเบิกเงินโดยวิธีผัดส่งใบสำคัญคู่จ่าย กระทำได้ภายในกำหนดเวลาไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันรับเงิน

ถ้าการผัดส่งใบสำคัญคู่จ่ายเกินกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง

ให้หน่วยการคลังเตือนและให้นำส่งอย่างช้าไม่เกินสามสิบวันนับแต่วันรับเงิน เมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันแล้ว

หน่วยงานที่ขอผัดมิได้นำใบสำคัญคู่จ่ายส่งใช้อีก ให้หน่วยการคลังงดจ่ายเงินทุกประเภทให้แก่หน่วยงานนั้น

จนกว่าหน่วยงานนั้นจะได้นำใบสำคัญคู่จ่ายส่งใช้ที่ผัดส่งไว้ก่อน จึงจะทำการเบิกจ่ายให้ต่อไป

เว้นแต่จะได้รับอนุมัติจากปลัดกรุงเทพมหานครเป็นการเฉพาะราย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้หน่วยงานที่เบิกเงินส่งเอกสารแก่หน่วยการคลัง

เพื่อทำการตรวจสอบ ดังต่อไปนี้

(๑) ใบสำคัญคู่จ่ายประกอบเป็นงบตามรายการในฎีกา

พร้อมทั้งการขอผัดส่ง

(๒) ใบสำคัญคู่จ่ายที่ขอผัดส่งตามข้อ ๑๕ เมื่อได้รับใบสำคัญคู่จ่ายมาแล้ว

ให้นำส่งหน่วยการคลังพร้อมด้วยเงินเหลือจ่าย และต้องมีรายการแสดงว่าได้ผัดส่งไว้ตามฎีกาที่เท่าใด

ลงวันที่เท่าใด และใบสำคัญที่เท่าใดไว้ด้วยให้ชัดเจน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การเบิกเงินค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปีงบประมาณ

ให้นำความในข้อ ๔๐ มาใช้บังคับโดยอนุโลม และอยู่ภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นใบสำคัญคู่จ่ายค้างเบิกไม่เกินสามปี

(๒) การก่อหนี้ผูกพันต้องไม่เกินยอดเงินคงเหลือของงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับอนุมัติในปีนั้น

(๓) การนับวัน เดือน ปี ในใบสำคัญค้างเบิกนั้นให้ถือ

วัน เดือน ปี ที่ส่งมอบวัตถุแห่งหนี้เป็นสำคัญ

(๔) ให้ทำการเบิกจ่ายได้เฉพาะหมวดค่าจ้างประจำ หมวดค่าจ้างชั่วคราว

หมวดค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ และหมวดค่าสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้นในปีงบประมาณใด โดยปกติให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีนั้น

แต่ถ้ามีเหตุจำเป็นไม่สามารถเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายของปีเดียวกันได้ทัน ก็ให้เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดนั้นๆ

ของปีต่อไป ตามข้อ ๑๗ หรือให้เบิกจากงบประมาณรายจ่ายในหมวดรายจ่ายอื่นของปีถัดไปอีกปีหนึ่ง

ถ้าไม่ได้ตั้งงบประมาณรายจ่ายในหมวดรายจ่ายอื่นเพื่อใช้จ่ายตามรายการที่ค้างเบิกให้ดำเนินการโอนเงินงบประมาณรายจ่ายในหมวดใดหมวดหนึ่งไปตั้งจ่ายในหมวดรายจ่ายอื่นตามรายการและจำนวนเงินที่ค้างเบิกนั้น

แล้วให้ทำการเบิกจ่ายจากหมวดรายจ่ายอื่นได้แต่การใช้จ่ายนั้นจะต้องไม่เป็นการใช้จ่ายในหมวดค่าครุภัณฑ์

ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง และไม่เป็นการก่อหนี้ผูกพันเกินยอดเงินคงเหลือของงบประมาณรายจ่ายที่ได้รับอนุญาตในปีที่ล่วงมาแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การเบิกเงินค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปี ตามข้อ

๑๗ และข้อ ๑๘ ให้แยกฎีกาเบิกเงินต่างหากจากการเบิกเงินตามปกติ โดยให้เขียนหรือประทับตราหัวฎีกาด้วยตัวแดงให้ชัดเจนว่า

“ค่าใช้จ่ายค้างเบิกข้ามปี”

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การเบิกเงินที่ได้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี

หรือขอขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณที่ได้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับการเบิกเงินงบประมาณรายจ่าย

และให้เขียนหรือประทับตราหัวฎีกา ด้วยตัวแดงให้ชัดเจนว่า “เบิกเหลื่อมปีครบกำหนดจ่าย........................”

