法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ

โดยที่ ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการเพื่อความปลอดภัยในการทํางานสําหรับลูกจ้าง ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534 ข้อ 19 (3) กําหนดให้นายจ้างจัดให้ลูกจ้างเข้ารับการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นจากหน่วยงานที่ทางราชการกําหนดหรือยอมรับไม่น้อยกว่าร้อยละสี่สิบของจํานวนลูกจ้างในแต่ละหน่วยงานของสถานประกอบการ และข้อ 36 วรรคสาม กําหนดให้นายจ้างที่ไม่สามารถฝึกซ้อมดับเพลิงหรือหนีไฟได้เองให้ขอความร่วมมือหน่วยงานดับเพลิงท้องถิ่นหรือหน่วยงานที่ทางราชการรับรองช่วยดําเนินการฝึกซ้อม

อาศัยอํานาจตามความในข้อ 19 (3) และข้อ 36 วรรคสาม แห่งประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง การป้องกันและระงับอัคคีภัยในสถานประกอบการเพื่อความปลอดภัยในการทํางานสําหรับลูกจ้าง ลงวันที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2534 ประกอบกับมาตรา 166 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ประกาศนี้เรียกว่า “ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์ และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ประกาศนี้ ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2547

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ หน่วยงานที่สามารถขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ ได้แก่

(1) สถาบันอุดมศึกษาของรัฐหรือเอกชน

(2) รัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยแรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์

(3) นิติบุคคลที่จัดตั้งขึ้นตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายว่าด้วยบริษัทมหาชนจํากัด หรือกฎหมายว่าด้วยการจัดตั้งนิติบุคคลอื่น ซึ่งมีวัตถุประสงค์ในการจัดการฝึกอบรมด้านความปลอดภัยในการทํางาน

(4) หน่วยงานอื่นตามที่อธิบดีประกาศกําหนด

ในกรณีที่นายจ้างมีความประสงค์จะจัดฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นให้แก่ลูกจ้างของนายจ้างนั้นให้สามารถขึ้นทะเบียนตามวรรคหนึ่งได้เฉพาะการเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ ต้องมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ดังต่อไปนี้

(1) มีบุคลากรซึ่งมีวุฒิไม่ต่ํากว่าปริญญาตรีทําหน้าที่บริหารจัดการการฝึกอบรมอย่างน้อยหนึ่งคน

(2) มีวิทยากรซึ่งมีคุณสมบัติตามข้อ 11 หรือข้อ 12 แล้วแต่กรณี ปฏิบัติงานเต็มเวลาในหน่วยงานฝึกอบรมอย่างน้อยหนึ่งคน เว้นแต่หน่วยงานตามข้อ 4 วรรคสอง ที่ไม่จําเป็นต้องปฏิบัติงานเต็มเวลาก็ได้

(3) มีเอกสารประกอบการฝึกอบรมที่มีเนื้อหาและรายละเอียดตามหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น ฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟที่ขอขึ้นทะเบียน

(4) มีอุปกรณ์ประกอบการฝึกอบรมที่เหมาะสมกับหลักสูตรการฝึกอบรมที่ขอขึ้นทะเบียน

(5) ไม่เคยถูกเพิกถอนทะเบียนหรือถูกเพิกถอนใบรับรอง เว้นแต่พ้นกําหนดสามปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนทะเบียนหรือถูกเพิกถอนใบรับรอง แล้วแต่กรณี

(6) ไม่มีผู้ซึ่งเป็นหรือเคยเป็นผู้มีอํานาจกระทําการแทนหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟอื่น ณ วันที่ถูกเพิกถอนทะเบียนหรือถูกเพิกถอนใบรับรอง เว้นแต่พ้นกําหนดสามปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอนทะเบียนหรือถูกเพิกถอนใบรับรอง

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้หน่วยงานที่มีความประสงค์จะขอขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ ยื่นคําขอพร้อมเอกสารดังต่อไปนี้ ต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย

(1) สําเนาเอกสารที่แสดงความเป็นหน่วยงานตามข้อ 4

(2) สําเนาบัตรประจําตัวประชาชนของผู้มีอํานาจกระทําการแทนหน่วยงาน

(3) สําเนาทะเบียนบ้านของผู้มีอํานาจกระทําการแทนหน่วยงาน

(4) สําเนาหนังสือแสดงวัตถุประสงค์ในการประกอบกิจการของนิติบุคคลหรือวัตถุประสงค์ในการจัดตั้งหน่วยงาน

