ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๗ แห่งระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๓๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๗ กรณีที่ผู้ประกอบการการขนส่งขอวางหลักทรัพย์เพื่อประกันความเสียหายอันเกิดจากการขนส่ง ตามพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ เป็นสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยเมื่อมายื่นดำเนินการทางทะเบียนรถเกี่ยวกับการจดทะเบียนรถ การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถหรือการโอนรถที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ประกอบการขนส่ง ผู้ประกอบการขนส่งหรือผู้ประกอบการขนส่งผู้รับโอนจะต้องแนบสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยที่มีความคุ้มครองไม่น้อยกว่าสามสิบวันนับแต่วันที่ได้นำมาใช้วางเป็นหลักทรัพย์ และผู้ประกอบการขนส่งต้องเอาประกันภัยความเสียหายแก่ชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก เนื่องจากการขนส่งโดยรถของตนที่ใช้ในการขนส่งแต่ละคันตามที่กำหนดในกฎกระทรวง
กรณีที่มีการนำสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยรวมของรถที่ใช้ในการขนส่งหลาย ๆ คันมาแสดง ให้นายทะเบียนผู้รับเป็นหลักทรัพย์ในครั้งแรกเป็นผู้บันทึกข้อความการรับหลักทรัพย์ไว้ในต้นฉบับสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยต้นฉบับ และรับรองสำเนาสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยสำหรับรถที่ใช้ในการขนส่งที่ยังคงเหลืออยู่ของรถที่ใช้ในการขนส่งทุกคัน เพื่อมอบให้ผู้ประกอบการขนส่งนั้นนำไปใช้สำหรับการดำเนินการทางทะเบียนสำหรับรถคันอื่น ๆ ต่อไปด้วย
ในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งรายใดมีเหตุผล ความจำเป็นที่ไม่อาจนำต้นฉบับสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยมาแสดงได้ เนื่องจากมีข้อบังคับต้องนำต้นฉบับไปประกอบหลักฐานในการเบิกจ่ายตามระบบบัญชีแล้ว ก็ให้นำสำเนาคู่ฉบับมาแสดงแทนก็ได้ แต่ทั้งนี้ ต้องมีหนังสือยืนยันถึงเหตุผล ความจำเป็นดังกล่าวมาด้วย
ในกรณีที่ผู้ประกอบการขนส่งรายใดไม่อาจนำต้นฉบับสัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยมาวางเป็นหลักทรัพย์ได้ในคราวเดียวกันกับการยื่นคำขอจดทะเบียนหรือต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ ก็ให้นายทะเบียนใช้ดุลยพินิจรับเอกสารหลักฐานอื่นซึ่งแสดงให้เห็นหรือเชื่อได้ว่า ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งได้จัดทำประกันภัยไว้แล้วจริงก่อนก็ได้ แต่ทั้งนี้ ผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบการขนส่งรายนั้นต้องมีบันทึกยืนยันหรือรับรองว่าจะนำต้นฉบับพร้อมทั้งสำเนามาให้ในภายหลัง แต่อย่างช้าต้องไม่เกินกำหนดสามสิบวัน นับแต่วันยื่นคำขอ