ข้อ ๖ ทรัพย์สินที่บริษัทจะนํามาวางเป็นเงินสํารองสําหรับเบี้ยประกันภัยไว้กับนายทะเบียน ตามข้อ 5 ต้องเป็นเงินสด พันธบัตรรัฐบาลไทยที่จําหน่ายในราชอาณาจักร หรือทรัพย์สินที่บริษัทลงทุนในประเทศ ตามประกาศคณะกรรมการกํากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัยว่าด้วยการลงทุนประกอบธุรกิจอื่นของบริษัทประกันวินาศภัย ดังต่อไปนี้
(1) พันธบัตรหรือหุ้นกู้ขององค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ที่มีกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระเงินต้นและดอกเบี้ยทั้งจํานวน พันธบัตรธนาคารแห่งประเทศไทย ตั๋วเงินคลังของกระทรวงการคลังหรือตราสารหนี้ที่ออกโดยกระทรวงการคลังหรือธนาคารแห่งประเทศไทย
(2) บัตรเงินฝาก ใบรับฝากเงิน หรือสมุดคู่ฝากประเภทฝากประจําที่มีระยะเวลาฝากเงินตั้งแต่หกเดือนขึ้นไป ซึ่งธนาคารที่มีกฎหมายเฉพาะจัดตั้งขึ้นและประกอบกิจการภายในราชอาณาจักรหรือธนาคารในประเทศที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่า A- หรือเทียบเท่าออกให้กับบริษัทเพื่อเป็นหลักฐานในการฝากเงินของบริษัท
(3) พันธบัตรหรือหุ้นกู้ขององค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ที่ไม่มีกระทรวงการคลังค้ําประกันการชําระเงินต้นหรือดอกเบี้ย
(4) พันธบัตรหรือหุ้นกู้ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่า A- หรือเทียบเท่า ซึ่งออกหรือค้ําประกันโดยองค์กรระหว่างประเทศ ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ออกและเสนอขายในประเทศไทย
(5) พันธบัตรหรือหุ้นกู้ ที่มีอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่า A- หรือเทียบเท่าซึ่งออกโดยรัฐบาลต่างประเทศ หรือรัฐวิสาหกิจต่างประเทศ ที่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงการคลังให้ออกและเสนอขายในประเทศไทย
(6) หุ้นกู้ของบริษัทจํากัด ที่ได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่า A- หรือเทียบเท่า
(7) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่องค์การหรือรัฐวิสาหกิจ ธนาคารในประเทศ หรือบริษัทจํากัด เป็นผู้สั่งจ่ายหรือเป็นผู้ออก โดยธนาคารหรือบริษัทจํากัดนั้นต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่า A- หรือเทียบเท่า
(8) ตั๋วแลกเงินหรือตั๋วสัญญาใช้เงิน ที่บริษัทจํากัดเป็นผู้สั่งจ่ายหรือเป็นผู้ออก และมีองค์การ หรือรัฐวิสาหกิจ ธนาคารในประเทศ บริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทจํากัด เป็นผู้รับรองหรืออาวัลการใช้เงินทั้งจํานวนเงินต้นและดอกเบี้ย โดยธนาคาร บริษัทประกันชีวิต หรือบริษัทจํากัดนั้นต้องได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือไม่ต่ํากว่า A- หรือเทียบเท่า
(9) หุ้นที่อยู่ในกลุ่มดัชนี SET50 Index หรือหน่วยลงทุน ที่มีการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
การจัดอันดับความน่าเชื่อถือตาม (2) (4) (5) (6) (7) และ (8) ต้องกระทําโดยสถาบันการจัดอันดับความน่าเชื่อถือที่ได้รับการยอมรับหรือได้รับความเห็นชอบจากสํานักงานคณะกรรมการกํากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์