หรือ “ขยายเวลาเบิกเหลื่อมปีครบกำหนดจ่าย………………..”

พร้อมทั้งกรอกเลขที่ใบขอกันเงินไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ การเบิกเงินซึ่งมีลักษณะเป็นค่าใช้จ่ายประจำ

และมีการเรียกเก็บเงินเป็นคราวๆ หรือค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามประเภทที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

ให้ถือว่าค่าใช้จ่ายนั้นเกิดขึ้นเมื่อเจ้าของงบประมาณได้รับแจ้งให้ชำระหนี้ และให้นำมาเบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีที่ได้รับแจ้งให้ชำระหนี้ได้

การเบิกเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการศึกษาของบุตร เงินสวัสดิการเกี่ยวกับการช่วยเหลือบุตรเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาล

หรือเงินสวัสดิการอื่นใดในลักษณะเดียวกัน ให้นำความในวรรคหนึ่ง มาใช้บังคับโดยอนุโลม

กรณีเงินสวัสดิการเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลที่หน่วยงานได้รับการแจ้งให้ชำระหนี้ในเดือนกันยายน

ให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายในปีที่ได้รับการแจ้งให้ชำระหนี้ หรือเบิกจ่ายในเดือนตุลาคมของปีถัดไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การซื้อพัสดุหรือจ้างทำของ เมื่อถึงกำหนดที่จะต้องชำระเงินให้หน่วยงานเจ้าของงบประมาณดำเนินการตั้งฎีกาเบิกเงินโดยเร็ว

อย่างช้าต้องไม่เกินเจ็ดวันทำการนับจากวันที่ได้รับแจ้งให้ชำระหนี้ เว้นแต่กรณีที่มีเหตุผลอันสมควร

ให้หัวหน้าหน่วยงานผู้เบิกชี้แจงประกอบไว้เป็นหลักฐานประกอบฎีกาขอเบิกเงิน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในการเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าซื้อพัสดุหรือจ้างทำของ

ให้แสดงรายการพัสดุและจำนวนเงินเป็นรายประเภทในฎีกาขอเบิกเงิน และให้ผู้เบิกรับรองด้านหลังฎีกาว่า

การเบิกเงินตามฎีกาได้ปฏิบัติตามระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยการพัสดุของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครถูกต้องแล้วและมีหนี้สินผูกพันที่ถึงกำหนดหรือใกล้จะถึงกำหนดที่จะต้องจ่ายเงิน

โดยให้ผู้เบิกลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การเบิกเงินในหมวดค่าตอบแทนใช้สอย และวัสดุในลักษณะค่าตอบแทน

ให้มีหลักฐานแสดงว่าเงินจำนวนที่ขอเบิกนี้ถูกต้องตามวัตถุประสงค์และเป็นไปตามกฎหมาย

ระเบียบข้อบังคับ มติที่ประชุมคณะกรรมการ

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การเบิกเงินงบประมาณรายจ่ายงบกลางตามที่กำหนดไว้ในข้อบัญญัติกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

เป็นค่าใช้จ่ายหมวดใด ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ข้อบัญญัติ ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครกำหนดไว้สำหรับค่าใช้จ่ายนั้น

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปราชการที่เกี่ยวข้องกับการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

หากเป็นระยะเวลาติดต่อคาบเกี่ยวไปถึงปีงบประมาณใหม่ จะเบิกเงินล่วงหน้าจากปีงบประมาณปัจจุบันเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับระยะเวลาในปีงบประมาณใหม่ได้

