法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง พ.ศ. 2542

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
15
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับสภาทนายความ

ข้อบังคับสภาทนายความ

ว่าด้วยสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง

พ.ศ. ๒๕๔๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๗ (๑) มาตรา ๘ (๒) มาตรา ๒๗ (๓)

(จ) และมาตรา ๓๐ แห่งพระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ. ๒๕๒๘ คณะกรรมการสภาทนายความออกข้อบังคับว่าด้วยสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงไว้ดังต่อไปนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง

พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ “สถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง”

ซึ่งสภาทนายความได้ก่อตั้งขึ้นและดำรงอยู่ในวันใช้ข้อบังคับนี้ เป็น “สถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง”

ตามข้อบังคับนี้โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมการศึกษานิติศาสตร์

และความรู้ในการประกอบวิชาชีพทางกฎหมาย โดยเฉพาะการทำหน้าที่เป็นที่ปรึกษากฎหมายในสาขาต่าง

ๆ ให้มีความรู้ความชำนาญเฉพาะทางในด้านกฎหมายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ ธุรกรรม

การเงินในตลาดเงิน ตลาดทุน เทคโนโลยี และสิ่งแวดล้อม ที่ได้มีการพัฒนาไปแล้วอย่างมาก

รวมทั้งการศึกษาโครงสร้างกฎหมายมหาชนและการปกครองที่ได้เปลี่ยนแปลงไป ทั้งนี้ เพื่อให้นักนิติศาสตร์

โดยเฉพาะทนายความให้ก้าวทันกับการพัฒนาการทางด้านธุรกิจและการปรับปรุงโครงสร้างทางสังคมของประเทศ

ตลอดจนการศึกษากฎหมายเปรียบเทียบกับประเทศอื่นให้สอดคล้องกัน

คณะกรรมการอำนวยการ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง”

มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการและอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงแห่งสภาทนายความตามข้อบังคับนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

คณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง ประกอบด้วยนายกสภาทนายความ

อุปนายกสภาทนายความ และกรรมการอื่นอีกไม่น้อยกว่า ๘ คน แต่ไม่เกิน ๑๗ คน

ซึ่งคณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งจากสมาชิกของสภาทนายความที่เป็นทนายความมาตั้งแต่

๑๐ ปีขึ้นไป และผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชานิติศาสตร์

โดยต้องแต่งตั้งจากผู้ทรงคุณวุฒิทางวิชานิติศาสตร์ไม่น้อยกว่า ๒ คน แต่ไม่เกิน ๕

คน

ให้นายกสภาทนายความเป็นประธาน

และอุปนายกสภาทนายความฝ่ายนโยบายและแผนงาน และอุปนายกฝ่ายวิชาการเป็นรองประธานคนที่

๑ และคนที่ ๒ ตามลำดับ

ให้คณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งกรรมการอำนวยการคนหนึ่งเป็นผู้อำนวยการ

ผู้อำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง

มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมงานของสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงให้เป็นไปโดยเรียบร้อย

และถูกต้องตามระเบียบและมติของคณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง

และให้มีอำนาจหน้าที่บังคับบัญชาเจ้าหน้าที่ของสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงที่ทำหน้าที่ธุรการให้แก่สถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงได้ด้วย

ให้นายกสภาทนายความด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการสภาทนายความแต่งตั้งผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงคนหนึ่ง

โดยแต่งตั้งจากผู้ที่เคยทำการสอนในสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความแห่งสภาทนายความหรือในมหาวิทยาลัยของรัฐมาแล้วไม่น้อยกว่าห้าปี

ผู้ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงเป็นเจ้าหน้าที่ประจำของสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง

มีหน้าที่รับผิดชอบควบคุมงานประจำของสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงและให้มีหน้าที่ช่วยผู้อำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงและทำการแทนผู้อำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงในเรื่องที่ผู้อำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงมอบหมาย

หรือเมื่อผู้อำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้กรรมการซึ่งได้รับแต่งตั้งอยู่ในตำแหน่งเท่าวาระของคณะกรรมการสภาทนายความซึ่งเป็นผู้แต่งตั้ง

