法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
13
มาตรา อารัมภบท

ข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

พ.ศ.

๒๕๔๘

เพื่อส่งเสริมให้การประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เป็นที่น่าเชื่อถือ

กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงได้กำหนดให้มีเครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์เพื่อออกให้แก่ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

สำหรับใช้แสดงบนเว็บไซต์เพื่อแสดงว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองดังกล่าวเป็นผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่ได้ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ตามที่กำหนดและเป็นผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความน่าเชื่อถือ

จึงจำเป็นต้องกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการในการใช้เครื่องหมายดังกล่าว กรมพัฒนาธุรกิจการค้าจึงออกข้อบังคับไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ข้อบังคับนี้เรียกว่า “ข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

พ.ศ. ๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ข้อบังคับนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๑ เมษายน

พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ในข้อบังคับนี้

“เครื่องหมายรับรอง” หมายถึง

เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้ากำหนดขึ้น

เพื่อแสดงว่าผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองดังกล่าวเป็นผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ที่มีความน่าเชื่อถือ

โดยเครื่องหมายรับรองมีลักษณะเป็นรูปประดิษฐ์ตัวอักษรภาษาอังกฤษตัวพิมพ์ใหญ่ข้อความว่า

“VERIFIED” สีแดง ที่ด้านบนและด้านล่างตัวอักษรประกอบด้วย

แถบโค้งสามสี ได้แก่ สีแดง สีขาวและสีน้ำเงิน

ภายใต้ตัวอักษรภาษาอังกฤษสีส้มมีข้อความภาษาอังกฤษสีน้ำเงินขนาดย่อมกว่าเล็กน้อยข้อความว่า

www.dbd.go.th (หรือที่อยู่เว็บไซต์ภาษาอังกฤษของกรมพัฒนาธุรกิจการค้า)

ตามแบบที่แนบท้ายข้อบังคับนี้

“ผู้ประกอบธุรกิจ” หมายถึง

ผู้ประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

“การประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์”

หมายถึง การประกอบธุรกิจ ดังต่อไปนี้

(๑) การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการ โดยวิธีการใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

(๒) การบริการอินเทอร์เน็ต

(๓) การให้เช่าพื้นที่ของเครื่องคอมพิวเตอร์แม่ข่าย

(๔) การบริการเป็นตลาดกลางในการซื้อขายสินค้าหรือบริการ

โดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์ผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ต

(๕) การทำธุรกรรมโดยวิธีใช้สื่ออิเล็กทรอนิกส์อื่น

ตามที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าประกาศกำหนด

“หนังสืออนุญาต” หมายถึง

หนังสืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง

“กรม” หมายถึง

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์

“อธิบดี” หมายถึง

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ผู้ประกอบธุรกิจที่ประสงค์จะขอใช้เครื่องหมายรับรอง

ให้ยื่นคำขออนุญาตตามแบบที่แนบท้ายข้อบังคับนี้ ณ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

หรือยื่นทางอินเทอร์เน็ต

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ผู้ประกอบธุรกิจที่ขอใช้เครื่องหมายรับรอง ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

๕.๑ จดทะเบียนพาณิชย์ ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์มาแล้วไม่น้อยกว่า

๑๘๐ วัน

๕.๒ ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ หรือชื่อทางการค้า

ชื่อเว็บไซต์ เลขทะเบียนพาณิชย์ที่ตั้งของสถานประกอบการ หรือที่ตั้งของตัวแทนบริษัท

แผนก หรือบุคคลที่สามารถติดต่อได้ วิธีการติดต่อ และหมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์

(อีเมล์) และเวลาทำการ

๕.๓ การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการใดๆ จะต้องแสดงรายละเอียดข้อมูลที่ชัดเจนและเพียงพอซึ่งสภาพลักษณะของสินค้าหรือบริการ

ตลอดจนเงื่อนไข วิธีการสั่งซื้อหรือขายและตอบรับ หรือข้อมูลอื่นที่จำเป็น เพื่อที่ผู้สั่งซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการจะได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจตกลงทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้น

ดังนี้

(๑) ราคาสินค้าหรือบริการที่เสนอซื้อหรือขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นราคาเท่าใดในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นใด

