法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการกล่าวหา กล่าวโทษ หรือสอบสวนผู้ประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2546

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
30
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข

ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการกล่าวหา กล่าวโทษ

หรือสอบสวนผู้ประกอบโรคศิลปะ

พ.ศ. ๒๕๔๖

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ มาตรา ๑๓ (๒) และมาตรา ๔๓ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งมีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคลซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๓๙ มาตรา ๔๘ และมาตรา ๕๐ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขโดยคำแนะนำของคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะออกระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการกล่าวหา กล่าวโทษ หรือสอบสวน ผู้ประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“ความผิด” หมายความว่า การกระทำของผู้ประกอบโรคศิลปะที่ฝ่าฝืนมาตรา ๓๖ หรือประพฤติผิดข้อจำกัดและเงื่อนไขการประกอบโรคศิลปะตามมาตรา ๓๗ หรือประพฤติผิดจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพตามมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒

“คำกล่าวหา” หมายความว่า เรื่องที่ผู้ได้รับความเสียหายได้กล่าวหา ต่อคณะกรรมการวิชาชีพตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่ามีผู้ประกอบโรคศิลปะกระทำความผิดซึ่งก่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้เสียหายและการกล่าวหาเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ

“คำกล่าวโทษ” หมายความว่า เรื่องที่กรรมการวิชาชีพหรือบุคคลอื่นที่ไม่ใช่ผู้เสียหายได้กล่าวโทษต่อคณะกรรมการวิชาชีพตามพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ว่ามีผู้ประกอบโรคศิลปะกระทำความผิด และการกล่าวโทษเช่นนั้นได้กล่าวโดยมีเจตนาจะให้ผู้กระทำความผิดได้รับโทษ

“การสอบสวน” หมายความว่า การรวบรวมพยานหลักฐาน และการดำเนินการต่าง ๆ ซึ่งคณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนได้ทำไปตามอำนาจหน้าที่ เพื่อที่จะทราบข้อเท็จจริงหรือพิสูจน์การกระทำที่เป็นความผิดรวมถึงการให้ถ้อยคำของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษหรือพยานตลอดจนบันทึกคำกล่าวหา หรือคำกล่าวโทษด้วย

“สำนวนการสอบสวน” หมายความว่า บันทึกหรือเอกสารใดที่คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนจดไว้เป็นหลักฐานแห่งรายละเอียดทั้งหลายในการสอบสวนผู้ประกอบโรคศิลปะที่กระทำความผิด รวมถึงการให้ถ้อยคำของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษหรือพยานตลอดจนบันทึกคำกล่าวหา หรือคำกล่าวโทษด้วย

“พยานหลักฐาน” หมายความว่า พยานวัตถุ พยานเอกสาร หรือพยานบุคคล ตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

การกล่าวหาหรือกล่าวโทษ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้เสียหายที่จะกล่าวหาหรือผู้กล่าวโทษที่จะกล่าวโทษผู้ประกอบโรคศิลปะผู้ใดให้ทำคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อแล้วยื่นต่อคณะกรรมการวิชาชีพที่กองการประกอบโรคศิลปะโดยยื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ก็ได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะในฐานะกรรมการและเลขานุการเสนอเรื่องการกล่าวหาหรือกล่าวโทษต่อคณะกรรมการวิชาชีพ เพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การถอนคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษนั้น ให้ผู้กล่าวหาหรือผู้กล่าวโทษ แล้วแต่กรณี ทำเป็นหนังสือและลงลายมือชื่อยื่นต่อคณะกรรมการวิชาชีพที่กองการประกอบโรคศิลปะ โดยยื่นด้วยตนเองหรือส่งทางไปรษณีย์ก็ได้ แต่ทั้งนี้ไม่เป็นเหตุให้ระงับการสอบสวน

อายุความในการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ สิทธิในการกล่าวหาหรือกล่าวโทษสิ้นสุดลงในกรณีใดกรณีหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(๑) เมื่อพ้นกำหนดหนึ่งปี นับแต่วันที่ผู้ได้รับความเสียหายหรือผู้กล่าวโทษรู้เรื่องและรู้ตัวผู้ประพฤติผิด

