法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการเปิดเผย ตรวจดู และขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการเปิดเผย

ตรวจดู และขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของกรมการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๕๔

ตามที่กรมการขนส่งทางบกได้มีระเบียบว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการเปิดเผย

ตรวจดู และขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๔๖ ลงวันที่ ๑๐ กันยายน

๒๕๔๖ ไว้แล้ว นั้น

โดยที่ปัจจุบันมีการประกาศใช้กฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมการขนส่งทางบก

กระทรวงคมนาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

เป็นผลให้อำนาจหน้าที่ของส่วนราชการภายในกรมการขนส่งทางบกเปลี่ยนแปลงไปประกอบกับมีการขอข้อมูลในลักษณะที่พิมพ์จากระบบงานลงบนกระดาษ

และการทำสำเนาลงในแผ่นคอมแพ็กดิสก์ (CD)

แผ่นดิจิตอลอเนกประสงค์ (DVD)

หรืออุปกรณ์คอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูลทำให้ระเบียบดังกล่าวไม่เหมาะสมสอดคล้องกับสภาพการณ์ในปัจจุบัน

ฉะนั้น

เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับการขอและการอนุญาตให้เปิดเผยตรวจดูข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบกเป็นไปด้วยความเรียบร้อย

มีประสิทธิภาพและเป็นไปตามเจตนารมณ์ของพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.

๒๕๔๐ สมควรแก้ไขปรับปรุงระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการเปิดเผย

ตรวจดู และขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๔๖

เสียใหม่ให้มีความเหมาะสมยิ่งขึ้น อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการเปิดเผยตรวจดู

และขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการเปิดเผย

ตรวจดูและขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๔๖

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ

ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้ หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายถึง

สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูลหรือสิ่งใด ๆ ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมการขนส่งทางบก”

“ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล” หมายถึง

ข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของบุคคล เช่น การศึกษา ฐานะการเงิน

ประวัติสุขภาพ ประวัติอาชญากรรม หรือประวัติการทำงาน

บรรดาที่มีชื่อของผู้นั้นหรือมีหมายเลข รหัส

หรือสิ่งบอกลักษณะอื่นที่ทำให้รู้ตัวผู้นั้นได้ เช่น ลายพิมพ์นิ้วมือ แผ่นบันทึกลักษณะเสียงคนหรือรูปถ่าย

และให้หมายความรวมถึงข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับสิ่งเฉพาะตัวของผู้ที่ถึงแก่กรรมแล้วด้วย

“ส่วนราชการ” หมายความว่า

กระทรวง ทบวง กรม และให้หมายความรวมถึงรัฐวิสาหกิจองค์กรประกอบวิชาชีพ

หน่วยงานหรือองค์กรของรัฐที่จัดตั้งขึ้นตามกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้รองอธิบดี

(ฝ่ายวิชาการ) กรมการขนส่งทางบก รักษาการตามระเบียบนี้

ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้รองอธิบดี

(ฝ่ายวิชาการ) เป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาดคำวินิจฉัยนั้นให้เป็นที่สุด

การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ข้อมูลข่าวสารของกรมการขนส่งทางบก

จำแนกประเภทสำคัญ ๆ ได้ ดังนี้

(๑) ข้อมูลประวัติข้าราชการ พนักงานราชการ และลูกจ้าง

(๒) ข้อมูลเกี่ยวกับทะเบียนรถ

(๓) ข้อมูลเกี่ยวกับใบอนุญาตขับรถ

และใบอนุญาตปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ

(๔) ข้อมูลเกี่ยวกับประวัติผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นผู้ประจำรถ

(๕) ข้อมูลเกี่ยวกับการประกอบการขนส่ง

(๖) ข้อมูลเกี่ยวกับการตรวจสภาพรถ

(๗) ข้อมูลเกี่ยวกับความตกลงระหว่างประเทศ

(๘) ข้อมูลเกี่ยวกับสถานตรวจสภาพรถเอกชน และโรงเรียนสอนขับรถ

(๙) ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ตรวจและทดสอบรถที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง

(๑๐)

ข้อมูลเกี่ยวกับผู้ติดตั้งอุปกรณ์สำหรับรถที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง

(๑๑) ข้อมูลเกี่ยวกับกฎ ระเบียบ ประกาศ คำสั่ง

หรือหนังสือเวียนที่มีสภาพอย่างกฎและข้อหารือ

(๑๒) ข้อมูลรายงานการศึกษา และบทวิเคราะห์ต่าง ๆ

(๑๓) ข้อมูลเกี่ยวกับสถิติ

(๑๔) ข้อมูลอื่น ๆ เช่น ข้อมูลการจัดซื้อจัดจ้าง

ข้อมูลเกี่ยวกับสถานีขนส่ง เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบกจัดประเภทข้อมูลข่าวสารที่มีอยู่ในความรับผิดชอบให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

กฎหมายอื่น และระเบียบของทางราชการ

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ใดประสงค์จะเข้าตรวจดูหรือขอถ่ายสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ให้ยื่นคำขอเป็นหนังสือโดยคำขอต้องระบุรายละเอียดอย่างน้อยดังนี้

(๑) ชื่อและที่อยู่ของผู้ขอข้อมูลข่าวสาร

(๒)

รายละเอียดของข้อมูลข่าวสารที่ต้องการในลักษณะที่เข้าใจได้ตามสมควร

(๓) เหตุผลที่ขอให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร

หรือวัตถุประสงค์ในการนำไปใช้

(๔) ลายมือชื่อของผู้ขอ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ผู้ขอตรวจดูหรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๗ ต้องแนบเอกสารประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้

(๑) บุคคลธรรมดา ให้ยื่นคำขอพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

หรือบัตรอื่นที่ออกโดยหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายและเลขรหัสประจำตัวประชาชนสิบสามหลัก

(๒) นิติบุคคล

ให้ยื่นคำขอพร้อมสำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

และสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล

(๓) เจ้าหน้าที่ของรัฐ หรือหน่วยงานของรัฐ หรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมาย

เช่น เจ้าหน้าที่ตำรวจ ให้มีหนังสือขอตรวจดูหรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสาร

(๔) ศาล ให้มีหมายศาลหรือคำสั่งศาล

(๕) ทนายความ ให้ยื่นพร้อมสำเนาใบอนุญาตทนายความ

สำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ

หรือสำเนาใบแต่งทนาย

(๖) บริษัทประกันภัย

ให้ยื่นพร้อมสำเนาหนังสือแต่งตั้งเป็นตัวแทนบริษัทประกันภัย

สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ยื่นคำขอ

และสำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจท้องที่ที่เกิดเหตุ

(๗) บุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้อง เช่น

คู่พิพาทกรณีรถเฉี่ยวชน ให้ยื่นพร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชน

หรือหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

พร้อมสำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มีอำนาจลงนามแทนนิติบุคคล

และสำเนาบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดีของสถานีตำรวจที่เกิดเหตุ หรือหลักฐานอื่น

แสดงว่าตนมีความจำเป็นต้องขอข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การอนุญาตให้ดำเนินการตามเงื่อนไข

ดังต่อไปนี้

(๑) ข้อมูลตามข้อ ๗ (๑) ให้อนุญาตได้เฉพาะผู้เป็นเจ้าของข้อมูล

หรือผู้ได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูล หรือการใช้ข้อมูลตามมาตรา ๒๔

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

(๒) ข้อมูลตามข้อ ๗ (๒) - (๔) ซึ่งเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจมีข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลอยู่ด้วยให้อนุญาตได้เฉพาะแก่บุคคลหรือหน่วยงานดังนี้

(ก) เจ้าของข้อมูลหรือผู้มีอำนาจจัดการแทน

(ข)

เจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะขอ

(ค) ศาล

(ง) ทนายความ

(จ) บริษัทประกันภัย

(ฉ) บุคคลผู้มีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้อง

การอนุญาตให้แก่บุคคลหรือหน่วยงานนอกจาก (ก) (ข) (ค) (ง) (จ) (ฉ)

ให้กระทำได้เมื่อพิจารณาเห็นว่าเป็นประโยชน์สาธารณะ

หรือประโยชน์ของเอกชนที่เกี่ยวข้องยิ่งกว่า

(๓) การเปิดเผย ตรวจดู หรือขอข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๗ (๕) - (๑๔)

