法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
21
มาตรา อารัมภบท

พระราชกฤษฎีกา

พระราชกฤษฎีกา

ค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๒๗

ภูมิพลอดุลยเดช ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๔ กันยายน พ.ศ. ๒๕๒๗

เป็นปีที่ ๓๙ ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้า ฯ

ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕๙ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

และมาตรา ๓ แห่งพระราชบัญญัติการกำหนดหลักเกณฑ์เกี่ยวกับการจ่ายเงินบางประเภทตามงบประมาณรายจ่าย

พ.ศ. ๒๕๑๘ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ตราพระราชกฤษฎีกาขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑ พระราชกฤษฎีกานี้เรียกว่า “พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗”

มาตรา ๒

มาตรา ๒[๑]

พระราชกฤษฎีกานี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นต้นไป

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิก

(๑)

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๓

(๒)

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ.๒๔๙๐

(๓)

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ.๒๔๙๑

(๔)

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ.๒๔๙๖

(๕) พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ.๒๕๐๒

(๖)

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ.๒๕๑๑

(๗)

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ.๒๕๑๖

(๘)

พระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ.๒๕๑๗

(๙) พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.

๒๕๒๒

(๑๐)

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๒๒

(๑๑)

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๒๓

(๑๒)

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๒๔

(๑๓) พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๕

บรรดากฎ ข้อบังคับ

และระเบียบอื่นในส่วนที่บัญญัติไว้แล้วในพระราชกฤษฎีกานี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับบทแห่งพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ใช้พระราชกฤษฎีกานี้แทน

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ในพระราชกฤษฎีกานี้

“ข้าราชการ” หมายความว่า ข้าราชการพลเรือนตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือน

ข้าราชการฝ่ายตุลาการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายตุลาการ ข้าราชการฝ่ายอัยการตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ

ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัยตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย

ข้าราชการฝ่ายรัฐสภาตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

ข้าราชการตำรวจตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการตำรวจ

ข้าราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการทหาร และข้าราชการครูตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการครู

“เงินเดือน” หมายความว่า

เงินเดือนสุทธิที่ข้าราชการได้รับ ทั้งนี้ เมื่อหักเงินเบิกลดเนื่องจากการปรับชั้นเงินเดือนออกแล้ว

และรวมกับเงินเพิ่มพิเศษรายเดือนสำหรับค่าวิชาหรือเงินเพิ่มการเลื่อนฐานะ หรือสำหรับประจำตำแหน่งที่ต้องฝ่าอันตรายเป็นปกติ

หรือสำหรับการสู้รบ

“ท้องที่” หมายความว่า กรุงเทพมหานคร อำเภอ

กิ่งอำเภอ หรือท้องที่ของอำเภอและหรือกิ่งอำเภอที่กระทรวงการคลังประกาศกำหนดให้เป็นท้องที่เดียวกันตามมาตรา

มาตรา ๕

มาตรา ๕[๒]

สิทธิที่จะเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการของข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ตามคำร้องขอของตนเองที่มีอยู่ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๒๗ ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้ยังคงมีอยู่ต่อไปจนกว่าจะหมดสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.

๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้

สิทธิที่จะเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการของข้าราชการซึ่งต้องไปปฏิบัติราชการประจำสำนักงานในต่างท้องที่เนื่องจากสำนักงานที่ปฏิบัติราชการประจำอยู่เดิมได้ย้ายสถานที่ทำการไปตั้งในท้องที่ใหม่ใกล้เคียงกับท้องที่ที่ตั้งสำนักงานเดิมตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนดที่มีอยู่ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๒๗ ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ ให้เป็นอันสิ้นสุดลง

มาตรา ๖

มาตรา ๖

การจ่ายเงินงบประมาณรายจ่ายเป็นเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และอัตราตามพระราชกฤษฎีกานี้

การเบิกจ่ายให้เป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๗

มาตรา ๗[๓]

ภายใต้บังคับมาตรา ๑๖ และมาตรา ๑๗ ข้าราชการผู้ใดได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่

มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเท่าที่ต้องจ่ายจริงตามที่สมควรแก่สภาพแห่งบ้าน