แต่กรณีจะเป็นประการใดก็ตาม ต้องไม่เกินสามเดือนของปีงบประมาณใหม่ ในกรณีเช่นนี้ ถึงแม้จะเป็นการจ่ายเงินในปีงบประมาณใหม่

ให้ถือเป็นใบสำคัญคู่จ่ายของเงินที่เบิกจากปีงบประมาณเก่าได้

หมวด

การกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ หน่วยงานใดก่อหนี้ผูกพันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณ

โดยสั่งซื้อ สั่งจ้างหรือการเช่าทรัพย์สินครั้งหนึ่ง รายหนึ่งเป็นเงินตั้งแต่ห้าหมื่นบาทขึ้นไป

ถ้าเห็นว่าจะเบิกเงินไปชำระหนี้ผูกพันนั้นไม่ทันสิ้นปีให้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้อีกหกเดือนปฏิทิน

นับจากวันสิ้นปี

ในกรณีที่ไม่ได้ก่อหนี้ผูกพัน แต่มีความจำเป็นจะต้องใช้จ่ายเงินนั้นต่อไปอีก

ให้หน่วยงานขออนุมัติเบิกเงินเหลื่อมปีจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร และเมื่อได้รับอนุมัติจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้วให้ขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้และให้นำความในวรรคหนึ่งมาใช้บังคับโดยอนุโลม

การเบิกจ่ายเงินตามวรรคหนึ่งและวรรคสอง ให้ขยายเวลาออกไปได้อีกไม่เกินปีงบประมาณถัดไปเว้นแต่มีความจำเป็นต้องขอเบิกจ่ายภายหลังเวลาดังกล่าว

ให้เสนอความเห็นชอบจากสภากรุงเทพมหานครเป็นกรณีๆ ไป

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ในกรณีที่หน่วยการคลังไม่สามารถเบิกจ่ายเงินชำระหนี้ได้ทันในวันสิ้นปีงบประมาณแต่ยังมีฎีกาเบิกจ่ายค้างอยู่

ให้หน่วยการคลังกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีได้ต่อไปอีกไม่เกินหนึ่งเดือนของปีงบประมาณถัดไป

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การขยายเวลาเบิกจ่ายเงินงบประมาณตามข้อ ๒๗ เป็นอำนาจของปลัดกรุงเทพมหานคร โดยให้หน่วยงานดำเนินการก่อนวันครบกำหนดอย่างน้อยสิบห้าวัน

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปี ตามข้อ ๒๗ ให้หน่วยงานผู้เบิกยื่นใบขอกันเงินตามแบบและวิธีการที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนดต่อผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาอนุมัติก่อนสิ้นปีอย่างน้อยสิบห้าวันเว้นแต่จะมีเหตุผลสมควร

ผู้อำนวยการจะอนุญาตให้ขยายเวลายื่นขอกันเงินได้เป็นพิเศษ แต่ทั้งนี้จะต้องไม่เกินวันทำการสุดท้ายของปีนั้น

ในการยื่นใบขอกันเงินให้แนบสัญญาซื้อ สัญญาจ้าง สัญญาเช่า

หรือเอกสารอื่นที่แสดงสภาพหนี้หรือหลักฐานการอนุมัติจากผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แล้วแต่กรณี

หลักฐานดังกล่าวจะใช้ภาพถ่ายหรือสำเนาซึ่งผู้เบิกหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงลายมือชื่อรับรองก็ได้

ในกรณีที่ยังมิได้ก่อหนี้ผูกพันและไม่มีหลักฐานการอนุมัติให้เบิกเหลื่อมปี

เมื่อหน่วยงานได้ยื่นใบขอกันเงินไว้เบิกเหลื่อมปีแล้ว หากปรากฏว่าก่อหนี้ได้ทันสิ้นปีหรือได้รับอนุมัติให้เบิกเหลื่อมปีแล้วให้หน่วยงานนำหลักฐานการก่อหนี้ผูกพันหรือหลักฐานการอนุมัติไปประกอบใบขอกันเงินที่ได้ยื่นไว้แต่ถ้ารายการขอกันเงินดังกล่าวข้างต้น

