法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบของผู้ประสานงานกลาง ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือและการขอความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2537

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
17
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบของผู้ประสานงานกลาง

ระเบียบของผู้ประสานงานกลาง

ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือและการขอความช่วยเหลือ

ตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา

พ.ศ. ๒๕๓๗

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๕) มาตรา ๑๐ วรรคสอง มาตรา ๑๖

มาตรา ๒๐ มาตรา ๒๑ วรรคสาม มาตรา ๒๕ วรรคสอง และมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบัญญัติ

ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. ๒๕๓๕ ผู้ประสานงานกลางออกระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า "ระเบียบของผู้ประสานงานกลางว่าด้วยการให้ความ

ช่วยเหลือและการขอความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทาง

อาญา พ.ศ. ๒๕๓๗"

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา

เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การให้ความช่วยเหลือและการขอความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วย

ความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา ให้ดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ เว้นแต่

ในกรณีที่ได้มีสนธิสัญญากำหนดไว้เป็นอย่างอื่น ก็ให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในสนธิสัญญานั้น

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่มีปัญหาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามระเบียบนี้ ให้หน่วยงานของรัฐที่

ให้ความช่วยเหลือหรือขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศแจ้งให้ผู้ประสานงานกลางทราบเพื่อ

พิจารณาแก้ไข แล้วให้ผู้ประสานงานกลางรายงานผลการดำเนินการให้นายกรัฐมนตรีทราบ

การให้ความช่วยเหลือแก่ต่างประเทศ

คำร้องขอ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คำร้องขอจากต่างประเทศเพื่อให้ประเทศไทยให้ความช่วยเหลือตาม

กฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา อย่างน้อยจะต้องมีรายละเอียดดัง

ต่อไปนี้

(๑) ชื่อหน่วยงานของประเทศผู้ร้องขอที่ประสงค์จะขอความช่วยเหลือ

(๒) เรื่องที่ขอความช่วยเหลือ รวมทั้งรายละเอียดและข้อสนเทศอื่นที่อาจเป็น

ประโยชน์ต่อการดำเนินการตามคำร้องขอ

(๓) วัตถุประสงค์และความจำเป็นที่ต้องขอความช่วยเหลือ

(๔) รายละเอียดอื่นที่จำเป็นสำหรับคำร้องขอในแต่ละประเภทตามที่กำหนดไว้

ในข้อ ๖ ถึงข้อ ๑๓ แล้วแต่กรณี

ในกรณีที่ประเทศผู้ร้องขอไม่ได้ทำสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือระหว่าง

ประเทศในเรื่องอาญากับประเทศไทย ประเทศผู้ร้องขอจะต้องแสดงว่าจะให้ความช่วยเหลือใน

ทำนองเดียวกันเมื่อประเทศไทยเป็นผู้ร้องขอ

คำร้องขอและเอกสารประกอบคำร้องขอดังกล่าว ถ้าทำเป็นภาษาอื่นที่มิใช่ภาษา

ไทยหรือภาษาอังกฤษ จะต้องทำคำแปลเป็นภาษาไทยหรือภาษาอังกฤษที่รับรองความถูกต้องด้วย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คำร้องขอความช่วยเหลือให้สอบสวนหรือสืบพยานหลักฐานจะต้องระบุชื่อ

และที่อยู่ของบุคคลซึ่งเป็นพยาน หรือบุคคลซึ่งครอบครองสิ่งของหรือเอกสารอันเป็นพยานหลัก

ฐานที่ประสงค์ให้รวบรวม รวมทั้งรายการข้อซักถามที่ประสงค์จะให้ดำเนินการ ในกรณีที่เป็นการ

ร้องขอให้สืบพยานหลักฐานในศาลไทยให้ส่งสำเนาคำฟ้องมาด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ คำร้องขอความช่วยเหลือให้จัดหาหรือให้เอกสารหรือข่าวสารที่อยู่ใน

ความครอบครองของหน่วยงานของรัฐ จะต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับเอกสารหรือข่าวสารและ

ชื่อของหน่วยงานที่ครอบครองเอกสารหรือข่าวสารนั้น รวมทั้งความประสงค์ที่จะให้ดำเนินการ

เกี่ยวกับเอกสารหรือข่าวสารนั้น

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ คำร้องขอความช่วยเหลือให้จัดส่งเอกสารทางกฎหมาย จะต้องแนบ

เอกสารที่จะส่งและระบุชื่อและที่อยู่ของบุคคลซึ่งจะให้ส่งเอกสารให้ชัดเจน

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ คำร้องขอความช่วยเหลือในการค้นและการยึดสิ่งของ จะต้องระบุข้อเท็จ