แต่อย่างสูงไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

ทั้งนี้ เว้นแต่ผู้นั้น

(๑) ทางราชการได้จัดที่พักอาศัยให้อยู่แล้ว

(๒) มีเคหสถานของตนเอง

หรือของสามีหรือภริยาที่พออาศัยอยู่ร่วมกันได้ในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่

(๓) ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ในท้องที่ที่เริ่มรับราชการครั้งแรก

หรือท้องที่ที่กลับเข้ารับราชการใหม่

(๔) ได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ตามคำร้องขอของตนเอง

(๕) เป็นข้าราชการวิสามัญ

ข้าราชการผู้ใดได้รับเงินเดือนไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนในบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

ให้ได้รับค่าเช่าบ้านตามส่วนของเงินเดือนโดยคำนวณตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๗

มาตรา ๗ ทวิ[๔]

ข้าราชการผู้ใดต้องไปปฏิบัติราชการประจำสำนักงานในต่างท้องที่เนื่องจากสำนักงานที่ปฏิบัติราชการประจำอยู่เดิมได้ย้ายสถานที่ทำการไปตั้งในท้องที่ใหม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้เช่นเดียวกับข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานในต่างท้องที่ตามมาตรา

เว้นแต่ท้องที่ใหม่ที่สำนักงานได้ย้ายไปนั้นอยู่ใกล้เคียงกับท้องที่ที่ตั้งสำนักงานเดิมตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ข้าราชการผู้ใดรับราชการหรือได้รับคำสั่งให้ไปรับราชการในท้องที่ใด และไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการเพราะเหตุที่มีเคหสถานของตนเอง

แม้ข้าราชการผู้นั้นได้โอนกรรมสิทธิ์ในเคหสถานนั้นไป

ก็ไม่ทำให้เกิดสิทธิที่จะได้รับค่าเช่าบ้านในระหว่างรับราชการในท้องที่นั้น

มาตรา ๙

มาตรา ๙ สามีกับภริยา

ถ้ารับราชการในท้องที่เดียวกันและต่างมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ให้เบิกจ่ายได้เฉพาะคนใดคนหนึ่งซึ่งมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านสูงกว่า ถ้ามีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านเท่ากัน ให้เบิกจ่ายให้แก่สามี

ข้าราชการผู้ใดมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกานี้ มีสามีหรือภริยาเป็นข้าราชการกรุงเทพมหานคร

พนักงานท้องถิ่น หรือพนักงานหรือลูกจ้างของรัฐวิสาหกิจ ตามกฎหมายว่าด้วยวิธีการงบประมาณ

ถ้าสามีหรือภริยาของผู้นั้นได้ใช้สิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน หรือได้อยู่ในที่พักอาศัยที่ทางการจัดให้ในท้องที่เดียวกัน ผู้นั้นไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๑๐

มาตรา ๑๐

ข้าราชการซึ่งได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการอยู่แล้วภายหลังได้รับเงินเดือนเพิ่มขึ้น

ให้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านเท่าที่ต้องจ่ายจริงตามที่สมควรแก่สภาพแห่งบ้าน

แต่อย่างสูงไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกานี้

ถ้าเงินเดือนที่ได้รับเพิ่มขึ้นไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนในบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการดังกล่าว ให้ได้รับค่าเช่าบ้านตามส่วนของเงินเดือนโดยคำนวณตามวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๑๑

มาตรา ๑๑

การงดหรือลดเบิกจ่ายเงินเดือนแก่ข้าราชการผู้ใด เนื่องจากการถูกตัดเงินเดือนหรือการลาโดยไม่มีสิทธิได้รับเงินเดือน

ไม่กระทบต่อสิทธิของผู้นั้นที่จะได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้

และให้ผู้นั้นมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านเสมือนหนึ่งไม่มีการงด

หรือลดเบิกจ่ายเงินเดือนเช่นว่านั้น เว้นแต่เป็นการลาติดตามสามีหรือภริยาซึ่งย้ายไปรับราชการในต่างประเทศ