ไม่สามารถก่อหนี้ผูกพันได้ทันสิ้นปีและไม่ได้รับอนุมัติให้เบิกเหลื่อมปี ให้หน่วยงานแจ้งหน่วยการคลังขอตัดรายการภายในเจ็ดวันนับแต่วันสิ้นปี

หมวด

การตรวจและอนุมัติฎีกา

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ การตรวจและอนุมัติฎีกา รวมทั้งเงินนอกงบประมาณ

การตรวจฎีกาเป็นอำนาจของหัวหน้าหน่วยการคลัง การอนุมัติฎีกาเป็นอำนาจของผู้อำนวยการในกรณีที่มีการจ่ายเงินไม่ถูกต้องและไม่สามารถเรียกเงินคืนจากผู้รับเงินได้เต็มจำนวน

หรือหากมีการดำเนินคดีจนถึงที่สุดแล้วไม่ได้เงินคืนเต็มจำนวนที่เบิกไป ให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องในการดำเนินการในเรื่องนั้นร่วมกันรับผิดชอบชดใช้เงินจนครบเว้นแต่เจ้าหน้าที่ผู้นั้นได้ทักท้วงเป็นหนังสือก่อนแล้ว

ให้พ้นความรับผิด

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ การตรวจฎีกาการเบิกเงินงบประมาณ ให้ตรวจสอบในสาระสำคัญดังต่อไปนี้

แล้วจึงเสนอขออนุมัติฎีกา

(๑) มีลายมือชื่อพร้อมวงเล็บชื่อของผู้เบิกครบถ้วน

ถูกต้อง

(๒) มีหนี้สินผูกพันหรือมีความจำเป็นที่จะต้องจ่ายเงินและถึงกำหนดหรือใกล้ถึงกำหนดที่จะต้องจ่ายเงิน

และการก่อหนี้ได้เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งของผู้มีอำนาจหรือมีคำรับรองของผู้เบิกตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๒๓ แล้วแต่กรณี

(๓) มีเงินประจำงวดเพียงพอ ยกเว้นหมวดค่าจ้างประจำ

หมวดค่าจ้างชั่วคราว หมวดค่าสาธารณูปโภคมีรายการถูกต้องตรงกับงบประมาณ และมีคำสั่งของผู้มีอำนาจอนุมัติโดยชอบแล้ว

(๔) มีเอกสารครบถ้วนถูกต้อง

การตรวจและขออนุมัติฎีกาเบิกเงินนอกงบประมาณ ให้ถือปฏิบัติตามวรรคหนึ่งโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การพิจารณาอนุมัติฎีกาจะกระทำได้ต่อเมื่อได้ดำเนินการตามข้อ

๓๒ แล้ว ในกรณีผู้อนุมัติฎีกามีเหตุผลสมควรจะอนุมัติฎีกาเป็นจำนวนเงินต่ำกว่าที่ขอเบิกก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ฎีกาเบิกเงินหรือเอกสารประกอบฎีการายใดไม่ถูกต้องในสาระสำคัญ

ให้ผู้ตรวจฎีกาทักท้วงเป็นหนังสือเพื่อให้ผู้เบิกได้แก้ไขให้ถูกต้องภายในสามวันทำการ

นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับการทักท้วงนั้น หากไม่สามารถแก้ไขให้ทันตามกำหนดดังกล่าวได้และเป็นกรณีที่มีเหตุอันสมควรผู้อำนวยการอาจพิจารณาให้ขยายเวลาการแก้ไขฎีกาดังกล่าวตามที่เห็นสมควรได้

ในกรณีที่ฎีกามีข้อผิดพลาดเล็กน้อยและมิใช่เป็นสาระสำคัญ

หรือมิใช่เป็นจำนวนเงินที่ขอเบิกผู้ตรวจฎีกาหรือผู้อนุมัติฎีกาอาจแก้ไขให้ถูกต้องและแจ้งผู้เบิกทราบหรือแจ้งให้ผู้เบิกเป็นผู้แก้ไขก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ การตรวจฎีกาและการอนุมัติฎีกาเป็นค่าซื้อพัสดุหรือค่าจ้างทำของ

