法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส พ.ศ. 2548 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
28
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วย

ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส

พ.ศ.

๒๕๔๘[๑]

เพื่อเป็นการส่งเสริมและสนับสนุนการเรียนการสอนอิสลามศึกษาของศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด

(ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส ตามมาตรา ๒๕ แห่งพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ

พ.ศ. ๒๕๔๒

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๑๒ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกระทรวงศึกษาธิการ

พ.ศ. ๒๕๔๖ และมติคณะรัฐมนตรี เมื่อวันที่ ๒๕ ตุลาคม ๒๕๔๘ เรื่องการรับโอนภารกิจในการดูแลส่งเสริมตาดีกา

ใน ๓ จังหวัดชายแดนภาคใต้ กระทรวงศึกษาธิการจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ

ว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส พ.ศ.

๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ระเบียบนี้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม

พ.ศ. ๒๕๔๘ เป็นต้นไป

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับหรือคำสั่งอื่นใดที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓[๒]

ในระเบียบนี้

“ศูนย์” หมายความว่า

ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา)

“จังหวัดชายแดนภาคใต้” หมายความว่า จังหวัดปัตตานี

จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส จังหวัดสตูล จังหวัดสงขลา เฉพาะอำเภอจะนะ อำเภอเทพา

อำเภอนาทวี และอำเภอสะบ้าย้อย

“ผู้สอน” หมายความว่า

ผู้ให้การอบรมหรือสอนในศูนย์

“ผู้เรียน” หมายความว่า

ผู้เข้ารับการอบรมหรือเรียนในศูนย์

“สำนักงาน” หมายความว่า สำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน

หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาเอกชน ตามกฎหมายว่าด้วยโรงเรียนเอกชนแล้วแต่กรณี

หรือสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

“นายทะเบียน” หมายความว่า

ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย

“เขตตรวจราชการ” หมายความว่า เขตตรวจราชการของกระทรวงศึกษาธิการ

เขตตรวจราชการที่ ๑๑ ประกอบด้วยจังหวัดสตูล อำเภอจะนะ อำเภอเทพา อำเภอนาทวี

และอำเภอสะบ้าย้อยของจังหวัดสงขลา เขตตรวจราชการที่ ๑๒ ประกอบด้วยจังหวัดปัตตานี

จังหวัดยะลา จังหวัดนราธิวาส

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ให้ปลัดกระทรวงศึกษาธิการรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจวินิจฉัยชี้ขาดปัญหาหรือข้อขัดแย้งที่เกิดขึ้นจากการใช้ระเบียบนี้

หมวด

การจัดตั้งและดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การจัดตั้งศูนย์ มีหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นมัสยิด ที่จดทะเบียนถูกต้องตามกฎหมายว่าด้วยการบริหารองค์กรศาสนาอิสลาม

(๒) มีคณะกรรมการบริหารศูนย์

(๓) มีอาคาร สถานที่ และบริเวณในเขตชุมชนนั้นที่เหมาะสมในการดำเนินการ

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ศูนย์มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) จัดการศึกษาอบรม จริยธรรมตลอดจนจัดกิจกรรมด้านศาสนาและประเพณีที่ดีงามของผู้นับถือศาสนาอิสลามตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตร

(๒) จัดทำข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์ อิหม่ามประจำมัสยิด

ผู้สอน ผู้เรียน

(๓) รายงานผลการจัดการเรียนการสอนประจำปีต่อสำนักงาน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้อิหม่ามประจำมัสยิดยื่นขอจัดตั้งศูนย์ต่อนายทะเบียนโดยได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

ให้นายทะเบียนออกใบอนุญาตการจัดตั้งศูนย์ ภายใน ๓๐

วัน นับแต่วันที่ได้รับคำร้องพร้อมเอกสารที่ครบถ้วน ตามแบบที่กำหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

การเลิกศูนย์ ให้อิหม่ามประจำมัสยิดโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการมัสยิดยื่นคำขอต่อนายทะเบียน

และรายงานให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดทราบ

ทรัพย์สินของศูนย์ให้ตกเป็นกรรมสิทธิ์ของมัสยิด

หมวด

การบริหาร

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙[๓]