มาตรา ๑๒

มาตรา ๑๒

ข้าราชการผู้ใดซึ่งมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการถูกสั่งพักราชการ หรือถูกสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน

หรือมีกรณีอื่นใดอันเป็นเหตุให้ถูกงดเบิกจ่ายเงินเดือน ให้งดเบิกจ่ายค่าเช่าบ้าน

เมื่อกรณีถึงที่สุด ถ้าปรากฏว่าผู้นั้นมีสิทธิได้รับเงินเดือนในระหว่างกรณีเช่นว่านั้น

สำหรับเดือนใด ให้มีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้านสำหรับเดือนนั้นตามพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๑๓

มาตรา ๑๓

ให้ข้าราชการมีสิทธิได้รับเงินค่าเช่าบ้านข้าราชการ ตั้งแต่วันที่ข้าราชการผู้นั้นได้เช่าอยู่จริง

แต่ไม่ก่อนวันรายงานตัวเพื่อเข้ารับหน้าที่

และให้สิ้นสุดลงในวันที่ขาดจากอัตราเงินเดือนหรือวันที่อยู่ในข่ายหมดสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกานี้ ถ้าผู้ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ไปรับราชการในท้องที่อื่นไม่สามารถออกเดินทางไปได้ในวันส่งมอบหน้าที่ให้มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านต่อไปอีกไม่เกินสิบวันนับแต่วันส่งมอบหน้าที่

เว้นแต่ในกรณีจำเป็นจะต้องอยู่ต่อไปอีก

ให้เบิกค่าเช่าบ้านได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๑๔

มาตรา ๑๔

ในกรณีที่ข้าราชการซึ่งได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการอยู่แล้วในท้องที่หนึ่ง และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ไปรับราชการในท้องที่อื่นซึ่งตนมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ให้ข้าราชการผู้นั้นมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าบ้านข้าราชการในท้องที่เดิมมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการในท้องที่ใหม่ได้

ถ้าคู่สมรสหรือบุตรซึ่งอยู่ในอุปการะของข้าราชการผู้นั้นไม่อาจติดตามข้าราชการผู้นั้นไปได้

และมีความจำเป็นต้องอาศัยอยู่ในบ้านในท้องที่เดิมต่อไป ทั้งนี้

โดยขออนุมัติตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๑๕

มาตรา ๑๕ ข้าราชการซึ่งรับราชการประจำในต่างประเทศ

ถ้าจำเป็นต้องเช่าบ้าน ให้เบิกค่าเช่าบ้านได้ตามหลักเกณฑ์และอัตราที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๑๖

มาตรา ๑๖

ในกรณีที่ข้าราชการซึ่งมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ได้เช่าซื้อบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้านที่ค้างชำระอยู่ในท้องที่ที่ไปประจำสำนักงานใหม่

เพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยและได้อาศัยอยู่จริงในบ้านนั้น

ให้ข้าราชการผู้นั้นมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ดังกล่าวมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้ไม่เกินจำนวนเงินที่กำหนดไว้ตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกานี้ ตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

(๑) ตนเอง และสามีหรือภริยา ได้ทำการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน อยู่เพียงหลังเดียวในท้องที่นั้น

(๒)[๕] จะต้องเป็นการผ่อนชำระค่าเช่าซื้อหรือผ่อนชำระเงินกู้กับสถาบันการเงิน

หรือกับรัฐวิสาหกิจหรือสหกรณ์ที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการเคหะ ทั้งนี้ ตามที่กระทรวงการคลังกำหนด

หรือเป็นการผ่อนชำระเงินกู้กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการตามกฎหมายว่าด้วยกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ

และสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาเงินกู้

จะต้องได้รับความเห็นชอบตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

(๓)

จะต้องไม่เคยใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้สำหรับบ้านหลังหนึ่งหลังใดในท้องที่นั้นมาแล้ว

เว้นแต่จะเป็นกรณีที่ได้รับแต่งตั้งให้กลับไปรับราชการในท้องที่นั้นอีก

และเป็นการใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ตามที่ได้เคยใช้สิทธิมาแล้ว