(5) แผนที่แสดงที่ตั้งของหน่วยงานโดยสังเขป

(6) แผนที่แสดงที่ตั้งของสถานที่ฝึกภาคปฏิบัติโดยสังเขป

(7) รายชื่อวิทยากร เอกสารหลักฐานแสดงคุณสมบัติของวิทยากร รวมทั้งหนังสือยืนยันการเป็นวิทยากรให้กับหน่วยงาน

(8) เอกสารประกอบการฝึกอบรมที่มีเนื้อหาวิชาตามที่กําหนดในหลักสูตรที่ขอขึ้นทะเบียน

(9) เอกสารแสดงรายการอุปกรณ์ที่ใช้ประกอบในการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติในหลักสูตรที่ขอขึ้นทะเบียน

ให้ผู้มีอํานาจกระทําการแทนหน่วยงานลงลายมือชื่อรับรองความถูกต้องของสําเนาเอกสารตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ เมื่อมีการยื่นคําขอตามข้อ 6 และอธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคําขอมีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้ามตามข้อ 5 ให้อธิบดีขึ้นทะเบียนผู้ยื่นคําขอนั้นเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ และออกใบสําคัญแสดงการขึ้นทะเบียน พร้อมมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบภายในห้าวัน นับแต่วันที่ขึ้นทะเบียน

ในกรณีที่อธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ยื่นคําขอขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ 5 ให้อธิบดีมีหนังสือแจ้งให้ผู้ยื่นคําขอทราบโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ในกรณีที่ปรากฏภายหลังว่า หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟที่ได้ขึ้นทะเบียนไว้ตามข้อ 7 ขาดคุณสมบัติ หรือมีลักษณะต้องห้ามอย่างหนึ่งอย่างใดตามข้อ 5 ให้อธิบดีเพิกถอนทะเบียน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ในกรณีที่หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนไว้ตามข้อ 7 มีการเปลี่ยนแปลงที่ตั้งสถานภาพของหน่วยงาน วิทยากรฝึกอบรมหรือมีการเปลี่ยนแปลงอื่นใดจากที่ได้ยื่นขอขึ้นทะเบียนไว้ให้หน่วยงานนั้นส่งเอกสารแสดงการเปลี่ยนแปลงต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่มีการเปลี่ยนแปลง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ ให้มีอายุคราวละห้าปี นับแต่วันที่ขึ้นทะเบียน

หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนอาจยื่นคําขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายได้ไม่น้อยกว่าสิบห้าวัน ก่อนวันที่การขึ้นทะเบียนจะสิ้นสุดลง และให้นําความในข้อ 5 ข้อ 6 และข้อ 7 มาใช้บังคับแก่การยื่นคําขอต่ออายุการขึ้นทะเบียนโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ วิทยากรผู้ทําการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีที่มีการเรียนวิชาเกี่ยวกับอัคคีภัย และมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(2) ผ่านการอบรมในหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นก้าวหน้า ขั้นสูง หรือทีมดับเพลิงและมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(3) ผ่านการอบรมหลักสูตรครูฝึกดับเพลิงหรือครูฝึกป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจากหน่วยงานราชการและมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(4) ปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานหรือเป็นพนักงานดับเพลิงในทีมดับเพลิงของสถานประกอบการ ทั้งนี้ ต้องผ่านการอบรมในหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นขึ้นไป โดยมีประสบการณ์ในการทํางานด้านความปลอดภัยในการทํางานไม่น้อยกว่าสามปี และมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(5) เคยปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานหรือเคยเป็นพนักงานดับเพลิงในทีมดับเพลิงของสถานประกอบการ ทั้งนี้ ต้องผ่านการอบรมหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นขึ้นไป โดยมีประสบการณ์ในการทํางานด้านความปลอดภัยในการทํางานไม่น้อยกว่าห้าปี และมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

(6) ปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานดับเพลิงของหน่วยงานราชการที่ผ่านการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นขึ้นไป โดยมีประสบการณ์ในการทํางานในหน้าที่พนักงานดับเพลิงไม่น้อยกว่าสามปี และมีประสบการณ์การเป็นวิทยากรเกี่ยวกับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าหนึ่งปี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ วิทยากรผู้ทําการฝึกอบรมการฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟต้องมีคุณสมบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) สําเร็จการศึกษาไม่ต่ํากว่าระดับปริญญาตรีที่มีการเรียนวิชาเกี่ยวกับอัคคีภัย และมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(2) ผ่านการอบรมด้านอัคคีภัยในหลักสูตรผู้อํานวยการการดับเพลิงหรือผ่านการอบรมหลักสูตรครูฝึกดับเพลิงหรือครูฝึกป้องกันบรรเทาสาธารณภัยจากหน่วยงานราชการ โดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(3) ผ่านการอบรมในหลักสูตรการฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นก้าวหน้า ขั้นสูง หรือทีมดับเพลิงโดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าสองปี

