法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี

ว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการการเมือง

พ.ศ. ๒๕๕๒[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๖ และมาตรา ๗ แห่งพระราชบัญญัติเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน พุทธศักราช ๒๔๗๘ นายกรัฐมนตรีออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบข้าราชการการเมือง กับการแต่งเครื่องแบบให้เป็นไปตามที่กำหนดในกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

เครื่องแบบทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ เครื่องแบบข้าราชการการเมือง มี ๒ ชนิด คือ

(๑) เครื่องแบบปฏิบัติราชการ มี ๔ ประเภท

(ก) เครื่องแบบสีกากีคอพับ

(ข) เครื่องแบบสีกากีคอแบะ

(ค) เครื่องแบบสีกากีแกมเขียวคอแบะ

(ง) เครื่องแบบสีขาวคอพับ

(๒) เครื่องแบบพิธีการมี ๕ ประเภท

(ก) เครื่องแบบปกติขาว

(ข) เครื่องแบบปกติกากีคอตั้ง

(ค) เครื่องแบบครึ่งยศ

(ง) เครื่องแบบเต็มยศ

(จ) เครื่องแบบสโมสร

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ เครื่องแบบปฏิบัติราชการ

(๑) เครื่องแบบสีกากีคอพับ ประกอบด้วย

(ก) หมวก

ข้าราชการการเมืองชายตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีกากี กะบังหน้าหมวกทำด้วยสักหลาดสีดำ ที่ขอบโค้งของกะบังหน้าหมวกปักด้วยดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกลางของกะบังหน้าหมวก มีระยะห่างกันพองามตามภาพท้ายกฎ พื้นกะบังหน้าหมวกด้านล่างสีดำ สายรัดคางสีทองกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวก ข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีดำคาดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง ๓ แถบ แถบใหญ่กว้างประมาณ ๑.๒ เซนติเมตร ๒ แถบ ที่ขอบบนและขอบล่างของผ้าพันหมวก แถบเล็กกว้างประมาณ ๖ มิลลิเมตร อยู่ระหว่างกลางของแถบใหญ่ ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูงประมาณ ๕.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีดำ

ข้าราชการการเมืองหญิงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีกากี แต่เป็นทรงอ่อนพับปีก ผ้าพันหมวกสีดำ ตรงกลางด้านหน้าของผ้าพันหมวก ปักด้วยดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ มีระยะห่างกันพองามตามภาพท้ายกฎ ล้อมด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง ๓ แถบ แถบใหญ่กว้างประมาณ ๑.๒ เซนติเมตร ๒ แถบ ที่ขอบบนและขอบล่างของผ้าพันหมวก แถบเล็กกว้างประมาณ ๖ มิลลิเมตร อยู่ระหว่างกลางของแถบใหญ่ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ ปักดิ้นสีทอง สูงประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีดำ

ข้าราชการการเมืองชายตำแหน่งอื่น ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีกากี กะบังหน้าหมวกทำด้วยสักหลาดสีดำ ที่ขอบโค้งของกะบังหน้าหมวกปักด้วยดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ โดยปักหรือทำมาบรรจบกันที่ตรงกลางของกะบังหน้าหมวกมีระยะห่างกันพองามตามภาพท้ายกฎ พื้นกะบังหน้าหมวกด้านล่างสีดำ สายรัดคางสีทองกว้างประมาณ ๑ เซนติเมตร มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้างหมวก ข้างละ ๑ ดุม ผ้าพันหมวกสีดำคาดแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้างประมาณ ๖ มิลลิเมตร ๒ แถบ ที่กลางผ้าพันหมวก มีระยะห่างกันประมาณ ๘ มิลลิเมตร ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูงประมาณ ๕.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีดำ

ข้าราชการการเมืองหญิงตำแหน่งอื่น ให้ใช้หมวกทรงหม้อตาลสีกากี แต่เป็นทรงอ่อนพับปีก ผ้าพันหมวกสีดำ ตรงกลางด้านหน้าของผ้าพันหมวกปักด้วยดิ้นทองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ มีระยะห่างกันพองามตามภาพท้ายกฎ ล้อมด้วยแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองกว้างประมาณ ๖ มิลลิเมตร ๒ แถบ ที่กลางผ้าพันหมวกมีระยะห่างกันประมาณ ๘ มิลลิเมตร ที่หน้าหมวกติดตราครุฑพ่าห์ปักดิ้นสีทอง สูงประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร บนหมอนสักหลาดสีดำ