จริงหรือพยานหลักฐานอันเป็นเหตุที่จะออกหมายค้น หรือค้น หรือยึดสิ่งของรูปพรรณและสถานที่

ที่สิ่งของนั้นอยู่ หรือที่อยู่ของบุคคลซึ่งครอบครองสิ่งของนั้น โดยให้มีรายละเอียดเพียงพอที่จะสืบ

หาได้ รวมทั้งความประสงค์ที่จะให้ดำเนินการเกี่ยวกับสิ่งของดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ คำร้องขอความช่วยเหลือให้โอนบุคคลซึ่งถูกคุมขังเพื่อสืบพยานให้

ดำเนินการดังต่อไปนี้

(๑) การขอให้ส่งตัวบุคคลซึ่งถูกคุมขังในประเทศไทยไปเบิกความเป็นพยานใน

ประเทศผู้ร้องขอ จะต้องระบุชื่อและสถานที่คุมขังตัวบุคคลดังกล่าวรวมทั้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับคดีที่

กำลังพิจารณาอยู่ในประเทศผู้ร้องขอ และประเด็นที่จะขอให้บุคคลผู้นั้นเบิกความ ตลอดจนสิทธิ

และหน้าที่ของบุคคลดังกล่าวที่พึงมีตามกฎหมาย ตามสนธิสัญญาหรือตามที่ประเทศผู้ร้องขอจะ

ได้รับรองไว้กับประเทศไทย

(๒) การขอให้ส่งตัวบุคคลซึ่งถูกคุมขังในประเทศผู้ร้องขอมาเบิกความเป็นพยาน

ในประเทศไทย จะต้องระบุชื่อบุคคลดังกล่าวพร้อมกับส่งเอกสารหลักฐานซึ่งแสดงว่าบุคคลดัง

กล่าวสมัครใจมาเบิกความเป็นพยานในประเทศไทยรวมทั้งข้อเท็จจริงเกี่ยวกับระยะเวลาคุมขังที่

เหลืออยู่ คดีที่กำลังพิจารณาอยู่ในประเทศไทย และรายการข้อซักถามที่ประสงค์จะให้พนักงาน

อัยการผู้รับผิดชอบดำเนินการสืบพยาน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คำร้องขอความช่วยเหลือในการสืบหาบุคคล จะต้องระบุชื่อรูปพรรณและ

ที่อยู่ของบุคคลดังกล่าว หรือสถานที่ที่มีเหตุอันควรเชื่อได้ว่าบุคคลนั้นอาศัยอยู่รวมทั้งความเกี่ยว

พันของบุคคลดังกล่าวกับการสืบสวน สอบสวน ฟ้องคดี หรือการดำเนินการอื่นทางอาญาใน

ประเทศผู้ร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คำร้องขอความช่วยเหลือในการเริ่มกระบวนการคดีทางอาญาจะต้อง

แสดงหลักฐานว่าประเทศผู้ร้องขอมีอำนาจที่จะเริ่มกระบวนการคดีอาญาคดีนั้นในประเทศผู้ร้อง

ขอได้แต่ประสงค์จะให้เริ่มกระบวนการดังกล่าวในประเทศไทยและคดีดังกล่าวอยู่ในเขตอำนาจ

ของศาลไทย ตลอดจนรายละเอียดของพยานหลักฐานซึ่งมีมูลเพียงพอที่จะให้ดำเนินการได้ รวม

ทั้งระบุชื่อหรือรูปพรรณ และที่อยู่ของผู้ต้องหาที่ประสงค์จะให้เริ่มกระบวนการคดีอาญาใน

ประเทศไทยเท่าที่จะบอกได้

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คำร้องขอความช่วยเหลือในการริบหรือยึดทรัพย์สิน จะต้องระบุรูป

พรรณของทรัพย์สินนั้นและสถานที่ซึ่งทรัพย์สินนั้นตั้งอยู่ หรือที่อยู่ของบุคคลซึ่งครอบครองทรัพย์

สินนั้น โดยให้มีรายละเอียดเพียงพอที่จะสืบหาได้

ในกรณีที่ขอให้ริบทรัพย์สิน จะต้องแนบต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองความถูกต้อง

ของคำพิพากษาถึงที่สุดของศาลของประเทศผู้ร้องขอให้ริบทรัพย์สินนั้นส่วนในกรณีที่ขอให้ยึด

ทรัพย์สิน จะต้องแนบต้นฉบับหรือสำเนาที่รับรองความถูกต้องของคำสั่งศาลของประเทศผู้ร้องขอ

