ข้อ ๓๘
วิธีการขายทอดตลาดให้คณะกรรมการถือปฏิบัติดังนี้
(๑)
ก่อนเริ่มต้นขายทอดตลาดให้ปักธงเครื่องหมายการขายทอดตลาดเป็นธงลายหมากรุกแดง ขาว
(๒) ให้อ่านประกาศขายทอดตลาดทรัพย์สิน ณ
สถานที่ขายโดยเปิดเผยก่อนการขายทอดตลาด
(๓)
ผู้ทอดตลาดต้องร้องขานจำนวนเงินที่มีผู้สู้ราคาครั้งที่หนึ่งสามถึงสี่หน
ถ้าไม่มีผู้สู้ราคาสูงขึ้น ให้เปลี่ยนร้องขานเป็นครั้งที่สองอีกสามถึงสี่หน
เมื่อไม่มีผู้สู้ราคาสูงกว่านั้น
และได้ราคาเหมาะสมกับสภาพของทรัพย์สินที่ขายก็ให้ลงคำว่า สาม
พร้อมกับเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาด
แต่ถ้าก่อนเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาดมีผู้สู้ราคาสูงขึ้นไปอีก
ก็ให้ผู้ทอดตลาดร้องขานราคานั้นตั้งต้นใหม่ตามลำดับดังกล่าว
(๔) การขายทอดตลาดทรัพย์สิน ตามประเพณีในการขายทอดตลาด
ถ้ายังมิได้แสดงเช่นนั้นอยู่ตราบใด ผู้สู้ราคาจะถอนคำสู้ราคาของตนเสียก็ได้ และถ้าผู้สู้ราคาได้ถอนคำสู้ราคาแล้ว
ให้ผู้ทอดตลาดตั้งต้นร้องขานราคาใหม่
(๕)
คณะกรรมการหรือผู้ทอดตลาดโดยตนเองหรือจะใช้ให้ผู้หนึ่งผู้ใดเข้าสู้ราคาในการขายทอดตลาดทรัพย์สินที่ตนเป็นผู้จัดการขายไม่ได้
เว้นแต่จะได้แถลงไว้โดยเฉพาะในประกาศเรื่องขายทอดตลาดทรัพย์สินตามแบบ ๙
ว่าคณะกรรมการหรือผู้ทอดตลาดในฐานะผู้ขายก็มีสิทธิที่จะเข้าสู้ราคาด้วย
(๖) การขายทอดตลาด
เมื่อผู้ทอดตลาดเคาะไม้หรือแสดงกิริยาอื่นอย่างใดอย่างหนึ่งตามจารีตประเพณีในการขายทอดตลาดว่าตกลงขายแล้ว
ผู้ซื้อต้องชำระเงินทันที เว้นแต่ที่ดินหรือทรัพย์สินอย่างอื่นซึ่งมีราคาตั้งแต่หนึ่งหมื่นบาทขึ้นไป
ผู้ทอดตลาดอาจผ่อนผันให้ผู้ซื้อวางเงินมัดจำไม่น้อยกว่าร้อยละยี่สิบห้าของราคาซื้อ
และทำสัญญาซื้อขายภายในเวลาไม่เกินสิบห้าวันก็ได้ เมื่อได้ชำระเงินครบถ้วนแล้ว
จึงให้โอนมอบทรัพย์สินนั้นแก่ผู้ซื้อไป
หากผู้ซื้อไม่ไปทำสัญญาซื้อขายภายในกำหนดดังกล่าว
ให้คณะกรรมการริบเงินมัดจำ และนำทรัพย์สินนั้นออกขายทอดตลาดใหม่ได้
การขายทอดตลาดทรัพย์สินตามวรรคสอง
ถ้าได้เงินเป็นจำนวนสุทธิไม่คุ้มราคาและค่าขายทอดตลาด
ผู้ซื้อคนนั้นต้องรับผิดในส่วนที่ขาด
(๗) ในการขายทรัพย์สิน ให้คณะกรรมการบันทึกไว้ในสมุดขายทอดตลาดทุกครั้ง
โดยที่คณะกรรมการและผู้ทอดตลาดต้องลงชื่อ วัน เดือน ปี กำกับไว้
(๘) เงินที่ได้จากการขายทอดตลาด
ให้นำส่งหน่วยงานคลังขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นที่ขายทอดตลาดทรัพย์สินนั้น ๆ