ที่ นร ๐๕๐๔/๙๔๙๒
ที่ นร ๐๕๐๔/๙๔๙๒ สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี
ทำเนียบรัฐบาล กทม. ๑๐๓๐๐
๗
กรกฎาคม ๒๕๔๗
เรื่อง
การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการในคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.) และอนุกรรมการ
เรียน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
อ้างถึง
หนังสือกระทรวงยุติธรรม ที่ ยธ ๐๘๐๐/๔๖๗ ลงวันที่ ๑๖ เมษายน ๒๕๔๗
สิ่งที่ส่งมาด้วย
๑. สำเนาหนังสือกระทรวงการคลัง ด่วนที่สุด ที่ กค ๐๔๐๙.๖/๑๐๘๘๒
ลงวันที่ ๑๘ มิถุนายน ๒๕๔๗
๒. สำเนาหนังสือสำนักงบประมาณ
ด่วนมาก ที่ นร ๐๗๐๔.๒/๓๒๘
ลงวันที่ ๓๐ เมษายน ๒๕๔๗
ตามที่ได้เสนอเรื่อง
การกำหนดค่าตอบแทนกรรมการในคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.)
และอนุกรรมการไปเพื่อคณะรัฐมนตรีพิจารณา ความละเอียดแจ้งแล้ว นั้น
กระทรวงการคลัง
และสำนักงบประมาณได้เสนอความเห็นเพื่อประกอบการพิจารณาของคณะรัฐมนตรีด้วย
ความละเอียดปรากฏตามสำเนาหนังสือที่ส่งมาด้วยนี้
คณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี
คณะที่ ๗ (ฝ่ายกฎหมายฯ) ซึ่งมีรองนายกรัฐมนตรี (นายวิษณุ เครืองาม) เป็นประธานกรรมการพิจารณาแล้ว
มีประเด็นอภิปรายและมติดังนี้
๑. ประเด็นอภิปราย
๑.๑ โดยที่มาตรา ๑๓
แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗ ได้บัญญัติให้กรรมการใน กคพ.
และอนุกรรมการได้รับค่าตอบแทนตามที่คณะรัฐมนตรีกำหนด
ซึ่งจะไม่อยู่ในบังคับของพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการฯ
แต่อย่างไรก็ตามคณะรัฐมนตรีอาจกำหนดค่าตอบแทนของกรรมการและอนุกรรมการดังกล่าวโดยให้ใช้อัตราตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกาเบี้ยประชุมกรรมการก็ได้
และการกำหนดค่าตอบแทนดังกล่าวควรกำหนดให้เหมาะสมกับหน้าที่ความรับผิดชอบและเทียบเคียงกับคณะกรรมการอื่น
ๆ ด้วย
๑.๒
การกำหนดเงินสมนาคุณคณะกรรมการและอนุกรรมการ
ซึ่งแต่งตั้งโดยบทบัญญัติแห่งกฎหมายหรือมติคณะรัฐมนตรีเป็นรายเดือน
ในปัจจุบันได้แบ่งออกเป็น ๓ กลุ่ม คือ
๑.๒.๑ กลุ่มตรวจสอบภาคราชการ
คือ คณะกรรมการตรวจสอบภาคราชการ กำหนดให้ประธานได้รับ ๒๐,๐๐๐ บาท/เดือน
กรรมการได้รับ ๑๖,๐๐๐ บาท/เดือน
๑.๒.๒
กลุ่มคณะกรรมการกลางในการบริหารงานบุคคลฯ เช่น คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน
คณะกรรมการอัยการ ฯลฯ กำหนดให้ประธานได้รับ ๑๐,๐๐๐ บาท/เดือน กรรมการได้รับ ๘,๐๐๐ บาท/เดือน
๑.๒.๓
กลุ่มคณะกรรมการที่มีหน้าที่รับผิดชอบในลักษณะพิเศษซึ่งส่งผลต่อการบริหารเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมของประเทศ
เช่น คณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ฯลฯ
กำหนดให้ประธานได้รับ ๕,๐๐๐ บาท/เดือน กรรมการได้รับ ๔,๐๐๐ บาท/เดือน ดังนั้น
การกำหนดค่าตอบแทนของคณะกรรมการ กคพ.
และอนุกรรมการควรกำหนดให้สอดคล้องกับแนวทางดังกล่าว
๑.๓
โดยที่ลักษณะงานของคณะกรรมการคดีพิเศษ (กคพ.)
มีอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบที่สำคัญในด้านการอำนวยความยุติธรรมทางอาญาในคดีพิเศษระดับชาติ
จำเป็นต้องมีการประชุมเชิงนโยบายและวางกรอบแนวทางการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง
ซึ่งเทียบได้กับคณะกรรมการระดับชาติอื่น เช่น
คณะกรรมการส่งเสริมการลงทุนหรือคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
เป็นต้น จึงเห็นควรกำหนดค่าตอบแทนกรรมการ กคพ. และอนุกรรมการโดยเทียบเคียงกับคณะกรรมการดังกล่าว
ดังนี้
๑.๓.๑ ค่าตอบแทนคณะกรรมการ
กคพ.
(๑)
ประธานกรรมการให้ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายเดือน ในอัตราเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท
(๒)
กรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิให้ได้รับค่าตอบแทนรายเดือน ในอัตราเดือนละ ๔,๐๐๐
บาท
สำหรับค่าตอบแทนผู้ช่วยเลขานุการ
กคพ. เนื่องจากมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติการสอบสวนคดีพิเศษ พ.ศ. ๒๕๔๗
มิได้กำหนดให้ผู้ช่วยเลขานุการเป็นกรรมการใน กคพ. ด้วย ดังนั้น
การที่คณะรัฐมนตรีจะกำหนดค่าตอบแทนให้ผู้ช่วยเลขานุการ เป็นการไม่สอดคล้องกับมาตรา
๑๓ แห่งพระราชบัญญัติดังกล่าว จึงให้ตัดออก
๑.๓.๒ ค่าตอบแทนคณะอนุกรรมการที่
กคพ. แต่งตั้ง
(๑)
ประธานอนุกรรมการให้ได้รับค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ในอัตราครั้งละ ๑,๒๐๐ บาท
แต่รวมแล้วไม่เกินเดือนละ ๖,๐๐๐ บาท
(๒)
อนุกรรมการให้ได้รับค่าตอบแทนในรายครั้ง ในอัตราครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท
แต่รวมแล้วไม่เกินเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท
๒. มติคณะกรรมการกลั่นกรองฯ
เห็นควรกำหนดค่าตอบแทนกรรมการในคณะกรรมการคดีพิเศษและอนุกรรมการที่
กคพ. แต่งตั้ง ดังนี้
๒.๑ ค่าตอบแทนกรรมการใน กคพ.
ให้ประธานกรรมการได้รับค่าตอบแทนรายเดือนในอัตราเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท
กรรมการและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิได้รับในอัตราเดือนละ ๔,๐๐๐ บาท
๒.๒ ค่าตอบแทนอนุกรรมการที่
กคพ. แต่งตั้ง ให้ประธานอนุกรรมการได้รับค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง ครั้งละ ๑,๒๐๐ บาท
รวมกันแล้วไม่เกินเดือนละ ๖,๐๐๐ บาท อนุกรรมการได้รับค่าตอบแทนเป็นรายครั้ง
ครั้งละ ๑,๐๐๐ บาท แต่รวมกันแล้วไม่เกินเดือนละ ๕,๐๐๐ บาท สำหรับค่าใช้จ่ายในการจ่ายค่าตอบแทนกรรมการและอนุกรรมการดังกล่าวให้เบิกจ่ายจากงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๔๗ ของกรมสอบสวนคดีพิเศษ
สำหรับหลักเกณฑ์ในการเบิกจ่ายค่าตอบแทนเป็นรายเดือนและรายครั้งให้เป็นไปตามที่กระทรวงยุติธรรมเสนอ
คณะรัฐมนตรีได้ลงมติเมื่อวันที่
๖ กรกฎาคม ๒๕๔๗ อนุมัติตามมติคณะกรรมการกลั่นกรองเรื่องเสนอคณะรัฐมนตรี คณะที่ ๗
(ฝ่ายกฎหมายฯ)
จึงเรียนยืนยันมา ทั้งนี้ ได้แจ้งให้กระทรวงการคลัง
สำนักงบประมาณ และสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินทราบด้วยแล้ว
ขอแสดงความนับถือ
(นางสาวสิบพัน
วนวิสุทธิ์)
ผู้อำนวยการสำนักบริหารการประชุมคณะรัฐมนตรี
ปฏิบัติราชการแทน
เลขาธิการคณะรัฐมนตรี
สำนักบริหารการประชุมคณะรัฐมนตรี
โทร.
๐ ๒๒๘๐ ๙๐๐๐ ต่อ ๓๒๙
โทรสาร
๐ ๒๒๘๐ ๙๐๖๔
ดลธี/พิมพ์
๒
มีนาคม ๒๕๕๔
พรรณิศา/ผู้จัดทำ
๓
มีนาคม ๒๕๕๔
เลิศศักดิ์/ผู้ตรวจ
๔
พฤศจิกายน ๒๕๕๓