ให้มีคณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับเขตตรวจราชการ

โดยมีผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการเป็นที่ปรึกษา และมีกรรมการประกอบด้วย

(๑) ประธานศูนย์ประสานงานคณะกรรมการอิสลาม

ประจำเขตตรวจราชการ เป็นประธานกรรมการ

(๒) ประธานกรรมการอิสลามประจำจังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัดละ ๑ คน

(๓) ประธานศูนย์ประสานงานชมรมตาดีกา

ประจำเขตตรวจราชการ จำนวน ๑ คน

(๔) ประธานชมรมตาดีกาจังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัดละ ๑ คน

(๕) ประธานชมรมอิหม่ามจังหวัดชายแดนภาคใต้

จังหวัดละ ๑ คน

(๖) ผู้แทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

เขตตรวจราชการละ ๑ คน

(๗)

ผู้แทนสำนักบริหารงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน เขตตรวจราชการละ ๑ คน

(๘) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

จังหวัดชายแดนภาคใต้

(๙) ผู้อำนวยการสำนักผู้ตรวจประจำเขตตรวจราชการ

เป็นกรรมการและเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐[๔]

คณะกรรมการบริหารศูนย์

ระดับเขตตรวจราชการ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑)

กำหนดแนวทางการบริหารจัดการและติดตามประเมินผล

(๒) จัดทำหลักสูตรตาดีกาในจังหวัดชายแดนภาคใต้

(๓)

ให้คำแนะนำสนับสนุนส่งเสริมการสอนอิสลามศึกษาของศูนย์

ร่วมกับคณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับจังหวัด ระดับอำเภอ และระดับตำบล

(๔) เสนอแนะการจัดการเรียนการสอนอิสลามศึกษา

ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อสำนักงาน

(๕) ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

การประชุมของคณะกรรมการบริหารศูนย์ ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมดจึงเป็นองค์ประชุม

ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุม หรือไม่อยู่ในที่ประชุม

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกประธานคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุม ให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งมีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมออกเสียงเพิ่มอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๕]

ให้มีคณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับจังหวัด

ประกอบด้วย

(๑)

ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือรองผู้ว่าราชการจังหวัด

หรือผู้แทนที่ผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ

(๒) นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัด

(๓) ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

(๔) ผู้แทนคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด จำนวน ๑

คน

(๕) ผู้แทนชมรมตาดีการะดับจังหวัด จำนวน ๒ คน

(๖) ผู้แทนชมรมอิหม่ามระดับจังหวัด จำนวน ๒ คน

(๗) ผู้อำนวยการสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัด

(๘) รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา

เขต ๑ ที่รับผิดชอบการศึกษาเอกชนเป็นกรรมการและเลขานุการ เว้นแต่จังหวัดสงขลา

ให้รองผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาเขต ๓ ที่รับผิดชอบการศึกษาเอกชน

เป็นกรรมการและเลขานุการ

ให้บุคคลตามข้อ (๒) (๓) (๔) (๕) (๖) และ (๗)

เป็นกรรมการ และให้คณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด ชมรมอิหม่ามระดับจังหวัด

ชมรมตาดีการะดับจังหวัด แล้วแต่กรณี คัดเลือกผู้แทน ตามวรรคหนึ่ง (๔) (๕) และ (๖)

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

คณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับจังหวัดมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดแนวทางการพัฒนาศูนย์ให้สอดคล้องกับแนวทางที่คณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับเขตตรวจราชการกำหนด

(๒) ระดมทรัพยากรและประสานงานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาศูนย์

(๓) แนะนำ สนับสนุน ส่งเสริมศูนย์ร่วมกับคณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับอำเภอและระดับตำบล

(๔) นิเทศติดตามประเมินผลการดำเนินงานของศูนย์และรายงานต่อคณะกรรมการบริหารระดับเขตตรวจราชการ

(๕) ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้มีคณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับอำเภอ

จำนวน ๙ คน ประกอบด้วย

(๑) นายอำเภอหรือปลัดอำเภอที่ได้รับมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ

(๒) ผู้แทนสมาชิกองค์การบริหารส่วนจังหวัดในพื้นที่

จำนวน ๑ คน

(๓) ผู้แทนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่ จำนวน

๒ คน

(๔) ผู้แทนกรรมการอิสลามจังหวัด จำนวน ๑ คน

(๕) ประธานชมรมอิหม่ามระดับอำเภอ

(๖) เจ้าหน้าที่วัฒนธรรมระดับอำเภอ

(๗) เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ

(๘) ประธานชมรมตาดีการะดับอำเภอ เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ให้บุคคลตาม (๒), (๓),

(๔), (๕) และ (๖) เป็นกรรมการ

ให้นายอำเภอดำเนินการคัดเลือกผู้แทน (๒) และ (๓) ในพื้นที่

และคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัดเลือกผู้แทนตาม (๔)

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

คณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับอำเภอมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ระดมทรัพยากรและประสานงานหน่วยงานภาครัฐและเอกชนเพื่อพัฒนาศูนย์

(๒) นิเทศติดตามประเมินผลการดำเนินงานของศูนย์และรายงานต่อคณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับจังหวัด

(๓) กำหนดแนวทางการพัฒนาศูนย์ในระดับอำเภอให้สอดคล้องกับระดับจังหวัด

(๔) กำกับดูแลการใช้จ่ายเงินของศูนย์

(๔) ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้มีคณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับตำบล

จำนวน ๗ คน ประกอบด้วย

(๑) นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเป็นประธานกรรมการ

(๒) ปลัดตำบล

(๓) กำนัน

(๔) ผู้แทนอิหม่ามระดับตำบล จำนวน ๑ คน

(๕) ผู้แทนผู้สอนตาดีกา จำนวน ๑ คน

(๖) ผู้บริหารสถานศึกษา ที่ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามอบหมายเป็นกรรมการและเลขานุการ

(๗) ผู้แทนชมรมตาดีกา ระดับตำบล จำนวน ๑ คน เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

ให้บุคคลตาม (๒), (๓),

(๔) และ (๕) เป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับอำเภอ คัดเลือกกรรมการตาม

(๔), (๕), (๗)

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

คณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับตำบลมีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ประสานส่งเสริมการพัฒนาศูนย์ในพื้นที่รับผิดชอบ

(๒) ระดมทรัพยากรเพื่อพัฒนาศูนย์

(๓) นิเทศติดตามประเมินผลและรายงานต่อคณะกรรมการบริหารศูนย์ระดับอำเภอ

(๔) ปฏิบัติงานอื่นที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ให้มีคณะกรรมการบริหารศูนย์ ประกอบด้วยอิหม่ามประจำมัสยิดเป็นประธานโดยตำแหน่งและกรรมการอื่น

จำนวนไม่น้อยกว่า ๖ คน แต่ไม่เกิน ๑๒ คน โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการประจำมัสยิด โดยมีผู้สอนตาดีกาที่อิหม่ามแต่งตั้งเป็นกรรมการและเลขานุการ

คณะกรรมการบริหารศูนย์ตามวรรคหนึ่ง มีวาระการดำรงตำแหน่ง

๔ ปี พ้นวาระแล้วอาจได้รับการแต่งตั้งอีกได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

คณะกรรมการบริหารศูนย์ มีอำนาจหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ดำเนินการบริหารศูนย์ให้สอดคล้องกับแนวทางของคณะกรรมการบริหารศูนย์ในทุกระดับ

(๒) จัดการศึกษาอบรมให้แก่ผู้เรียนตามหลักสูตร

(๓) ส่งเสริมและพัฒนาผู้สอนให้จัดการเรียนการสอนอย่างมีประสิทธิภาพ

(๔) ให้ความเห็นชอบในการแต่งตั้งและถอดถอนผู้สอน

(๕) รายงานผลการดำเนินงานของศูนย์ต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง

(๖) ดำเนินงานอื่น ๆ ตามที่ได้รับมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

ให้นำความในข้อ ๑๑ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะกรรมการในข้อ

