法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อกำหนด เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2552

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
41
มาตรา อารัมภบท

ข้อกำหนด

ข้อกำหนด

เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมจังหวัดปทุมธานี

พ.ศ. ๒๕๕๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา

๑๔ (๑) และมาตรา ๑๖ แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

อันเป็นกฎหมายที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา

๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ มาตรา ๔๑ และมาตรา ๔๓ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานี จึงออกข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดทำแผนผัง

โครงการ และวิธีการในการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม

โดยความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลางไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อกำหนดนี้เรียกว่า “ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมจังหวัดปทุมธานี

พ.ศ. ๒๕๕๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ข้อกำหนดนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานี

พ.ศ. ๒๕๔๖

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาข้อกำหนด ระเบียบ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใดที่ขัดหรือแย้งกับข้อกำหนดนี้ให้ใช้ข้อกำหนดนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในกรณีที่คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานี

พิจารณาเห็นเป็นการจำเป็นเพื่อประโยชน์ในทางเศรษฐกิจและสังคม

โดยคำนึงถึงประเภทของการจัดสรรที่ดิน

ที่ตั้งของที่ดินการผังเมืองคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานี

จะผ่อนผันการปฏิบัติตามข้อกำหนดนี้เป็นการเฉพาะรายก็ได้

ทั้งนี้

การผ่อนผันตามวรรคหนึ่งต้องไม่ต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐานตามประกาศคณะกรรมการจัดสรรที่ดินกลาง

เรื่อง กำหนดนโยบายการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม

หลักเกณฑ์การจัดทำแผนผัง

โครงการ และวิธีการในการจัดสรรที่ดิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ แผนผังการจัดสรรที่ดิน

ในการขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม

ผู้ขอต้องจัดให้มีแผนผังการจัดสรรที่ดิน ดังนี้

๖.๑

แผนผังสังเขป ได้แก่ แผนผังที่แสดง

(๑)

ที่ตั้งบริเวณการจัดสรรที่ดิน

(๒)

ลักษณะบริเวณที่ดินโดยรอบ

(๓)

เส้นทางที่เข้า - ออก สู่บริเวณการจัดสรรที่ดินจากทางหลวง หรือทางสาธารณะภายนอก

(๔)

การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองโดยระบุข้อความต่อไปนี้

คือ “ที่ดินที่ขอทำการจัดสรร

ตั้งอยู่ในบริเวณ........................(ระบุรายละเอียดตามกฎหมายว่าด้ายการผังเมืองแต่ละประเภท)”

๖.๒

แผนผังบริเวณรวม ได้แก่ แผนผังที่แสดง

(๑)

รูปต่อของแปลงเอกสารสิทธิที่ดินที่นำมาทำการจัดสรรที่ดิน

(๒)

รายละเอียดของที่สาธารณประโยชน์ต่าง ๆ

ที่อยู่ภายในบริเวณและบริเวณที่อยู่ติดต่อกับที่ดินที่ขอจัดสรร

(๓)

รายละเอียดของที่ดินที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่บริเวณการจัดสรรที่ดินจากทางหลวงหรือทางสาธารณะภายนอก

(๔)

ในกรณีที่โครงการต่อเนื่องเป็นหลายโครงการให้แสดงการเชื่อมต่อของโครงการทั้งหมดไว้ในแผนผังบริเวณรวมด้วย

(๕)

เงื่อนไขเกี่ยวกับที่ดิน ทั้งของราชการและส่วนบุคคล

๖.๓

แผนผังการแบ่งแปลงที่ดิน ได้แก่ แผนผังที่แสดง

(๑)

การแบ่งแปลงที่ดินแปลงย่อยเพื่อการจัดจำหน่ายโดยให้ระบุประเภทการใช้ที่ดินแต่ละแปลง

(๒)

การแบ่งแปลงที่ดินเพื่อจัดทำสาธารณูปโภค และบริการสาธารณะและเส้นทางถนน

๖.๔

แผนผังและแบบก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ ได้แก่ แผนผังและแบบก่อสร้างที่แสดงรายละเอียดของระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะที่จะจัดให้มี

ดังนี้

(๑)

ระบบไฟฟ้า

(๒)

ระบบประปา

(๓)

ระบบการระบายน้ำ

(๔)

ระบบบำบัดน้ำเสีย

(๕)

ระบบถนน และทางเท้า

(๖)

ระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้

สำหรับระบบไฟฟ้า และระบบประปา รวมถึงระบบอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง

หากผู้ขอจัดสรรให้หน่วยงานของราชการหรือองค์การของรัฐเป็นผู้ดำเนินการ

ไม่ต้องแสดงแบบก่อสร้างระบบดังกล่าว

แผนผังทุกรายการจะต้องแสดงรายละเอียดของสิ่งที่ปรากฏอยู่ในสภาพปัจจุบันและสภาพหลังจากการปรับปรุงพัฒนาแล้ว

และจะต้องทำบนกระดาษขนาดมาตรฐาน A1

โดยให้มุมด้านล่างด้านขวาจะต้องแสดงดัชนีแผนผังที่ต่อกัน (ในกรณีที่บริเวณการจัดสรรที่ดินมีขนาดใหญ่)

ชื่อโครงการชื่อและที่ตั้งของสำนักงานจัดสรรที่ดิน

ชื่อและลายมือชื่อของผู้ออกแบบและวิศวกรผู้คำนวณระบบต่าง ๆ พร้อมทั้งเลขทะเบียนใบอนุญาตให้ประกอบวิชาชีพตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพวิศวกรรม

และหรือสถาปัตยกรรมด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ โครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดิน

ในการขออนุญาตจัดสรรที่ดิน

นอกจากหลักฐานและรายละเอียดที่ต้องแสดงตามความในมาตรา ๒๓

แห่งพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓

และกฎกระทรวงซึ่งออกตามความในพระราชบัญญัติการจัดสรรที่ดิน พ.ศ. ๒๕๔๓ แล้ว

ผู้ขอต้องแสดงโครงการและวิธีการในการจัดสรรที่ดินเพื่อเป็นหลักฐานการดำเนินงานในเรื่องต่าง

ๆ ดังมีรายการต่อไปนี้

๗.๑

หลักฐานการอนุญาตยินยอม จากหน่วยงานผู้ดูแลรับผิดชอบแหล่งรองรับน้ำทิ้ง

(ในกรณีต้องได้รับอนุญาต)

๗.๒

หลักฐานผลการพิจารณารายงานการวิเคราะห์ผลกระทบสิ่งแวดล้อมที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานที่รับผิดชอบตามกฎหมายว่าด้วยส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

(ในกรณีต้องจัดทำ)

๗.๓

ในกรณีจัดระบบประปาที่ใช้บริการของการประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค

หรือการประปาส่วนท้องถิ่น

ต้องแนบหลักฐานการรับรองจากหน่วยงานนั้นว่าสามารถให้บริการได้ หากจัดระบบการประปาสัมปทาน

ให้แสดงหลักฐานการได้รับสัมปทานประกอบกิจการประปา ตามประกาศของคณะปฏิวัติฉบับที่

๕๘

๗.๔

ในกรณีจัดให้มีระบบไฟฟ้า

ระบบประปาที่ใช้บริการของหน่วยงานภาครัฐต้องแนบหลักฐานการรับรองจากหน่วยงานนั้น

ว่าสามารถให้บริการได้

๗.๕

วิธีการในการปรับปรุงพื้นที่ดิน การรวม

การปรับแต่งให้พื้นที่ดินเกิดความเหมาะสมในการปลูกสร้างอาคาร

การกำหนดระดับความสูงต่ำของพื้นดินและวัสดุที่นำมาใช้ในการถมปรับที่ดิน

ทั้งบริเวณส่วนจำหน่าย และส่วนสาธารณูปโภค

๗.๖

วิธีการในการจัดจำหน่ายที่ดิน อาคารและสิ่งปลูกสร้างจะจำหน่าย โดยวิธีชำระเป็นเงินสดหรือเงินผ่อนส่งเป็นงวดตามระยะเวลาที่ผู้ซื้อสามารถเลือกได้

๗.๗

วิธีการในการบำรุงรักษาสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะ

๗.๘

การเรียกเก็บเงินค่าใช้บริการและค่าบำรุงรักษาบริการสาธารณะ

๗.๙

สิทธิของผู้ซื้อ ในการใช้หรือได้รับบริการจากบริการสาธารณะที่ผู้จัดสรรจัดให้มีในบริเวณการจัดสรรที่ดิน

๗.๑๐

ภาระผูกพันต่าง ๆ ที่บุคคลอื่นมีส่วนได้เสียเกี่ยวกับที่ดินที่ขอจัดสรรนั้น

๗.๑๑

สัญญาหรือเงื่อนไขในการใช้ประโยชน์ที่ดินในที่ดินแปลงย่อยที่ผู้ซื้อจะต้องปฏิบัติเพื่อประโยชน์ต่อชุมชนทางด้านความสงบสุข

ความปลอดภัย ความสวยงาม ความเป็นระเบียบเรียบร้อย

ความเพิ่มพูนมูลค่าในทรัพย์สินและขนบธรรมเนียมประเพณี

๗.๑๒

หลักฐานแสดงการอนุญาตหรือยินยอมของหน่วยงานอื่น ๆ (ถ้ามี)

ขนาดและเนื้อที่ของที่ดินที่ทำการจัดสรร

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ขนาดของโครงการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม

ให้พิจารณาจากจำนวนที่ดินที่ทำการรังวัดแบ่งเป็นแปลงย่อยเพื่อจัดจำหน่ายหรือจำนวนเนื้อที่

โดยแบ่งเป็น ๓ ขนาด คือ

๘.๑

ขนาดเล็ก จำนวนแปลงย่อยไม่เกิน ๙๙ แปลง หรือเนื้อที่ทั้งโครงการต่ำกว่า ๑๙ ไร่

๘.๒

ขนาดกลาง จำนวนแปลงย่อยตั้งแต่ ๑๐๐-๔๙๙ แปลง หรือเนื้อที่ทั้งโครงการ ๑๙ - ๑๐๐ ไร่

๘.๓

ขนาดใหญ่ จำนวนแปลงย่อยตั้งแต่ ๕๐๐ แปลง หรือเนื้อที่ทั้งโครงการเกินกว่า ๑๐๐ ไร่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและการพาณิชยกรรม

ที่ดินแปลงย่อยจะต้องมีขนาดและเนื้อที่ของที่ดินแยกเป็นประเภท ดังนี้

๙.๑

การจัดสรรที่ดินเพื่อการจำหน่ายเฉพาะที่ดิน หรือที่ดินพร้อมอาคารประเภทบ้านเดี่ยว

ที่ดินแปลงย่อยต้องมีขนาดความกว้างหรือความยาวไม่ต่ำกว่า ๑๐.๐๐ เมตร

และมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า ๕๐ ตารางวา หากความกว้างหรือความยาวไม่ได้ขนาดดังกล่าว

ต้องมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า ๖๐ ตารางวา

๙.๒

การจัดสรรที่ดินเพื่อการจำหน่ายพร้อมอาคารประเภทบ้านแฝด

ที่ดินแต่ละแปลงต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า ๘.๐๐ เมตร และมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า ๓๕

ตารางวา

๙.๓

การจัดสรรที่ดินเพื่อการจำหน่ายพร้อมอาคารประเภทบ้านแถว หรืออาคารพาณิชย์

ที่ดินแต่ละแปลงต้องมีความกว้างไม่ต่ำกว่า ๔.๐๐ เมตร และมีเนื้อที่ไม่ต่ำกว่า ๑๖

ตารางวา

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ระยะห่างของตัวอาคารจากเขตที่ดินและการเว้นช่องว่างระหว่างแปลงที่ดินให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคาร

และกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ห้ามแบ่งแปลงที่ดินเป็นแนวตะเข็บ

เป็นเศษเสี้ยว หรือมีรูปร่างที่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เพื่อประโยชน์ในการจัดขนาด

และจำนวนของระบบสาธารณูปโภคและบริการสาธารณะให้เพียงพอต่อการใช้ประโยชน์ในที่ดินของโครงการจัดสรรที่ดินในอนาคต

ให้ที่ดินแปลงอื่นในโครงการจัดสรรที่ดินซึ่งมีเนื้อที่เกินกว่า ๑๐๐ ตารางวาขึ้นไป

จะต้องนำมารวมเพื่อคำนวณจำนวนแปลงที่ดินใหม่ โดยใช้เกณฑ์เฉลี่ยเนื้อที่ ๑๐๐

ตารางวา ต่อ ๑ แปลง

จำนวนแปลงที่ดินที่คำนวณได้จากเกณฑ์เฉลี่ยนี้ให้นำไปรวมกับจำนวนที่ดินแปลงย่อยที่จัดขนาดตามเกณฑ์กำหนดเพื่อใช้ในการกำหนดขนาดและจำนวนระบบสาธารณูปโภค

และบริการสาธารณะตามข้ออื่น ๆ ต่อไป

หากลักษณะทั่วไปของการจัดสรรที่ดินเป็นการแบ่งที่ดินแปลงย่อยเป็นประเภทบ้านแฝดบ้านแถวและอาคารพาณิชย์รวมกันเกินกว่าร้อยละ

๕๐ ของพื้นที่จัดจำหน่ายทั้งโครงการ ให้ใช้เกณฑ์เฉลี่ยของเนื้อที่บ้านแฝดบ้านแถว และอาคารพาณิชย์ทุกแปลงในโครงการฯ

นั้น เป็นเกณฑ์เฉลี่ยต่อ ๑ แปลง จำนวนแปลงที่ดินที่คำนวณได้จากเกณฑ์เฉลี่ยนี้ให้นำไปรวมกับจำนวนบ้านแฝด

บ้านแถวและอาคารพาณิชย์ เพื่อใช้ในการกำหนดขนาด และจำนวนระบบสาธารณูปโภค

และบริการสาธารณะตามข้ออื่น ๆ ต่อไป

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการสาธารณสุข

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การกำจัดขยะสิ่งปฏิกูล

การจัดการให้พื้นที่บริเวณโครงการจัดสรรที่ดินปราศจากขยะมูลฝอย

ให้เป็นไปตามข้อบัญญัติท้องถิ่น หากไม่มีข้อบัญญัติเช่นว่านั้น

ให้ผู้ขออนุญาตทำการจัดสรรที่ดินแสดงรายละเอียดการดำเนินการจัดเก็บและทำลายสิ่งปฏิกูลเสนอคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานีพิจารณาตามความเหมาะสม

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ระบบการระบายน้ำ

๑๔.๑

การระบายโดยระบบท่อและรางระบายน้ำ ที่ออกแบบเป็นระบบอย่างถูกต้องตามหลักวิชา

๑๔.๒

ปริมาณน้ำทิ้งที่ออกจากระบบการระบายน้ำและระบบบำบัดน้ำเสียไปสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้ง

(คู คลองหรือทางน้ำสาธารณะอื่นใด)

ต้องไม่ให้เกิดความเสียหายต่อทรัพย์สินข้างเคียงและจะต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานผู้ดูแลรับผิดชอบแหล่งรองรับน้ำทิ้ง

(ในกรณีที่ต้องได้รับอนุญาต)

๑๔.๓

ความสามารถในการรองรับปริมาณน้ำของระบบการระบายน้ำ

(๑)

ปริมาณน้ำฝน ใช้เกณฑ์ปริมาณฝนตกในรอบ ๕ ปี หรือนานกว่าของท้องที่นั้น

และสัมประสิทธิ์การไหลนองของน้ำฝนเฉลี่ยของที่ดินแปลงย่อยต้องมีค่าไม่ต่ำกว่า ๐.๖

(๒)

ปริมาณน้ำเสีย ใช้เกณฑ์ปริมาณไม่ต่ำกว่าร้อยละ ๙๕ ของน้ำใช้แต่ต้องไม่ต่ำกว่า ๑

ลูกบาศก์เมตร ต่อครัวเรือน ต่อวัน

(๓)

ปริมาณน้ำไหลซึมเข้าระบบท่อระบายน้ำต่อวัน ต้องไม่ต่ำกว่า๒๐ ลูกบาศก์เมตร

ต่อความยาวท่อระบายน้ำ ๑ กิโลเมตร

๑๔.๔

ระบบการระบายน้ำต้องประกอบด้วย

(๑)

ท่อระบายน้ำรวม

(๒)

รางระบายน้ำ

(๓)

บ่อพักท่อระบายน้ำที่รับน้ำฝนจากถนนและรับน้ำเสีย จากที่ดินแปลงย่อย (กรณีที่เป็นระบบการระบายน้ำรวม)

(๔)

บ่อตรวจการระบายน้ำ

(๕)

บ่อพักน้ำเสีย

(๖)

ระบบเครื่องสูบน้ำ (ถ้ามี)

(๗)

บ่อตรวจน้ำทิ้งประจำที่ดินแปลงย่อย

(๘)

บ่อตรวจน้ำทิ้งรวมของโครงการ

(๙)

ระบบการผันน้ำฝนส่วนเกิน (กรณีที่เป็นระบบการระบายน้ำรวม)

(๑๐)

บริเวณรับน้ำทิ้งจากการระบายน้ำและจากระบบการบำบัดน้ำเสีย

๑๔.๕

รายการคำนวณ (ที่ต้องประกอบมากับแผนผังระบบการระบายน้ำ)

