法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี (เล่มที่ 2)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์

ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี

ตามที่ได้มีการตราพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินที่จะทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวม

ในท้องที่ ๗๒ จังหวัด พ.ศ. ๒๕๔๖ ซึ่งใช้บังคับในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานีด้วย

และเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมตามพระราชกฤษฎีกาดังกล่าว

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๕ (๓) แห่งพระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. ๒๕๑๘

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๕ มาตรา ๓๖ มาตรา ๔๘ มาตรา ๕๐ และมาตรา ๕๖

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

และโดยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมือง อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองในฐานะเจ้าพนักงานการผัง

จึงออกประกาศไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ในประกาศนี้

“อาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง” หมายความว่า

อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุขและอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี แต่ทั้งนี้ ไม่หมายความรวมถึงบริเวณที่ได้มีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมหรือบริเวณที่เคยมีการประกาศให้ใช้บังคับผังเมืองรวมแล้ว

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ที่ดินในบริเวณท้องที่ตามข้อ ๒

ห้ามไม่ให้ใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้างดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป เว้นแต่บริเวณท้องที่ ดังต่อไปนี้

(๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ

(๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลโพธิ์ไทร อำเภอโพธิ์ไทร

(๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลกุดข้าวปุ้น อำเภอกุดข้าวปุ้น

(๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลตระการพืชผล อำเภอตระการพืชผล

(๕)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลม่วงสามสิบ อำเภอม่วงสามสิบ

(๖)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลศรีเมืองใหม่ อำเภอศรีเมืองใหม่

(๗)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน

(๘)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบ้านด่าน อำเภอโขงเจียม

(๙)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลตาลสุม อำเภอตาลสุม

(๑๐)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ

(๑๑)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาเยีย กิ่งอำเภอนาเยีย

(๑๒)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลอ่างศิลา อำเภอพิบูลมังสาหาร

(๑๓)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาส่วง อำเภอเดชอุดม

(๑๔)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม

(๑๕)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม

(๑๖)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลบุณฑริก อำเภอบุณฑริก

(๑๗)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย

(๑๘)

ในท้องที่เขตเทศบาลตำบลน้ำยืน อำเภอน้ำยืน

(๑๙)

ในท้องที่ตำบลหนองสิม อำเภอเขมราฐ

(๒๐)

ในท้องที่ตำบลเขมราฐ อำเภอเขมราฐ

(๒๑)

ในท้องที่ตำบลหนองนกทา อำเภอเขมราฐ

(๒๒)

ในท้องที่ตำบลนาแวง อำเภอเขมราฐ

(๒๓)

ในท้องที่ตำบลขามป้อม อำเภอเขมราฐ

(๒๔)

ในท้องที่ตำบลหนองผือ อำเภอเขมราฐ

(๒๕)

ในท้องที่ตำบลหัวนา อำเภอเขมราฐ

(๒๖)

ในท้องที่ตำบลเจียด อำเภอเขมราฐ

(๒๗)

ในท้องที่ตำบลพะลาน กิ่งอำเภอนาตาล

(๒๘)

ในท้องที่ตำบลพังเคน กิ่งอำเภอนาตาล

(๒๙)

ในท้องที่ตำบลโนนสว่าง อำเภอกุดข้าวปุ้น

(๓๐)

ในท้องที่ตำบลข้าวปุ้น อำเภอกุดข้าวปุ้น

(๓๑)

ในท้องที่ตำบลกาบิน อำเภอกุดข้าวปุ้น

(๓๒)

ในท้องที่ตำบลโพธิ์ไทร อำเภอโพธิ์ไทร

(๓๓)

ในท้องที่ตำบลคอนสาย อำเภอตระการพืชผล

(๓๔)

ในท้องที่ตำบลเกษม อำเภอตระการพืชผล

(๓๕)

ในท้องที่ตำบลเป้า อำเภอตระการพืชผล

(๓๖)

ในท้องที่ตำบลนาสะไม อำเภอตระการพืชผล

(๓๗)

ในท้องที่ตำบลไหล่ทุ่ง อำเภอตระการพืชผล

(๓๘)