ให้อนุญาตให้แก่บุคคลทั่วไปไม่ว่าจะมีส่วนได้ส่วนเสียหรือไม่ก็ตาม

กรณีข้อมูลดังกล่าวมีข้อห้ามมิให้เปิดเผยอยู่ด้วย การอนุญาตให้ตรวจสอบ เปิดเผย

หรือขอสำเนาเอกสารต้องลบหรือตัดทอน

หรือกระทำโดยประการอื่นใดเพื่อไม่ให้เปิดเผยข้อมูลส่วนที่ห้ามเปิดเผยนั้น

(๔) การเปิดเผย ตรวจดู หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารที่ไม่ได้กำหนดไว้ในระเบียบนี้ให้ถือปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารตาม (๑) และ (๒)

ให้จัดทำบัญชีแสดงการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามที่กำหนดไว้ในกฎกระทรวง

(พ.ศ. ๒๕๔๑) ออกตามความในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คำสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เปิดเผย

ตรวจดู หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารเป็นการทั่วไป หรือเฉพาะแก่บุคคลใด

ให้พิจารณาจากเหตุผลความจำเป็นจากหนังสือหรือคำขอ

ในกรณีที่มีข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลรวมอยู่ด้วยในการพิจารณาให้คำนึงถึงประโยชน์สาธารณะ

และเอกชนที่เกี่ยวข้องประกอบการพิจารณา และให้บุคคลดังต่อไปนี้เป็นผู้อนุญาต

(๑) บรรดาข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักและกองต่าง ๆ

ให้ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้เป็นผู้อนุญาต

(ก) ผู้อำนวยการสำนัก ผู้อำนวยการกอง

(ข) หัวหน้าส่วน หัวหน้าสำนักงาน หรือหัวหน้ากลุ่ม

(ค) หัวหน้าฝ่าย

(ง) หัวหน้างาน

(จ) หัวหน้าหมวด

(๒) บรรดาข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของงานตรวจราชการกรม

ให้ผู้ตรวจราชการกรมหรือหัวหน้าฝ่ายช่วยอำนวยการและประสานราชการ เป็นผู้อนุญาต

สำหรับข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของกลุ่มพัฒนาระบบบริหาร

และกลุ่มตรวจสอบภายใน ให้ผู้อำนวยการกลุ่มเป็นผู้อนุญาต

(๓)

บรรดาข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานขนส่งจังหวัด

ให้ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งต่อไปนี้เป็นผู้อนุญาต

(ก) ขนส่งจังหวัด

(ข) หัวหน้ากลุ่ม

(ค) หัวหน้าฝ่าย

(ง) หัวหน้างาน

(๔)

บรรดาข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบของสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขา ให้ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าสำนักงานขนส่งจังหวัดสาขาเป็นผู้อนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การสั่งอนุญาตหรือไม่อนุญาตให้เปิดเผย

ตรวจดูหรือให้สำเนาข้อมูลข่าวสารต้องพิจารณาสั่งให้แล้วเสร็จโดยเร็ว แต่อย่างช้าต้องไม่เกินสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับคำขอ

การแจ้งคำสั่งให้ทำเป็นลายลักษณ์อักษร ระบุวัน เดือน ปี

ชื่อและลายมือชื่อตลอดจนตำแหน่งของเจ้าหน้าที่ที่ทำคำสั่ง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในกรณีผู้มีอำนาจอนุญาตตามข้อ ๑๒

มีคำสั่งไม่อนุญาตให้เปิดเผยข้อมูลข่าวสาร ให้แจ้งคำสั่งพร้อมด้วยเหตุผลให้ผู้ยื่นคำขอทราบ

ทั้งนี้ ภายในสามวันทำการนับแต่วันที่มีคำสั่ง

และแจ้งให้ทราบถึงสิทธิอุทธรณ์ และกำหนดระยะเวลาในการอุทธรณ์ต่ออธิบดีกรมการขนส่งทางบกด้วย

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในกรณีมีคำสั่งอนุญาตให้เปิดเผย ตรวจดู

หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสาร

ให้เจ้าหน้าที่เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามอัตราที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

เว้นแต่การเปิดเผย ตรวจดู

หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารให้แก่เจ้าหน้าที่หรือส่วนราชการที่ได้กระทำการในอำนาจหน้าที่

หรือเจ้าของข้อมูลตามข้อ ๗ (๑)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ข้อมูลข่าวสารใด

หากมีกฎหมาย ระเบียบอื่น หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นพิเศษ

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาตต้องปฏิบัติตามกฎหมายระเบียบ

