ข้อ ๓
ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ที่ประสงค์จะขอหักจำนวนเงินภาษีการค้า
หรือภาษีสรรพสามิต
สำหรับสินค้าสินค้าที่ได้เสียภาษีดังกล่าวไว้แล้ว ปฏิบัติดังนี้
(๑) ยื่นคำขอต่ออธิบดี หรือสรรพสามิตจังหวัด
ตามแบบที่อธิบดีกำหนด (แบบ
ภษ. ๐๑-๒๔) โดย
(ก) ระบุชนิด และชื่อสินค้าที่ตนเป็นผู้ผลิต
พร้อมทั้งกำลังการผลิตสินค้า
ต่อหน่วย
(ข)
แจ้งสูตรหรือรายละเอียดกรรมวิธีการผลิตสินค้า
(ค) ระบุรายการสินค้าต่าง ๆ
ซึ่งจำเป็นที่จะต้องซื้อเพื่อใช้ในการผลิตสินค้า
ตาม (ก) และจำนวนที่ใช้ในการผลิตสินค้านั้น ๆ ต่อหน่วย
คำขอตามวรรคหนึ่งให้จัดทำขึ้น
๒ ฉบับ มีข้อความตรงกันและให้นำสำเนาหรือ
ภาพถ่ายใบทะเบียนสรรพสามิต หรือ ทะเบียนการค้า
หนังสือคำรับรองของนายทะเบียน
ห้างหุ้นส่วนบริษัท เอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
และตัวอย่างลายมือชื่อของผู้มีอำนาจลงนาม
รับรองในใบกำกับสินค้า (Invoice) ของผู้ขายด้วย
(๒)
ยื่นขออนุมัติซื้อสินค้าตาม (๑)
จากผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้า
หรือผู้ผลิตสินค้าต่ออธิบดีหรือสรรพสามิตจังหวัด
ตามแบบที่อธิบดีกำหนด (แบบ ภษ. ๐๑-๒๕)
ก่อนการซื้อสินค้านั้นทุกครั้ง
โดยแจ้งรายการปริมาณสินค้าที่จะซื้อ และให้ซื้อได้เท่าที่จำเป็นต้อง
ใช้ในการผลิตสินค้าของตนในระยะเวลาไม่เกิน ๓ เดือน
เว้นแต่อธิบดีจะสั่งเป็นอย่างอื่น
ในกรณีจำเป็นต้องซื้อสินค้าดังกล่าวในคราวต่อ
ๆ ไป ให้ยื่นคำขออนุมัติซื้อ
ล่วงหน้าเป็นเวลาไม่น้อยกว่า ๑ เดือน และไม่เกิน ๒
เดือนก่อนครบกำหนดระยะเวลาการผลิต
สินค้าตามวรรคหนึ่ง
คำขออนุมัติซื้อสินค้าตามวรรคหนึ่ง
ให้จัดทำขึ้น ๔ ฉบับมีข้อความตรงกันและ
ให้จัดทำใบกำกับสินค้าจำนวน ๔ ฉบับ
ซึ่งมีข้อความตรงกันแนบมาพร้อมด้วย
(๓)
ในกรณีที่ได้รับอนุมัติซื้อสินค้าในแต่ละครั้ง
อธิบดีจะคืนแบบคำขออนุมัติซื้อ
สินค้าตาม (๒) วรรคสาม ให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม ๓ ฉบับ
และให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
มอบให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมหรือผู้นำเข้าหรือผู้ผลิตสินค้าอื่น
ซึ่งเป็นผู้ขายสินค้านั้น ๒ ฉบับ
และอีก ๑ ฉบับ ให้เก็บรักษาไว้เป็นหลักฐาน
(๔)
ส่งรายการซื้อสินค้าในเดือนที่ล่วงมาแล้วของตนเอง และหนังสือรับรองการ
เสียภาษีสรรพสามิต ภาษีการค้า ตามแบบที่อธิบดีกำหนด (แบบ
ภษ. ๐๑-๒๗) ต่ออธิบดี หรือ
สรรพสามิตจังหวัด ตามแบบที่อธิบดีกำหนด (แบบ ภษ. ๐๑-๒๖)
ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป
ทุกเดือน โดยให้แจ้งรายการและปริมาณสินค้า
ที่ได้รับอนุมัติให้ซื้อสินค้าที่ได้ใช้ไปในการผลิต และ
สินค้าคงเหลือ
พร้อมกับสำเนาใบกำกับสินค้าของผู้ขายที่มีลายมือชื่อของบุคคลตาม (๑) วรรคสอง
รับรอง
พร้อมด้วยหลักฐานสำเนาหรือภาพถ่ายใบเสร็จภาษีการค้าหรือภาษีสรรพสามิต ซึ่งได้เสีย
ภาษีการค้าหรือภาษีสรรพสามิตสำหรับจำนวนสินค้านั้นแล้วด้วย