(๒) เมื่อเกินสามปี นับแต่วันที่มีการกระทำความผิด

การสืบสวน

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อคณะกรรมการวิชาชีพได้รับคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษแล้ว คณะกรรมการวิชาชีพอาจแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบข้อเท็จจริงเพื่อพิจารณาข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายตามที่ปรากฏในคำกล่าวหา หรือคำกล่าวโทษ

ในกรณีแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบข้อเท็จจริง ตามวรรคหนึ่ง ให้คณะกรรมการวิชาชีพแต่ละสาขาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการอย่างน้อยหนึ่งคณะ ในแต่ละคณะประกอบด้วยอนุกรรมการวิชาชีพไม่น้อยกว่าสามคนและแต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธาน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบข้อเท็จจริง มีหน้าที่สืบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงแห่งกรณีที่มีการกล่าวหาหรือกล่าวโทษ เพื่อที่จะแสดงให้เห็นพฤติกรรมของผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษว่ามีมูลหรือไม่ แล้วให้สรุปความเห็นเสนอต่อคณะกรรมการวิชาชีพ เพื่อพิจารณาโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ในการเสนอรายงานความเห็นต่อคณะกรรมการวิชาชีพว่ากรณีมีมูลหรือไม่ ให้ถือตามความเห็นของอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบข้อเท็จจริงฝ่ายข้างมาก

ในกรณีที่อนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบข้อเท็จจริงผู้ใด มีความเห็นแตกต่างไปจากอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบข้อเท็จจริงฝ่ายข้างมาก และต้องการให้บันทึกความเห็นที่แตกต่างไว้ก็ให้กระทำได้

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ รายงานและความเห็นของคณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบข้อเท็จจริงที่เสนอต่อคณะกรรมการวิชาชีพอย่างน้อยต้องมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้

(๑) วัน เดือน ปี ที่สรุปรายงาน และความเห็น

(๒) ชื่อ ที่อยู่ ของผู้ประกอบโรคศิลปะที่ถูกกล่าวหา หรือถูกกล่าวโทษ

(๓) พฤติกรรมโดยย่อของผู้ประกอบโรคศิลปะที่ปรากฏในคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษ

(๔) หลักฐานที่รวบรวมมาได้

(๕) ความเห็นพร้อมทั้งเหตุผลที่แสดงว่าพฤติกรรมของผู้ประกอบโรคศิลปะที่ถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษใน (๓) มีมูลหรือไม่

(๖) ความเห็นแย้งของอนุกรรมการวิชาชีพ (ถ้ามี)

คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้คณะกรรมการวิชาชีพแต่ละสาขาแต่งตั้งคณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนอย่างน้อยหนึ่งคณะ ในแต่ละคณะประกอบด้วยอนุกรรมการวิชาชีพไม่น้อยกว่าสามคนและแต่งตั้งคนหนึ่งเป็นประธาน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ อนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนต้องมีคุณสมบัติ และไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในสาขาตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ยกเว้นอนุกรรมการวิชาชีพที่เป็นเลขานุการหรือผู้ช่วยเลขานุการของคณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน หรือบุคคลใดที่เชิญมาเป็นอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน

(๒) เป็นผู้ไม่เคยถูกสั่งพักใช้ใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะ หรือเพิกถอนใบอนุญาตประกอบโรคศิลปะในสาขานั้น ๆ

(๓) ไม่เป็นบุคคลล้มละลาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนมีอำนาจและหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) ทำการสอบสวนการกระทำความผิดของผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษ

(๒) ออกหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษ ผู้เสียหายหรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำหรือมีหนังสือแจ้งให้บุคคลใด ๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุที่จำเป็นแก่การดำเนินการของคณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน

(๓) สรุปผลการสอบสวนและเสนอสำนวนการสอบสวน พร้อมทั้งความเห็นต่อคณะกรรมการวิชาชีพเพื่อวินิจฉัยชี้ขาด

