กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๒๖
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา
กฎกระทรวง
กฎกระทรวง
ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘[๑]
อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๕ และมาตรา ๒๖
แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้
ข้อ ๑
กฎกระทรวงนี้ให้มีอายุห้าปี
ข้อ ๒
ให้ใช้ผังเมืองรวมบังคับในท้องที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม ตำบลสันผีเสื้อ
ตำบลช้างเผือก ตำบลป่าตัน ตำบลฟ้าฮ่าม ตำบลสุเทพ ตำบลหนองป่าครั่ง ตำบลศรีภูมิ
ตำบลช้างม่อย ตำบลวัดเกตุ ตำบลพระสิงห์ ตำบลช้างคลาน ตำบลท่าศาลา ตำบลหายยา
ตำบลหนองหอย ตำบลป่าแดด ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่ และตำบลหนองจ๊อม
ตำบลสันทรายน้อย ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
ภายในแนวเขตตามแผนที่ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๓
การวางและจัดทำผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้
มีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนา การดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบท
การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะ
และสภาพแวดล้อมในบริเวณแนวเขตตามข้อ ๒
ให้เป็นเมืองหลักทางภาคเหนือของประเทศตามแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ข้อ ๔
ผังเมืองรวมตามกฎกระทรวงนี้มีนโยบายและมาตรการเพื่อจัดระบบการใช้ประโยชน์ที่ดินให้มีประสิทธิภาพ
สามารถรองรับและสอดคล้องกับการขยายตัวของชุมชนในอนาคตโดยมีสาระสำคัญ ดังต่อไปนี้
(๑) พัฒนาให้เป็นศูนย์กลางการค้าและบริการของภาคเหนือ
โดยเชื่อมโยงกับระบบเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ
(๒) พัฒนาและส่งเสริมให้เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่สำคัญ
(๓) สงเสริมและอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรม
และสภาพแวดล้อมซึ่งมีคุณค่าทางศิลปกรรม สถาปัตยกรรม ประวัติศาสตร์และโบราณคดี
ให้เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดเชียงใหม่
(๔) ส่งเสริมอุตสาหกรรมหัตถกรรม
และอุตสาหกรรมการเกษตรที่ใช้ทรัพยากร ในท้องถิ่นซึ่งไม่ก่อให้เกิดมลพิษ
(๕) พัฒนาการบริการทางสังคม การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ให้เพียงพอและได้มาตรฐาน
(๖) อนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๕
การใช้ประโยชน์ที่ดินภายในเขตผังเมืองรวม
ให้เป็นไปตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภท แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งและรายการประกอบแผนผัง
ท้ายกฎกระทรวงนี้
ข้อ ๖
การใช้ประโยชน์ที่ดินตามแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง
ให้เป็นไปดังต่อไปนี้
(๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑.๑ ถึงหมายเลข ๑.๓๑
ที่กำหนดไว้เป็นสีเหลือง ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย
(๒) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๒.๑ ถึงหมายเลข ๒.๒๒
ที่กำหนดไว้เป็นสีส้ม ให้เป็นที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
(๓) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๓.๑ ถึงหมายเลข ๓.๓๒
ที่กำหนดไว้เป็นสีแดง ให้เป็นที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมาก
(๔) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๔.๑ ถึงหมายเลข ๔.๕
ที่กำหนดไว้เป็นสีม่วง ให้เป็นที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
(๕) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๕.๑ ถึงหมายเลข ๕.๔
ที่กำหนดไว้เป็นสีเม็ดมะปราง ให้เป็นที่ดินประเภทคลังสินค้า
(๖) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๖.๑ ถึงหมายเลข ๖.๑๑
ที่กำหนดไว้เป็นสีเขียว ให้เป็นที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
(๗) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๗ ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำตาลอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
(๘) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๘.๑ ถึงหมายเลข ๘.๒๓ ที่กำหนดไว้เป็นสีเชียวอ่อน
ให้เป็นที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการนันทนาการและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อม
(๙) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๙.๑ ถึงหมายเลข ๙.๕๖
ที่กำหนดไว้เป็นสีเชียวมะกอก ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
