法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2548

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพากร

ระเบียบกรมสรรพากร

ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ.

๒๕๔๘

เพื่อให้การบริหาร การจัดระบบข้อมูลข่าวสาร และการจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ กรมสรรพากรจึงกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพากร

ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ.

๒๕๔๘”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่

๔ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๙ เป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๒ ลงวันที่ ๒๙ มกราคม พ.ศ. ๒๕๔๒

(๒) ประกาศกรมสรรพากร เรื่อง หลักเกณฑ์และวิธีการเกี่ยวกับการจัดระบบข้อมูลและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

(ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓ ลงวันที่ ๒๓ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๓

(๓) คำสั่งกรมสรรพากรที่ ท. ๒๙๔/๒๕๔๓ เรื่อง แนวทางการปฏิบัติตามระเบียบข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร

ลงวันที่ ๒๓ มิถุนายน พ.ศ. ๒๕๔๓

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ และคำสั่งอื่นใดของกรมสรรพากรในส่วนที่กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราวข้อเท็จจริง ข้อมูลหรือสิ่งใดๆ ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรมสรรพากร

ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

“หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากร” หมายความว่า

สำนัก กลุ่มงาน กอง สำนักงานเลขานุการกรมศูนย์ สำนักงานสรรพากรภาค สำนักงานสรรพากรพื้นที่

สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสรรพากร

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เลขานุการกรมรักษาการตามระเบียบนี้

หมวด

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้มีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร

ตามที่อธิบดีมีคำสั่งแต่งตั้ง

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรมีอำนาจและหน้าที่

ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดแผนงานและโครงการเกี่ยวกับการจัดทำข้อมูลข่าวสาร

ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

(๒) กำหนดนโยบาย ประเภทข้อมูลข่าวสาร หลักเกณฑ์

และวิธีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของกรมสรรพากร ให้เป็นไปตามสมควรและเหมาะสมโดยไม่ขัดกับประมวลรัษฎากร

(๓) พิจารณาและกำหนดข้อมูลข่าวสารที่ต้องส่งลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

รวมทั้งการนำไปจัดพิมพ์และเผยแพร่

(๔) พิจารณาและกำหนดประเภทของข้อมูลข่าวสารที่ต้องจัดเก็บไว้หรือส่งไปยังหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา ตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

(๕) ควบคุม ติดตาม กำกับ ดูแลการดำเนินงานของเจ้าหน้าที่และหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรในการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

(๖) ให้คำแนะนำ ปรึกษาเกี่ยวกับการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ แก่เจ้าหน้าที่และหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากร

(๗) พิจารณาและให้ความเห็นเรื่องร้องเรียนกรณีหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรไม่จัดหาข้อมูลหรือฝ่าฝืนหรือปฏิบัติงานล่าช้า

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐

(๘) พิจารณาจัดทำรายงานการดำเนินการตามโครงการเป็นครั้งคราวตามความเหมาะสม

(๙) มีอำนาจเรียกข้อมูลหรือบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารมาชี้แจงให้รายละเอียด

และให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรให้ความร่วมมือ เพื่อให้การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การประชุมของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร

ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด จึงจะเป็นองค์ประชุม

ให้ประธานกรรมการเป็นประธานในที่ประชุม ถ้าประธานกรรมการไม่มาประชุมหรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้กรรมการที่มาประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดของที่ประชุมให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนนถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ มติของคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรให้ถือเป็นยุติ

เว้นแต่มีความเห็นเป็นหลายฝ่ายหรือมีเหตุอันสมควร กรณีที่หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรเจ้าของเรื่องมีความเห็นเป็นอย่างอื่นให้เสนออธิบดีวินิจฉัยชี้ขาดต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรจะแต่งตั้งคณะอนุกรรมการ

เพื่อพิจารณาหรือปฏิบัติงานอย่างหนึ่งอย่างใด ตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรมอบหมายก็ได้

และให้นำความในข้อ ๙ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการ

หมวด

การจัดระบบข้อมูลข่าวสารให้ประชาชนเข้าตรวจดู

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรจัดประเภทข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลดังต่อไปนี้

และส่งบัญชีรายชื่อข้อมูลข่าวสารดังกล่าวให้สถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๒๑ เพื่อรวบรวมและจัดระบบข้อมูลไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

(๑) ผลการพิจารณาหรือคำวินิจฉัยที่มีผลโดยตรงต่อเอกชน

ความเห็นแย้ง และคำสั่งที่เกี่ยวข้องในการพิจารณาวินิจฉัยดังกล่าว

(๒) นโยบายหรือการตีความที่ไม่เข้าข่ายต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๓) แผนงาน โครงการ และงบประมาณรายจ่ายประจำปีของปีที่กำลังดำเนินการ