มาตรา ๑๗

มาตรา ๑๗ ในกรณีที่ข้าราชการซึ่งใช้สิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้มาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามมาตรา

๑๖ และต่อมาได้รับแต่งตั้งให้ไปรับราชการในท้องที่อื่นซึ่งตนมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ข้าราชการผู้นั้นมีสิทธินำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้ในท้องที่เดิมมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการในท้องที่ใหม่ได้

โดยขออนุมัติตามระเบียบที่กระทรวงการคลังกำหนด

มาตรา ๑๘

มาตรา ๑๘

สิทธิที่จะเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการต่อไปตามมาตรา ๑๒ (๑) และ (๒)

แห่งพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ พุทธศักราช ๒๔๘๓ ซึ่งมีอยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้ยังคงมีอยู่ต่อไปตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พุทธศักราช ๒๔๘๓

จนกว่าจะหมดสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

มาตรา ๑๙

มาตรา ๑๙

ข้าราชการผู้ใดมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พุทธศักราช ๒๔๘๓ อยู่ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับแต่ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกานี้ ให้ยังคงมีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พุทธศักราช ๒๔๘๓ ต่อไปจนกว่าจะหมดสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

มาตรา ๒๐

มาตรา ๒๐

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

พลเอก ประจวบ สุนทรางกูร

รองนายกรัฐมนตรี

[เอกสารแนบท้าย]

๑. บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 1

สำหรับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา

และข้าราชการครู[๖]

๒.

บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 2 สำหรับข้าราชการตุลาการ[๗]

๓.

บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 3 สำหรับข้าราชการอัยการ[๘]

๔.

บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 4 สำหรับข้าราชการตำรวจ[๙]

๕. บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 5

สำหรับข้าราชการทหาร[๑๐]

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้

คือ เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พุทธศักราช ๒๔๘๓ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติบางประการจึงไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และโดยที่พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไป มีบทบัญญัติบางประการยังไม่เหมาะสม

เนื่องจากกำหนดให้ข้าราชการเบิกค่าเช่าบ้านในลักษณะเหมาจ่ายตามสิทธิของข้าราชการแต่ละคน จึงไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของทางราชการ ซึ่งประสงค์จะช่วยเหลือข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยอันเนื่องมาจากทางราชการเป็นเหตุ

เพราะข้าราชการที่ไม่เดือดร้อนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อันเนื่องมาจากทางราชการเป็นเหตุ ก็มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ด้วย

ทำให้ทางราชการต้องรับภาระหนักเกี่ยวกับเงินงบประมาณแผ่นดิน นอกจากนั้น

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๒๒ กำหนดให้ข้าราชการที่ได้รับคำสั่งให้ไปประจำสำนักงานใหม่ต่างท้องที่เกินห้าปี แม้ผู้นั้นจะกลับมาประจำสำนักงานในท้องที่ที่เริ่มเข้ารับราชการครั้งแรกแล้ว ก็มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ จึงไม่เป็นธรรมแก่ข้าราชการที่ยังคงรับราชการอยู่ในท้องที่ที่เริ่มเข้ารับราชการ โดยได้เช่าบ้านอยู่จริง แต่ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน สมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการเสียใหม่ เพื่อให้มีความเหมาะสมตรงตามเจตนารมณ์ของทางราชการ และให้มีความเป็นธรรมในการได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ

นอกจากนั้น

สมควรผ่อนผันให้มีการใช้หลักฐานที่ข้าราชการเช่าซื้อบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน มาเบิกเป็นค่าเช่าบ้านได้ในบางกรณี จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พะราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒[๑๑]

หมายเหตุ

:-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีเงินเดือนบัญชี ก.

ของข้าราชการประเภทต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑

ซึ่งมีผลทำให้อัตราเงินเดือนตามบัญชี ก.

ไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๒๗ สมควรปรับปรุงบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้สอดคล้องกับอัตราเงินเดือนตามบัญชี

ก. จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๓[๑๒]

หมายเหตุ:-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนบัญชี ข.

