ข้อ ๕ ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็น (๑.๒.๓) และ (๑.๒.๔) ของข้อ ๑๐ (๑) แห่งระเบียบคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีจ่ายค่าเบี้ยเลี้ยงและค่าเดินทางของพยานบุคคล พยานผู้เชี่ยวชาญ พยานผู้ทรงคุณวุฒิ และพนักงานเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๕๔
(๑.๒.๓) กรณีเป็นผู้พิการซึ่งมีบัตรประจำตัวคนพิการที่ออกโดยนายทะเบียนกลางหรือนายทะเบียนจังหวัดตามกฎหมายว่าด้วยการส่งเสริมและพัฒนาคุณภาพชีวิตคนพิการ ซึ่งโดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประจำทางได้ ให้เบิกค่าเดินทางเท่าที่จ่ายจริงตามความจำเป็น เหมาะสมและประหยัดในอัตราดังนี้
ก) การเดินทางโดยพาหนะรับจ้างให้เบิกค่าพาหนะรับจ้างตามความเป็นจริง สำหรับการเดินทางจากที่อยู่หรือที่พักไปยังสำนักงานหรือสถานที่ที่กำหนด และการเดินทางจากสำนักงานหรือสถานที่ที่กำหนดไปยังที่อยู่หรือที่พัก ทั้งนี้ ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่าย
ข) การเดินทางโดยใช้พาหนะส่วนตัวของผู้พิการหรือพาหนะส่วนตัวของผู้ช่วยเหลือผู้พิการในการเดินทาง ให้จ่ายชดเชยเป็นค่าพาหนะตามอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนดโดยอนุโลมและมิให้เบิกค่าธรรมเนียมการผ่านทางใด ๆ อีก สำหรับการคำนวณระยะทางเพื่อเบิกจ่ายให้คำนวณตามเส้นทางของกรมทางหลวงในทางสั้นและตรงซึ่งสามารถเดินทางได้โดยสะดวกและปลอดภัย กรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงให้ใช้ระยะทางตามเส้นทางของหน่วยงานอื่นที่ตัดผ่าน และในกรณีที่ไม่มีเส้นทางของกรมทางหลวงและของหน่วยงานอื่น ให้ผู้เดินทางเป็นผู้รับรองระยะทางในการเดินทาง ทั้งนี้ ผู้ช่วยเหลือผู้พิการในการเดินทางตามข้อนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเดินทางตาม (๑.๘) อีก
ค) กรณีที่ไม่อาจเดินทางตาม ก) และ ข) ได้ และมีความจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องจ้างเหมาบริการพาหนะเพื่อเดินทางมาให้ถ้อยคำหรือเป็นพยานในการตรวจสอบการละเมิดสิทธิมนุษยชนให้อยู่ในดุลพินิจของสำนักงานในการพิจารณาอนุมัติค่าเดินทาง โดยให้เบิกได้เท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะทั่วไป เว้นแต่ โดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประเภททั่วไปได้ให้เบิกจ่ายเท่าที่จ่ายจริงไม่เกินอัตราค่าจ้างเหมาบริการพาหนะประเภทพิเศษที่กำหนดไว้ในบัญชีหมายเลข ๓ ท้ายระเบียบนี้ และการจ่ายค่าเชื้อเพลิงหรือพลังงานสำหรับพาหนะให้จ่ายโดยเทียบเคียงกับอัตราเงินชดเชยในการใช้พาหนะส่วนตัวในการเดินทางไปราชการตามที่กระทรวงการคลังกำหนด โดยอนุโลม ทั้งนี้ ให้แนบหลักฐานการจ่ายหรือใบรับรองการจ่ายตามแบบที่สำนักงานกำหนดเป็นหลักฐานประกอบการเบิกจ่ายโดยผู้ช่วยเหลือในการเดินทางตามข้อนี้ไม่มีสิทธิได้รับค่าเดินทางตาม (๑.๘) อีก
(๑.๒.๔) กรณีเป็นผู้พิการที่ไม่มีบัตรประจำตัวคนพิการตาม (๑.๒.๓) หรือกรณีเป็นบุคคลซึ่งโดยสภาพทางกายภาพไม่อาจเดินทางโดยพาหนะประจำทางได้ หากคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการเห็นสมควร ให้เบิกค่าเดินทางได้ในอัตราตาม (๑.๒.๓) โดยอนุโลม