ให้ดำเนินการตรวจฎีกาให้เสร็จภายในแปดวันทำการ นับแต่วันถัดจากวันรับฎีกา และให้อนุมัติฎีกาภายในสองวันทำการนับแต่วันถัดจากวันตรวจฎีกาเสร็จ

ในกรณีที่ฎีกามีเหตุทักท้วงให้ดำเนินการตรวจฎีกาให้เสร็จภายในสามวันทำการ

นับแต่วันถัดจากวันที่ได้รับคืนฎีกาที่แก้ไขถูกต้องแล้ว และให้อนุมัติฎีกาภายในสองวันทำการนับแต่วันถัดจากวันตรวจฎีกาที่แก้ไขเสร็จ

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ ในกรณีฎีกาเบิกเงินเพื่อจ่ายเป็นค่าซื้อพัสดุหรือจ้างทำของ

ถ้าผู้ตรวจฎีการายงานว่าการเบิกเงินนั้นไม่เป็นไปตามกฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่ง

แต่ผู้อนุมัติฎีกาเห็นว่าเจ้าของงบประมาณมีข้อผูกพันตามกฎหมายที่จะต้องจ่ายเงินแก่เจ้าหนี้

และมีเงินประจำงวดเหลือพอที่จะเบิกจ่ายได้และมีรายการถูกต้อง ให้รายงานข้อบกพร่องต่อผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

เพื่อพิจารณาสั่งการก่อนอนุมัติฎีกา แล้วแจ้งให้เจ้าของงบประมาณทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

หมวด

การจ่ายเงิน

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เจ้าของงบประมาณจะก่อหนี้ผูกพันหรือจ่ายเงินได้แต่เฉพาะที่มีกฎหมาย

ระเบียบข้อบังคับ มติที่ประชุมคณะกรรมการ คำสั่ง อนุญาตให้จ่ายได้

ในกรณีที่ส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจส่งเจ้าหน้าที่และหรือมอบพัสดุที่ใช้ในการปฏิบัติราชการมาให้การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครปฏิบัติงานหรือดำเนินกิจการใดตามที่การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานครขอความร่วมมือ

ค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่พึงเกิดจากการนั้นเจ้าของงบประมาณอาจถือปฏิบัติตามระเบียบของส่วนราชการหรือรัฐวิสาหกิจนั้นก็ได้

การได้รับเงินจากหน่วยการคลังไปแล้วไม่ปลดเปลื้องความรับผิดชอบของเจ้าของงบประมาณที่จะต้องดูแลให้มีการจ่ายเงินหรือก่อหนี้ผูกพันเป็นไปตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีที่ใบสำคัญคู่จ่ายเงินสูญหาย ให้ปฏิบัติ

ดังนี้

(๑) ถ้าใบสำคัญคู่จ่ายเป็นใบเสร็จรับเงินสูญหายให้ใช้สำเนาใบเสร็จรับเงินซึ่งผู้รับเงินรับรองแทนได้

(๒) ถ้าใบสำคัญคู่จ่ายเป็นใบสำคัญรับเงินสูญหาย

และไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินตาม (๑) ได้ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงิน โดยชี้แจงเหตุผลพฤติการณ์ที่ใบสำคัญคู่จ่ายสูญหาย

และไม่อาจขอสำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นได้ พร้อมทั้งคำรับรองว่ายังไม่เคยนำใบสำคัญคู่จ่ายมาเบิกจ่าย

และถ้าหากค้นพบภายหลัง ก็จะไม่นำมาเบิกจ่ายอีก เสนอต่อผู้อำนวยการเพื่อพิจารณาอนุมัติ

เมื่อได้รับอนุมัติแล้วก็ให้ใช้ใบรับรองนั้นเป็นใบสำคัญคู่จ่ายได้

กรณีการใช้หลักฐานอื่นประกอบการเบิกจ่าย นอกเหนือจากหลักเกณฑ์ที่กำหนดในวรรคหนึ่งให้เสนอขออนุมัติประธานคณะกรรมการเป็นรายๆ

