法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งคืนและการทำลายสินค้าที่นำมาตรวจสอบหรือวิเคราะห์ พ.ศ. 2560

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
6
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมสรรพสามิต

เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ

และเงื่อนไขในการส่งคืนและการทำลายสินค้าที่นำมาตรวจสอบหรือวิเคราะห์

พ.ศ.

๒๕๖๐[๑]

เพื่อให้การส่งคืนและการทำลายสินค้าที่นำมาตรวจสอบหรือวิเคราะห์เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบภาษีเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

มีมาตรฐาน โปร่งใส และเป็นธรรม อาศัยอำนาจตามความในวรรคสองของมาตรา ๑๒๔

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งคืนและการทำลายสินค้าที่นำมาตรวจสอบหรือวิเคราะห์ไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่จะนำสินค้าออกจากหีบห่อหรือภาชนะบรรจุสินค้าของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี

ไปเป็นตัวอย่างเพื่อการตรวจสอบหรือวิเคราะห์เพื่อประโยชน์ในการตรวจสอบภาษี

สอบถามผู้ประกอบอุตสาหกรรม เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี

ว่าประสงค์จะขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าตามสภาพและปริมาณของสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์หรือไม่

โดยทำเป็นบันทึกตามแบบบันทึกการนำสินค้าไปเป็นตัวอย่างเพื่อการตรวจสอบหรือวิเคราะห์ตามมาตรา

๑๒๔ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐ ท้ายประกาศนี้

แล้วให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี

ลงลายมือชื่อไว้เพื่อเป็นหลักฐาน

และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกมอบสำเนาบันทึกให้ไว้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี จำนวน ๑ ฉบับ

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่มีหนังสือแจ้งความประสงค์หรือไม่ประสงค์ขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าตามสภาพและปริมาณของสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์และแนบสำเนาบันทึกตามวรรคหนึ่ง

ไปยังหน่วยงานผู้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้า

พร้อมกับการนำส่งสินค้าไปเป็นตัวอย่างเพื่อการตรวจสอบหรือวิเคราะห์

ในกรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี

ได้แจ้งแก่พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกตามวรรคหนึ่ง

ว่าไม่ประสงค์ขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าตามสภาพและปริมาณของสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์แต่ภายหลังได้แจ้งความประสงค์เป็นหนังสือต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทำบันทึกว่าประสงค์จะขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้านั้น

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ส่งหนังสือแจ้งความประสงค์ของผู้นั้นไปยังหน่วยงานผู้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าโดยเร็ว

เว้นแต่กรณีที่พ้นกำหนดเวลาที่จะขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าตามที่กำหนดในข้อ

๒ ให้คืนหนังสือนั้นแก่ผู้แจ้งความประสงค์

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี แจ้งความประสงค์ขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์เมื่อหน่วยงานผู้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าทำการตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าเสร็จสิ้นแล้วให้มีหนังสือแจ้งผลการตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ที่นำส่งสินค้า

ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าเสร็จสิ้น

พร้อมทั้งแจ้งสภาพและปริมาณของสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์

รวมถึงแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ที่นำส่งสินค้าไปรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าภายในสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

ทั้งนี้

พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องนำสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าไปคืนให้แก่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี ที่แจ้งความประสงค์ขอรับคืน

ภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่รับมอบสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าจากหน่วยงานผู้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้า

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี แจ้งว่าไม่ประสงค์ขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้า

หลังจากการตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าเสร็จสิ้นและได้แจ้งผลการตรวจสอบหรือวิเคราะห์ไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ที่นำส่งสินค้าแล้ว

ให้หน่วยงานผู้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าดำเนินการทำลายสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือดังกล่าวต่อไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บน หรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี แจ้งความประสงค์ขอรับคืนสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์แต่มีเหตุจำเป็นเร่งด่วนทำให้ต้องมีการทำลายสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้านั้น

เนื่องจากหากปล่อยไว้เนิ่นช้าจะก่อให้เกิดอันตรายต่อบุคคลหรือสถานที่ที่ใช้ในการเก็บรักษาสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าให้หน่วยงานผู้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าดำเนินการทำลายสินค้านั้นโดยพลัน

แล้วแจ้งเป็นหนังสือไปยังพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้นำส่งสินค้าเพื่อแจ้งให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรม

เจ้าของคลังสินค้าทัณฑ์บนหรือผู้นำเข้า แล้วแต่กรณี

ทราบถึงการทำลายสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าดังกล่าวต่อไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การทำลายสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าคงเหลือภายหลังการตรวจสอบหรือวิเคราะห์ให้หน่วยงานผู้ตรวจสอบหรือวิเคราะห์สินค้าเป็นผู้กำหนดวิธีการทำลายให้เหมาะสมสำหรับประเภทสินค้าหรือภาชนะบรรจุสินค้าที่ต้องทำลาย

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๖

กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐ เป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๖ กันยายน พ.ศ. ๒๕๖๐

สมชาย พูลสวัสดิ์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บันทึกการนำสินค้าไปเป็นตัวอย่างเพื่อการตรวจสอบหรือวิเคราะห์

ตามมาตรา ๑๒๔ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๖๐

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

พัชรภรณ์/จัดทำ

ตุลาคม ๒๕๖๑

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๑๑๙ ง/หน้า ๑๗๘ (เล่มที่

๑)/๒๔ พฤษภาคม ๒๕๖๑

6 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมสรรพสามิต เรื่อง หลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขในการส่งคืนและการทำลายสินค้าที่นำมาตรวจสอบหรือวิเคราะห์ พ.ศ. 2560 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_720b0165086100d8

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com