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

(ข) เสื้อ

ข้าราชการการเมืองชาย ให้ใช้เสื้อคอพับสีกากีแขนยาวรัดข้อมือ มีดุมที่ข้อมือข้างละ ๑ ดุม หรือแขนสั้น ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีสาบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ติดดุมตามแนวอกเสื้อ ๕ ดุม ระยะห่างกันพอสมควร มีกระเป๋าเย็บติดที่หน้าอกเสื้อข้างละ ๑ กระเป๋า ที่กระเป๋าเสื้อมีแถบอยู่ตรงกลางตามทางดิ่งกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร มีใบปกกระเป๋าเป็นรูปมนชายกลางแหลม หรือเป็นกระเป๋าเสื้อชนิดไม่มีแถบกลางกระเป๋าและใบปกกระเป๋าเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า มุมกระเป๋าและมุมปกกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม ที่ปากกระเป๋าทั้งสองข้างติดดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋าติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง ไหล่เสื้อมีหูสำหรับประดับอินทรธนูเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง ๆ ละ ๒ หู ในช่วงอากาศร้อนให้ใช้เสื้อเป็นแบบคอแบะแขนสั้นได้

ดุมที่ใช้กับเสื้อมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ

ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกะลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

ข้าราชการการเมืองหญิง ให้ใช้เสื้อได้ ๓ แบบ

แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของข้าราชการการเมืองชาย

แบบที่ ๒ เสื้อคอพับสีกากีสีอ่อนกว่ากระโปรงหรือสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ มีสาบกว้างประมาณ ๒.๕ เซนติเมตร แขนยาวรัดข้อมือขอบปลายแขนกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร หรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อยตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร เดินคิ้วด้านหน้าเสื้อต่อจากเส้นบ่า มีตะเข็บผ่านกลางอกยาวตลอดตัว ทั้งสองด้านมีดุมสีเดียวกับสีเสื้อ ๕ ดุม ด้านหลังจากเส้นต่อบ่าหลังมีตะเข็บผ่านตามตัวเสื้อทั้งสองด้านเช่นเดียวกับด้านหน้า ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง ไหล่เสื้อมีหูสำหรับประดับอินทรธนูเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง ๆ ละ ๒ หู ให้สวมสอดชายเสื้อไว้ในขอบกระโปรง

แบบที่ ๓ เสื้อคอพับปล่อยเอวสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุมโลหะ สีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๔ ดุม แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือข้อศอกเล็กน้อยตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร มีคิ้วหน้าหลังเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ และมีเส้นแนวตะเข็บเช่นเดียวกับแบบที่ ๒ ทั้งหน้าหลัง ความยาวของเสื้อให้คลุมสะโพกพองาม ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง ไหล่เสื้อมีหูสำหรับประดับอินทรธนูเย็บติดกับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้าง ๆ ละ ๒ หู ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกงและคาดเข็มขัดตาม (จ) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ

ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อแบบที่ ๑ หรือแบบที่ ๒ โดยใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาว ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

(ค) อินทรธนู ให้ใช้อินทรธนูแข็ง มีเครื่องหมายบนอินทรธนู ดังต่อไปนี้

ข้าราชการการเมืองชายตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ใช้อินทรธนูแข็ง ทำด้วยสักหลาดสีดำเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าเรียวจากไหล่ไปทางคอ ปลายมน ด้านไหล่กว้างประมาณ ๕.๕ เซนติเมตร ด้านคอกว้างประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๒.๕ เซนติเมตร ตอนปลายติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็ก ตราครุฑพ่าห์ ๑ ดุม มีดิ้นทองปักเป็นลายถักเต็มแผ่นอินทรธนู มีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทองขนาดสูงประมาณ ๒.๙ เซนติเมตร ติดทับกึ่งกลางบนแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองตามภาพท้ายกฎ

ข้าราชการการเมืองหญิงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ใช้อินทรธนูแข็งเช่นเดียวกับข้าราชการการเมืองชายตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ด้านไหล่กว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ด้านคอกว้างประมาณ ๔ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๑.๕ เซนติเมตร

ข้าราชการการเมืองชายตำแหน่งอื่น ให้ใช้อินทรธนูแข็งทำด้วยสักหลาดสีดำเป็นแผ่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าปลายรวบ กว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๒.๕ เซนติเมตร ที่ปลายรวบติดดุมโลหะสีทองขนาดเล็กตราครุฑพ่าห์ ๑ ดุม มีแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทอง กว้าง ๕ เซนติเมตร ตรึงด้านบนเต็มแผ่นอินทรธนู มีตราครุฑพ่าห์ทำด้วยโลหะสีทองขนาดสูงประมาณ ๒.๙ เซนติเมตร ติดทับที่กึ่งกลางบนแถบไหมทองหรือวัตถุเทียมไหมทองตามภาพท้ายกฎ

ข้าราชการการเมืองหญิงตำแหน่งอื่น ให้ใช้อินทรธนูแข็งเช่นเดียวกับข้าราชการการเมืองชายตำแหน่งอื่น แต่กว้างประมาณ ๔.๕ เซนติเมตร ยาวประมาณ ๑๑.๕ เซนติเมตร

(ง) กางเกง กระโปรง

ข้าราชการการเมืองชาย ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีกากีขายาว ไม่พับปลายขา