ไป

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ เงินที่ขอเบิกจากหน่วยการคลังเพื่อการใด เมื่อได้รับมาแล้ว

ให้นำไปจ่ายได้เฉพาะเพื่อการนั้น จะนำไปจ่ายเพื่อการอื่นมิได้

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การก่อให้เกิดหนี้และการจ่ายเงินให้กระทำได้ภายในวงเงินงบประมาณประจำปีและภายในระยะเวลาของปีงบประมาณนั้น

เว้นแต่มีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น และต้องได้รับเงินประจำงวดตามข้อบัญญัติกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

การสั่งก่อหนี้และการอนุมัติจ่ายเงินทุกกรณี ให้เป็นอำนาจของผู้ดำรงตำแหน่งและภายในวงเงินที่กำหนดไว้ในระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยการพัสดุของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร ในเรื่องการสั่งซื้อ หรือสั่งจ้างนอกจากวิธีพิเศษและวิธีกรณีพิเศษ

เว้นแต่มีกฎหมายหรือระเบียบกำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ เมื่อผู้มีอำนาจได้อนุมัติฎีกาแล้ว ให้หน่วยการคลังจ่ายเงินให้กับคณะกรรมการรับส่งเงินตามข้อ

๘๑ หรือเจ้าหนี้โดยตรง แล้วแต่กรณี ในเวลาที่มาขอรับเงินโดยเร็ว และเพื่อความเรียบร้อยในการปิดบัญชีประจำปี

ให้หัวหน้าหน่วยการคลังจัดให้เจ้าหนี้มารับชำระเงินก่อนวันสิ้นปี และให้ปฏิบัติดังนี้

(๑) การจ่ายเงินซึ่งมีจำนวนตั้งแต่ ๕,๐๐๐

บาทขึ้นไป ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน และขีดฆ่า คำว่า “หรือตามคำสั่ง”

หรือ “หรือผู้ถือ” ออก และขีดคร่อมทั่วไป

โดยระบุข้อความห้ามเปลี่ยนมือว่า “A/C Payee Only” ด้วย

(๒) การจ่ายเงินซึ่งมีจำนวนต่ำกว่า ๕,๐๐๐

บาท จะจ่ายเป็นเงินสดหรือออกเช็คสั่งจ่ายในนามเจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงิน และขีดฆ่า

คำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ “หรือผู้ถือ”

ออก

(๓) ในกรณีสั่งจ่ายเงินเพื่อขอรับเงินสดมาจ่าย ให้ออกเช็คสั่งจ่ายในนามคณะกรรมการรับส่งเงินของหน่วยงาน

และขีดฆ่า คำว่า “หรือตามคำสั่ง” หรือ

“หรือผู้ถือ” ออก ห้ามมิให้ออกเช็คสั่งจ่ายเงินสด

(๔) การเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินในเช็คที่เป็นตัวอักษร

ให้เขียนหรือพิมพ์ให้ชิด คำว่า “บาท”หรือขีดเส้นหน้าจำนวนเงิน

อย่าให้มีช่องว่างที่จะเขียนหรือพิมพ์จำนวนเงินเพิ่มเติมได้

(๕) การจ่ายเงินจากบัญชีออมทรัพย์หรือบัญชีอื่นใด

ซึ่งไม่อาจสั่งจ่ายเป็นเช็คได้ หัวหน้าหน่วยการคลังอาจพิจารณาให้จ่ายเป็นเงินสดก็ได้

โดยสั่งจ่ายในนามคณะกรรมการรับ - ส่งเงิน เว้นแต่การจ่ายเงินที่มิใช่เงินสวัสดิการ

และวงเงินเกิน ๒๐,๐๐๐ บาท ให้จ่ายเป็นแคชเชียร์เช็ค

(๖) กรณีที่หน่วยการคลังจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้มีสิทธิรับเงินเป็นแคชเชียร์เช็ค