(๑)

ปริมาณน้ำที่จะเข้าสู่ระบบการระบายน้ำต่อวินาที

(๒)

ขนาดท่อระบายน้ำแต่ละบริเวณ

(๓)

ระดับความลาดเอียงของท่อระบายน้ำ

(๔)

ความลึกของท้องท่อระบายน้ำ

(๕)

ความเร็วของการไหลของน้ำในท่อระบายน้ำ

(๖)

ประเภทวัสดุที่ใช้ทำท่อระบายน้ำ

รายการทั้งหมดนี้ต้องแสดงให้ปรากฏในแผนผังการระบายน้ำที่จัดทำขึ้นตามมาตรฐานทางวิศวกรรม

สอดคล้องกับรายการคำนวณทางวิชาการที่สามารถตรวจสอบความเพียงพอและความมั่นคงแข็งแรงของอุปกรณ์ของระบบได้

โดยต้องมีการตรวจรับรองจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุม

๑๔.๖

เงื่อนไขต้องปฏิบัติในการจัดทำแผนผังระบบการระบายน้ำและการจัดทำรายการคำนวณทางวิชาการ

(๑)

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางภายในของท่อระบายน้ำขนาดเล็กที่สุดไม่ต่ำกว่า ๖๐ เซนติเมตร

ยกเว้นในกรณีระบบการระบายน้ำเสียแยกจากระบบระบายน้ำฝน

(๒)

วัสดุที่เป็นท่อระบายน้ำ ต้อง

ก.

เป็นวัสดุที่ทนทานต่อความเน่าเสียได้ โดยไม่ผุกร่อนหรือสลายตัว

ข.

รับน้ำหนักกดจากพื้นที่ด้านบนได้โดยไม่เสียหาย

(๓)

ระดับความลาดเอียงของท่อระบายน้ำ ดังนี้

ก.

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๖๐ เซนติเมตร ต้องไม่ต่ำกว่า ๑ : ๕๐๐

ข.

ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางเกินกว่า ๖๐ เซนติเมตร ต้องไม่ต่ำกว่า ๑ : ๑๐๐๐

(๔)

เครื่องสูบน้ำเสีย จะเป็นแบบใดก็ได้

(แบบจุ่มแช่ในบ่อพักน้ำเสียแบบนอกบ่อพักน้ำเสีย) แต่การสูบน้ำจะต้อง

ก.

ระดับหยุดสูบน้ำอยู่ต่ำกว่าระดับท้องท่อระบายน้ำเข้า

ข.

ระดับเริ่มสูบน้ำอยู่สูงกว่าระดับหยุดสูบน้ำไม่ต่ำกว่า ๑.๐๐ เมตร

ค.

ปริมาตรน้ำเสียระหว่างระดับสูบน้ำในบ่อพักน้ำเสียต้องไม่น้อยกว่า ๑ ใน ๔ ส่วน

ของปริมาตรน้ำเสียรวมทั้งโครงการ

(๕)

แนวท่อระบบการระบายน้ำต้องไม่พาดผ่านทางน้ำหรือแหล่งน้ำสาธารณประโยชน์

นอกจากจะมีระบบพิเศษเพื่อการส่งน้ำไปได้โดยไม่ปนกับน้ำธรรมชาติ

(๖)

บ่อพักท่อระบายน้ำ

ก.

ประเภทบ้านเดี่ยว ต้องจัดให้มีประจำทุกแปลงย่อย

ข.

ประเภทบ้านแฝด บ้านแถวหรืออาคารพาณิชย์ จัดให้บ่อหนึ่งต่อสองแปลง

ทั้งนี้

ต้องแยกท่อระบายน้ำเข้าบ่อพักออกจากกัน

(๗)

บ่อตรวจการระบายน้ำต้องมีขนาดใหญ่เพียงพอให้สามารถลงไปขุดลอกหรือทำความสะอาดท่อระบายน้ำได้ที่จุดบรรจบท่อระบายน้ำที่สำคัญตามความเหมาะสม

(๘)

กรณีพื้นที่ที่ทำการจัดสรรที่ดินมีระดับสูงต่ำต่างกันให้แสดง

ก.

เส้นระดับความสูงต่ำ

ของพื้นที่ลงในแผนผังแสดงแนวเส้นท่อระบายน้ำโดยมีช่วงห่างกันทุกระดับความสูง ๑.๐๐

เมตรหรือน้อยกว่า

ข.

ระดับของพื้นที่ที่จะปรับแต่ง โดยการขุดลอกหรือถมสูงขึ้นจากระดับเดิมด้วย

(๙)

ต้องแสดงแหล่งรองรับน้ำทิ้งให้ชัดเจนในแผนผัง

หากเป็นลำรางสาธารณะให้แสดงภาพความกว้าง

ความลึกของลำรางจากบริเวณที่จัดสรรไปจนถึงแหล่งรองรับน้ำทิ้ง

ในกรณีที่แยกระบบระบายน้ำเสียออกจากระบบระบายน้ำฝนให้แสดงแบบรายละเอียดของทั้งสองระบบแยกจากกัน

แต่ละระบบมีรายละเอียดต่าง ๆ ตามข้อต้นทั้งหมด

รวมทั้งรายละเอียดของทุกจุดที่มีการตัดผ่าน หรือบรรจบกันของระบบทั้งสอง

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ระบบบำบัดน้ำเสีย

๑๕.๑

น้ำที่ผ่านการใช้จากทุกกิจกรรมในแปลงที่ดินจัดสรร

ถือเป็นน้ำเสียที่จะต้องได้รับการบำบัดให้ได้มาตรฐานที่กำหนดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือกฎหมายอื่นที่ใช้บังคับ

