法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าด้วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาคแล้วยังมิได้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งที่ดินอยู่ห่างไกล หรือไม่ติดกับที่ตั้งสถานศึกษา หรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินมิได้ พ.ศ. 2558

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ว่าด้วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาคแล้วยังมิได้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน

ซึ่งที่ดินอยู่ห่างไกล

หรือไม่ติดกับที่ตั้งสถานศึกษา หรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินมิได้

พ.ศ. ๒๕๕๘[๑]

โดยเห็นเป็นการสมควรกำหนดระเบียบการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาคแล้วยังมิได้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน

ซึ่งที่ดินอยู่ห่างไกล หรือไม่ติดกับที่ตั้งสถานศึกษา

หรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินมิได้ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล

ให้เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

อาศัยอำนาจตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ว่าด้วยการบริหารจัดการอสังหาริมทรัพย์ของสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐที่เป็นนิติบุคคล

ในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. ๒๕๕๑

และคู่มือดำเนินการเกี่ยวกับที่ราชพัสดุและที่ดินประเภทอื่น

ตามหนังสือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานที่ ศธ ๐๔๐๐๒/ว๖๗๘ ลงวันที่ ๑๕

มีนาคม ๒๕๕๖ จึงวางระเบียบไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ว่าด้วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาคแล้วยังมิได้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน

ซึ่งที่ดินอยู่ห่างไกล หรือไม่ติดกับที่ตั้งสถานศึกษา

หรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินมิได้ พ.ศ. ๒๕๕๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ลงนามประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในระเบียบนี้

“สถานศึกษา” หมายความว่า

สถานศึกษาขั้นพื้นฐานของรัฐที่เป็นนิติบุคคลในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา

และหมายความรวมถึงสถานศึกษาเฉพาะความพิการของรัฐที่เป็นนิติบุคคลตามกฎหมายการศึกษาสำหรับคนพิการ

“ที่ดิน” หมายความว่า

ที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาคแล้วยังมิได้เข้าไปใช้ประโยชน์ ซึ่งที่ดินอยู่ห่างไกล

หรือไม่ติดกับที่ตั้งสถานศึกษา หรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินมิได้

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาคแล้วยังมิได้เข้าไปใช้ประโยชน์

ซึ่งที่ดินอยู่ห่างไกล หรือไม่ติดกับที่ตั้งสถานศึกษา

หรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินมิได้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกระทำได้

แต่โดยการขาย การแลกเปลี่ยน และการโอนคืนให้แก่ผู้บริจาคหรือทายาท

โดยจะต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขึ้นพื้นฐานของสถานศึกษา

กรณีการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินกระทำโดยการขายและการแลกเปลี่ยน

ให้ทำความตกลงกับผู้บริจาคหรือทายาท

เพื่อเปลี่ยนวัตถุประสงค์จากการเข้าใช้ประโยชน์ในที่ดินเป็นการขาย

โดยนำรายได้มาใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

และการแลกเปลี่ยนเพื่อเป็นประโยชน์ในการใช้ที่ดินตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในการขอความเห็นชอบจากคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา

ให้ผู้อำนวยการสถานศึกษาแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นคณะหนึ่ง ประกอบด้วย คณะกรรมการภาคี

๔ ฝ่าย คือ ผู้แทนครู ผู้แทนผู้ปกครอง ผู้แทนชุมชน ผู้แทนนักเรียน

เพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของสถานศึกษา

ทั้งนี้ ให้คณะกรรมการภาคี ๔ ฝ่าย

พิจารณานโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในการพัฒนาที่ดิน

เพื่อจัดหารายได้ของสถานศึกษาส่งเสริมและพัฒนาการจัดการศึกษาของสถานศึกษาให้มีคุณภาพและศักยภาพในการพัฒนานักเรียน

การพัฒนาจัดการศึกษามีความจำเป็นที่จะต้องใช้ทรัพยากรในการส่งเสริมการพัฒนาดังกล่าว

และรายได้ของสถานศึกษา เป็นปัจจัยที่สำคัญอย่างยิ่งในการจัดหาทรัพยากรที่ใช้สนับสนุนและส่งเสริมการศึกษา

การจัดหาประโยชน์จากที่ดินเป็นรายได้สถานศึกษาถือเป็นหนทางที่จะได้มาซึ่งรายได้ของสถานศึกษา

จึงมีความจำเป็น จะต้องดำเนินการจัดหาประโยชน์ที่ดินให้ถูกต้องและเหมาะสม

แต่อย่างไรก็ตามหากคณะกรรมการภาคี ๔ ฝ่าย พิจารณาแล้วจะต้องขาย

แลกเปลี่ยนและการโอนคืนให้แก่ผู้บริจาคหรือทายาท

ต้องรายงานเหตุผลและความจำเป็นให้คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การขายและการแลกเปลี่ยนที่ดิน

ให้คณะกรรมการตามข้อ ๖

กำหนดมูลค่าของที่ดินโดยประเมินจากราคาที่คาดว่าจะเป็นราคาซื้อขายจริงในท้องตลาดในปัจจุบัน