ข้าราชการการเมืองหญิง ให้ใช้กางเกง หรือกระโปรงสีกากีได้ ๕ แบบ

แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบกางเกงของข้าราชการการเมืองชาย

แบบที่ ๒ กางเกงขายาว ขาตรง ไม่มีลวดลาย ขอบกางเกงกว้างประมาณ ๑ นิ้ว มีหรือไม่มีกระเป๋าก็ได้ มีซิปด้านหน้าหรือด้านข้าง ไม่พับปลายขา

แบบที่ ๓ กระโปรงยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย

แบบที่ ๔ กระโปรงมีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ ยาวครึ่งเข่า ปลายบานเล็กน้อย

แบบที่ ๕ กระโปรงกางเกง แบบกางเกงยาวครึ่งเข่า มีตะเข็บหน้า ๒ ตะเข็บ ตะเข็บหลัง ๒ ตะเข็บ มีจีบกระทบด้านหน้าและด้านหลัง

สำหรับข้าราชการการเมืองหญิงมุสลิม หากใช้กระโปรงหรือกระโปรงกางเกงตามแบบที่ ๓ แบบที่ ๔ หรือแบบที่ ๕ จะให้ยาวคลุมข้อเท้าก็ได้

(จ) เข็มขัด

ข้าราชการการเมืองชาย ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากี กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าทางนอนปลายมน กว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ยาว ๕ เซนติเมตร มีรูปครุฑดุนนูนอยู่กึ่งกลางหัวเข็มขัด ไม่มีเข็มสำหรับสอดรู ปลายเข็มขัดหุ้มด้วยโลหะสีทอง กว้าง ๑ เซนติเมตร

ข้าราชการการเมืองหญิง ให้ใช้เข็มขัดได้ ๒ แบบ

แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเข็มขัดของข้าราชการการเมืองชาย

แบบที่ ๒ เข็มขัดผ้าสีกากีสีเดียวกับสีเสื้อ กว้าง ๔.๕ เซนติเมตร หัวสี่เหลี่ยมหุ้มผ้าใช้คาดทับเสื้อแบบปล่อยชาย

(ฉ) รองเท้า ถุงเท้า

ข้าราชการการเมืองชาย ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูกหรือหุ้มข้อหนังสีดำ ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีดำ

ข้าราชการการเมืองหญิง ถ้าใช้กางเกงให้ใช้รองเท้าหุ้มส้น หนังสีดำปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสั้นสีดำ ถ้าใช้กระโปรงให้ใช้รองเท้าส้นสูงสีดำ ปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

(ช) เครื่องหมายแสดงสังกัด

ข้าราชการการเมืองตำแหน่งรัฐมนตรี ให้มีเครื่องหมายรูปตราราชสีห์คชสีห์รักษาพานประดิษฐานรัฐธรรมนูญทำด้วยโลหะโปร่งสีทองไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร

ข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่น ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัด เป็นรูปตรากระทรวงหรือทบวงที่ข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่นนั้นสังกัด ทำด้วยโลหะโปร่งสีทองไม่มีขอบสูง ๒ เซนติเมตร

ข้าราชการการเมืองชาย ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง สำหรับข้าราชการการเมืองหญิง ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(๒) เครื่องแบบสีกากีคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวก ให้ใช้หมวกเช่นเดียวกับเครื่องแบบสีกากีคอพับ

(ข) เสื้อ

ข้าราชการการเมืองชายให้ใช้เสื้อสีกากีคอแบะแบบคอตื้น แขนสั้น ปล่อยเอว ตัวเสื้อผ่าอกตลอด มีดุมที่อกเสื้อ ๔ ดุม มีกระเป๋าเย็บติดภายนอกเป็นกระเป๋าบนและล่างอย่างละสองกระเป๋า กระเป๋าบนมีใบปกมนชายกลางแหลม มีแถบกว้าง ๓.๕ เซนติเมตร ตรงกึ่งกลางกระเป๋าทางดิ่ง กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัด ที่ปากกระเป๋าทั้งสองกระเป๋ามีดุมข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า ที่เอวด้านหลังคาดด้วยผ้าสีเดียวกับสีเสื้อขนาดกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ชายเสื้อที่ตะเข็บกลางหลังเปิดไว้ถึงผ้าคาดเอว และติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอเสื้อด้านหน้าทั้งสองข้าง