จึงจะระบายลงสู่แหล่งรองรับน้ำทิ้งได้

๑๕.๒

ระบบบำบัดน้ำเสีย จะเป็นประเภทระบบบำบัดอิสระเฉพาะแต่ละที่ดินแปลงย่อยหรือประเภทระบบบำบัดกลางที่รวมน้ำเสียมาบำบัดเป็นจุดเดียวหรือหลายจุดก็ได้และแต่ละระบบเหล่านั้น

จะใช้วิธีหรือขบวนการบำบัดแบบใด วิธีใด

ให้แสดงให้ปรากฏในแผนผังและรายการคำนวณทางวิชาการที่ตรวจรับรองจากวิศวกรที่ได้รับใบอนุญาตการประกอบวิชาชีพ

๑๕.๓

ระบบบำบัดน้ำเสียทุกประเภทจะต้องมีบ่อตรวจคุณภาพน้ำทิ้ง

ที่สามารถเข้าไปตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้งได้ตลอดเวลา

สำหรับประเภทระบบกลางต้องตั้งอยู่ในพื้นที่ที่พาหนะเข้าถึงได้โดยเป็นทางเฉพาะกว้างไม่น้อยกว่า

๔ เมตร

เพื่อประโยชน์ในการบำรุงรักษาอุปกรณ์ที่ใช้ในการบำบัดน้ำเสียและการตรวจสอบคุณภาพน้ำทิ้ง

๑๕.๔

การระบายน้ำลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะซึ่งไม่ได้อยู่ในความควบคุม ดูแล

บำรุงรักษาของกรมชลประทาน

ให้ผู้จัดสรรที่ดินที่ได้ขอแบ่งแยกที่ดินแปลงย่อยเพื่อจำหน่ายตั้งแต่ ๓๐๐ แปลง

ขึ้นไป จัดทำบ่อบำบัดน้ำเสียรวมด้วย และให้แสดงให้ปรากฏไว้ในแผนผังโครงการที่ขอทำการจัดสรรที่ดิน

๑๕.๕

น้ำทิ้งที่ออกจากระบบการระบายน้ำซึ่งอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานที่อนุญาต

ก่อนปล่อยลงสู่แหล่งน้ำสาธารณะซึ่งอยู่ในความควบคุม ดูแล บำรุงรักษาของกรมชลประทาน

ให้หน่วยงานที่อนุญาตเป็นผู้ตรวจสอบ ติดตามการบำบัดน้ำเสียให้มีค่า B.O.D เป็นไปตามเกณฑ์ของกรมชลประทาน

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการคมนาคม

การจราจรและความปลอดภัย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ความกว้างของหน้าที่ดินแปลงย่อยในโครงการแต่ละแปลงที่ติดถนนสำหรับใช้เป็นทางเข้าออกของรถยนต์ต้องไม่ต่ำกว่า

๔.๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ขนาดของถนนที่ต้องจัดให้มีในการจัดสรรที่ดินแต่ละโครงการให้มีความกว้างของเขตทาง

และผิวจราจร เป็นสัดส่วนกับจำนวนที่ดินแปลงย่อยดังนี้

๑๗.๑

ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อยไม่เกิน ๙๙ แปลง หรือเนื้อที่ต่ำกว่า ๑๙

ไร่ ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๘.๐๐ เมตร โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า

๖.๐๐ เมตร

๑๗.๒

ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อยตั้งแต่ ๑๐๐ - ๒๙๙ แปลง หรือเนื้อที่ ๑๙

- ๕๐ ไร่ ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๑๒.๐๐ เมตร

โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า ๘.๐๐ เมตร

๑๗.๓

ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อยตั้งแต่ ๓๐๐ - ๔๙๙ แปลง หรือเนื้อที่เกินกว่า

๕๐ ไร่ แต่ไม่เกิน ๑๐๐ ไร่ ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๑๖.๐๐ เมตร โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า

๑๒.๐๐ เมตร

๑๗.๔

ถนนที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อยตั้งแต่ ๕๐๐ แปลงขึ้นไป

หรือ/เนื้อที่มากกว่า ๑๐๐ ไร่ขึ้นไป ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่ต่ำกว่า ๑๘.๐๐

เมตร โดยมีความกว้างของผิวจราจรไม่ต่ำกว่า ๑๒.๐๐ เมตร

มีเกาะกลางถนนกว้างไม่น้อยกว่า ๒.๐๐ เมตร และมีทางเท้ากว้างข้างละ ๒.๐๐ เมตร

ในกรณีที่ที่ดินแปลงย่อยมีหน้าแปลงที่ดินติดต่อกับเขตห้ามปลูกสร้างอาคารในทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงท้องถิ่น

ให้ปรับปรุงเขตทางนั้นเป็นผิวจราจร

โดยให้เชื่อมเป็นส่วนเดียวกับผิวจราจรของทางหลวงนอกจากจะมีเกณฑ์บังคับเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ถนนที่เป็นทางเข้าออกของโครงการจัดสรรที่ดินที่บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหรือทางสาธารณประโยชน์

ต้องมีความกว้างของเขตทางไม่น้อยกว่าเกณฑ์กำหนดตามข้อ ๑๗

เว้นแต่ถนนดังกล่าวเป็นถนนภาระจำยอม

และมีความกว้างของเขตทางน้อยกว่าเกณฑ์กำหนดตามข้อ ๑๗

ก็ให้อยู่ในดุลพินิจของคณะกรรมการที่จะพิจารณาอนุญาตได้

แต่ต้องอยู่ภายใต้เงื่อนไขที่ว่าถนนดังกล่าวเป็นถนนที่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลง จนเป็นเหตุให้ประโยชน์แห่งภาระจำยอม

ลดไป หรือเสื่อมความสะดวก มีความกว้างของผิวจราจรไม่น้อยกว่า ๖.๐๐ เมตร

และมิได้เป็นถนนที่เกิดจากการดำเนินการของผู้จัดสรรที่ดิน

หรือผู้ที่เกี่ยวข้องกับผู้จัดสรรที่ดิน

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ถนนแต่ละสายให้มีความยาวจากทางแยกหนึ่งถึงอีกทางแยกหนึ่ง