(๑๐) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๐.๑ ถึงหมายเลข ๑๐.๑๒๔
ที่กำหนดไว้เป็นสีเทาอ่อน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันศาสนา
(๑๑) ที่ดินในบริเวณหมายเลข ๑๑.๑ ถึงหมายเลข ๑๑.๕๕
ที่กำหนดไว้เป็นสีน้ำเงิน ให้เป็นที่ดินประเภทสถาบันราชการ
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ข้อ ๗
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นน้อย ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่
โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ
๘๕ ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
(๒) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(๓) คลังวัตถุระเบิด
(๔) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๘
ที่ดินประเภทที่อยู่อาศัยหนาแน่นปานกลาง
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่ โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อการอยู่อาศัย
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๗๐
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
(๒) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(๓) คลังวัตถุระเบิด
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้าหรือก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๕) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๙
ที่ดินประเภทพาณิชยกรรมและที่อยู่อาศัยหนาแน่นมากให้ใช้ประโยชน์เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัยเป็นส่วนใหญ่
โดยให้ใช้พื้นที่เพื่อพาณิชยกรรมและการอยู่อาศัย
การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐
ของที่ดินประเภทนี้ในแต่ละบริเวณ และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด
ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
(๒) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(๓) คลังวัตถุระเบิด
(๔) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้า หรือก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๕) ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร
(๖) สุสานหรือฌาปนสถาน
(๗) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๑๐
ที่ดินประเภทอุตสาหกรรมและคลังสินค้า
ให้ใช้ประโยชน์เพื่ออุตสาหกรรมที่ไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม และคลังสินค้าเป็นส่วนใหญ่
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
(๒) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๓) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้า หรือก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๔) สุสานหรือฌาปนสถาน
ข้อ ๑๑
ที่ดินประเภทคลังสินค้า ให้ใช้ประโยชน์เพื่อคลังสินค้า อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการบรรจุสินค้าในภาชนะโดยไม่มีการผลิต
อุตสาหกรรมเกี่ยวกับการประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า อุตสาหกรรมบริการ
และสถานีขนส่งสินค้าเป็นส่วนใหญ่
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกประเภท เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
โรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการบรรจุสินค้าในภาชนะโดยไม่มีการผลิต
โรงงานที่ประกอบกิจการเกี่ยวกับการประกอบชิ้นส่วนอุปกรณ์ไฟฟ้า
และโรงงานประกอบกิจการเกี่ยวกับอุตสาหกรรมบริการ
(๒) สถานสงเคราะห์หรือรับเลี้ยงเด็ก
(๓) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้า หรือก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๔) สุสานหรือฌาปนสถาน
ข้อ ๑๒
ที่ดินประเภทชนบทและเกษตรกรรม
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อเกษตรกรรมหรือเกี่ยวข้องกับเกษตรกรรมเป็นส่วนใหญ่
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑)
กิจการค้าที่ดินตามประมวลกฎหมายที่ดินที่มีการแบ่งแยกแปลงที่ดินเพื่ออยู่อาศัย
ประกอบการพาณิชย์ หรือประกอบการอุตสาหกรรม
เว้นแต่การจัดสรรที่ดินตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการจัดสรรที่ดิน
(๒) โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
ข้อ ๑๓
ที่ดินประเภทอนุรักษ์เพื่อส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมไทย
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการส่งเสริมเอกลักษณ์ศิลปวัฒนธรรมและสถาปัตยกรรมท้องถิ่น
อุตสาหกรรมหัตถกรรม การท่องเที่ยว การอยู่อาศัย การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
และห้ามใช้ประโยชน์ในที่ดินเพื่อกิจการตามที่กำหนด ดังต่อไปนี้