ดุมที่ใช้กับเสื้อมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

ข้าราชการการเมืองหญิง ให้ใช้เสื้อได้ ๒ แบบ

แบบที่ ๑ อนุโลมตามแบบเสื้อของข้าราชการการเมืองชาย

แบบที่ ๒ เสื้อคอแบะปล่อยเอวสีกากีสีเดียวกับกระโปรงหรือกางเกง ผ่าอกตลอดตัวเสื้อ ไม่มีสาบ ด้านหน้ามีคิ้วตามสาบ มีดุมทำด้วยโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๓ ดุม แขนยาวจรดข้อมือหรือแขนสั้นเหนือศอกเล็กน้อย ตลบชายกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ต่อด้านหน้าและด้านหลังยาวตามตัว ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่ปกคอแบะทั้งสองข้าง และมีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า ให้ปล่อยชายเสื้อทับกระโปรงหรือกางเกง และคาดเข็มขัดตาม (จ) แบบที่ ๒ ทับเอวเสื้อ

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

(ค) อินทรธนู กางเกง กระโปรง เข็มขัด รองเท้า ถุงเท้า ให้ใช้เช่นเดียวกับเครื่องแบบสีกากีคอพับ

(๓) เครื่องแบบสีกากีแกมเขียวคอแบะ ประกอบด้วย

(ก) หมวก

ข้าราชการการเมืองชายและหญิงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ใช้หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว ที่หน้าหมวกเหนือแก๊ปติดตราครุฑพ่าห์ปักด้วยด้ายหรือไหมสีเหลือง สูง ๓.๕ เซนติเมตร ที่ขอบโค้งของกะบังหน้าหมวกปักด้วยด้ายหรือไหมสีเหลืองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ลักษณะเดียวกับช่อชัยพฤกษ์ของหมวกสำหรับเครื่องแบบสีกากีคอพับ

ข้าราชการการเมืองชายและหญิงตำแหน่งอื่น ให้ใช้หมวกแก๊ปทรงอ่อนสีกากีแกมเขียว ที่หน้าหมวกเหนือแก๊ปติดตราครุฑพ่าห์ปักด้วยด้ายหรือไหมสีเหลือง สูง ๓.๕ เซนติเมตร ที่ขอบโค้งของกะบังหน้าหมวกปักด้วยด้ายหรือไหมสีเหลืองเป็นรูปช่อชัยพฤกษ์ลักษณะเดียวกับช่อชัยพฤกษ์ของหมวกสำหรับเครื่องแบบสีกากีคอพับ

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

(ข) เสื้อ

ข้าราชการการเมืองชายและหญิง ให้ใช้เสื้อคอเปิดสีกากีแกมเขียวทรงกระบอก ไม่มีสาบอก ที่คอและแนวอกมีดุม ๖ ดุม ขัดดุมปิดคอได้ มีลิ้นปิดอกแขนยาวแบบทรงกระบอก ที่อกและตอนล่างของเสื้อมีกระเป๋า ไม่มีสาบปะข้างละ ๑ กระเป๋า มุมกระเป๋าและปากกระเป๋าเป็นรูปตัดพองาม มีปกขัดดุมเสื้อข้างละ ๑ ดุม ชายเสื้อตัดตรงไม่มีเว้า กระเป๋าล่างเป็นกระเป๋าย่ามมีใบปกรูปตัด ที่ปากกระเป๋าทั้งสองกระเป๋ามีดุมที่ปากกระเป๋าข้างละ ๑ ดุม สำหรับขัดกับใบปกกระเป๋า

ดุมที่ใช้กับเสื้อมีลักษณะเป็นรูปกลมแบน ทำด้วยวัตถุสีเดียวกับสีเสื้อ

สำหรับข้าราชการการเมืองตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ปักเครื่องหมายแสดงสังกัดด้วยด้ายหรือไหมสีเหลืองเป็นรูปตราราชสีห์คชสีห์รักษาพานประดิษฐานรัฐธรรมนูญที่ปกคอเสื้อทั้งสองข้าง สำหรับข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่น ให้ปักเครื่องหมายแสดงสังกัดด้วยด้ายหรือไหมสีเหลืองเป็นรูปตรากระทรวงหรือทบวง ที่ข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่นนั้นสังกัดที่ปกคอเสื้อทั้งสองข้าง

(ค) กางเกง

ข้าราชการการเมืองชายและหญิง ให้ใช้กางเกงขายาวสีกากีแกมเขียว ไม่พับปลายขา ที่แนวตะเข็บกางเกงด้านข้างเป็นกระเป๋าปะ ปากกระเป๋าเฉียงไม่มีปกและจะมีกระเป๋าหลังเป็นกระเป๋าปะมีปกขัดดุมกระเป๋าละ ๑ ดุม ด้วยก็ได้ ตะเข็บกางเกงทุกตะเข็บจะต้องเป็นตะเข็บคู่

(ง) เข็มขัด

ข้าราชการการเมืองชายและหญิง ให้ใช้เข็มขัดทำด้วยด้ายถักสีกากีแกมเขียว กว้าง ๓ เซนติเมตร หัวเข็มขัดและปลายเข็มขัด ให้มีลักษณะเช่นเดียวกับเข็มขัดของเครื่องแบบสีกากีคอพับ

(จ) รองเท้า

ข้าราชการการเมืองชายและหญิง ให้ใช้รองเท้าสูงครึ่งน่อง สีกากีแกมเขียวหรือสีดำ มีรูร้อยเชือก