ไม่เกิน ๓๐๐ เมตร และไม่ควรให้เป็นแนวตรงยาวเกินกว่า ๖๐๐ เมตร

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ถนนที่เป็นถนนปลายตัน

ต้องจัดให้มีที่กลับรถทุกระยะ ๑๐๐ เมตร

และที่ปลายตันที่กลับรถต้องจัดให้เป็นไปตามมาตรฐาน ดังนี้

๒๐.๑

กรณีที่เป็นวงเวียน ต้องมีเส้นผ่านศูนย์กลางไม่ต่ำกว่า ๖.๐๐ เมตร และผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่า

๖.๐๐ เมตร

๒๐.๒

กรณีเป็นรูปตัวที (T) ต้องมีความยาวสุทธิของไหล่ตัวที ด้านละไม่ต่ำกว่า๕.๐๐ เมตร ทั้งสองด้าน

และผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่า ๔.๐๐ เมตร

๒๐.๓

กรณีที่เป็นรูปตัวแอล (L) ต้องมีความยาวสุทธิของขาแต่ละด้านไม่ต่ำกว่า๕.๐๐ เมตร และผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่า

๔.๐๐ เมตร

๒๐.๔

กรณีเป็นรูปตัววาย (Y) ต้องมีความยาวสุทธิของแขนตัววายด้านละไม่ต่ำกว่า ๕.๐๐ เมตร

ผิวจราจรกว้างไม่ต่ำกว่า ๔.๐๐ เมตร มุมตัววายต้องไม่เล็กกว่า ๑๒๐ องศา

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ที่จอดรถระหว่างผิวจราจรกับทางเท้ากว้างไม่น้อยกว่า

๒.๕๐ เมตร ให้จัดในบริเวณต่อไปนี้

๒๑.๑

ตลอดความยาวด้านหน้าที่ดินแปลงย่อยประเภทอาคารพาณิชย์

เว้นแต่กรณีติดกับเขตห้ามปลูกสร้างอาคารริมทางหลวง

ให้ใช้เขตห้ามปลูกสร้างอาคารเป็นที่จอดรถได้

๒๑.๒

ตลอดความยาวทุกด้านที่ติดถนนของที่ดินแปลงใหญ่

๒๑.๓

ตลอดความยาว ๒ ฝั่งถนน เป็นระยะทางข้างละ ๕๐.๐๐ เมตร

นับจากปากทางเข้าออกของโครงการที่บรรจบกับทางหลวงแผ่นดินหรือทางหลวงท้องถิ่นที่มีความกว้างของเขตทางตั้งแต่

๓๐.๐๐ เมตรขึ้นไป เว้นแต่ถนนที่มีความกว้างของผิวจราจรตั้งแต่ ๑๒.๐๐ เมตรขึ้นไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ทางเดินและทางเท้า

๒๒.๑

ถนนด้านที่ใช้เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อยที่ทำการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรม

ต้องจัดให้มีทางเดินและทางเท้าสำหรับคนเดินตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๖ ทั้งนี้ ความกว้างสุทธิไม่ต่ำกว่า ๖๐

เซนติเมตร ตลอดความยาวของถนนโดยไม่มีสิ่งกีดขวาง

๒๒.๒

ในกรณีที่จัดทำทางเดินและทางเท้ายกระดับ

ขอบทางเดินและทางเท้าต้องเป็นคันหินสูงระหว่าง ๐.๑๒ ถึง ๐.๑๕ เมตร

และเพื่อประโยชน์ในการสัญจรหรือเพื่อความปลอดภัยจุดที่เป็นทางเข้าออกสู่ที่ดินแปลงย่อยให้ลดคันหินลง

โดยทำเป็นทางราดให้รถยนต์เข้าออกได้ ทางเดินและทางเท้าส่วนที่เป็นทางเข้าออกนี้

ให้ทำเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก แอสฟัลต์ติดคอนกรีต

คอนกรีตเสริมเหล็กราดด้วยแอสฟัลต์หรือปูทับด้วยวัสดุอื่น

หรือราดยางแอสฟัลต์รองด้วยชั้นวัสดุพื้นทางที่มีความหนาและบดอัดจนมีความแน่น

ตามมาตรฐานที่หน่วยงานที่รับผิดชอบกำหนด

๒๒.๓

ในบริเวณจุดเชื่อมต่อระหว่างถนนกับทางเดินและทางเท้า หรือทางเข้าออกที่ดินแปลงย่อยกับทางเดินและทางเท้าที่ไม่อาจรักษาระดับทางเดินและทางเท้าให้สูงเท่ากันได้

ให้ลดคันหินลง ทั้งนี้

เพื่อประโยชน์ในการสัญจรและความปลอดภัย

๒๒.๔

การปลูกต้นไม้หรือติดตั้งอุปกรณ์ประดับถนน ต้องไม่ล้ำลงมาในส่วนที่เป็นทางเดินเท้า

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ระดับความสูงของหลังถนน

๒๓.๑

ต้องให้สอดคล้องกับระบบการระบายน้ำในบริเวณการจัดสรรที่ดิน

๒๓.๒

ต้องจัดทำให้ได้ระดับและมาตรฐานที่สอดคล้องกับถนนหรือทางสาธารณะที่ต่อเนื่อง

๒๓.๓

ผิวจราจรต้องเป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก

แอสฟัลท์ติดคอนกรีตหรือราดยางแอสฟัลท์รองด้วยชั้นวัสดุพื้นทางที่มีความหนาและบดอัดจนมีความแน่น

ตามมาตรฐานของหน่วยงานที่รับผิดชอบกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ความลาดชันและทางเลี้ยว