(4) ปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงานในหน่วยงานราชการที่เกี่ยวกับความปลอดภัยในการทํางานโดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าห้าปี

(5) ปฏิบัติงานหรือเคยปฏิบัติงานในหน้าที่พนักงานดับเพลิงของหน่วยงานราชการ โดยมีประสบการณ์ในการป้องกันและระงับอัคคีภัยไม่น้อยกว่าห้าปี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ วิทยากรต้องมีการฝึกอบรมเพิ่มเติมหรือพัฒนาความรู้เกี่ยวข้องกับการป้องกันและระงับอัคคีภัยปีหนึ่งไม่น้อยกว่าหกชั่วโมง

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนส่งหลักฐานการฝึกอบรมเพิ่มเติมหรือการพัฒนาความรู้ของวิทยากรต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมาย ภายในวันที่สิบห้าของเดือนมกราคม

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การฝึกอบรมภาคทฤษฎีต้องมีกําหนดระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อหลักสูตร และอย่างน้อยต้องมีเนื้อหาวิชา ดังต่อไปนี้

(1) ทฤษฎีการเกิดเพลิงไหม้

(2) การแบ่งประเภทของเพลิง

(3) จิตวิทยาเมื่อเกิดอัคคีภัย

(4) การป้องกันแหล่งกําเนิดของการติดไฟ

(5) วิธีดับเพลิงประเภทต่างๆ

(6) เครื่องมือดับเพลิงชนิดต่างๆ

(7) วิธีการใช้อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลที่ใช้ในการดับเพลิง

(8) แผนป้องกันและระงับอัคคีภัย

(9) การจัดระบบป้องกันและระงับอัคคีภัย การประยุกต์ใช้ระบบและอุปกรณ์ที่มีอยู่ในสถานประกอบการ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การฝึกอบรมภาคปฏิบัติต้องมีกําหนดระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อหลักสูตร โดยให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมทุกคนได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้อุปกรณ์ดับเพลิงและอย่างน้อยต้องมีการฝึกอบรมภาคปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(1) การดับเพลิงจากเพลิงประเภท เอ โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือที่ใช้น้ําสะสมแรงดัน หรือสารเคมีดับเพลิงที่สามารถดับเพลิงประเภท เอ

(2) การดับเพลิงจากเพลิงประเภท บี โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือที่ใช้สารเคมีดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ โฟม ผงเคมีแห้งหรือสารเคมีดับเพลิงที่สามารถดับเพลิงประเภท บี

(3) การดับเพลิงจากเพลิงประเภท ซี โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้เครื่องมือดับเพลิงแบบมือถือที่ใช้สารเคมีดับเพลิงชนิดคาร์บอนไดออกไซด์ ผงเคมีแห้งหรือสารเคมีที่สามารถใช้ดับเพลิงประเภท ซี

(4) การดับเพลิงจากเพลิงประเภท ดี โดยต้องให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้รับการฝึกโดยวิธีการให้วิทยากรผู้ฝึกสาธิตการดับเพลิงจริงต่อผู้เข้ารับการฝึก

(5) การดับเพลิงโดยใช้สายดับเพลิง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ สถานที่ฝึกภาคปฏิบัติอย่างน้อยต้องมีลักษณะ ดังต่อไปนี้

(1) มีสถานที่เป็นสัดส่วน

(2) มีความปลอดภัยต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมและชุมชนใกล้เคียง

(3) ไม่อยู่ในบริเวณที่ซึ่งอาจเป็นเหตุให้เกิดการระเบิด หรือติดไฟได้ง่ายต่อสถานที่ใกล้เคียง

(4) ไม่ก่อให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อม หรือมีระบบกําจัดที่เหมาะสม

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ อุปกรณ์ที่ใช้ในการฝึกภาคปฏิบัติอย่างน้อยต้องมีรายการ ดังต่อไปนี้

(1) เครื่องดับเพลิงแบบมือถือที่สามารถดับเพลิงประเภท เอ ประเภท บี และประเภท ซี

(2) สายส่งน้ําดับเพลิง สายฉีดน้ําดับเพลิง กระบอกฉีดน้ําดับเพลิง หรือหัวฉีดน้ําดับเพลิง

(3) อุปกรณ์ดับเพลิงที่จําเป็นต้องใช้ในสถานประกอบการ

(4) อุปกรณ์คุ้มครองความปลอดภัยส่วนบุคคลซึ่งอย่างน้อยต้องประกอบด้วย ชุดดับเพลิงถุงมือ รองเท้า หมวกดับเพลิงที่มีกระบังหน้า หน้ากากป้องกันความร้อน

