มาตรา ๓ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น ๗. ๘. และ ๙. ในหัวข้อเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐ
ตามลำดับของมาตรา ๓ แห่งพระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๔๒ พ.ศ. ๒๕๔๒ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกากำหนดเจ้าหน้าที่ของรัฐและผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐตามพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๔๒ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๓
๗.
ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา ๗.
ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
๘.
เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน ๘.
ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
ของรัฐสภา กรณีที่มีผู้ตรวจการแผ่นดินของ
รัฐสภามากกว่าหนึ่งคนให้เป็น
อำนาจของผู้ตรวจการแผ่นดิน
ของรัฐสภา
ซึ่งได้รับมอบหมาย
๙. รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการ เลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการ
แผ่นดินของรัฐสภา
และพนักงานของ แผ่นดินของรัฐสภา
สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
ชวน หลีกภัย
นายกรัฐมนตรี
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ เนื่องจากได้มีการกำหนดให้มีผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
และจัดตั้งสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาขึ้นตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
พ.ศ. ๒๕๔๒ ให้เป็นหน่วยงานของรัฐ และมีฐานะเป็นนิติบุคคล เพื่อทำหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับกิจการทั่วไปของผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
โดยมีเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา รองเลขาธิการสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภา
และพนักงานของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาเป็นเจ้าหน้าที่ในการปฏิบัติการดังกล่าว
และโดยที่มาตรา ๔ (๑๖) และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติบัตรประจำตัวเจ้าหน้าที่ของรัฐ
พ.ศ. ๒๕๔๒ กำหนดบทนิยามว่า เจ้าหน้าที่ของรัฐ
ให้หมายความรวมถึงข้าราชการ พนักงาน หรือเจ้าหน้าที่อื่นซึ่งมีพระราชกฤษฎีกากำหนดให้เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐและให้กำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐด้วย
สมควรกำหนดให้ผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาและเจ้าหน้าที่ของสำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดินของรัฐสภาผู้ดำรงตำแหน่งดังกล่าวเป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐปฏิบัติหน้าที่โดยมีบัตรประจำตัวสำหรับเจ้าหน้าที่ของรัฐและกำหนดผู้มีอำนาจออกบัตรประจำตัวไว้ด้วย
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
ปณต/ปรับปรุง
๕
พฤศจิกายน ๒๕๕๓
[๑]
ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๗/ตอนที่ ๑๑๙ ก/หน้า ๖/๒๐ ธันวาคม ๒๕๔๓