๒๔.๑

ความลาดชันของผิวจราจรทุกจุดต้องไม่เกิน ๗ ส่วน ต่อทางราบ ๑๐๐ ส่วน

๒๔.๒

ทางเลี้ยวหรือทางบรรจบกันต้องไม่เป็นมุมแหลมเล็กกว่า ๖๐ องศา และในกรณีทางเลี้ยวที่ห่างกันน้อยกว่า

๓๗.๐๐ เมตร ต้องเป็นมุมป้านไม่เล็กกว่า ๑๒๐ องศา

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การปาดมุมถนน

๒๕.๑

ปากทางของถนนที่มีเขตทางต่ำกว่า ๑๒.๐๐ เมตร

จะต้องปาดมุมถนนให้กว้างขึ้นอีกไม่ต่ำกว่าด้านละ ๑.๐๐ เมตร

๒๕.๒

ปากทางของถนนดังกล่าวเป็นมุมเล็กกว่า ๙๐ องศา จะต้องปาดมุมให้กว้างขึ้นอีกตามความเหมาะสม

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ สะพาน สะพานท่อและท่อลอด

๒๖.๑

ถนนที่ตัดผ่านลำรางสาธารณประโยชน์ ซึ่งกว้างเกินกว่า ๓.๐๐ เมตร จะต้องทำเป็นสะพานคอนกรีตเสริมเหล็ก

ตามแบบการก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานหรือเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด

๒๖.๒

ถ้าลำรางสาธารณประโยชน์ กว้างต่ำกว่า ๓.๐๐ เมตร จะต้องทำเป็นสะพานหรือสะพานท่อ

หรือใช้ท่อลอดตามแบบการก่อสร้างที่ได้รับอนุญาตจากหน่วยงานหรือเจ้าพนักงานตามที่กฎหมายกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ ให้ติดตั้งป้ายสัญญาณการจราจรและอุปกรณ์สะท้อนแสงไฟให้เห็นได้ชัดตรงจุดที่เป็นเกาะกลางถนน

วงเวียน ทางแยก ร่อง หรือสันนูนขวางถนน ทุกแห่ง

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ต้องจัดให้มีระบบไฟส่องสว่าง

และต้องติดตั้งหัวดับเพลิงตามมาตรฐานของการประปาส่วนภูมิภาคหรือการประปาส่วนท้องถิ่น

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เพื่อประโยชน์ในด้านความสะดวกต่อการคมนาคม

ความมั่นคงแข็งแรง ความปลอดภัย ความสวยงาม ความเป็นระเบียบและการผังเมือง

คณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานี

มีอำนาจที่จะสั่งการให้ปรับเปลี่ยนขนาดเขตทาง ทิศทางเดินรถ

ระดับและความลาดชันทางเลี้ยว ที่จอดรถ ที่กลับรถ ส่วนประกอบของถนน

และป้ายสัญญาณการจราจรได้

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการสาธารณูปโภค

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ ระบบไฟฟ้า

ผู้จัดสรรที่ดินต้องจัดให้มีระบบไฟฟ้าและดำเนินการจัดทำตามแบบแปลนแผนผังที่ได้รับความเห็นชอบจากหน่วยงานราชการหรือองค์การของรัฐหรือนิติบุคคลอื่น

ซึ่งมีหน้าที่ควบคุมเรื่องไฟฟ้า

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ระบบประปา

๓๑.๑

ในกรณีที่ดินจัดสรรตั้งอยู่ในบริเวณที่การประปานครหลวง การประปาส่วนภูมิภาค

หรือการประปาส่วนท้องถิ่น แล้วแต่กรณี สามารถให้บริการได้

ต้องใช้บริการของหน่วยงานนั้น

๓๑.๒

ในกรณีที่ดินจัดสรรตั้งอยู่นอกบริเวณ ๓๑.๑

ให้จัดทำระบบประปาหรือระบบน้ำสะอาดให้เพียงพอแก่การอุปโภคและจะต้องดำเนินการต่อไปนี้

(๑)

เสนอแบบก่อสร้างระบบการผลิตน้ำประปาและแบบการก่อสร้างระบบจ่ายน้ำ

โดยแบบระบบประปาต้องเป็นไปตามเกณฑ์มาตรฐานที่การประปาส่วนภูมิภาค

และหรือการประปานครหลวงกำหนด

พร้อมทั้งรายละเอียดประกอบแบบรายการคำนวณโดยวิศวกรเป็นผู้ลงนามรับรองแบบและรายการคำนวณดังกล่าว

เพื่อขอรับความเห็นชอบจากคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานี

(๒)

ถ้าใช้น้ำบาดาลหรือน้ำผิวดินในการผลิตน้ำประปา

ต้องขอรับสัมปทานการจัดจำหน่ายน้ำประปาจากหน่วยงานราชการที่รับผิดชอบ

ตามกฎหมายว่าด้วยการสัมปทานให้เรียบร้อย ก่อนออกใบอนุญาตทำการจัดสรรที่ดิน

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ ระบบโทรศัพท์

ในกรณีผู้จัดสรรที่ดินจะจัดบริการโทรศัพท์ให้แก่ผู้ซื้อที่ดินจัดสรร

ให้แสดงแผนการดำเนินการต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานี

ข้อกำหนดเพื่อประโยชน์เกี่ยวกับการผังเมือง

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองให้อยู่ภายใต้บทบัญญัติของกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองในเขตผังเมืองรวม

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการอื่นที่จำเป็นต่อการรักษาสภาพแวดล้อม

การส่งเสริมสภาพความเป็นอยู่และการบริหารชุมชน

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ สวน สนามเด็กเล่น สนามกีฬา

ให้จัดทำสวน

และหรือสนามเด็กเล่น และหรือสนามกีฬา โดยคำนวณจากพื้นที่จัดจำหน่ายไม่น้อยกว่าร้อยละ

