ข้อ ๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะนำสินค้าออกจากหีบห่อหรือภาชนะบรรจุสินค้าของผู้ประกอบอุตสาหกรรม
เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี
ไปเป็นตัวอย่างเพื่อการตรวจสอบหรือวิเคราะห์เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบภาษี
สอบถามผู้ประกอบอุตสาหกรรม เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี
ว่าประสงค์จะขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าตามสภาพและปริมาณของสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์หรือไม่
โดยทำเป็นบันทึกตามแบบบันทึกการนำสินค้าไปเป็นตัวอย่างเพื่อการตรวจสอบหรือวิเคราะห์ตามมาตรา
๑๒๔ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ท้ายประกาศนี้
แล้วให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี
ลงลายมือชื่อไว้เพื่อเป็นหลักฐาน
และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกมอบสำเนาบันทึกให้ไว้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี จำนวน ๑ ฉบับ
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งความประสงค์หรือไม่ประสงค์ขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าตามสภาพและปริมาณของสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์และแนบสำเนาบันทึกตามวรรคหนึ่ง
ไปยังหน่วยงานผู้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้า
พร้อมกับการนำส่งสินค้าไปเป็นตัวอย่างเพื่อการตรวจสอบหรือวิเคราะห์
ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม
เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี
ได้แจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกตามวรรคหนึ่ง
ว่าไม่ประสงค์ขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าตามสภาพและปริมาณของสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์แต่ภายหลังได้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกว่าประสงค์จะขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้านั้น
ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ของผู้นั้นไปยังหน่วยงานผู้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าโดยเร็ว
เว้นแต่กรณีที่พ้นกำหนดเวลาที่จะขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าตามที่กำหนดในข้อ
๒ ให้คืนหนังสือนั้นแก่ผู้แจ้งความประสงค์