และให้คำนึงถึงสภาวการณ์ทางเศรษฐกิจ สภาพและที่ตั้งของที่ดิน

มูลค่าเพิ่มของที่ดินในกรณีที่จะนำไปผนวกเข้ากับที่ดินของ

บุคคลอื่นที่ตั้งอยู่ติดกัน รวมทั้งความเหมาะสมและปัจจัยที่สำคัญอื่น ๆ

ที่จะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด แก่ทางราชการ

ในกรณีที่เห็นเป็นการสมควรเพื่อประโยชน์ในการกำหนดมูลค่าของที่ดิน

ตามวรรคหนึ่งจะให้สถาบันวิชาชีพหรือบริษัทที่ปรึกษาทางด้านการประเมินอสังหาริมทรัพย์ทำการศึกษาและประเมินราคาที่ดินเพื่อนำมาใช้เปรียบเทียบกับมูลค่าที่กำหนดไว้

ก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การขายและการแลกเปลี่ยนที่ดิน ให้กระทำโดยวิธีตกลงราคา

แต่ราคาขายต้องไม่ต่ำกว่ามูลค่าของราคาประเมินที่กำหนดตามข้อ ๗

และจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสถานศึกษา

โดยรายได้ที่ได้รับส่งเป็นรายได้สถานศึกษา

และให้ใช้จ่ายเงินได้ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคเท่านั้น

ตามระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ว่าด้วยการบริหารจัดการเกี่ยวกับเงินรายได้สถานศึกษาขั้นพื้นฐานที่เป็นนิติบุคคล

ในสังกัดเขตพื้นที่การศึกษา พ.ศ. ๒๕๔๙

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยน

อย่างน้อยต้องมีคุณลักษณะเบื้องต้น ดังต่อไปนี้

(๑) ตั้งอยู่ติดกับทางหลวงหรือทางสาธารณะที่สะดวกแก่การคมนาคม

หรือตั้งอยู่ติดกับที่ดินที่ตั้งสถานศึกษาปัจจุบัน

ที่มีทางเข้าออกสู่ทางหลวงหรือทางสาธารณะอยู่แล้ว

(๒) สามารถนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้ตามความมุ่งหมาย

โดยไม่ขัดต่อกฎหมายว่าด้วยการผังเมืองหรือกฎหมายอื่น

(๓) มีขนาดเหมาะสม หรือเมื่อนำไปผนวกเข้ากับที่ดินที่ตั้งสถานศึกษาปัจจุบันที่ติดกันแล้วจะมีขนาดเหมาะสมจะนำมาใช้ประโยชน์ในทางราชการได้

การพิจารณากำหนดมูลค่าของที่ดินที่จะนำมาแลกเปลี่ยนกับที่ดินที่สถานศึกษา

รับบริจาคให้ใช้หลักเกณฑ์ตามข้อ ๗ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การให้ที่ดิน

จะกระทำได้เฉพาะการโอนคืนให้แก่ผู้บริจาคหรือทายาท

และจะต้องได้รับอนุมัติจากผู้อำนวยการสถานศึกษาด้วย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดิน

คืนให้แก่ผู้บริจาคหรือทายาท

จะกระทำได้เมื่อสถานศึกษาไม่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาคนั้นตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

หรือมิได้ใช้ประโยชน์ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคภายในระยะเวลาที่ผู้ยกให้กำหนดไว้

หรือภายในห้าปีนับแต่วันที่มีการบริจาคที่ดินนั้นให้แก่สถานศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่ปรากฏแก่ผู้บริจาคหรือทายาทว่า

สถานศึกษามิได้ใช้ประโยชน์ในที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาค

ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคภายในระยะเวลาที่ผู้บริจาคกำหนดไว้

หรือภายในห้าปีนับแต่วันที่มีการบริจาคที่ดินนั้นให้แก่สถานศึกษา

ผู้บริจาคหรือทายาทอาจขอที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาคนั้นคืนได้

โดยทำเป็นหนังสือยื่นต่อสถานศึกษาที่เป็นผู้ดูแลรักษาหรือใช้ประโยชน์ในที่ดิน

ที่สถานศึกษารับบริจาค

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในกรณีที่สถานศึกษาประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดิน

ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาคแต่ไม่สามารถใช้ประโยชน์ได้ทันกำหนดเวลา หรือประสงค์จะเปลี่ยนแปลงการใช้ประโยชน์ต่างไปจากวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค

ให้สถานศึกษาที่ประสงค์จะใช้ประโยชน์ในที่ดินนั้น

ทำความตกลงกับผู้บริจาคหรือทายาทเพื่อขอขยายระยะเวลาหรือเปลี่ยนแปลงวัตถุประสงค์

แล้วแต่กรณี ก่อนครบกำหนดเวลาตามที่ผู้บริจาคกำหนดไว้ หากผู้บริจาคหรือทายาทมิให้ความยินยอมจนล่วงพ้นกำหนดเวลาตามที่ผู้บริจาคกำหนดไว้ก็ให้ดำเนินการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินคืนให้แก่ผู้บริจาคหรือทายาทต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ การโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินตามข้อ

๗ และข้อ ๑๐ ให้ดำเนินการ ณ สำนักงาน ที่ดินจังหวัด

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๒๐ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๕๘

กมล รอดคล้าย

เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๘ กันยายน

๒๕๕๘

ปุณิกา/ผู้ตรวจ

๘ ตุลาคม ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๓๒/ตอนที่ ๙๕ ง/หน้า ๑/๑๐ กันยายน ๒๕๕๘

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ว่าด้วยการโอนกรรมสิทธิ์ที่ดินที่สถานศึกษารับบริจาคแล้วยังมิได้ใช้ประโยชน์ในที่ดิน ซึ่งที่ดินอยู่ห่างไกล หรือไม่ติดกับที่ตั้งสถานศึกษา หรือเข้าไปใช้ประโยชน์ในที่ดินมิได้ พ.ศ. 2558 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_6f73702d94a20d05

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com