(๔) คู่มือหรือคำสั่งเกี่ยวกับวิธีปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่กรมสรรพากรเฉพาะที่มีผลกระทบต่อสิทธิหน้าที่ของเอกชน

(๕) สิ่งพิมพ์ที่ได้มีการอ้างถึงโดยข้อมูลข่าวสารอื่นที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

(๖) สัญญาสัมปทาน สัญญาที่มีลักษณะเป็นการผูกขาดตัดตอน

หรือสัญญาร่วมทุนกับเอกชนในการจัดทำบริการสาธารณะ

(๗) มติคณะรัฐมนตรี หรือมติคณะกรรมการที่แต่งตั้งโดยกฎหมายหรือโดยมติคณะรัฐมนตรี

(๘) ข้อมูลข่าวสารอื่นตามที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ กำหนด ได้แก่ ประกาศประกวดราคาและประกาศสอบราคาที่หัวหน้าส่วนราชการลงนามแล้ว

และผลการพิจารณาการจัดซื้อ จัดจ้าง

ทั้งนี้ ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารดังกล่าว ต้องไม่เป็นการต้องห้ามเปิดเผย

ตามมาตรา ๑๐ แห่งประมวลรัษฎากร และตามมาตรา ๑๔ มาตรา ๑๕ และมาตรา ๒๔ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรจัดให้มีเจ้าหน้าที่เพื่อควบคุม

ดูแล ตรวจสอบติดตาม และประสานงานในการดำเนินการตามข้อ ๑๒

หมวด

การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้บุคคลผู้ขอเข้าตรวจดู ศึกษา หรือขอสำเนาข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรแสดงความจำนงต่อเจ้าหน้าที่โดยการยื่นคำขอใช้บริการข้อมูลข่าวสาร

ตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด ต่อเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับแต่งตั้งให้รับผิดชอบสถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

ณ สถานที่บริการข้อมูลข่าวสารของกรมสรรพากร

บุคคลไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม

ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดู ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารของราชการ

ตามข้อ ๑๒ ได้

คนต่างด้าว ตามมาตรา ๔ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ จะมีสิทธิตามวรรคหนึ่งและวรรคสองเพียงใด ให้เป็นไปตามที่กำหนดโดยกฎกระทรวงออกตามความในพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ เจ้าหน้าที่ผู้มีอำนาจอนุญาต

(๑) การขอเข้าตรวจดูหรือศึกษา ค้นคว้า ให้หัวหน้าหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๑ หรือเจ้าหน้าที่ผู้ได้รับแต่งตั้งให้รับผิดชอบสถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร เป็นผู้อนุญาต

(๒) การขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้อง

ให้หัวหน้าหน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ ๒๑ หรือผู้แทน

แล้วแต่กรณี เป็นผู้อนุญาต

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การขอข้อมูลข่าวสารและการอนุญาต หากมีกฎหมาย

ระเบียบอื่น หรือมติคณะรัฐมนตรีกำหนดวิธีปฏิบัติเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารนั้นไว้เป็นการเฉพาะ

ให้ปฏิบัติตามกฎหมาย ระเบียบ หรือมติคณะรัฐมนตรี นั้น

หมวด

การบริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๑ บริการข้อมูลข่าวสารโดยจัดระบบข้อมูลและจัดให้มีข้อมูลข่าวสารของราชการไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ศึกษา ค้นคว้า ตลอดจนเผยแพร่ ขาย จำหน่าย จ่าย แจก รวมทั้งจัดทำสำเนาข้อมูลข่าวสารนั้นด้วย

การจัดระบบข้อมูลจะต้องจัดทำดรรชนีที่มีรายละเอียดเพียงพอสำหรับประชาชนสามารถค้นหาข้อมูลข่าวสารได้เอง

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ข้อมูลข่าวสารที่มีไว้เพื่อขายหรือจำหน่าย ให้กำหนดราคาตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ค่าธรรมเนียมการขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารให้เรียกเก็บตามที่กำหนด

ดังนี้

(๑) ค่าธรรมเนียมการทำสำเนาโดยเครื่องถ่ายเอกสาร

(ก) ขนาดกระดาษ เอ ๔ หน้าละ ๑ บาท

(ข) ขนาดกระดาษ เอฟ ๑๔ หน้าละ ๑.๕๐ บาท

(ค) ขนาดกระดาษ บี ๔ หน้าละ ๒ บาท

(ง) ขนาดกระดาษ เอ ๓ หน้าละ ๓ บาท

(จ) ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๒ หน้าละ ๘ บาท

(ฉ) ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๑ หน้าละ ๑๕ บาท

(ช) ขนาดกระดาษพิมพ์เขียว เอ ๐ หน้าละ ๓๐ บาท

(๒) ค่าธรรมเนียมการให้คำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสาร

ให้คิดในอัตราคำรับรองละ ๕ บาท

(๓) กรณีผู้ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องเป็นผู้มีรายได้น้อย