เช่น ภาระภาษี ค่าระวางบรรทุกสินค้า หรือค่าบริการจัดส่งต้องระบุให้ชัดเจน

(๒) วิธีการและระยะเวลาในการชำระราคาค่าสินค้าหรือบริการ

ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการด้วยวิธีการใด อย่างไร ชำระทั้งหมดหรือเป็นงวด ด้วยเงินสกุลใด

และต้องชำระภายในระยะเวลาเท่าใดนับแต่วันก่อให้เกิดสัญญา รวมทั้งการดำเนินการในกรณีที่มีการผิดนัดชำระราคา

(๓) การส่งมอบสินค้าหรือการให้บริการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันควร

และต้องระบุให้ชัดเจนว่ามีวิธีการและระยะเวลาในการส่งมอบสินค้าหรือบริการอย่างไร

๕.๔ การโฆษณา การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการ

ต้องมีรูปแบบที่เหมาะสมไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี

๕.๕ ต้องมีระบบทบทวนและยืนยันการสั่งซื้อ และมีทางเลือกในการยกเลิกหรือยืนยันการตกลงทำธุรกรรม

ก่อนที่จะมีการตกลงซื้อขาย ซึ่งอย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับแบบการสั่งซื้อ

วิธีการกรอกข้อมูล การยืนยันการสั่งซื้อในแบบการสั่งซื้อ เงื่อนไขและข้อตกลงของธุรกรรมที่เกิดขึ้น

เพื่อให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ และมีรายละเอียดที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายสามารถติดต่อได้

หากต้องการตรวจสอบสถานะของสินค้าหรือบริการที่สั่งไว้ และควรมีระบบแจ้งให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายทราบถึงความล่าช้าในการจัดส่งสินค้าที่เกิดขึ้น

เพื่อเปิดโอกาสให้ยกเลิกสินค้าได้

๕.๖ ต้องจัดให้มีมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

โดยกำหนดรายละเอียดในการคุ้มครองข้อมูลดังกล่าว ประกอบด้วย ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการจัดเก็บวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ

เทคโนโลยีหรือวิธีการที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล รวมทั้งการนำไปใช้ หรือเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม

หากมีการส่งผ่านข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลที่สามจะต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ

รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลที่นำมาใช้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว

๕.๗ ในกรณีที่มีการให้บริการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต

ต้องมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมของผู้ซื้อ หรือผู้ขาย โดยมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ

เหมาะสมกับข้อมูลที่มีการจัดเก็บและส่งผ่าน และมีการป้องกันรักษาความลับของผู้ซื้อหรือผู้ขาย

๕.๘ ต้องจัดให้มีระบบการจัดการที่จะใช้แก้ไขปัญหาเมื่อมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าหรือบริการ

ควรจัดเตรียมช่องทางการตอบข้อสงสัยของผู้บริโภค รวมไปถึงกระบวนการในการรับเรื่องร้องทุกข์และระยะเวลาในการดำเนินการ

๕.๙ ต้องจัดให้มีมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน

โดยจัดเตรียมข้อมูลสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน รวมไปถึงการคุ้มครองสิทธิและความลับของเด็กและเยาวชน

ควรมีกระบวนการให้แน่ใจว่าเด็กและเยาวชนได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนที่จะตัดสินใจทำสัญญาหรือสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ

ควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจกรรมออนไลน์ของเด็กและเยาวชน โดยผู้ปกครองสามารถตรวจสอบและให้คำแนะนำสำหรับกิจกรรมนั้นได้

และควรคำนึงถึงอายุความรู้และวุฒิภาวะของเด็กและเยาวชนในการติดต่อสื่อสารกับเด็กและเยาวชน

โดยสื่อเหล่านี้ต้องไม่ผิดศีลธรรมอันดีและไม่เป็นอันตรายทั้งทางกาย และจิตใจต่อเด็กและเยาวชน

ควรมีกระบวนการป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนเข้าสู่เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการไม่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนติดต่อกับคนแปลกหน้า

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง กรมจะออกหนังสืออนุญาตตามแบบที่แนบท้ายข้อบังคับนี้ให้ไว้เป็นหลักฐาน

และให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตแสดงเครื่องหมายรับรองไว้บนหน้าแรกของเว็บไซต์ได้ตามระยะเวลาที่กำหนดไว้ในหนังสืออนุญาต

ในการอนุญาตตามวรรคแรก กรมอาจกำหนดเงื่อนไขให้ผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตปฏิบัติเพิ่มเติมก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ หนังสืออนุญาตมีกำหนดระยะเวลาหนึ่งปีนับแต่วันที่ออกหนังสืออนุญาต