(๑) โรงงานทุกประเภท
เว้นแต่โรงงานที่ประกอบกิจการโดยไม่ก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
หรือไม่เป็นมลพิษต่อชุมชนหรือสิ่งแวดล้อม
(๒) อาคารที่สูงเกิน ๓ ชั้น หรือเกิน ๑๒ เมตร
ยกเว้นส่วนโครงสร้างของหลังคาที่ไม่ใช้รับน้ำหนักบรรทุก และอาคารศาสนกิจ
(๓) โรงแรม
(๔) คลังเชื้อเพลิงเพื่อการขายส่ง
(๕) คลังวัตถุระเบิด
(๖) สถานีบริการ จำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงและหรือก๊าซสำหรับยานพาหนะ
(๗) สถานบริการ
(๘) เลี้ยงม้า โค กระบือ สุกร แพะ แกะ ห่าน เป็ด หรือไก่
เพื่อการค้าหรือก่อเหตุรำคาญตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข
(๙) ไซโลเก็บผลิตผลการเกษตร
(๑๐) สุสานหรือฌาปนสถาน
(๑๑) กำจัดมูลฝอยหรือสิ่งปฏิกูล
ข้อ ๑๔
ที่ดินประเภทที่โล่งเพื่อการนันทนาการและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้ใช้ประโยชน์เพื่อการนันทนาการหรือเกี่ยวข้องกับการนันทนาการ
การรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมหรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๕
ที่ดินประเภทสถาบันการศึกษา
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศึกษาหรือเกี่ยวข้องกับการศึกษา หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ในกรณีที่ดินประเภทนี้เป็นกรรมสิทธิ์ของเอกชน
หากเจ้าของหรือผู้ครอบครองไม่อาจดำเนินการใช้ประโยชน์ตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งได้ให้เปลี่ยนการใช้ประโยชน์ที่ดินได้ตามประเภทที่ดินที่อยู่ใกล้เคียง
ข้อ ๑๖
ที่ดินประเภทสถาบันศาสนา ให้ใช้ประโยชน์เพื่อการศาสนาหรือเกี่ยวข้องกับการศาสนา
การศึกษา หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๗
ที่ดินประเภทสถาบันราชการ การสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
ให้ใช้ประโยชน์เพื่อกิจการของรัฐ กิจการเกี่ยวกับการสาธารณูปโภคและสาธารณูปการ
หรือสาธารณประโยชน์เท่านั้น
ข้อ ๑๘ ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการอนุญาตก่อสร้างอาคารหรือประกอบกิจการในเขตผังเมืองรวมปฏิบัติการให้เป็นไปตามกฎกระทรวงนี้
ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๒๗
พลเอก สิทธิ จิรโรจน์
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย
[เอกสารแนบท้าย]
๑.
แผนที่ท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘
๒.
แผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๗
(พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๓.
รายการประกอบแผนผังกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดินตามที่ได้จำแนกประเภทท้ายกฎกระทรวง
ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๗) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๔.
แผนผังแสดงโครงการคมนาคมและขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
๕.
รายการประกอบแผนผังแสดงโครงการคมนาคม และขนส่งท้ายกฎกระทรวง ฉบับที่ ๗ (พ.ศ. ๒๕๒๗)
ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ
โดยที่สมควรกำหนดให้ใช้บังคับผังเมืองรวม ในท้องที่ตำบลดอนแก้ว อำเภอแม่ริม
ตำบลสันผีเสื้อ ตำบลช้างเผือก ตำบลป่าตัน ตำบลฟ้าฮ่าม ตำบลสุเทพ ตำบลหนองป่าครั่ง
ตำบลศรีภูมิ ตำบลช้างม่อย ตำบลวัดเกตุ ตำบลพระสิงห์ ตำบลช้างคลาน ตำบลท่าศาลา
ตำบลหายยา ตำบลหนองหอย ตำบลป่าแดด ตำบลแม่เหียะ อำเภอเมืองเชียงใหม่
และตำบลหนองจ๊อม ตำบลสันทรายน้อย ตำบลสันพระเนตร อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่
เพื่อใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาและการดำรงรักษาเมืองและบริเวณที่เกี่ยวข้องหรือชนบทในด้านการใช้ประโยชน์ในทรัพย์สิน
การคมนาคมและการขนส่ง การสาธารณูปโภค บริการสาธารณะและสภาพแวดล้อม ทั้งนี้
เพื่อให้บรรลุวัตถุประสงค์ของการผังเมือง ซึ่งตามมาตรา ๒๖ แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง
พ.ศ. ๒๕๑๘ กำหนดว่าการใช้บังคับผังเมืองรวมให้กระทำโดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้
วิภา/ปรับปรุง
๒๔ สิงหาคม ๒๕๕๘
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๐๑/ตอนที่ ๑๕๕/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๓๑ ตุลาคม ๒๕๒๗
กฎกระทรวง ฉบับที่ 7 (พ.ศ. 2527) ออกตามความในพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2518 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_723eaca22ae8d56e
ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).
Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名
本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com