ประกาศกระทรวงการคลัง
ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง
รายงานสถานะหนี้สาธารณะ ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน
ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๘
ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙[๑]
ด้วยพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ
พ.ศ. ๒๕๔๘ มาตรา ๑๖ วรรคสอง กำหนดให้กระทรวงการคลังสรุปรายงานสถานะหนี้สาธารณะและประกาศในราชกิจจานุเบกษาภายใน
๖๐ วัน หลังจากวันสิ้นเดือนมีนาคมและเดือนกันยายนของทุกปี
โดยรายงานดังกล่าวต้องแสดงหนี้สาธารณะที่เกิดจากการกู้เงินและค้ำประกัน ณ
วันสิ้นเดือนดังกล่าว
รวมทั้งรายการการกู้เงินและค้ำประกันที่เกิดขึ้นใหม่ในช่วงระยะเวลาระหว่างเดือนตุลาคมถึงเดือนมีนาคม
และเดือนเมษายนถึงเดือนกันยายน ตามลำดับ
กระทรวงการคลังขอรายงานสถานะหนี้สาธารณะ
ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ และรายการการกู้เงินและค้ำประกัน ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๘
ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ ดังนี้
๑.
รายการสถานะหนี้คงค้าง ณ สิ้นเดือนมีนาคม
๒๕๕๙
ยอดหนี้สาธารณะคงค้าง
ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙ มีจำนวน ๖,๐๑๓,๖๔๙.๘๖
ล้านบาท หรือคิดเป็นร้อยละ ๔๔.๐๗ ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (Gross Domestic Product : GDP) โดยเป็นหนี้รัฐบาล จำนวน ๔,๔๓๑,๖๘๓.๙๗ ล้านบาท
หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน จำนวน ๑,๐๓๙,๙๑๐.๘๒ ล้านบาท
หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินซึ่งรัฐบาลเป็นผู้ค้ำประกันเงินกู้ จำนวน ๕๒๕,๕๒๓.๗๐ ล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ จำนวน ๑๖,๕๓๑.๓๗
ล้านบาท รายละเอียดดังปรากฏตามตารางที่ ๑
หนี้สาธารณะแบ่งตามอายุเงินกู้คงเหลือจะเป็นหนี้ระยะยาวซึ่งเป็นหนี้ที่จะครบกำหนดชำระเกินกว่า
๑ ปี จำนวน ๕,๒๐๕,๒๗๔.๘๖ ล้านบาท หรือร้อยละ ๘๖.๕๖
และหนี้ระยะสั้นที่จะครบกำหนดชำระภายในไม่เกิน ๑ ปี จำนวน ๘๐๘,๓๗๕ ล้านบาท หรือร้อยละ ๑๓.๔๔ ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง ทั้งนี้ หนี้สาธารณะคงค้าง จำนวนทั้งสิ้น ๖,๐๑๓,๖๔๙.๘๖ ล้านบาท ประกอบด้วยหนี้ต่างประเทศ จำนวน
๓๕๓,๗๙๑.๒๕ ล้านบาท หรือร้อยละ ๕.๘๘ และหนี้ในประเทศ จำนวน ๕,๖๕๙,๘๕๘.๖๑ ล้านบาท หรือร้อยละ ๙๔.๑๒
ของยอดหนี้สาธารณะคงค้าง
ตารางที่ ๑ : หนี้สาธารณะคงค้าง ณ วันที่ ๓๑ มีนาคม ๒๕๕๙
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
๓๑
มี.ค. ๒๕๕๙
%
GDP
๑.
หนี้รัฐบาล
๑.๑ หนี้ต่างประเทศ
๑.๒ หนี้ในประเทศ
๔,๔๓๑,๖๘๓.๙๗
๘๙,๔๓๘.๓๖
๔,๓๔๒,๒๔๕.๖๑
๓๒.๔๘
๒.
หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน
๒.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
- หนี้ต่างประเทศ
- หนี้ในประเทศ
๒.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
- หนี้ต่างประเทศ
- หนี้ในประเทศ
๑,๐๓๙,๙๑๐.๘๒
๔๑๖,๕๓๔.๕๔
๙๖,๖๓๐.๓๑
๓๑๙,๙๐๔.๒๓
๖๒๓,๓๗๖.๒๘
๑๖๕,๖๔๓.๒๙
๔๕๗,๗๓๒.๙๙
๗.๖๒
๓.
หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน)
๓.๑ หนี้ต่างประเทศ
๓.๒ หนี้ในประเทศ
๕๒๕,๕๒๓.๗๐
๒,๐๗๙.๒๙
๕๒๓,๔๔๔.๔๑
๓.๘๕
๔.
หนี้หน่วยงานของรัฐ
๔.๑ หนี้ที่รัฐบาลค้ำประกัน
๔.๒ หนี้ที่รัฐบาลไม่ค้ำประกัน
๑๖,๕๓๑.๓๗
๑๖,๕๓๑.๓๗
๐.๑๒
๕.
รวม ๑.+๒.+๓.+๔.
๖,๐๑๓,๖๔๙.๘๖
๔๔.๐๗
หมายเหตุ :- ๑. GDP
ปี ๒๕๕๘ เท่ากับ ๑๓,๕๓๗.๔๙ พันล้านบาท
และประมาณการ GDP ปี ๒๕๕๙ เท่ากับ๑๔,๐๓๘.๔๐
พันล้านบาท (สำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ณ ๑๕ กุมภาพันธ์
๒๕๕๙)
๒. สบน. ได้ปรับวิธีการคำนวณ GDP
ในแต่ละเดือน เพื่อให้สัดส่วน Debt/GDP
สะท้อนค่าที่ใกล้เคียงความเป็นจริงที่สุด โดย GDP
ในรอบ ๑๒ เดือนที่ผ่านมา สิ้นสุด ณ เดือนมีนาคม ๒๕๕๙ คำนวณดังนี้ (GDP
ไตรมาส ๒ - ๔ ปี ๒๕๕๘) + (GDP ไตรมาส ๑ ปี
๒๕๕๙) เท่ากับ ๑๓,๖๔๕.๔๗ พันล้านบาท
๒.
รายการการกู้เงินและค้ำประกันระหว่างเดือนตุลาคม
๒๕๕๘ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙
คณะกรรมการนโยบายและกำกับการบริหารหนี้สาธารณะโดยอนุมัติคณะรัฐมนตรีได้จัดทำแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ เพื่อใช้เป็นกรอบในการบริหารจัดการหนี้สาธารณะประจำปีงบประมาณ
ประกอบด้วย ๕ แผนย่อย ซึ่งภายหลังการปรับปรุงแผนฯ ครั้งที่ ๑ ทำให้วงเงินรวมในแผนฯ
ที่จะบริหารจัดการมีจำนวนทั้งสิ้น ๑,๗๔๑,๔๒๒.๒๕
ล้านบาท โดยในระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙
กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้ดำเนินการกู้เงินและบริหารหนี้เป็นวงเงินทั้งสิ้น
๗๐๓,๑๐๐.๓๗ ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๓๘ ของแผนฯ
ดังปรากฏตามตารางที่ ๒
ตารางที่ ๒ :
การกู้เงินและการบริหารหนี้ ระหว่างเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙
หน่วย
: ล้านบาท
รายการ
วงเงินแผน
ผลดำเนินงาน
(ต.ค. ๕๘ - มี.ค. ๕๙)
ร้อยละ
๑.
แผนการก่อหนี้ใหม่
๕๖๒,๖๗๘.๔๔
๓๖๒,๐๖๙.๐๐
๖๔.๓๕
๑.๑ รัฐบาล
๑.๒ รัฐวิสาหกิจ
๕๑๒,๗๙๗.๖๑
๔๙,๘๘๐.๘๓
๓๕๙,๐๐๙.๐๐
๓,๐๖๐.๐๐
๗๐.๐๑
๖.๑๓
๒.