การต่ออายุหนังสืออนุญาต ให้ผู้ประสงค์จะขอต่ออายุหนังสืออนุญาตยื่นคำขอ

ณ กองพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า หรือยื่นทางอินเทอร์เน็ตภายใน ๓๐

วัน ก่อนวันที่หนังสืออนุญาตสิ้นอายุ และให้นำความในข้อ ๔ ข้อ ๕ และข้อ ๖ มาใช้บังคับกับการต่ออายุหนังสืออนุญาตโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง ต้องยินยอมให้เจ้าหน้าที่ของกรมหรือผู้ที่กรมมอบหมายเข้าตรวจสอบกำกับดูแลการใช้เครื่องหมายรับรองตามข้อบังคับนี้และจะต้องอำนวยความสะดวกตามสมควรในการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรมมีอำนาจสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองในกรณีผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์โดยมีพฤติกรรมที่ขัดต่อกฎหมายหรือความสงบเรียบร้อยหรือศีลธรรมอันดีของประชาชนหรือความมั่นคงของประเทศหรือไม่เป็นธรรมต่อผู้บริโภคหรือใช้เครื่องหมายรับรองในลักษณะที่อาจทำให้เกิดความเสื่อมเสียหรือเข้าใจผิดในเครื่องหมายรับรอง

ในกรณีที่กรมสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรอง ผู้ถูกสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองสามารถชี้แจงโดยทำเป็นหนังสือยื่นต่ออธิบดีได้ภายใน

๑๕ วัน นับแต่วันที่กรมสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรอง ถ้าอธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองไม่ได้กระทำผิดตามวรรคแรก

กรมจะอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้นต่อไป แต่ถ้าอธิบดีพิจารณาแล้วเห็นว่า ผู้ถูกสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองได้กระทำความผิดจริง

หรือผู้ถูกสั่งพักใช้เครื่องหมายรับรองไม่ชี้แจงภายในระยะเวลาที่กำหนดกรมจะเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้น

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ กรมมีอำนาจเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองได้

หากผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองขาดคุณสมบัติหรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขข้อหนึ่งข้อใดที่กำหนดไว้ในข้อ

๕ หรือไม่ปฏิบัติตามเงื่อนไขที่กำหนด ให้ผู้ได้รับอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองปฏิบัติเพิ่มเติมตามข้อ

๖ หรือไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบหรือไม่อำนวยความสะดวกในการตรวจสอบตามข้อ ๘

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ในกรณีที่กรมสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง

ผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองนั้นต้องดำ

เนินการเพื่อไม่ให้มีเครื่องหมายรับรองปรากฏในเว็บไซต์ นับแต่วันที่กรมสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาต

ผู้ประกอบธุรกิจที่ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรอง

ผู้ใดฝ่าฝืนใช้เครื่องหมายรับรองในระหว่างที่ถูกสั่งพักหรือเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายให้แก่กรมในอัตราวันละห้าพันบาทจนกว่าจะได้เลิกใช้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ผู้ประกอบธุรกิจที่เคยถูกสั่งเพิกถอนการอนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองตามข้อ

๙ และข้อ ๑๐ จะยื่นขออนุญาตใช้เครื่องหมายรับรองใหม่ได้เมื่อพ้นกำหนดห้าปี นับแต่วันที่ถูกเพิกถอน

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้อธิบดีรักษาการตามข้อบังคับนี้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๘

อรจิต

สิงคาลวณิช

อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า

[เอกสารแนบท้าย]

๑.

รูปแบบเครื่องหมายรับรองแนบท้ายข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าด้วย

การใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

พ.ศ. 2548

๒. แบบคำขอ

๓. หนังสืออนุญาตให้ใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พัชรินทร์/ผู้จัดทำ

๒๘

กรกฎาคม ๒๕๔๘

ศิริยา/แก้ไข

๒๗

มกราคม ๒๕๔๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๒/ตอนที่ ๕๐ ง/หน้า ๕๒/๒๓ มิถุนายน ๒๕๔๘

13 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ข้อบังคับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ว่าด้วยการใช้เครื่องหมายรับรองความน่าเชื่อถือในการประกอบธุรกิจพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_710a7d8ab4d51e5b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com