มาตรา ๒๐
ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังรักษาการตามพระราชกฤษฎีกานี้
ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ
พลเอก ประจวบ สุนทรางกูร
รองนายกรัฐมนตรี
[เอกสารแนบท้าย]
๑. บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 1
สำหรับข้าราชการพลเรือน ข้าราชการพลเรือนในมหาวิทยาลัย ข้าราชการฝ่ายรัฐสภา
และข้าราชการครู[๖]
๒.
บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 2 สำหรับข้าราชการตุลาการ[๗]
๓.
บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 3 สำหรับข้าราชการอัยการ[๘]
๔.
บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 4 สำหรับข้าราชการตำรวจ[๙]
๕. บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการหมายเลข 5
สำหรับข้าราชการทหาร[๑๐]
(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)
หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้
คือ เนื่องจากพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยระเบียบค่าเช่าบ้านข้าราชการ
พุทธศักราช ๒๔๘๓ ได้ใช้บังคับมาเป็นเวลานานแล้ว บทบัญญัติบางประการจึงไม่เหมาะสมกับสภาพการณ์ปัจจุบัน และโดยที่พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๒๒ ซึ่งจะมีผลใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม ๒๕๒๗ เป็นต้นไป มีบทบัญญัติบางประการยังไม่เหมาะสม
เนื่องจากกำหนดให้ข้าราชการเบิกค่าเช่าบ้านในลักษณะเหมาจ่ายตามสิทธิของข้าราชการแต่ละคน จึงไม่ตรงตามเจตนารมณ์ของทางราชการ ซึ่งประสงค์จะช่วยเหลือข้าราชการที่ได้รับความเดือดร้อนในเรื่องที่อยู่อาศัยอันเนื่องมาจากทางราชการเป็นเหตุ
เพราะข้าราชการที่ไม่เดือดร้อนเกี่ยวกับที่อยู่อาศัย อันเนื่องมาจากทางราชการเป็นเหตุ ก็มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ด้วย
ทำให้ทางราชการต้องรับภาระหนักเกี่ยวกับเงินงบประมาณแผ่นดิน นอกจากนั้น
พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ พ.ศ. ๒๕๒๒ กำหนดให้ข้าราชการที่ได้รับคำสั่งให้ไปประจำสำนักงานใหม่ต่างท้องที่เกินห้าปี แม้ผู้นั้นจะกลับมาประจำสำนักงานในท้องที่ที่เริ่มเข้ารับราชการครั้งแรกแล้ว ก็มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้านได้ จึงไม่เป็นธรรมแก่ข้าราชการที่ยังคงรับราชการอยู่ในท้องที่ที่เริ่มเข้ารับราชการ โดยได้เช่าบ้านอยู่จริง แต่ไม่มีสิทธิเบิกค่าเช่าบ้าน สมควรปรับปรุงพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยค่าเช่าบ้านข้าราชการเสียใหม่ เพื่อให้มีความเหมาะสมตรงตามเจตนารมณ์ของทางราชการ และให้มีความเป็นธรรมในการได้รับค่าเช่าบ้านข้าราชการ
นอกจากนั้น
สมควรผ่อนผันให้มีการใช้หลักฐานที่ข้าราชการเช่าซื้อบ้านหรือผ่อนชำระเงินกู้เพื่อชำระราคาบ้าน มาเบิกเป็นค่าเช่าบ้านได้ในบางกรณี จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พะราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๒[๑๑]
หมายเหตุ
:-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีเงินเดือนบัญชี ก.
ของข้าราชการประเภทต่าง ๆ เมื่อวันที่ ๗ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๑
ซึ่งมีผลทำให้อัตราเงินเดือนตามบัญชี ก.
ไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๒๗ สมควรปรับปรุงบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาดังกล่าวให้สอดคล้องกับอัตราเงินเดือนตามบัญชี
ก. จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๓๓[๑๒]
หมายเหตุ:-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากมีการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาให้ใช้บัญชีอัตราเงินเดือนบัญชี ข.
ของข้าราชการประเภทต่าง ๆ ตั้งแต่วันที่ ๑ เมษายน พ.ศ. ๒๕๓๓ เป็นต้นไป ซึ่งมีผลทำให้อัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๒)
พ.ศ. ๒๕๓๒ ไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนบัญชี ข. ดังกล่าว
สมควรปรับปรุงบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการฯ
เสียใหม่ให้สอดคล้องกับการใช้บัญชีอัตราเงินเดือน บัญชี ข. ดังกล่าว
จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
(ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๓๕[๑๓]
หมายเหตุ
:- เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนของข้าราชการทุกประเภท
ทำให้อัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกา ค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๓)
พ.ศ. ๒๕๓๓
ไม่ตรงกับอัตราเงินเดือนตามบัญชีอัตราเงินเดือนข้าราชการหมายเลข ๑
ของข้าราชการทุกประเภท ที่ใช้บังคับในปัจจุบัน
ประกอบกับอัตราค่าเช่าบ้านขั้นสูงสุดตามบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการดังกล่าวได้กำหนดไว้ไม่เกินเดือนละ
๓,๐๐๐ บาท นั้น ยังไม่เหมาะสม
สมควรปรับปรุงบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการฯ
เสียใหม่ ให้ถูกต้องและเหมาะสมยิ่งขึ้น จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๓๙[๑๔]
หมายเหตุ
:-
เหตุผลในการประกาศใช้พระราชกฤษฎีกาฉบับนี้ คือ
เนื่องจากได้มีการปรับปรุงอัตราเงินเดือนของข้าราชการทุกประเภทตามพระราชบัญญัติเงินเดือนและเงินประจำตำแหน่ง
พ.ศ. ๒๕๓๘ ทำให้บัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
พ.ศ. ๒๕๒๗ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ (ฉบับที่ ๔)
พ.ศ. ๒๕๓๕ ไม่สอดคล้องกับบัญชีอัตราเงินเดือนที่ปรับปรุงใหม่
สมควรปรับปรุงบัญชีอัตราค่าเช่าบ้านข้าราชการท้ายพระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการฯ
เสียใหม่ ให้สอดคล้องกับบัญชีอัตราเงินเดือนของข้าราชการดังกล่าว จึงจำเป็นต้องตราพระราชกฤษฎีกานี้
พระราชกฤษฎีกาค่าเช่าบ้านข้าราชการ
(ฉบับที่ ๖) พ.ศ. ๒๕๔๑[๑๕]