๑๒ ข้อ ๑๔ ข้อ ๑๖ และข้อ ๑๘ โดยอนุโลม

หมวด

ผู้สอน

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ผู้สอนมีคุณสมบัติ ดังต่อไปนี้

(๑) มีสัญชาติไทย

(๒) มีอายุตั้งแต่ ๑๘ ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

(๓) มีความรู้วิชาสามัญ ไม่ต่ำกว่าการศึกษาภาคบังคับ

หรือเทียบเท่าตามที่กำหนดในแผนการศึกษาแห่งชาติ หรือตามกฎหมายว่าด้วยการศึกษาภาคบังคับแล้วแต่กรณี

และมีความรู้ด้านศาสนาอิสลามไม่ต่ำกว่าชั้นอิสลามศึกษาตอนกลางปีที่ ๓ ของหลักสูตรอิสลามศึกษาตอนกลาง

(มุตาวัชซีเตาะฮ์) หรือเทียบเท่า หรือมีประสบการณ์สอนศาสนาไม่น้อยกว่า ๓ ปี โดยผ่านการรับรองจากคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด

(๔) เป็นผู้มีความเลื่อมใสในการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขและตามแนวทางของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ให้อิหม่ามประจำมัสยิดแต่งตั้งถอดถอนผู้สอน

โดยความเห็นชอบของคณะกรรมการบริหารศูนย์ และรายงานการเปลี่ยนแปลงต่อนายทะเบียน

หมวด

การส่งเสริมและสนับสนุน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้กระทรวงศึกษาธิการส่งเสริมและสนับสนุนเกี่ยวกับงบประมาณ

การพัฒนาบุคลากร การพัฒนาหลักสูตร การบริหารจัดการของศูนย์ และกิจกรรมขององค์กรตาดีกาทุกระดับ

การส่งเสริมและสนับสนุนตามวรรคหนึ่ง ให้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาล

หรือมติของคณะรัฐมนตรี แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ให้สำนักงานมีหน้าที่ดังต่อไปนี้

(๑) ร่วมกับสำนักผู้ตรวจประจำเขตตรวจราชการจัดทำแผนเพื่อส่งเสริมสนับสนุนการดำเนินการของศูนย์

(๒) ทำหน้าที่สำนักทะเบียนกลาง รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับศูนย์

อิหม่ามประจำมัสยิด ผู้สอนผู้เรียนในพื้นที่ที่รับผิดชอบ

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

ให้หลักสูตรอิสลามศึกษาฟัรฎูอีน ประจำมัสยิด

พ.ศ. ๒๕๔๘ ที่ใช้อยู่ก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ เป็นหลักสูตรตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

ให้สถานสอนจริยศึกษา (ตาดีกา) ที่จดทะเบียนกับกรมการปกครอง

กระทรวงมหาดไทยก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ เป็นศูนย์ตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

ให้ผู้สอนที่ทำหน้าที่อยู่ก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับ

เป็นผู้สอนตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ให้คณะกรรมการบริหารสถานสอนจริยศึกษา

(ตาดีกา) ที่ดำเนินการอยู่ก่อนระเบียบนี้ใช้บังคับปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าจะมีการแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารศูนย์ตามระเบียบนี้ทั้งนี้ไม่เกิน

๖๐ วัน นับแต่ระเบียบนี้ประกาศใช้

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๐ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๔๘

จาตุรนต์

ฉายแสง

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด

(ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐[๖]

พัชรินทร์/ผู้จัดทำ

๑๔

กรกฎาคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๒/ตอนพิเศษ ๑๔๗ ง/หน้า ๕/๒๓ ธันวาคม ๒๕๔๘

[๒]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด

(ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๓]

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด

(ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๔]

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด

(ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๕]

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

แก้ไขเพิ่มเติมโดยระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด

(ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐

[๖]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๕/ตอนพิเศษ ๓๕ ง/หน้า ๑/๑๘ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๑

28 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกระทรวงศึกษาธิการ ว่าด้วย ศูนย์การศึกษาอิสลามประจำมัสยิด (ตาดีกา) ในจังหวัดปัตตานี ยะลา นราธิวาส พ.ศ. 2548 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_720b5f1dbf1a0229

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com