ให้หน่วยการคลังเบิกจ่ายเงินค่าธรรมเนียมการใช้แคชเชียร์เช็คได้

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การจ่ายเงินต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินไว้เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบ

และในกรณีที่เป็นใบสำคัญคู่จ่าย ให้หัวหน้าหน่วยการคลังหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายลงชื่อรับรองความถูกต้อง

พร้อมทั้งประทับตรา “จ่ายเงินแล้ว” และลงวัน

เดือน ปี กำกับไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ หลักฐานการจ่ายต้องพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยาก

และให้หน่วยการคลังเก็บรักษาไว้ไม่น้อยกว่าสิบปี นับจากวันสิ้นปีนั้น

ห้ามมิให้แก้ไขหลักฐานการจ่าย เว้นแต่กรณีจำเป็น ให้ใช้วิธีขีดฆ่าและพิมพ์หรือเขียนด้วยหมึกที่ลบได้ยาก

กรณีหลักฐานการจ่ายเป็นใบสำคัญคู่จ่าย ให้ผู้รับเงินหรือผู้ออกใบสำคัญลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยทุกแห่ง

หากหลักฐานการจ่ายเป็นสมุดหรือทะเบียน ให้ผู้รับเงินและผู้จ่ายเงินลงลายมือชื่อรับรองไว้ด้วยทุกแห่ง

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ใบสำคัญคู่จ่ายที่เป็นใบเสร็จรับเงิน ต้องมีรายการ

ดังต่อไปนี้

(๑) ชื่อและสถานที่อยู่หรือที่ทำการของผู้รับเงิน

(๒) วัน เดือน ปีที่รับเงิน

(๓) ชื่อและลายมือชื่อผู้รับเงิน

(๔) รายการแสดงการรับเงินระบุว่าเป็นค่าอะไร

(๕) จำนวนเงินทั้งตัวเลขและตัวอักษรซึ่งตรงกัน

ถ้าผู้รับเงินลงลายมือชื่อไม่ได้ให้ใช้ลายพิมพ์นิ้วมือ

ห้ามมิให้ใช้แกงไดหรือเครื่องหมายอื่นทำนองเช่นว่านั้นแทนการลงลายมือชื่อ

ใบเสร็จรับเงินเป็นภาษาต่างประเทศให้มีคำแปลเป็นภาษาไทยให้ได้ความตามรายการในวรรคหนึ่ง

ในกรณีใบเสร็จรับเงินที่ไม่อาจปฏิบัติให้เป็นไปตามระเบียบนี้ได้

ให้มีคำชี้แจงประกอบไว้เป็นหลักฐาน

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ในการจ่ายเงินต้องปฏิบัติ ดังนี้

(๑) เจ้าหน้าที่ผู้จ่ายเงินต้องมีหลักฐานการจ่ายเงินทุกราย

เช่น ต้องเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้รับเงินเว้นแต่จะได้ลงชื่อรับเงินในทะเบียนจ่ายค่าจ้างหรือเงินอื่นไว้อีกทางหนึ่งแล้ว

(๒) การจ่ายเงินดังต่อไปนี้ ผู้จ่ายอาจทำใบรับรองการจ่ายเงินได้

ก. การจ่ายเงินรายหนึ่งๆ

เป็นจำนวนไม่เกิน ๑๐๐ บาท

ข. การจ่ายเงินเป็นค่ารถหรือเรือนั่งรับจ้าง

ค. การจ่ายเงินเป็นค่าโดยสารรถ หรือเรือประจำทาง

ง. การจ่ายเงินค่าไปรษณียากร ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงิน

โดยแสดงจำนวนและเลขที่ของหนังสือหรือไปรษณียภัณฑ์ที่ส่ง และจำนวนเงินค่าไปรษณียากรที่จ่าย

(๓) การจ่ายเงินรายใด ซึ่งตามลักษณะไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินจากผู้ชำระเงินได้และมีจำนวนเงินไม่เกิน

๒,๐๐๐ บาท ให้ผู้จ่ายเงินทำใบรับรองการจ่ายเงิน โดยให้บันทึกชี้แจงเหตุที่ไม่อาจเรียกใบเสร็จรับเงินได้นำเสนอผู้อำนวยการเพื่ออนุมัติ