ที่สั่งให้ยึดทรัพย์สินก่อนศาลมีคำสั่งพิพากษา หรือก่อนศาลมีคำพิพากษาถึงที่สุดให้ริบทรัพย์สิน

นั้นแล้ว

การดำเนินการตามคำร้องขอ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การรับรองความถูกต้องแท้จริงแห่งเอกสารที่ได้มาในทางการสอบสวน

หรือการสืบพยานหลักฐานตามมาตรา ๑๖ และการรับรองความถูกต้องแท้จริงของเอกสารที่จัดหา

ให้ตามคำร้องขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศตามมาตรา ๒๐ ให้จัดทำเป็นหนังสือรับรองความ

ถูกต้องแท้จริงของเอกสารตามแบบ รอ.๑ ท้ายระเบียบนี้โดยให้มีคำแปลเป็นภาษาอังกฤษที่รับ

รองความถูกต้องด้วย แต่ถ้าเอกสารที่จะส่งไปให้ประเทศผู้ร้องขอเป็นสำเนาเอกสาร ให้เจ้าหน้าที่

ผู้มีหน้าที่เก็บเอกสารนั้นรับรองตัวสำเนาเอกสารนั้นเป็นรายหน้า และลงชื่อ ลายมือชื่อและ

ตำแหน่งของผู้รับรองเอกสารด้วย โดยคำรับรองนั้นจะต้องทำเป็นภาษาอังกฤษ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การแจ้งผลการดำเนินการส่งเอกสารทางกฎหมายตามมาตรา ๒๑ ให้จัด

ทำเป็นหนังสือแจ้งผลการดำเนินการส่งเอกสารตามแบบ สอ.๑ ท้ายระเบียบนี้โดยให้มีคำแปลเป็น

ภาษาอังกฤษที่รับรองความถูกต้องด้วย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การจัดทำหนังสือรับรองการเก็บรักษา รูปพรรณ ลักษณะ และความ

บริบูรณ์แห่งสภาพของสิ่งของตามมาตรา ๒๕ ให้จัดทำเป็นหนังสือรับรองการเก็บรักษารูปพรรณ

ลักษณะ และความบริบูรณ์แห่งสภาพของสิ่งของตามแบบ รส.๑ ท้ายระเบียบนี้ โดยให้มีคำแปล

หนังสือรับรองดังกล่าวและเอกสารประกอบเป็นภาษาอังกฤษที่รับรองความถูกต้องด้วย

การขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ คำขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ อย่างน้อยจะต้องมีรายละเอียดดัง

ต่อไปนี้

(๑) ชื่อหน่วยงานที่ประสงค์จะขอความช่วยเหลือจากต่างประเทศ

(๒) เรื่องที่ขอความช่วยเหลือ รวมทั้งรายละเอียดและข้อสนเทศอื่นที่อาจจะเป็น

ประโยชน์ต่อการดำเนินการตามคำร้องขอ

(๓) วัตถุประสงค์และความจำเป็นที่ต้องขอความช่วยเหลือ

(๔) รายละเอียดอื่นที่จำเป็นสำหรับคำขอในแต่ละประเภทตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๖ ถึงข้อ ๑๓ แล้วแต่กรณี โดยอนุโลม

ในกรณีที่ประเทศไทยไม่ได้ทำสนธิสัญญาว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศใน

เรื่องทางอาญากับประเทศผู้รับคำขอ ประเทศไทยจะต้องแสดงว่าจะให้ความช่วยเหลือในทำนอง

เดียวกันเมื่อประเทศผู้รับคำขอเป็นผู้ร้องขอ

คำขอและเอกสารประกอบคำขอดังกล่าว จะต้องทำคำแปลเป็นภาษาของประเทศ

ผู้รับคำขอหรือภาษาอังกฤษที่รับรองความถูกต้องด้วย

ประกาศ ณ วันที่ ๑๙ มกราคม ๒๕๓๗

โอภาส อรุณินท์

อัยการสูงสุด

ผู้ประสานงานกลาง

[ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย]

[รก.๒๕๓๗/พ๑๔ง/๒๒/๑๑ มีนาคม ๒๕๓๗]

พรพิมล/พิมพ์ฺ

๒๔ ก.ค ๒๕๔๔

17 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบของผู้ประสานงานกลาง ว่าด้วยการให้ความช่วยเหลือและการขอความช่วยเหลือตามกฎหมายว่าด้วยความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องทางอาญา พ.ศ. 2537 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6f4eb63a10384a55

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com