ในท้องที่ตำบลคำเจริญ อำเภอตระการพืชผล

(๓๙)

ในท้องที่ตำบลขุหลุ อำเภอตระการพืชผล

(๔๐)

ในท้องที่ตำบลกุศกร อำเภอตระการพืชผล

(๔๑)

ในท้องที่ตำบลนาพิน อำเภอตระการพืชผล

(๔๒)

ในท้องที่ตำบลขามเปี้ย อำเภอตระการพืชผล

(๔๓)

ในท้องที่ตำบลเซเป็ด อำเภอตระการพืชผล

(๔๔)

ในท้องที่ตำบลห้วยฝ้ายพัฒนา อำเภอตระการพืชผล

(๔๕)

ในท้องที่ตำบลเอือดใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่

(๔๖)

ในท้องที่ตำบลนาคำ อำเภอศรีเมืองใหม่

(๔๗)

ในท้องที่ตำบลคำไหล อำเภอศรีเมืองใหม่

(๔๘)

ในท้องที่ตำบลแก้งกอก อำเภอศรีเมืองใหม่

(๔๙)

ในท้องที่ตำบลดอนใหญ่ อำเภอศรีเมืองใหม่

(๕๐)

ในท้องที่ตำบลวาริน อำเภอศรีเมืองใหม่

(๕๑)

ในท้องที่ตำบลเหล่าบก อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๒)

ในท้องที่ตำบลยางโยภาพ อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๓)

ในท้องที่ตำบลหนองเมือง อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๔)

ในท้องที่ตำบลหนองช้างใหญ่ อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๕)

ในท้องที่ตำบลเตย อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๖)

ในท้องที่ตำบลม่วงสามสิบ อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๗)

ในท้องที่ตำบลหนองฮาง อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๘)

ในท้องที่ตำบลยางสักกระโพหลุ่ม อำเภอม่วงสามสิบ

(๕๙)

ในท้องที่ตำบลโพนแสง อำเภอม่วงสามสิบ

(๖๐)

ในท้องที่ตำบลหนองเหล่า อำเภอม่วงสามสิบ

(๖๑)

ในท้องที่ตำบลหนองไข่นก อำเภอม่วงสามสิบ

(๖๒)

ในท้องที่ตำบลห้วยไผ่ อำเภอโขงเจียม

(๖๓)

ในท้องที่ตำบลหนองแสงใหญ่ อำเภอโขงเจียม

(๖๔)

ในท้องที่ตำบลโขงเจียม อำเภอโขงเจียม

(๖๕)

ในท้องที่ตำบลโนนรัง อำเภอเขื่องใน

(๖๖)

ในท้องที่ตำบลศรีสุข อำเภอเขื่องใน

(๖๗)

ในท้องที่ตำบลกลางใหญ่ อำเภอเขื่องใน

(๖๘)

ในท้องที่ตำบลบ้านกอก อำเภอเขื่องใน

(๖๙)

ในท้องที่ตำบลหนองเหล่า อำเภอเขื่องใน

(๗๐)

ในท้องที่ตำบลบ้านไทย อำเภอเขื่องใน

(๗๑)

ในท้องที่ตำบลยางขี้นก อำเภอเขื่องใน

(๗๒)

ในท้องที่ตำบลก่อเอ้ อำเภอเขื่องใน

(๗๓)

ในท้องที่ตำบลสร้างถ่อ อำเภอเขื่องใน

(๗๔)

ในท้องที่ตำบลค้อทอง อำเภอเขื่องใน

(๗๕)

ในท้องที่ตำบลเขื่องใน อำเภอเขื่องใน

(๗๖)

ในท้องที่ตำบลหัวดอน อำเภอเขื่องใน

(๗๗)

ในท้องที่ตำบลสหธาตุ อำเภอเขื่องใน

(๗๘)

ในท้องที่ตำบลนาคำใหญ่ อำเภอเขื่องใน

(๗๙)

ในท้องที่ตำบลธาตุน้อย อำเภอเขื่องใน

(๘๐)

ในท้องที่ตำบลชีทวน อำเภอเขื่องใน

(๘๑)