ให้ยกเว้นหรือลดค่าธรรมเนียมได้ตามหลักเกณฑ์ที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

(๔) กรณีคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐ ประกาศกำหนดอัตราค่าธรรมเนียมเป็นอย่างอื่น ให้ใช้อัตราค่าธรรมเนียมตามประกาศนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ รายได้จากการขายหรือจำหน่ายข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๑๘ ให้นำส่งเป็นรายได้แผ่นดินส่วนค่าธรรมเนียมตามข้อ ๑๙ ให้เก็บไว้ใช้จ่ายเป็นค่าใช้จ่ายในการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการตามข้อบังคับกระทรวงการคลัง

ว่าด้วยเงินค่าธรรมเนียมข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๘

หมวด

สถานที่บริการข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้ จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารเพื่อให้ประชาชนเข้าตรวจดู

(๑) สำนักงานเลขานุการกรม จัดสถานที่ไว้ที่ฝ่ายประชาสัมพันธ์

(๒) สำนักงานสรรพากรภาค สำนักงานสรรพากรพื้นที่

จัดสถานที่ไว้ที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไป

(๓) สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา จัดสถานที่ไว้ที่ฝ่ายหรืองานบริหารทั่วไป

หมวด

การกำหนดหน้าที่รับผิดชอบ

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้ มีหน้าที่รวบรวมและส่งข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครอง

หรือควบคุมดูแลตามข้อ ๑๒ ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป

(๑) สำนัก กลุ่มงาน กอง สำนักงานเลขานุการกรม ศูนย์

ส่งให้ฝ่ายประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกรม

(๒) สำนักงานสรรพากรภาค สำนักงานสรรพากรพื้นที่

รวบรวมข้อมูลข่าวสารไว้ที่ฝ่ายบริหารงานทั่วไปของแต่ละหน่วยงาน

(๓) สำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขา รวบรวมข้อมูลข่าวสารไว้ที่ฝ่ายหรืองานบริหารทั่วไป

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๑ แต่งตั้งเจ้าหน้าที่รับผิดชอบอย่างน้อย ๑ คน เพื่อให้บริการข้อมูลข่าวสารแก่ผู้มีสิทธิเข้าตรวจดูข้อมูลข่าวสาร

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้คณะผู้ตรวจราชการกรมสรรพากรมีหน้าที่รับผิดชอบเร่งรัดและติดตามประเมินผลการปฏิบัติ

ตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ของหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรเมื่อเดินทางไปตรวจราชการ

ณ หน่วยงานนั้น แล้วรายงานผลการติดตามประเมินผลให้อธิบดีทราบ พร้อมทั้งสำเนารายงานผลให้คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรทราบด้วย

หมวด

การรายงานการปฏิบัติงาน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่จัดสถานที่บริการข้อมูลข่าวสารตามข้อ

๒๑ จัดทำทะเบียนรับคำขอใช้บริการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากร ตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ให้หน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากรรวบรวมและจัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานที่จัดไว้ให้ประชาชนเข้าตรวจดู

ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ และการให้บริการข้อมูลข่าวสารเป็นการเฉพาะราย

ตามมาตรา ๑๑ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ ดังนี้

(๑) สำนักงานสรรพากรพื้นที่ จัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานและสำนักงานสรรพากรพื้นที่สาขาในสังกัดเป็นรายเดือนและส่งสำนักงานสรรพากรภาค

ภายในวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป ตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

(๒) สำนักงานสรรพากรภาค จัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงาน

และสำนักงานสรรพากรพื้นที่ในสังกัดเป็นรายเดือนและส่งสำนักงานเลขานุการกรม ภายในวันที่

๑๐ ของเดือนถัดไป ตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

(๓) ให้สำนัก กลุ่มงาน กอง สำนักงานเลขานุการกรม

ศูนย์ จัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานเป็นรายเดือน และส่งสำนักงานเลขานุการกรม

ภายในวันที่ ๑๐ ของเดือนถัดไป ตามแบบที่คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการกรมสรรพากรกำหนด

(๔) สำนักงานเลขานุการกรม รวบรวมและจัดทำรายงานผลการให้บริการข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานในสังกัดกรมสรรพากร

ส่งคณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการ พร้อมสำเนาให้กระทรวงการคลังทราบภายในวันที่ ๓๑

ตุลาคมของทุกปี

ประกาศ

ณ วันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๔๘

ศิโรตม์

สวัสดิ์พาณิชย์

อธิบดีกรมสรรพากร

นันทนา/ผู้จัดทำ

๓ มีนาคม ๒๕๔๙

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๒๓/ตอนที่ ๑๖ ง/หน้า ๑๐๔/๒๓ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๙

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพากร ว่าด้วยการบริหารข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2548 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_75082d068f2f7186

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com