๕ ทั้งนี้ ไม่ให้แบ่งแยกออกเป็นแปลงย่อยหลายแห่ง

เว้นแต่เป็นการกันพื้นที่แต่ละแห่งไว้ไม่ต่ำกว่า ๑ ไร่

โดยจะต้องมีขนาดและรูปแปลงที่เหมาะสม สะดวกแก่การใช้สอย

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ โรงเรียนอนุบาล

ในกรณีเป็นการจัดสรรที่ดินขนาดใหญ่

ผู้จัดสรรที่ดินจะต้องกันพื้นที่ไว้เป็นที่ตั้งโรงเรียนอนุบาล จำนวน ๑ แห่ง

เนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ตารางวา และต้องจัดให้มีพื้นที่ดังกล่าวเพิ่มขึ้นทุก ๆ

๕๐๐ แปลง หรือทุก ๆ ๑๐๐ ไร่

ในกรณีที่ไม่สามารถจัดตั้งโรงเรียนอนุบาลตามระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

หากไม่สามารถจัดตั้งโรงเรียนประเภทอื่นได้

ให้จัดทำบริการสาธารณะและหรือสาธารณูปโภคอื่น เช่น ศูนย์เด็กเล็ก สวน สนามเด็กเล่น

สนามกีฬา เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การให้บริการรักษาความปลอดภัยของชุมชน

กรณีที่ผู้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินจัดให้มีการรักษาความปลอดภัยของชุมชนให้ผู้ขอแสดงแผนการดำเนินการต่อคณะกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานี

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ การจัดให้มีสโมสรหรือสระว่ายน้ำ

ในกรณีที่ผู้ขออนุญาตจัดสรรที่ดินจะจัดให้มีสโมสรและหรือสระว่ายน้ำให้ผู้ขอแสดงวิธีดำเนินงานและเรียกเก็บค่าใช้บริการและการบำรุงรักษาใช้ชัดเจน

ข้อกำหนดเกี่ยวกับการจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคล

หมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ ในกรณีที่ผู้จัดสรรที่ดินรายใดมีความประสงค์จะให้มีการจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

ผู้จัดสรรที่ดินจะต้องจัดพื้นที่ให้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น

อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

๓๘.๑

ที่ดินเปล่าต้องจัดให้มีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๒๐ ตารางวา และมีความกว้างไม่น้อยกว่า

๘.๐๐ เมตร ความยาวไม่น้อยกว่า ๑๐.๐๐ เมตร

โดยตำแหน่งที่ดินให้มีเขตติดต่อกับสาธารณูปโภคอื่น ๆ เช่น ถนน สวน สนามเด็กเล่น

สนามกีฬา และหรือสาธารณูปโภคอื่นที่ใช้ประโยชน์ลักษณะเดียวกัน

๓๘.๒

ที่ดินพร้อมอาคาร ต้องมีเนื้อที่ไม่น้อยกว่า ๑๖ ตารางวา มีความกว้างไม่น้อยกว่า

๔.๐๐ เมตร และมีพื้นที่ใช้สอยในอาคารไม่น้อยกว่า ๖๔ ตารางเมตร

๓๘.๓

พื้นที่ส่วนอื่นซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดไว้

เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว

เช่น สำนักงาน สโมสร เป็นต้น

ต้องจัดให้มีพื้นที่ใช้สอยสำหรับสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นในอาคารดังกล่าวไม่น้อยกว่า

๖๔ ตารางเมตร อาคารดังกล่าวจะต้องอยู่บนที่ดินแปลงบริการสาธารณะในโครงการจัดสรรที่ดิน

และจะเก็บค่าใช้จ่ายสำหรับการใช้เป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นไม่ได้

ทั้งนี้

ไม่นับรวมถึงค่าใช้จ่ายสาธารณูปโภคสิ้นเปลือง

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ เมื่อตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นแล้ว

ให้ถือว่าที่ดินดังกล่าวตามข้อ ๓๘.๑ หรือที่ดินพร้อมอาคารตามข้อ ๓๘.๒

เป็นสาธารณูปโภค

สำหรับที่ดินที่เป็นที่ตั้งพื้นที่ส่วนอื่นซึ่งผู้จัดสรรที่ดินได้จัดไว้เพื่อเป็นที่ตั้งสำนักงานของนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรร

หรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่น เช่น สำนักงาน สโมสร ฯลฯ ตามข้อ ๓๘.๓

ผู้จัดสรรที่ดินต้องให้นิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นถือกรรมสิทธิ์รวมในที่ดินเนื้อที่ไม่น้อยกว่า

๒๐ ตารางวา และให้เป็นสาธารณูปโภคด้วย

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ ในการประชุมจัดตั้งนิติบุคคลหมู่บ้านจัดสรรหรือนิติบุคคลตามกฎหมายอื่นผู้จัดสรรที่ดินต้องอำนวยความสะดวกในด้านเอกสาร

บัญชีรายชื่อผู้ซื้อที่ดินจัดสรรและสถานที่ประชุมตามสมควร

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ข้อกำหนดนี้ไม่ให้ใช้บังคับกับการจัดสรรที่ดินที่ได้ยื่นคำขออนุญาตไว้ก่อนข้อกำหนดนี้ใช้บังคับ

ให้ไว้ ณ วันที่ ๑๗

กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๕๒

ปรีชา บุตรศรี

ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี

ประธานกรรมการจัดสรรที่ดินจังหวัดปทุมธานี

ปริยานุช/จัดทำ

๓๐ เมษายน ๒๕๕๒

ศิรวัชร์/ปรับปรุง

๑๕ กรกฎาคม ๒๕๕๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๖๒ ง/หน้า ๙๒/๒๗ เมษายน ๒๕๕๒

41 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อกำหนด เกี่ยวกับการจัดสรรที่ดินเพื่อที่อยู่อาศัยและพาณิชยกรรมจังหวัดปทุมธานี พ.ศ. 2552 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6f15d33ff7b37978

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com