ของข้าราชการประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นต้นไป ซึ่งมีผลทำให้อัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๒)

พ.ศ. ๒๕๓๒ ไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนบัญชี ข. ดังกล่าว

สมควรปรับปรุงบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการฯ

เสียใหม่ให้สอดคล้องกับการใช้บัญชีอัตราเงินเดือน บัญชี ข. ดังกล่าว

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕[๑๓]

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนของข้าราชการทุกประเภท

ทำให้อัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๓)

พ.ศ. ๒๕๓๓

ไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการหมายเลข ๑

ของข้าราชการทุกประเภท ที่ใช้บังคับในปัจจุบัน

ประกอบกับอัตราค่าเช่าบ้านขั้นสูงสุดตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการดังกล่าวได้กำหนดไว้ไม่เกินเดือนละ

๓,๐๐๐ บาท นั้น ยังไม่เหมาะสม

สมควรปรับปรุงบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการฯ

เสียใหม่ ให้ถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๙[๑๔]

หมายเหตุ

:-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

เนื่องจากได้มีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนของข้าราชการทุกประเภทตามพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง

พ.ศ. ๒๕๓๘ ทำให้บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๔)

พ.ศ. ๒๕๓๕ ไม่สอดคล้องกับบัญชีอัตราเงินเดือนที่ปรับปรุงใหม่

สมควรปรับปรุงบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการฯ

เสียใหม่ ให้สอดคล้องกับบัญชีอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๑[๑๕]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ๕

มาตรา ๕

สิทธิที่จะเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการของข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ตามคำร้องขอของตนเอง

หรือของข้าราชการ

ซึ่งสำนักงานที่ปฏิบัติราชการประจำอยู่เดิมได้ย้ายสถานที่ทำการไปตั้งในท้องที่ใหม่ที่มีอยู่ตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

พ.ศ. ๒๕๒๗ ก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกานี้ใช้บังคับ

ให้ยังคงมีอยู่ต่อไปจนกว่าจะหมดสิทธิตามพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ.

๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกานี้

มาตรา ๖

มาตรา ๖

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้

หมายเหตุ

:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗ ได้บัญญัติให้ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ตามคำร้องขอของตนเองมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ

ซึ่งเป็นการไม่สอดคล้องกับเจตนารมณ์ของทางราชการที่ประสงค์จะช่วยเหลือข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยซึ่งมีสาเหตุมาจากทางราชการ

ประกอบกับในปัจจุบันมีส่วนราชการหลายแห่งย้ายสำนักงานจากท้องที่หนึ่งไปอีกท้องที่หนึ่ง

และในอนาคตจะมีการย้ายส่วนราชการเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมากตามนโยบายของรัฐบาลทำให้งบประมาณรายจ่ายของรัฐในส่วนนี้ไม่สอดคล้องกับสภาวะการเงินของประเทศที่เป็นอยู่

สมควรปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการของข้าราชการดังกล่าว

โดยกำหนดให้ข้าราชการซึ่งได้รับคำสั่งให้เดินทางไปประจำสำนักงานใหม่ตามคำร้องขอของตนเองไม่มีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ

และกำหนดหลักเกณฑ์ในเรื่องสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการของข้าราชการซึ่งต้องไปปฏิบัติราชการประจำในต่างท้องที่เพราะมีการย้ายสถานที่ทำการให้ชัดเจนและเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๑[๑๖]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ

โดยที่พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๑

ได้ตราขึ้นโดยมีเจตนารมณ์ส่วนหนึ่งที่จะปรับปรุงบทบัญญัติเกี่ยวกับสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการมิให้ข้าราชการซึ่งต้องไปปฏิบัติราชการประจำสำนักงานในต่างท้องที่

เนื่องจากสำนักงานที่ปฏิบัติราชการประจำอยู่เดิมได้ย้ายสถานที่ทำการไปตั้งในท้องที่ใหม่ใกล้เคียงกับท้องที่ที่ตั้งสำนักงานเดิมตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดมีสิทธิได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการต่อไป