อุปกรณ์ตาม (1) ถึง (4) ต้องสามารถใช้งานได้ดี มีความปลอดภัยต่อการฝึกและต้องมีจํานวนที่เพียงพอต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรม

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การฝึกอบรมภาคทฤษฎี หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องจัดให้ห้องฝึกอบรมหนึ่งห้อง มีผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่เกินหกสิบคน และมีวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคน

การฝึกอบรมภาคปฏิบัติ หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นต้องจัดให้มีวิทยากรอย่างน้อยหนึ่งคน ต่อผู้เข้ารับการฝึกอบรมไม่เกินยี่สิบคน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟต้องจัดให้มีการฝึกอบรมทั้งภาคทฤษฎีและภาคปฏิบัติการฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การฝึกอบรมภาคทฤษฎีต้องมีกําหนดระยะเวลาการฝึกอบรมไม่น้อยกว่าสามชั่วโมงต่อหลักสูตร และอย่างน้อยต้องมีเนื้อหาวิชาที่อบรม ดังต่อไปนี้

(1) แผนการดับเพลิงและวิธีการดับเพลิงของสถานประกอบการ

(2) แผนการอพยพหนีไฟและวิธีการอพยพหนีไฟของสถานประกอบการ

(3) การค้นหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัย

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ การฝึกภาคปฏิบัติต้องมีการฝึกซ้อม ดังต่อไปนี้

(1) การดับเพลิงด้วยเครื่องดับเพลิงแบบมือถือและสายดับเพลิง

(2) การดับเพลิงจากเพลิงประเภทต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นกับสถานประกอบการ

(3) การอพยพหนีไฟ

(4) การค้นหา ช่วยเหลือและเคลื่อนย้ายผู้ประสบภัย

ให้หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟจัดให้มีการฝึกปฏิบัติจริงในสถานประกอบการที่ผู้เข้ารับการฝึกอบรมปฏิบัติงานอยู่

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟต้องจัดให้มีอุปกรณ์ที่จําเป็นต่อการฝึกอบรมและการฝึกซ้อม รวมทั้งต้องมีความเหมาะสมกับการดับเพลิงและการหนีไฟของสถานประกอบการ

อุปกรณ์ตามวรรคหนึ่ง ต้องสามารถใช้งานได้ มีความปลอดภัยต่อการฝึกอบรม การฝึกซ้อมและมีจํานวนที่เพียงพอต่อผู้เข้ารับการฝึก

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนแจ้งการฝึกอบรม หรือการฝึกซ้อมต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายไม่น้อยกว่าเจ็ดวัน ก่อนการฝึกอบรม หรือการฝึกซ้อม แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนส่งรายงานสรุปผลการฝึกอบรม หรือการฝึกซ้อมพร้อมด้วยรายชื่อวิทยากรผู้ทําการฝึกอบรมหรือฝึกซ้อมต่ออธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายภายในสามสิบวันนับแต่วันที่เสร็จสิ้นการฝึกอบรม หรือการฝึกซ้อม แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอํานาจเข้าไปในหน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนสถานที่จัดฝึกอบรมหรือฝึกซ้อม เพื่อสอบถามข้อเท็จจริง ตรวจสอบ หรือกํากับดูแลให้หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนปฏิบัติให้เป็นไปตามประกาศนี้

ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องอํานวยความสะดวก ชี้แจงข้อเท็จจริง ส่งสิ่งของ หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องแก่อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายในการปฏิบัติหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ หน่วยงานที่ได้รับการขึ้นทะเบียนใด ฝ่าฝืน หรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้ ให้อธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายมีอํานาจสั่งการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) มีหนังสือเตือนให้ปฏิบัติให้ถูกต้องภายในระยะเวลาที่กําหนด

(2) สั่งให้หยุดการดําเนินงานเป็นการชั่วคราว

(3) เพิกถอนทะเบียน

บทเฉพาะกาล - ---------------------------------------

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ หน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟซึ่งได้ใบรับรองตามประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์การเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้น หน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและฝึกซ้อมหนีไฟ ลงวันที่ 11 สิงหาคม พ.ศ. 2547 ให้ถือว่าเป็นหน่วยงานฝึกอบรมที่ขึ้นทะเบียนตามประกาศนี้ จนกว่าใบรับรองจะสิ้นอายุ

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2549

ผดุงศักดิ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการขึ้นทะเบียนเป็นหน่วยงานฝึกอบรมการดับเพลิงขั้นต้นหน่วยงานฝึกซ้อมดับเพลิงและหนีไฟ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6eacfe60e422a1d1

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com