การสอบสวน

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เมื่อคณะกรรมการวิชาชีพพิจารณาเห็นว่ากรณีมีมูล ให้กรรมการและเลขานุการของคณะกรรมการวิชาชีพส่งเรื่องดังกล่าวให้ประธานอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้ประธานอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนออกหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้ พร้อมทั้งส่งสำเนาเรื่องที่กล่าวหาหรือกล่าวโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือกล่าวโทษทราบไม่น้อยกว่าสิบห้าวันก่อนวันเริ่มทำการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การออกหนังสือเรียก ให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ผู้เสียหายหรือบุคคลใด ๆ มาให้ถ้อยคำตามข้อ ๑๔ (๒) ให้เป็นไปตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การออกหนังสือแจ้งให้บุคคลใด ๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุที่จำเป็นตามข้อ ๑๔ (๒) ให้เป็นไปตามแบบแนบท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การส่งหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ การส่งหนังสือเรียกมาให้ถ้อยคำหรือการส่งหนังสือแจ้งให้บุคคลใด ๆ ส่งเอกสารหรือวัตถุที่จำเป็น ให้ส่งแก่ผู้นั้นตามที่อยู่ที่ปรากฏในทะเบียนผู้ประกอบโรคศิลปะหรือในทะเบียนราษฎร์โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ มีสิทธิทำคำชี้แจงหรือนำพยานหลักฐานใด ๆ มาให้คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน

คำชี้แจงหรือพยานหลักฐานดังกล่าวในวรรคหนึ่ง ให้ยื่นต่อประธานอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนภายในสิบห้าวัน นับแต่วันที่ได้รับแจ้งจากประธานอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน หรือภายในกำหนดเวลาที่คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนขยายให้

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ถ้าผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ไม่มาให้คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนทำการสอบสวน ณ สถานที่ วัน เดือน ปี และเวลาที่แจ้งให้ทราบในหนังสือแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษ หรือภายในกำหนดเวลาที่ได้ขยายให้หรือไม่ทำคำชี้แจงหรือไม่นำพยานหลักฐานใด ๆ ตามข้อ ๒๐ ให้คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนดำเนินการสอบสวนต่อไปตามพยานหลักฐานที่มีอยู่ เว้นแต่มีความจำเป็นอันไม่อาจจะก้าวล่วงเสียได้ และผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษได้แจ้งแล้วก็ให้ขยายเวลาได้อีกตามสมควร

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในการสอบสวนผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษ ให้คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน ถามชื่อตัว ชื่อสกุล และแจ้งข้อกล่าวหาหรือข้อกล่าวโทษให้ผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษทราบ และต้องบอกให้ทราบก่อนว่าถ้อยคำที่ได้ให้ไว้อาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการพิจารณาการกระทำความผิดได้ เมื่อผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษเต็มใจให้การอย่างใดก็ให้จดคำให้การไว้ แต่ถ้าไม่เต็มใจให้การก็ให้บันทึกไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ผู้เสียหาย หรือบุคคลใด ๆ ที่ถูกเรียกมาให้ถ้อยคำ ให้คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนถามปากคำบุคคลนั้นไว้

การถามปากคำตามวรรคหนึ่ง คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนจะให้ผู้ให้ถ้อยคำสาบานหรือปฏิญาณตัวเสียก่อนก็ได้

ห้ามมิให้คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน ทำหรือจัดให้ทำการใด ๆ ซึ่งเป็นการล่อลวงหรือขู่เข็ญ หรือให้สัญญากับผู้ถูกกล่าวหาหรือผู้ถูกกล่าวโทษหรือผู้มาให้ถ้อยคำ เพื่อจูงใจให้เขาให้การหรือไม่ให้การหรือเพื่อให้ถ้อยคำหรือไม่ให้ถ้อยคำอย่างใด ๆ ในเรื่องที่ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษ

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ การสอบสวนให้ใช้ภาษาไทย แต่ถ้าจำเป็นต้องแปลภาษาไทยเป็นภาษาต่างประเทศหรือภาษาต่างประเทศเป็นภาษาไทยจะใช้ล่ามแปลก็ได้

ก่อนที่ล่ามจะทำหน้าที่แปล ล่ามต้องสาบานหรือปฏิญาณตนว่าจะทำหน้าที่โดยสุจริตใจจะไม่เพิ่มเติมหรือตัดทอนสิ่งที่แปล

