ข้อ ๕ ผู้ประกอบธุรกิจที่ขอใช้เครื่องหมายรับรอง ต้องมีคุณสมบัติและปฏิบัติตามหลักเกณฑ์
ดังต่อไปนี้
๕.๑ จดทะเบียนพาณิชย์ ตามกฎหมายว่าด้วยทะเบียนพาณิชย์มาแล้วไม่น้อยกว่า
๑๘๐ วัน
๕.๒ ต้องเปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับชื่อ หรือชื่อทางการค้า
ชื่อเว็บไซต์ เลขทะเบียนพาณิชย์ที่ตั้งของสถานประกอบการ หรือที่ตั้งของตัวแทนบริษัท
แผนก หรือบุคคลที่สามารถติดต่อได้ วิธีการติดต่อ และหมายเลขโทรศัพท์ โทรสาร หรือจดหมายอิเล็กทรอนิกส์
(อีเมล์) และเวลาทำการ
๕.๓ การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการใดๆ จะต้องแสดงรายละเอียดข้อมูลที่ชัดเจนและเพียงพอซึ่งสภาพลักษณะของสินค้าหรือบริการ
ตลอดจนเงื่อนไข วิธีการสั่งซื้อหรือขายและตอบรับ หรือข้อมูลอื่นที่จำเป็น เพื่อที่ผู้สั่งซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการจะได้นำไปใช้ประกอบการตัดสินใจตกลงทำธุรกรรมเกี่ยวกับสินค้าหรือบริการนั้น
ดังนี้
(๑) ราคาสินค้าหรือบริการที่เสนอซื้อหรือขายต้องระบุให้ชัดเจนว่าเป็นราคาเท่าใดในกรณีที่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมอื่นใด
เช่น ภาระภาษี ค่าระวางบรรทุกสินค้า หรือค่าบริการจัดส่งต้องระบุให้ชัดเจน
(๒) วิธีการและระยะเวลาในการชำระราคาค่าสินค้าหรือบริการ
ต้องกำหนดให้ชัดเจนว่าจะดำเนินการด้วยวิธีการใด อย่างไร ชำระทั้งหมดหรือเป็นงวด ด้วยเงินสกุลใด
และต้องชำระภายในระยะเวลาเท่าใดนับแต่วันก่อให้เกิดสัญญา รวมทั้งการดำเนินการในกรณีที่มีการผิดนัดชำระราคา
(๓) การส่งมอบสินค้าหรือการให้บริการต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเวลาอันควร
และต้องระบุให้ชัดเจนว่ามีวิธีการและระยะเวลาในการส่งมอบสินค้าหรือบริการอย่างไร
๕.๔ การโฆษณา การเสนอซื้อหรือขายสินค้าหรือบริการ
ต้องมีรูปแบบที่เหมาะสมไม่ขัดต่อบทบัญญัติแห่งกฎหมาย ความสงบเรียบร้อย หรือศีลธรรมอันดี
๕.๕ ต้องมีระบบทบทวนและยืนยันการสั่งซื้อ และมีทางเลือกในการยกเลิกหรือยืนยันการตกลงทำธุรกรรม
ก่อนที่จะมีการตกลงซื้อขาย ซึ่งอย่างน้อยต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับแบบการสั่งซื้อ
วิธีการกรอกข้อมูล การยืนยันการสั่งซื้อในแบบการสั่งซื้อ เงื่อนไขและข้อตกลงของธุรกรรมที่เกิดขึ้น
เพื่อให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายสามารถเข้าไปตรวจสอบได้ และมีรายละเอียดที่ผู้ซื้อหรือผู้ขายสามารถติดต่อได้
หากต้องการตรวจสอบสถานะของสินค้าหรือบริการที่สั่งไว้ และควรมีระบบแจ้งให้ผู้ซื้อหรือผู้ขายทราบถึงความล่าช้าในการจัดส่งสินค้าที่เกิดขึ้น
เพื่อเปิดโอกาสให้ยกเลิกสินค้าได้
๕.๖ ต้องจัดให้มีมาตรการในการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
โดยกำหนดรายละเอียดในการคุ้มครองข้อมูลดังกล่าว ประกอบด้วย ประเภทของข้อมูลส่วนบุคคลที่จะทำการจัดเก็บวัตถุประสงค์ในการจัดเก็บ
เทคโนโลยีหรือวิธีการที่ใช้ในการจัดเก็บข้อมูล รวมทั้งการนำไปใช้ หรือเปิดเผยต่อบุคคลที่สาม
หากมีการส่งผ่านข้อมูลส่วนบุคคลไปยังบุคคลที่สามจะต้องมีมาตรการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลที่เพียงพอ
รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลที่นำมาใช้ต้องได้รับความยินยอมจากเจ้าของข้อมูลแล้ว
๕.๗ ในกรณีที่มีการให้บริการชำระเงินผ่านอินเทอร์เน็ต
ต้องมีมาตรการในการรักษาความปลอดภัยในการทำธุรกรรมของผู้ซื้อ หรือผู้ขาย โดยมีการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลที่มีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ
เหมาะสมกับข้อมูลที่มีการจัดเก็บและส่งผ่าน และมีการป้องกันรักษาความลับของผู้ซื้อหรือผู้ขาย
๕.๘ ต้องจัดให้มีระบบการจัดการที่จะใช้แก้ไขปัญหาเมื่อมีการร้องเรียนเกี่ยวกับการซื้อขายสินค้าหรือบริการ
ควรจัดเตรียมช่องทางการตอบข้อสงสัยของผู้บริโภค รวมไปถึงกระบวนการในการรับเรื่องร้องทุกข์และระยะเวลาในการดำเนินการ
๕.๙ ต้องจัดให้มีมาตรการในการคุ้มครองสิทธิเด็กและเยาวชน
โดยจัดเตรียมข้อมูลสินค้าและบริการที่เหมาะสมกับเด็กและเยาวชน รวมไปถึงการคุ้มครองสิทธิและความลับของเด็กและเยาวชน
ควรมีกระบวนการให้แน่ใจว่าเด็กและเยาวชนได้รับความยินยอมจากผู้ปกครองก่อนที่จะตัดสินใจทำสัญญาหรือสั่งซื้อสินค้าหรือบริการ
ควรให้ผู้ปกครองมีส่วนร่วมในกิจกรรมออนไลน์ของเด็กและเยาวชน โดยผู้ปกครองสามารถตรวจสอบและให้คำแนะนำสำหรับกิจกรรมนั้นได้
และควรคำนึงถึงอายุความรู้และวุฒิภาวะของเด็กและเยาวชนในการติดต่อสื่อสารกับเด็กและเยาวชน
โดยสื่อเหล่านี้ต้องไม่ผิดศีลธรรมอันดีและไม่เป็นอันตรายทั้งทางกาย และจิตใจต่อเด็กและเยาวชน
ควรมีกระบวนการป้องกันมิให้เด็กและเยาวชนเข้าสู่เว็บไซต์ที่ไม่เหมาะสม รวมถึงการไม่เปิดโอกาสให้เด็กและเยาวชนติดต่อกับคนแปลกหน้า