หากจำนวนเงินเกิน ๒,๐๐๐ บาท ให้นำเสนอประธานคณะกรรมการ

(๔) การจ่ายเงินเป็นค่าแรงงานจ้างเหมา ไม่ว่าจะเบิกจ่ายจากงบประมาณหมวดใดหรือเงินอื่นใดของสำนักงานการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

ต้องมีรายงานรับรองของเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบว่าผู้รับจ้างได้กระทำการไปแล้วเพียงใด

ประกอบการเบิกจ่ายเงินทุกครั้ง

สำหรับการจ่ายเงินเป็นค่าก่อสร้างปรับปรุงต่างๆ ไม่ว่าจะเบิกจ่ายจากงบประมาณหมวดใดหรือเงินอื่นใดของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

ต้องมีรายงานรับรองผลงานของเจ้าหน้าที่ผู้ควบคุมงานว่าผู้รับจ้างได้กระทำการนั้นๆ ไปแล้วเพียงใด

ประกอบการเบิกจ่ายเงินทุกครั้ง

(๕) ห้ามมิให้เรียกใบสำคัญคู่จ่ายจากเจ้าหนี้ หรือผู้รับเงินก่อนการจ่ายเงินให้แก่เจ้าหนี้หรือผู้รับเงิน

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การเบิกจ่ายเงินในหมวดค่าตอบแทน ใช้สอย และวัสดุ

ประเภทค่าใช้สอย ให้ทำการเบิกจ่ายได้ตามงบประมาณที่ได้รับอนุญาต เว้นแต่การเบิกจ่ายเป็นค่าบำรุงรักษา

ซ่อมแซมถนนสะพานหรือพัสดุ แม้จะได้มีงบประมาณที่ได้รับอนุญาตไว้ในข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายประจำปีหรือข้อบัญญัติงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติม

แต่มิได้จำแนกรายละเอียดไว้ หากวงเงินเกิน ๑๐,๐๐๐ บาท ต้องทำประมาณการรายละเอียดเพื่อให้ผู้มีอำนาจสั่งจ้างตามระเบียบพิจารณาอนุมัติเสียก่อน

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ประมาณการรายละเอียดที่ต้องจัดทำประกอบในการก่อหนี้ตามความในข้อ

๔๖ ให้เจ้าหน้าที่พัสดุหรือหัวหน้าเจ้าหน้าที่พัสดุของหน่วยงานการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

หรือวิศวกรของกรุงเทพมหานครเป็นผู้ลงนาม โดยให้มีรายการอย่างน้อย ดังนี้

(๑) ประเภทงานที่จัดทำจะต้องแสดงจำนวนและประเภทวัสดุที่ใช้ในการดำเนินการ

รวมทั้งค่าแรงงาน

(๒) จำนวนเงินงบประมาณที่อนุมัติ

(๓) จำนวนเงินที่ประมาณว่าจะต้องจ่าย

(๔) รายการอื่นๆ ที่ควรชี้แจงประกอบการพิจารณา

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ การเบิกจ่ายเงินในหมวดค่าครุภัณฑ์ ที่ดินและสิ่งก่อสร้าง

หรือรายจ่ายอื่นใดที่ถือจ่ายในลักษณะเดียวกันจะจ่ายได้เมื่อถึงกำหนดจ่าย ถ้ามีสัญญาระบุการปฏิบัติไว้

ต้องมีใบรับรองแสดงว่าผู้ขอรับเงินได้ปฏิบัติถูกต้องตามสัญญาแล้วด้วย

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ การจ่ายเงินให้แก่ผู้รับเงินทุกรายการ ต้องมีการบันทึกรายการจ่ายเงินนั้นไว้ในบัญชีเงินสด

หรือบัญชีเงินฝากธนาคาร หรือทะเบียนอื่นใด แล้วแต่กรณี ในวันที่จ่ายเงินนั้น

98 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยการเงิน การส่งและการแบ่งผลกำไรสุทธิของการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6cb29bbc9a303403

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com