(๔) เครื่องแบบสีขาวคอพับ ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสีกากีคอพับ เว้นแต่สีของหมวก เสื้อ และกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีขาว เข็มขัดทำด้วยหนังหรือด้ายถักสีดำ รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำ ในช่วงอากาศร้อน ให้ใช้เสื้อเป็นแบบคอแบะแขนสั้นได้

ในโอกาสไปงานพิธี ให้ใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาวผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี สอดชายผ้าผูกคอไว้ภายในเสื้อใต้ดุมเม็ดที่สอง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เครื่องแบบพิธีการ

(๑) เครื่องแบบปกติขาว ประกอบด้วย

(ก) หมวก

มีลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสีกากีคอพับ เว้นแต่สีของหมวก ผ้าพันหมวก และหมอนสักหลาดสำหรับปักครุฑพ่าห์เป็นสีขาว

การสวมหมวกให้สวมในโอกาสอันควร

(ข) เสื้อ

ข้าราชการการเมืองชาย ให้ใช้เสื้อแบบราชการสีขาว ใช้ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ ๕ ดุม

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเหนือกระเป๋าบนซ้ายด้วย

ข้าราชการการเมืองหญิง ให้ใช้เสื้อนอกคอแบะสีขาวแบบคอป้านแขนยาวจรดข้อมือ มีตะเข็บหลัง ๔ ตะเข็บ ที่แนวสาบอกมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลาง ๑.๕ เซนติเมตร ๕ ดุม มีกระเป๋าล่างข้างละ ๑ กระเป๋า เป็นกระเป๋าเจาะเฉียงเล็กน้อย ไม่มีใบปกกระเป๋า และให้ใช้เสื้อคอพับแขนยาวสีขาวผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนกลาสี

ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้ประดับแพรแถบเครื่องราชอิสริยาภรณ์ที่อกเสื้อเบื้องซ้ายด้วย

(ค) อินทรธนู

ข้าราชการการเมืองชายตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ใช้อินทรธนูแข็งกว้างประมาณ ๕ เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบ่า พื้นสักหลาดสีดำปักดิ้นสีทองเป็นลายช่อชัยพฤกษ์เต็มแผ่นอินทรธนู ติดทับเสื้อเหนือบ่าทั้งสองข้างจากไหล่ไปคอ ด้านคอปลายมน ติดดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็ก

ข้าราชการการเมืองหญิงตำแหน่งรัฐมนตรี ให้ใช้อินทรธนูแข็งเช่นเดียวกับข้าราชการการเมืองชายตำแหน่งรัฐมนตรี แต่ด้านไหล่กว้างประมาณ ๔ เซนติเมตร ยาวตามความยาวของบ่า

ข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่น ให้ใช้อินทรธนูขนาดเดียวกับข้าราชการการเมืองตำแหน่งรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี มีแถบสีทองกว้าง ๕ มิลลิเมตร เป็นขอบโดยรอบและปักดิ้นสีทองลายช่อชัยพฤกษ์ยาวตลอดส่วนกลางของอินทรธนู ทั้งนี้ ยกเว้น ข้าราชการการเมืองที่มีกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบใช้บังคับโดยเฉพาะ

(ง) กางเกง กระโปรง

ข้าราชการการเมืองชาย ให้ใช้กางเกงแบบราชการสีขาว ขายาวไม่พับปลายขา

ข้าราชการการเมืองหญิง ให้ใช้กระโปรงสีขาวยาวปิดเข่า ปลายบานเล็กน้อย สำหรับข้าราชการการเมืองหญิงมุสลิม ให้ยาวคลุมข้อเท้าก็ได้

(จ) รองเท้า ถุงเท้า

ข้าราชการการเมืองชาย ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำชนิดผูก ไม่มีลวดลาย ถุงเท้าสีดำ

ข้าราชการการเมืองหญิง ให้ใช้รองเท้าหุ้มส้นหนังสีดำปิดปลายเท้า ไม่มีลวดลาย ส้นสูงไม่เกิน ๑๐ เซนติเมตร ถุงเท้ายาวสีเนื้อ

(ฉ) เครื่องหมายแสดงสังกัด

ข้าราชการการเมืองตำแหน่งรัฐมนตรี ให้มีเครื่องหมายรูปตราราชสีห์คชสีห์รักษารัฐธรรมนูญทำด้วยโลหะโปร่งสีทองไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร

ข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่น ให้มีเครื่องหมายแสดงสังกัด เป็นรูปตรากระทรวงหรือทบวงที่ข้าราชการการเมืองตำแหน่งอื่นนั้นสังกัด ทำด้วยโลหะโปร่งสีทองไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร

ข้าราชการการเมืองชาย ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอเสื้อตอนหน้าทั้งสองข้าง สำหรับข้าราชการการเมืองหญิง ให้ติดเครื่องหมายแสดงสังกัดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้าง เหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(๒) เครื่องแบบปกติสีกากีคอตั้ง ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว เว้นแต่สีของหมวก ผ้าพันหมวก หมอนสักหลาดสำหรับปักครุฑพ่าห์ เสื้อและกางเกงหรือกระโปรงเป็นสีกากี

(๓) เครื่องแบบครึ่งยศ ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับครื่องแบบปกติขาว เว้นแต่กางเกงให้ใช้ผ้าสักหลาดหรือเสิร์ทสีดำ มีแถบไหมสีดำกว้างประมาณ ๑.๘ เซนติเมตร ๒ แถบ ห่างกันประมาณ ๘ มิลลิเมตร ติดด้านข้างตามความยาวของกางเกง ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์

ข้าราชการการเมืองหญิง ให้ใช้กระโปรงผ้าสักหลาดหรือเสิร์ทสีดำ

(๔) เครื่องแบบเต็มยศ ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบครึ่งยศสวมสายสะพาย (ถ้ามี)

(๕) เครื่องแบบสโมสร

เครื่องแบบสโมสรสำหรับข้าราชการการเมืองชาย มี ๓ แบบ คือ

(ก) เครื่องแบบสโมสร ก. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบเต็มยศ

(ข) เครื่องแบบสโมสร ข. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ก. เว้นแต่เสื้อ ให้ใช้เสื้อสโมสรสีขาว ทำด้วยผ้าสักหลาดหรือเสิร์ท เปิดอก ปาดเอว ประดับอินทรธนูเช่นเดียวกับเครื่องแบบปกติขาว มีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดเล็กติดที่ข้อมือข้างละ ๓ ดุม ที่ระหว่างอกกับเอวข้างละ ๓ ดุม และที่บรรจบเสื้อมีดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ขนาดใหญ่ข้างละ ๑ ดุม ดุมคู่นี้มีสายสร้อยสีทองร้อยติดกันประกอบด้วยเสื้อกั๊กสีขาว ดุมโลหะสีทองตราครุฑพ่าห์ ๓ ดุม และเสื้อเชิ้ตสีขาวอกแข็ง ข้อมือแข็ง คอเชิ้ตชั้นเดียวแบบปีกผีเสื้อ ผูกผ้าผูกคอสีดำเงื่อนหูกระต่ายมีแพรแถบสีเดียวกับกางเกงรัดเอว แพรแถบนี้ส่วนกลางด้านหน้ากว้างประมาณ ๑๒ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างเรียว กว้างประมาณ ๑๑ เซนติเมตร ที่ปลายมีขอเกี่ยวติดกันในขณะคาดทางด้านหลัง

เครื่องหมายแสดงสังกัด ให้ติดที่คอแบะของเสื้อตอนบนทั้งสองข้างเหนือแนวเครื่องราชอิสริยาภรณ์

(ค) เครื่องแบบสโมสร ค. ลักษณะและส่วนประกอบเช่นเดียวกับเครื่องแบบสโมสร ข. เว้นแต่เสื้อเชิ้ตอกแข็งให้ใช้เสื้อเชิ้ตอกอ่อนสีขาว และเสื้อกั๊กให้ใช้แพรแถบสีเดียวกับกางเกงรัดเอวแทน แพรแถบนี้ส่วนกลางด้านหน้ากว้าง ๑๒ เซนติเมตร ปลายทั้งสองข้างเรียวกว้าง ๑๑ เซนติเมตร ที่ปลายมีขอเกี่ยวติดกันในขณะคาดทางด้านหลัง

สำหรับข้าราชการการเมืองหญิง ให้แต่งตามสมัยนิยม

เครื่องแบบพิเศษ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ข้าราชการการเมืองตำแหน่งรัฐมนตรีที่ควบคุม กำกับ หรือสั่งและปฏิบัติราชการสำหรับหน่วยงานใด ให้มีสิทธิแต่งเครื่องแบบพิเศษของหัวหน้าหรือผู้บริหารสูงสุดของหน่วยงานที่ควบคุม กำกับ หรือสั่งและปฏิบัติราชการนั้นได้ แต่ให้ใช้หมวกและส่วนประกอบของหมวก อินทรธนู และเครื่องหมายแสดงสังกัดของข้าราชการการเมืองตำแหน่งรัฐมนตรีตามกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้ แล้วแต่กรณี แทนหมวก อินทรธนู และเครื่องหมายแสดงสังกัดของเครื่องแบบพิเศษของหน่วยงานนั้น

เครื่องหมายคณะรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้มีเครื่องหมาย “คณะรัฐมนตรี” เป็นสัญลักษณ์อันมีศักดิ์และเกียรติยศยิ่ง มี ๒ ประเภท ได้แก่

