ข้อ ๓ ให้ลูกหนี้ของสถาบันการเงินหรือเจ้าของทรัพย์สินได้รับยกเว้นภาษีเงินได้ ภาษีมูลค่าเพิ่ม ภาษีธุรกิจเฉพาะ และอากรแสตมป์ สําหรับเงินได้ที่ได้รับจากการโอนทรัพย์สิน การขายสินค้า และสําหรับการกระทําตราสาร ที่ได้กระทํากับสถาบันการเงิน อันเนื่องมาจากการดําเนินการตามมาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชําระหนี้ภายใต้พระราชกําหนดการให้ความช่วยเหลือและฟื้นฟูผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 พ.ศ. 2564 ตามมาตรา 5 แห่งพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 721) พ.ศ. 2564 โดยให้ลูกหนี้ของสถาบันการเงินหรือเจ้าของทรัพย์สินดําเนินการดังนี้
(1) ให้ลูกหนี้ของสถาบันการเงินหรือเจ้าของทรัพย์สินแจ้งและส่งมอบแบบยืนยันการเข้ามาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชําระหนี้ซึ่งออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทยต่อเจ้าพนักงานที่ดินผู้รับจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมในขณะจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามกฎหมาย
(2) ให้ลูกหนี้ของสถาบันการเงิน เจ้าของทรัพย์สิน และสถาบันการเงิน ร่วมกันจัดทําหนังสือรับรองการเข้ามาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชําระหนี้ตามพระราชกฤษฎีกาออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร (ฉบับที่ 721) พ.ศ. 2564 และให้ลูกหนี้ของสถาบันการเงินหรือเจ้าของทรัพย์สินแจ้งและส่งมอบหนังสือรับรองดังกล่าวต่ออธิบดีกรมสรรพากร ผ่านสรรพากรพื้นที่ในเขตท้องที่ที่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินหรือเจ้าของทรัพย์สินมีภูมิลําเนาหรือมีสถานประกอบการตั้งอยู่ หรือผ่านผู้อํานวยการกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ในกรณีที่ลูกหนี้ของสถาบันการเงินหรือเจ้าของทรัพย์สินอยู่ในความรับผิดชอบของกองบริหารภาษีธุรกิจขนาดใหญ่ ภายในวันสุดท้ายของปีภาษีหรือวันสุดท้ายของรอบระยะเวลาบัญชีที่มีการโอน แล้วแต่กรณี และให้เก็บรักษาหลักฐานหรือเอกสารอื่นใดที่ได้กระทําภายใต้มาตรการสนับสนุนการรับโอนทรัพย์สินหลักประกันเพื่อชําระหนี้ไว้ ณ สถานประกอบการพร้อมให้เจ้าพนักงานประเมินตรวจสอบได้