ในท้องที่ตำบลแดงหม้อ อำเภอเขื่องใน

(๘๒)

ในท้องที่ตำบลเหล่าเสือโก้ก กิ่งอำเภอเหล่าเสือโก้ก

(๘๓)

ในท้องที่ตำบลหนองบก กิ่งอำเภอเหล่าเสือโก้ก

(๘๔)

ในท้องที่ตำบลท่าเมือง อำเภอดอนมดแดง

(๘๕)

ในท้องที่ตำบลอ่างศิลา อำเภอพิบูลมังสาหาร

(๘๖)

ในท้องที่ตำบลบ้านแขม อำเภอพิบูลมังสาหาร

(๘๗)

ในท้องที่ตำบลบุ่งมะแลง กิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์

(๘๘)

ในท้องที่ตำบลแก่งโดม กิ่งอำเภอสว่างวีระวงศ์

(๘๙)

ในท้องที่ตำบลท่าลาด อำเภอวารินชำราบ

(๙๐)

ในท้องที่ตำบลโนนโหนน อำเภอวารินชำราบ

(๙๑)

ในท้องที่ตำบลห้วยขะยุง อำเภอวารินชำราบ

(๙๒)

ในท้องที่ตำบลเมืองศรีไค อำเภอวารินชำราบ

(๙๓)

ในท้องที่ตำบลสระสมิง อำเภอวารินชำราบ

(๙๔)

ในท้องที่ตำบลนาดี กิ่งอำเภอนาเยีย

(๙๕)

ในท้องที่ตำบลนาเยีย กิ่งอำเภอนาเยีย

(๙๖)

ในท้องที่ตำบลนาเรือง กิ่งอำเภอนาเยีย

(๙๗)

ในท้องที่ตำบลบอน อำเภอสำโรง

(๙๘)

ในท้องที่ตำบลโนนกาเล็น อำเภอสำโรง

(๙๙)

ในท้องที่ตำบลโคกก่อง อำเภอสำโรง

(๑๐๐)

ในท้องที่ตำบลสำโรง อำเภอสำโรง

(๑๐๑)

ในท้องที่ตำบลโนนกลาง อำเภอสำโรง

(๑๐๒)

ในท้องที่ตำบลหนองไฮ อำเภอสำโรง

(๑๐๓)

ในท้องที่ตำบลนาส่วง อำเภอเดชอุดม

(๑๐๔)

ในท้องที่ตำบลป่าโมง อำเภอเดชอุดม

(๑๐๕)

ในท้องที่ตำบลเมืองเดช อำเภอเดชอุดม

(๑๐๖)

ในท้องที่ตำบลนาเจริญ อำเภอเดชอุดม

(๑๐๗)

ในท้องที่ตำบลโพนงาม อำเภอเดชอุดม

(๑๐๘)

ในท้องที่ตำบลนากระแซง อำเภอเดชอุดม

(๑๐๙)

ในท้องที่ตำบลท่าโพธิ์ศรี อำเภอเดชอุดม

(๑๑๐)

ในท้องที่ตำบลกลาง อำเภอเดชอุดม

(๑๑๑)

ในท้องที่ตำบลสมสะอาด อำเภอเดชอุดม

(๑๑๒)

ในท้องที่ตำบลบัวงาม อำเภอเดชอุดม

(๑๑๓)

ในท้องที่ตำบลทุ่งเทิง อำเภอเดชอุดม

(๑๑๔)

ในท้องที่ตำบลนาโพธิ์ อำเภอบุญฑริก

(๑๑๕)

ในท้องที่ตำบลหนองสะโน อำเภอบุณฑริก

(๑๑๖)

ในท้องที่ตำบลบัวงาม อำเภอบุณฑริก

(๑๑๗)

ในท้องที่ตำบลห้วยข่า อำเภอบุณฑริก

(๑๑๘)

ในท้องที่ตำบลหนองอ้ม อำเภอทุ่งศรีอุดม

(๑๑๙)

ในท้องที่ตำบลนาจะหลวย อำเภอนาจะหลวย

(๑๒๐)