ประเภทที่ ๑ ทำด้วยโลหะสีทองเป็นรูปตราราชสีห์คชสีห์รักษาพานประดิษฐานรัฐธรรมนูญเหนือพานพื้นลงยาสีธงไตรรงค์และมีกระจังรัศมี ๙ แฉก ใต้พานมีอักษรย่อ “ครม” ลงยาสีขาวบนพื้นลงยาสีน้ำเงินเข้ม ด้านล่างมีแพรสะบัดชายลงยาสีแดงเข้ม มีคำว่า “สุจริต เสียสละ สามัคคี” สีทองอยู่บนแพรสะบัดชายติดทับบนผ้าแพรสีชมพูนวล สูงประมาณ ๓.๔ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๓.๕ เซนติเมตร ตามภาพท้ายกฎ

ประเภทที่ ๒ มีลักษณะเช่นเดียวกับประเภทที่ ๑ แต่สูงประมาณ ๑.๒ เซนติเมตร กว้างประมาณ ๑.๓ เซนติเมตร ติดทับที่กึ่งกลางแผ่นพื้นโลหะรูปวงรีดุนนูน ลงยาสีชมพูนวล กว้างประมาณ ๑.๔ เซนติเมตร สูงประมาณ ๒ เซนติเมตร มีขอบสีทองกว้างประมาณ ๑ มิลลิเมตร ตามภาพท้ายกฎ

มีความหมายดังนี้

รูปตราราชสีห์คชสีห์รักษาพานประดิษฐานรัฐธรรมนูญมีธงไตรรงค์ และมีกระจังรัศมี ๙ แฉก และอักษรย่อ “ครม” ลงยาสีขาวบนพื้นลงยาสีน้ำเงินเข้มอันเป็นสีของสถาบันพระมหากษัตริย์ หมายถึง การบริหารราชการแผ่นดินของคณะรัฐมนตรีภายใต้กฎหมายรัฐธรรมนูญ สนองเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ด้วยความจงรักภักดีและพิทักษ์เทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ เพื่อประโยชน์ของประชาชนและประเทศชาติ โดยตราราชสีห์เป็นตราประจำตำแหน่งเสนาบดีสมุหนายกที่บังคับบัญชาข้าราชการพลเรือน และตราคชสีห์เป็นตราประจำตำแหน่งเสนาบดีสมุหกลาโหมที่บังคับบัญชาข้าราชการทหาร ซึ่งล้วนเป็นข้าราชการในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

สีชมพูนวล หมายถึง พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๕ ผู้ทรงริเริ่มกำหนดต้นแบบการบริหารราชการแผ่นดินเป็นกระทรวง ทบวง กรม

ครม หมายถึง รัฐมนตรีและคณะรัฐมนตรี

สุจริต เสียสละ สามัคคี หมายถึง คติพจน์ของคณะรัฐมนตรีที่จักต้องบริหารราชการแผ่นดินด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เสียสละประโยชน์ส่วนตนเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน และเป็นตัวอย่างของการทำงานด้วยความสามัคคี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ผู้มีสิทธิประดับเครื่องหมาย “คณะรัฐมนตรี” จะต้องเป็นหรือเคยเป็นข้าราชการการเมืองตำแหน่งรัฐมนตรี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การประดับเครื่องหมาย “คณะรัฐมนตรี” ให้ประดับในเวลาแต่งเครื่องแบบหรือสวมชุดสากล หรือชุดสุภาพสำหรับสุภาพสตรี ในเวลาร่วมงานราชพิธีหรืองานพิธีหรือในโอกาสอันควร

เครื่องหมาย “คณะรัฐมนตรี” ประเภทที่ ๑ ให้ประดับเหนือกระเป๋าเสื้อด้านขวาของเครื่องแบบทุกชนิด ยกเว้นเครื่องแบบสีกากีแกมเขียวคอแบะ หากประดับร่วมกับเครื่องหมายอื่นใดจะต้องประดับเครื่องหมาย “คณะรัฐมนตรี” ไว้เหนือสุด ยกเว้นเครื่องหมายที่มีพระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ หรือพระนามาภิไธยย่อของพระราชินีหรือพระบรมวงศานุวงศ์

เครื่องหมาย “คณะรัฐมนตรี” ประเภทที่ ๒ สุภาพบุรุษให้ประดับที่ปกเสื้อด้านซ้ายของชุดสากล สุภาพสตรีให้ประดับที่ปกเสื้อหรือที่อกเสื้อด้านซ้าย หากประดับร่วมกับเครื่องหมายอื่นใดจะต้องประดับเครื่องหมาย “คณะรัฐมนตรี” ไว้เหนือสุด ยกเว้นเครื่องหมายที่มีพระปรมาภิไธยย่อของพระมหากษัตริย์ หรือพระนามาภิไธยย่อของพระราชินีหรือพระบรมวงศานุวงศ์