แต่คณะกรรมการสภาทนายความอาจตั้งซ่อมหรือเปลี่ยนกรรมการคนใดก่อนกำหนดเช่นว่านี้ได้

กรรมการที่ตั้งซ่อมหรือเปลี่ยนแทนนี้ให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่าวาระของกรรมการที่ตนแทน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

คณะกรรมการอำนวยการจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเพื่อพิจารณาและเสนอความเห็นเรื่องใดเรื่องหนึ่งปฏิบัติการอย่างใดอย่างหนึ่งตามที่ได้รับมอบหมายแล้วรายงานต่อคณะกรรมการอำนวยการก็ได้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ให้คณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงมีอำนาจหน้าที่ดำเนินการให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง

เช่น กำหนดหลักสูตรการสอนและการสอบไล่ภายในหลักการศึกษาที่กล่าวไว้ในข้อบังคับนี้ เลือกสรรผู้สอน

กำหนดเวลาการศึกษาและทำการสอบไล่

เพื่อปฏิบัติตามอำนาจหน้าที่ดังกล่าวในวรรคก่อน

ให้คณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงมีอำนาจวางระเบียบใช้บังคับได้ตามที่เห็นสมควร

หลักการศึกษา

และวิทยฐานะของผู้สอบไล่ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

หลักการศึกษา คือ ศึกษาเพื่อเสริมสร้างความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายชั้นสูง

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ผู้ที่สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงแห่งสภาทนายความตามข้อ

๘ เป็นบัณฑิตทางกฎหมายชั้นสูงต่อเมื่อคณะกรรมการสภาทนายความได้อนุมัติแล้ว

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

นอกจากการศึกษาวิชากฎหมายตามหลักสูตรของสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง ตามข้อ

๙ และข้อ ๑๐ แล้ว คณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงจะพิจารณาจัดให้มีการศึกษาในหลักสูตรพิเศษ

เพื่อเพิ่มพูนความรู้ความชำนาญในการประกอบวิชาชีพทางกฎหมายด้วยก็ได้

คุณสมบัติของนักศึกษา

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ผู้เป็นนักศึกษาในสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงต้องเป็น

(๑) ผู้สอบไล่ได้ปริญญาทางนิติศาสตร์ขึ้นไปจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย หรือมหาวิทยาลัยรามคำแหง หรือเป็นทนายความมาแล้วไม่น้อยกว่า

๕ ปี

(๒)

ผู้ที่ได้ศึกษาวิชานิติศาสตร์ในสถาบันการศึกษาอื่นในหรือนอกประเทศไทยและสอบไล่ได้ตามมาตรฐานซึ่งคณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงเทียบให้ไม่ต่ำกว่าวิทยฐานะดังกล่าวใน

(๑)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

คณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงมีอำนาจไม่รับผู้ใดเข้าเป็นนักศึกษาหรือให้นักศึกษาออกจากการเป็นนักศึกษาได้

เมื่อคณะกรรมการเห็นว่ามีเหตุที่ผู้นั้นไม่สมควรเป็นนักศึกษา

ปกิณกะ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

คณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง มีอำนาจหน้าที่กำหนดอัตราค่าจดทะเบียนเป็นนักศึกษา

ค่าศึกษา ค่าสอบและอื่น ๆ ตามที่เห็นสมควร

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ให้คณะกรรมการอำนวยการสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูงทำรายงานประจำปีแสดงกิจการทั่วไปเสนอต่อคณะกรรมการสภาทนายความภายในเดือนมีนาคมของปีถัดไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๖ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๒

สัก กอแสงเรือง

นายกสภาทนายความ

ดลธี/ผู้จัดทำ

๒ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

นฤดล/ผู้ตรวจ

๑๑ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๖/ตอนที่ ๔๗ ง/หน้า ๓๘/๑๕ มิถุนายน ๒๕๔๒

15 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับสภาทนายความ ว่าด้วยสถาบันวิชาชีพกฎหมายชั้นสูง พ.ศ. 2542 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_70792d59a5c94a8d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com