โดยยกเว้นให้แก่ข้าราชการดังกล่าวเฉพาะผู้ซึ่งมีสิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการก่อนวันที่พระราชกฤษฎีกาดังกล่าวใช้บังคับเพื่อเป็นการควบคุมงบประมาณรายจ่ายของรัฐในส่วนนี้ที่ในอนาคตรัฐบาลมีนโยบายจะย้ายส่วนราชการเพิ่มขึ้นอีกเป็นจำนวนมาก

แต่เนื่องจากในสภาวการณ์ปัจจุบันรัฐบาลยังคงประสบปัญหาด้านงบประมาณรายจ่าย

จึงเห็นสมควรยกเลิกสิทธิของข้าราชการดังกล่าวผู้ซึ่งมีสิทธิในการเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการอยู่เดิมนั้น

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๕[๑๗]

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้

คือ

เนื่องจากขณะนี้กองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการได้ดำเนินการโครงการเงินกู้เพื่อที่อยู่อาศัยของข้าราชการ

โดยให้ข้าราชการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนดังกล่าวสามารถกู้เงินเพื่อนำไปซื้อที่อยู่อาศัยได้

แต่โดยที่ในปัจจุบันพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๒๗

ให้สิทธิแก่ข้าราชการสามารถนำหลักฐานการชำระค่าเช่าซื้อหรือค่าผ่อนชำระเงินกู้เฉพาะกับสถาบันการเงิน

รัฐวิสาหกิจหรือสหกรณ์ที่ดำเนินกิจการเกี่ยวกับการเคหะมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้เท่านั้น

จึงทำให้ข้าราชการซึ่งเป็นสมาชิกกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการไม่สามารถนำหลักฐานการชำระค่าผ่อนชำระเงินกู้กับกองทุนมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้

ดังนั้น เพื่อให้ข้าราชการสามารถนำหลักฐานการชำระค่าผ่อนชำระเงินกู้กับกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการมาเบิกค่าเช่าบ้านข้าราชการได้

อันจะเป็นการสนับสนุนการดำเนินการโครงการดังกล่าว

จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้

สุนันทา/ผู้จัดทำ

๘ ธันวาคม ๒๕๔๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๐๑/ตอนที่

๑๓๓/ฉบับพิเศษ หน้า ๘/๒๘ กันยายน ๒๕๒๗

[๒] มาตรา

๕ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๓] มาตรา

๗ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๔] มาตรา

๗ ทวิ เพิ่มโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๑

[๕] มาตรา

๑๖ (๒) แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๔๕

[๖] บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข

1 สำหรับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา และข้าราชการครู

แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤาฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๙

[๗] บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข

2 สำหรับข้าราชการตุลาการ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๙

[๘] บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข

3 สำหรับข้าราชการอัยการ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๙

[๙] บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข

4 สำหรับข้าราชการตำรวจ แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๙

[๑๐] บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข

5 สำหรับข้าราชการทหาร แก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๙

[๑๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๖/ตอนที่ ๗๔/ฉบับพิเศษ หน้า ๑/๘ พฤษภาคม ๒๕๓๒

[๑๒] ราชกิจจานุกเบกษา

เล่ม ๑๐๗/ตอนที่ ๕๖/ฉบับพิเศษ หน้า ๒๖/๙ เมษายน ๒๕๓๓

[๑๓] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๐๙/ตอนที่ ๑๐๒/หน้า ๓๕/๒๔ กันยายน ๒๕๓๕

[๑๔] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๓/ตอนที่ ๓๒ ก/หน้า ๖/๑๙ สิงหาคม ๒๕๓๙

[๑๕] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๓๙ ก/หน้า ๑/๒๕ มิถุนายน ๒๕๔๑

[๑๖] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๕/ตอนที่ ๘๓ ก/หน้า ๑๓/๑๑ พฤศจิกายน ๒๕๔๑

[๑๗] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๙/ตอนที่ ๒๖ ก/หน้า ๑/๒๗ มีนาคม ๒๕๔๕

21 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. 2527 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_72c24546b3bb5f3b

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com