ในท้องที่ตำบลตาเกา กิ่งอำเภอน้ำขุ่น

(๑๒๑)

ในท้องที่ตำบลโซง อำเภอน้ำยืน

(๑๒๒)

ในท้องที่ตำบลสีวิเชียร อำเภอน้ำยืน

(๑๒๓)

ในท้องที่ตำบลโดมประดิษฐ์ อำเภอน้ำยืน

ทั้งนี้ ในท้องที่ตาม (๑) ถึง (๑๘)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ

๔ และในท้องที่ตาม (๑๙) ถึง (๑๒๓)

ให้ดำเนินการเป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่งได้ตามขนาดและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในข้อ

๔ และข้อ ๕

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า ๔

ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘)

อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙)

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐

ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐)

ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓

ลูกบาศก์เมตรต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

การใช้ประโยชน์ที่ดินเพื่อก่อสร้าง ดัดแปลง

ใช้หรือเปลี่ยนแปลงการใช้เป็นอาคารพาณิชยกรรมค้าปลีกค้าส่ง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารร่วมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคบริโภคหลากหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

เกินกว่า ๑,๐๐๐ ตารางเมตร ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดทางหลวงแผ่นดินหรือถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า

๔๐ เมตร

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

และมีทางคู่ขนานกับถนนสาธารณะเชื่อมต่อกับทางเข้าออกของรถยนต์

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๒

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน หรือบริเวณปลูกต้นไม้

หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร ไม่น้อยกว่าร้อยละ

๒๐

(๖)

มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗)

มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘)

อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙)

มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน ต่อพื้นที่อาคาร ๔๐ ตารางเมตร เศษของ ๔๐

ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๔๐ ตารางเมตร

(๑๐)

ที่พักมูลฝอย ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐

เมตร และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔

เมตร แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

กรณีผู้ขออนุญาตไม่อาจปฏิบัติตามหลักเกณฑ์ข้อ ๔ (๘) ข้อ ๕ (๖) ข้อ ๕ (๗)

และข้อ ๕ (๘) ผู้ขออนุญาตอาจยื่นร้องขอต่อผู้มีอำนาจหน้าที่ตามข้อ ๗

เพื่อเสนอคณะอนุกรรมการพิจารณาด้านผังเมืองระดับจังหวัดพิจารณาตามความเหมาะสมได้ ทั้งนี้ ภายใต้กรอบหลักเกณฑ์ ดังต่อไปนี้

(๑)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๔ (๘) และข้อ ๕ (๘) อาคารที่มีความสูงเกินกว่า ๑๐ เมตร

มีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา น้อยกว่า ๕๐๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า ๓๐๐ เมตร

(๒)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๖) ที่ว่างด้านหน้าของอาคาร ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า

๑๐๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า

๕๐ เมตร

(๓)

หลักเกณฑ์ตามข้อ ๕ (๗)

ที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคารห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะน้อยกว่า

๒๐ เมตรได้ แต่ทั้งนี้ จะต้องไม่น้อยกว่า

๑๕ เมตร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ให้ผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการก่อสร้างอาคารหรือผู้มีอำนาจหน้าที่ในการควบคุมหรืออนุญาตการประกอบกิจการในเขตท้องที่จังหวัดอุบลราชธานีปฏิบัติการให้เป็นไปตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๑]

ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๘

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

สว่าง ศรีศกุน

อธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมือง

เจ้าพนักงานการผัง

อัมภิญา/จัดทำ

๓๐ ตุลาคม ๒๕๕๐

สุนันทา/ตรวจ

๑๓ พฤศจิกายน ๒๕๕๐

สุเมธ/ปรับปรุง

๑๐ พฤศจิกายน ๒๕๕๘

[๑] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่ ๒)/ตอนพิเศษ ๙๓ ง/หน้า ๒๓๕/๒๒ สิงหาคม

๒๕๔๖

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกรมโยธาธิการและผังเมือง เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การใช้ประโยชน์ในทรัพย์สินเพื่อประโยชน์ในการวางและจัดทำผังเมืองรวมในท้องที่จังหวัดอุบลราชธานี (เล่มที่ 2) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7345d53f93138b92

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com