หรือมติคณะรัฐมนตรีดังกล่าว

การบริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมการขนส่งทางบก

รวบรวม จัดเตรียม และจัดให้มีข้อมูลข่าวสารที่ดำเนินการแล้วเสร็จและอยู่ในความรับผิดชอบ

เพื่อเผยแพร่ ตรวจดู

และศึกษาค้นคว้าตลอดจนหาและจัดทำสำเนาข้อมูลดังกล่าวตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ข้อมูลข่าวสารที่อยู่ระหว่างดำเนินการให้ถือปฏิบัติตามข้อ

๑๗ โดยอนุโลม เว้นแต่เป็นเรื่องลับตามระเบียบว่าด้วยความลับของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๔

หรือระเบียบที่คณะรัฐมนตรีกำหนดว่าด้วยการรักษาความลับของทางราชการ

หรือเป็นเรื่องที่มิต้องเปิดเผยตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการหรือผู้ที่มีอำนาจอนุญาตตามข้อ

๑๒ เห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่ต้องเปิดเผย

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การจัดเก็บค่าธรรมเนียม กรณีให้เปิดเผย

ตรวจดู ขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ดังนี้

(๑) ข้อมูลข่าวสารตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์ พ.ศ. ๒๕๒๒

ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในพระราชบัญญัติรถยนต์ พ.ศ.

๒๕๒๒

(๒) ข้อมูลข่าวสารนอกจาก (๑) ให้เรียกเก็บค่าธรรมเนียมตามอัตรา ดังต่อไปนี้

(ก) ค่าธรรมเนียมในการขอให้เปิดเผยหรือตรวจดู ให้เก็บเป็นรายครั้ง

ครั้งละ ๒๐ บาท

(ข) ค่าธรรมเนียมทำสำเนาโดยเครื่องถ่ายเอกสาร ให้เก็บในอัตราดังนี้

- ขนาดกระดาษ

เอ ๔ หน้าละ

๑ บาท

- ขนาดกระดาษ

เอฟ ๔ หน้าละ

๑ บาท

- ขนาดกระดาษ

บี ๔ หน้าละ

๒ บาท

- ขนาดกระดาษ

เอ ๓ หน้าละ

๓ บาท

ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๒ หน้าละ

๘ บาท

ขนาดระดาษพิมพ์เขียว เอ ๑ หน้าละ

๑๕ บาท

ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๐ หน้าละ

๓๐ บาท

(๓) การพิมพ์ (Print) จากระบบลงบนกระดาษ หน้าละ

๕ บาท

(๔)

การทำสำเนาลงในแผ่นดิสก์เก็ต หน้าแรก

๑๐ บาท

หน้าถัดไป หน้าละ

๑ บาท

(๕)

การทำสำเนาลงในแผ่นคอมแพ็กดิสก์ (CD)

แผ่นดิจิตอลอเนกประสงค์

(DVD)

หรืออุปกรณ์

คอมพิวเตอร์สำหรับเก็บข้อมูล

หน้าแรก

๒๕ บาท

หน้าถัดไปหน้าละ

หน้าละ

๑ บาท

การจัดเก็บค่าธรรมเนียมการให้คำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

ให้คิดในอัตราคำรับรองเป็นรายหน้า หน้าละ ๕ บาท

การรับรองสำเนาข้อมูลข่าวสารตามวรรคสอง

ให้ดำเนินการโดยข้าราชการที่รับผิดชอบข้อมูลข่าวสารนั้น

โดยให้ข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภทวิชาการตั้งแต่ระดับปฏิบัติการหรือข้าราชการผู้ดำรงตำแหน่งประเภททั่วไปตั้งแต่ระดับชำนาญงานเป็นผู้รับรอง

โดยลงลายมือชื่อ พร้อมทั้งชื่อตัว ชื่อสกุล และตำแหน่ง ตลอดจนวัน เดือน ปี

ให้ชัดเจน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๙ ให้ครบถ้วนถูกต้องก่อนดำเนินการเปิดเผย ให้ตรวจดู หรือมอบสำเนาเอกสาร

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๔

เทียนโชติ

จงพีร์เพียร

อธิบดีกรมการขนส่งทางบก

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๕ เมษายน ๒๕๕๔

ณัฐวดี/ตรวจ

๒๕ เมษายน ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๘/ตอนพิเศษ ๔๒ ง/หน้า ๔/๑๑ เมษายน ๒๕๕๔

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบกว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการเปิดเผย ตรวจดู และขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของกรมการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6cc43102f14b2780

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com