เมื่อมีล่ามแปลคำให้การ คำพยานหรืออื่น ๆ ล่ามต้องแปลให้ถูกต้องและให้ล่ามลงลายมือชื่อในคำแปลนั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ สำนวนการสอบสวน ต้องระบุสถานที่ วัน เดือน ปี ที่จัดทำ นามและตำแหน่งของผู้ทำบันทึก และอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนทุกคนลงลายมือชื่อรับรองไว้ในสำนวนการสอบสวน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ คณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน เมื่อทำการสอบสวนเสร็จสิ้นแล้วให้สรุปการสอบสวน รวบรวมเอกสารพยานหลักฐานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องพร้อมทั้งความเห็นและเสนอสำนวนการสอบสวนต่อคณะกรรมการวิชาชีพ โดยไม่ชักช้าเพื่อวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

การพิจารณาของคณะกรรมการวิชาชีพ

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อคณะกรรมการวิชาชีพได้รับสำนวนการสอบสวน และความเห็นของคณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวนแล้ว ให้คณะกรรมการวิชาชีพพิจารณาสำนวนการสอบสวนและวินิจฉัยโดยไม่ชักช้า

ถ้าเห็นว่าสำนวนการสอบสวนยังไม่สมบูรณ์เพียงพอที่จะวินิจฉัย หรือจะต้องมีพยานหลักฐานเพิ่มเติม ก็ให้ส่งกลับไปยังคณะอนุกรรมการวิชาชีพซึ่งทำหน้าที่สอบสวน เพื่อทำการสอบสวนหรือหาพยานหลักฐานเพิ่มเติม

ถ้าเห็นว่าสำนวนการสอบสวนสมบูรณ์เพียงพอที่จะวินิจฉัย ให้คณะกรรมการวิชาชีพวินิจฉัย ดังนี้

(๑) ยกคำกล่าวหาหรือคำกล่าวโทษ

(๒) ลงโทษอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้

(ก) ว่ากล่าวตักเตือน

(ข) ภาคทัณฑ์

(ค) พักใช้ใบอนุญาตมีกำหนดเวลาตามที่เห็นสมควรแต่ไม่เกินสองปี

(ง) เพิกถอนใบอนุญาต

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการวิชาชีพตามข้อ ๒๗ ให้ทำเป็นหนังสือพร้อมด้วยเหตุผลทั้งข้อเท็จจริงอันเป็นสาระสำคัญและข้อกฎหมายที่อ้างอิง ข้อพิจารณาและข้อสนับสนุนในการใช้ดุลพินิจวินิจฉัยและต้องลงลายมือชื่อกรรมการวิชาชีพที่วินิจฉัย และมาประชุมในวาระนั้น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ ให้ผู้อำนวยการกองการประกอบโรคศิลปะ มีหนังสือแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการวิชาชีพ ไปยังผู้ถูกกล่าวหาหรือถูกกล่าวโทษ และคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะเพื่อทราบภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่มีคำวินิจฉัย รวมทั้งให้บันทึกข้อความตามคำสั่งนั้นไว้ในทะเบียนผู้ประกอบโรคศิลปะ

ให้ผู้ได้รับวินิจฉัยลงโทษตามข้อ ๒๗ (๒) (ค) และ (ง) มีสิทธิอุทธรณ์เป็นหนังสือต่อคณะกรรมการการประกอบโรคศิลปะได้ ตามมาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติการประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. ๒๕๔๒ ภายในสามสิบวันนับแต่วันรับทราบคำสั่ง

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การดำเนินการใด ๆ ที่ระเบียบนี้ไม่ได้กำหนดหลักเกณฑ์ไว้ ให้นำบทบัญญัติตามกฎหมายว่าด้วยวิธีปฏิบัติราชการทางปกครองมาใช้บังคับ

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

สุดารัตน์ เกยุราพันธุ์

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข

สุกัญญา/จัดทำ

๒๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

ก้องเกียรติ/จัดทำ

๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๒

โชติกานต์/ปรับปรุง

๑๔ พฤศจิกายน ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐/ตอนพิเศษ ๔๘ ง/หน้า ๗/๒๔ เมษายน ๒๕๔๖

30 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงสาธารณสุข ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการกล่าวหา กล่าวโทษ หรือสอบสวนผู้ประกอบโรคศิลปะ พ.ศ. 2546 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6d660e7c6d325129

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com