เบ็ดเตล็ด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ซึ่งได้รับพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ หรือได้รับพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ต่างประเทศ ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์นั้น ๆ ในเวลาแต่งเครื่องแบบเต็มยศ แต่ในเวลาแต่งเครื่องแบบสโมสรจะประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์จำลองขนาดย่อมก็ได้ และถ้าในหมายของสำนักพระราชวังหรือบัตรเชิญทางราชการปรากฏว่า ให้ประดับเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ก็ให้ประดับอย่างแต่งเครื่องแบบเต็มยศ หรือถ้ามีว่าให้สวมสายสะพายด้วยก็ให้สวม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การแต่งเครื่องแบบที่กำหนดไว้ในกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้ ให้แต่งตามหมายของสำนักพระราชวังหรือในโอกาสอันควร

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ข้าราชการการเมืองหญิงมุสลิม หากจะใช้ผ้าคลุมศีรษะ ให้ใช้ผ้าคลุมศีรษะสีกลมกลืนกับสีของเครื่องแบบตามที่กำหนดไว้ในกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้ เว้นแต่เครื่องแบบสีขาวคอพับ และเครื่องแบบพิธีการให้ใช้ผ้าคลุมศีรษะสีดำ โดยให้คลุมศีรษะทั้งหมดเว้นใบหน้า ชายผ้าคลุมศีรษะสอดไว้ในปกเสื้อ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ในกรณีที่มีการสวมหมวกให้สวมหมวกทับผ้าคลุมศีรษะ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ข้าราชการการเมืองนอกประจำการ ให้ใช้เครื่องแบบและส่วนประกอบของเครื่องแบบเช่นเดียวกับข้าราชการการเมืองประจำการ เว้นแต่ให้ติดเครื่องหมายอักษรย่อ “นก” ทำด้วยโลหะโปร่งสีทองไม่มีขอบ สูง ๒ เซนติเมตร ที่อกเสื้อเบื้องขวา

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ข้าราชการการเมืองนอกประจำการผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ ไม่มีสิทธิแต่งเครื่องแบบข้าราชการการเมือง

(๑) เป็นบุคคลไร้ความสามารถหรือบุคคลเสมือนไร้ความสามารถ

(๒) เป็นบุคคลล้มละลายซึ่งศาลยังไม่สั่งให้พ้นจากคดี

(๓) ถูกจำคุกโดยคำพิพากษาถึงที่สุดหรือคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมายให้จำคุก เว้นแต่ในความผิดอันได้กระทำโดยประมาท หรือความผิดลหุโทษ

(๔) ประพฤติตนในทางที่อาจเป็นการเสื่อมเสียเกียรติของข้าราชการการเมืองและนายกรัฐมนตรีสั่งให้ผู้นั้นงดแต่งเครื่องแบบสำหรับข้าราชการการเมืองนอกประจำการในระยะเวลาที่กำหนดหรือตลอดไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ข้าราชการการเมืองผู้ใดมีสิทธิแต่งเครื่องแบบข้าราชการอยู่ก่อนวันที่กฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้ใช้บังคับ ให้คงมีสิทธิแต่งเครื่องแบบเดิมต่อไปได้อีกแต่ไม่เกินสี่สิบห้าวันนับแต่วันที่กฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้มีผลใช้บังคับ

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๕๒

อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

นายกรัฐมนตรี

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ภาพท้ายกฎสำนักนายกรัฐมนตรีว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๕๒

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการการเมือง พ.ศ. ๒๕๓๕ กำหนดให้ข้าราชการการเมืองเป็นข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการฝ่ายพลเรือน ซึ่งปัจจุบันได้มีการปรับปรุงแก้ไขอินทรธนูและเครื่องหมายตำแหน่งบนอินทรธนูของข้าราชการพลเรือนสามัญเพื่อให้สอดคล้องกับการจำแนกตำแหน่งใหม่ตามพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการพลเรือน พ.ศ. ๒๕๕๑ ประกอบกับโดยที่การกำหนดลักษณะ ชนิด และประเภทของเครื่องแบบและการแต่งเครื่องแบบของข้าราชการการเมืองมีลักษณะแตกต่างจากข้าราชการประเภทอื่น จึงสมควรที่จะกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับเครื่องแบบและการแต่งเครื่องแบบของข้าราชการการเมืองขึ้นไว้โดยเฉพาะ จึงจำเป็นต้องออกกฎสำนักนายกรัฐมนตรีนี้

ปริยานุช/จัดทำ

๙ ธันวาคม ๒๕๕๒

นันท์นภัสร์/ตรวจ

๙ ธันวาคม ๒๕๕๒

โชติกานต์/ปรับปรุง

๓๐ มีนาคม ๒๕๖๓

อรญา/ตรวจ

๔ พฤษภาคม ๒๕๖๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนที่ ๙๒ ก/หน้า ๑๐/๓ ธันวาคม ๒๕๕๒

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎสำนักนายกรัฐมนตรี ว่าด้วยเครื่องแบบข้าราชการการเมือง พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6e2b12dd2ed699bc

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com