แผนการปรับโครงสร้างหนี้
๙๐๑,๖๕๓.๖๖
๓๓๒,๐๓๑.๕๑
๓๖.๘๒
๒.๑ รัฐบาล
๒.๒ รัฐวิสาหกิจ
๖๐๙,๕๖๒.๑๒
๒๙๒,๐๙๑.๕๔
๑๙๓,๔๐๗.๙๘
๑๓๘,๖๒๓.๕๓
๓๑.๗๓
๔๗.๔๖
๓.
แผนการบริหารความเสี่ยง
๑๕๕,๑๘๙.๙๗
๒,๑๓๑.๔๕
๑.๓๗
๓.๑ รัฐบาล
๓.๒ รัฐวิสาหกิจ
๑๒๖,๗๓๙.๙๒
๒๘,๔๕๐.๐๕
๒,๑๓๑.๔๕
๑.๖๘
๔.
แผนการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจ
ที่ไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้
กรอบแผนฯ
๑๒๐,๒๑๘.๕๘
๖,๘๖๘.๔๑
๕.๗๑
๔.๑ การก่อหนี้ใหม่
๔.๒ การบริหารหนี้
๔๘,๕๙๘.๔๑
๗๑,๖๒๐.๑๗
๖,๕๖๘.๔๑
๓๐๐.๐๐
๑๓.๕๒
๐.๔๒
๕.
แผนการบริหารหนี้ของหน่วยงานอื่น
ของรัฐ
ที่ไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรี
ภายใต้กรอบแผน
ฯ
๑,๖๘๑.๖๐
การก่อหนี้ใหม่
๑,๖๘๑.๖๐
รวม (๑ - ๓)
๑,๖๑๙,๕๒๒.๐๗
๖๙๖,๒๓๑.๙๖
๔๒.๙๙
รวม (๑ - ๕)
๑,๗๔๑,๔๒๒.๒๕
๗๐๓,๑๐๐.๓๗
๔๐.๓๘
ซึ่งมีสาระสำคัญดังนี้
๑)
ผลการก่อหนี้ใหม่ ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ วงเงินรวม ๓๖๒,๐๖๙ ล้านบาท
ประกอบด้วย
๑.๑
การก่อหนี้ใหม่ของรัฐบาล วงเงินรวม ๓๕๙,๐๐๙ ล้านบาท ประกอบด้วย
๑.๑.๑ รัฐบาลกู้มาใช้โดยตรง วงเงินรวม ๓๔๓,๐๒๓ ล้านบาท ประกอบด้วย
(๑)
เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ
กระทรวงการคลังได้กู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณโดยการออกพันธบัตรและตั๋วสัญญาใช้เงิน
วงเงินรวม ๓๑๓,๐๒๓ ล้านบาท
(๒)
เงินกู้เพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนน ระยะเร่งด่วน
: มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒
กระทรวงการคลังได้กู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศทดแทนการกู้เงินจากต่างประเทศ
เพื่อนำไปใช้ในโครงการเพื่อการพัฒนาระบบบริหารจัดการทรัพยากรน้ำและระบบขนส่งทางถนน
ระยะเร่งด่วน : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ ๒ วงเงินรวม ๓๐,๐๐๐ ล้านบาท
๑.๑.๒
รัฐบาลกู้มาให้กู้ต่อ วงเงินรวม ๑๕,๙๘๖ ล้านบาท ประกอบด้วย
(๑)
เงินกู้ในประเทศเพื่อให้กู้ต่อ
กระทรวงการคลังได้กู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศเพื่อนำมาให้รัฐวิสาหกิจกู้ต่อ
วงเงินรวม ๑๗,๙๘๖ ล้านบาท แบ่งเป็น ๑) การกู้เงินเพื่อให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทยกู้ต่อ
๖,๐๖๐ ล้านบาท และ ๒)
การกู้เงินเพื่อให้การรถไฟแห่งประเทศไทยกู้ต่อ ๙,๙๒๖ ล้านบาท
๑.๒
การก่อหนี้ใหม่ของรัฐวิสาหกิจ วงเงินรวม ๓,๐๖๐ ล้านบาท ประกอบด้วย
๑.๒.๑
เงินกู้เพื่อลงทุน รัฐวิสาหกิจเพียงแห่งเดียวที่ก่อหนี้ใหม่เพื่อลงทุนในช่วงเวลาดังกล่าว
คือ การประปาส่วนภูมิภาคได้กู้เงิน
เพื่อดำเนินโครงการงานก่อสร้างปรับปรุงขยายการประปาส่วนภูมิภาคในพื้นที่ต่าง ๆ
วงเงินรวม ๗๖๐ ล้านบาท โดยเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๗๐ ล้านบาท
และเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน จำนวน ๕๙๐ ล้านบาท
๑.๒.๒
เงินกู้เพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น ๆ
รัฐวิสาหกิจเพียงแห่งเดียวที่ก่อหนี้ใหม่เพื่อดำเนินกิจการทั่วไปและอื่น ๆ
ในช่วงเวลาดังกล่าว คือ
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพได้กู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศ วงเงินรวม ๒,๓๐๐ ล้านบาท
โดยแบ่งเป็นการกู้เพื่อเป็นค่าเชื้อเพลิงและค่าเหมาซ่อม (ปีงบประมาณ ๒๕๕๙) จำนวน
๘๒๗.๒๘ ล้านบาท และเพื่อเป็นค่าดอกเบี้ยที่ครบกำหนดในปีงบประมาณ ๒๕๕๙ จำนวน ๑,๔๗๒.๗๒ ล้านบาท
๒)
ผลการปรับโครงสร้างหนี้ ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ วงเงินรวม ๓๓๒,๐๓๑.๕๑
ล้านบาท ประกอบด้วย
๒.๑
การปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาล
กระทรวงการคลังปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐบาล
รวมทั้งสิ้น ๑๘๘,๖๐๗.๙๘ ล้านบาท แบ่งเป็นการกู้เงินเพื่อ Roll-over จำนวน
๑๖๗,๘๗๗.๙๘ ล้านบาท และการชำระคืนหนี้ จำนวน ๒๐,๗๓๐ ล้านบาทดังนี้
๒.๑.๑
หนี้เงินกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณหรือเมื่อมีรายจ่ายสูงกว่ารายได้ จำนวน ๑๔๔,๖๔๕.๙๘
ล้านบาท
(๑)
ตั๋วเงินคลัง
ในปีงบประมาณ
๒๕๕๙ มียอดตั๋วเงินคลังหมุนเวียนอยู่ในตลาดรวม ๘๐,๓๘๕ ล้านบาท
โดยแบ่งเป็นตั๋วเงินคลังเพื่อใช้ในการบริหารดุลเงินสด จำนวน ๘๐,๐๐๐ ล้านบาท และตั๋วเงินคลังที่กู้มาเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ จำนวน
๓๘๕ ล้านบาท
(๒)
พันธบัตร
กระทรวงการคลังปรับโครงสร้างหนี้พันธบัตรรัฐบาลในช่วง
๖ เดือนแรกของปีงบประมาณ ๒๕๕๙ จำนวน ๖๔,๒๖๐.๙๘ ล้านบาท
โดยการออกพันธบัตรรัฐบาลเพื่อการบริหารหนี้ วงเงินรวม ๑๐,๐๐๐
ล้านบาท พันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ ๑๐ - ๕๐ ปี วงเงินรวม ๔๔,๐๐๐
ล้านบาท ส่วนเพิ่มจากการประมูล (Premium) วงเงิน ๒๖๐.๙๘
ล้านบาท และตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้ วงเงิน ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท
๒.๑.๒ หนี้เงินกู้เพื่อชดใช้ความเสียหายให้ FIDF จำนวน ๒๓,๒๓๒ ล้านบาท
กระทรวงการคลังปรับโครงสร้างหนี้ตั๋วสัญญาใช้เงิน
วงเงินรวม ๒๓,๒๓๒ ล้านบาท
โดยการใช้เงินจากบัญชีสะสมเพื่อการชำระคืนต้นเงินกู้ชดใช้ความเสียหายของกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
- ๒ จำนวน ๗,๕๐๐
ล้านบาท ชำระคืนตั๋วสัญญาใช้เงินดังกล่าวทั้งจำนวน และออกตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการปรับโครงสร้างหนี้
(R-Bill) วงเงิน ๑๕,๗๓๒ ล้านบาท
๒.๑.๓
หนี้เงินกู้เพื่อฟื้นฟูและเสริมสร้างความมั่นคงทางเศรษฐกิจ จำนวน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท
กระทรวงการคลังได้ดำเนินการทำ Pre-funding วงเงิน ๒๐,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อรองรับการครบกำหนดชำระของพันธบัตรออมทรัพย์ไทยเข้มแข็ง
ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๑ ซึ่งจะครบกำหนดชำระในวันที่ ๙ มิถุนายน ๒๕๕๙
๒.๑.๔
หนี้เงินกู้มาเพื่อให้กู้ต่อ จำนวน ๗๓๐ ล้านบาท
กระทรวงการคลังได้ปรับโครงสร้างสินเชื่อระยะยาว
(Long term loan) ซึ่งให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย
(รฟม.) กู้ต่อ วงเงินรวม ๗๓๐ ล้านบาท โดยได้ดำเนินการทำ Pre-funding
๒.๒
การปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศของรัฐบาล
กระทรวงการคลังปรับโครงสร้างหนี้ต่างประเทศของรัฐบาล
ซึ่งเป็นการกู้เงินเพื่อ Roll-over หนี้เงินกู้ Euro Commercial Paper (ECP) วงเงินรวม ๔,๘๐๐
ล้านบาท (๑๕๐ ล้านเหรียญสหรัฐ)
๒.๓
การปรับโครงสร้างหนี้ในประเทศของรัฐวิสาหกิจ รัฐวิสาหกิจ จำนวน ๖ แห่ง
ได้ปรับโครงสร้างหนี้ วงเงินรวม ๑๓๘,๖๒๓.๕๓ ล้านบาท
โดยเป็นการกู้เงินเพื่อ Refinance และ Roll-over จำนวน ๑๐๗,๓๔๗.๔๐ ล้านบาท (แบ่งเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน
จำนวน ๑๐๑,๘๔๗.๔๐ ล้านบาท
และเป็นหนี้ที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน จำนวน ๕,๕๐๐
ล้านบาท) และการชำระคืนหนี้ จำนวน ๓๑,๒๗๖.๑๓ ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
(๑)
การเคหะแห่งชาติปรับโครงสร้างหนี้ วงเงินรวม ๓,๐๐๐ ล้านบาท โดยการออกพันธบัตร
(กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน) วงเงิน ๓,๐๐๐ ล้านบาท เพื่อ Roll-over พันธบัตรและหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ
(๒)
การทางพิเศษแห่งประเทศไทยกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศ จำนวน ๕,๐๐๐ ล้านบาท
โดยกระทรวงการคลังไม่ได้ค้ำประกัน เพื่อ Roll-over พันธบัตรที่ครบกำหนดชำระ
(๓)
การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทยออกพันธบัตร จำนวน ๑,๐๐๐ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน
เพื่อ Roll-over พันธบัตรที่ครบกำหนดชำระ
(๔)
การรถไฟแห่งประเทศไทยปรับโครงสร้างหนี้ วงเงินรวม ๔,๔๕๓.๐๘ ล้านบาท โดยกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศ
จำนวน ๔,๓๖๖ ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกันเพื่อ Roll-over หนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ นอกจากนี้
ยังได้ใช้รายได้สำรองจ่ายเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระวงเงิน ๘๗.๐๘ ล้านบาท ไปก่อน
และจะปรับโครงสร้างหนี้โดยการกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศหรือออกพันธบัตรในภายหลัง
(๕)
องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศ จำนวน ๘,๑๖๗.๕๐
ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อ Roll-over พันธบัตรและหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ
(๖)
การยางแห่งประเทศไทยใช้เงินรายได้ชำระหนี้ก่อนครบกำหนด จำนวน ๖๙๘.๗๕ ล้านบาท
(๗)
ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรได้ปรับโครงสร้างหนี้ทั้งสิ้น ๑๑๖,๓๐๔.๒๐
ล้านบาท ซึ่งเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศ วงเงิน ๒๙,๘๑๓.๙๐ ล้านบาท และออกพันธบัตร วงเงิน ๕๖,๕๐๐
ล้านบาท โดยกระทรวงการคลังค้ำประกัน เพื่อ Roll-over พันธบัตรและหนี้เงินกู้ที่ครบกำหนดชำระ
นอกจากนี้ ยังใช้เงินที่ได้รับจากการระบายผลิตผลทางการเกษตร จำนวน ๒๙,๙๙๐.๓๐ ล้านบาท เพื่อชำระคืนหนี้เงินกู้ดังกล่าวบางส่วน
๓)
ผลการบริหารความเสี่ยง ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ วงเงินรวม ๒,๑๓๑.๔๕
ล้านบาท ประกอบด้วย
๓.๑
การบริหารความเสี่ยงหนี้ของรัฐบาล วงเงินรวม ๒,๑๓๑.๔๕ ล้านบาท ประกอบด้วย
๓.๑.๑
การบริหารความเสี่ยงหนี้ในประเทศของรัฐบาล ไม่มี
๓.๑.๒
การบริหารความเสี่ยงหนี้ต่างประเทศของรัฐบาล วงเงินรวม ๒,๑๓๑.๔๕
ล้านบาท
กระทรวงการคลังได้บริหารความเสี่ยงหนี้เงินกู้โครงการก่อสร้างสะพานข้ามแม่น้ำเจ้าพระยา
บริเวณถนนนนทบุรี ๑ โดยการทำ Cross Currency Swap (CCS) จากสกุลเงินเยนเป็นสกุลเงินบาท วงเงิน ๒,๑๓๑.๔๕ ล้านบาท หรือเทียบเท่า ๗,๓๐๗ ล้านเยน
๓.๒
การบริหารความเสี่ยงของรัฐวิสาหกิจ ไม่มี
๔)
ผลการบริหารหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่ไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้กรอบแผนฯ ช่วงเดือนตุลาคม
๒๕๕๘ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙ วงเงินรวม ๖,๘๖๘.๔๑ ล้านบาท ประกอบด้วย
๔.๑
การก่อหนี้ใหม่ วงเงินรวม ๖,๕๖๘.๔๑ ล้านบาท
๔.๑.๑
เงินกู้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นบริษัทมหาชนจำกัด
(๑)
บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กู้เงินจากสถาบันการเงิน เป็นวงเงินทั้งสิ้น ๒,๘๓๐.๑๒
ล้านบาท โดยเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศในรูปสกุลเงินเยน วงเงิน ๗,๖๗๐.๗๙ ล้านเยน หรือเทียบเท่า ๒,๔๖๑.๖๕ ล้านบาท
และกู้เงินจากสถาบันการเงินในประเทศในรูปสกุลเงินบาท
วงเงิน ๓๖๘.๔๗ ล้านบาท และได้ดำเนินการทำ CCS จากเงินสกุลเงินบาทดังกล่าวให้เป็นสกุลเงินเยน จำนวน
๓๖๘.๔๗ ล้านบาท หรือเทียบเท่า ๑,๒๓๓.๘๒ ล้านเยน
(๒)
บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ได้ดำเนินการกู้เงินในประเทศโดยการออกหุ้นกู้ รุ่นอายุ ๖ ปี วงเงิน ๔,๒๐๐ ล้านบาท (วงเงินไม่ได้บรรจุในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
เนื่องจากแผนจัดหาเงินทุนจะพิจารณาตามความต้องการใช้เงินของ ปตท. และสภาวะตลาด)
๔.๑.๒
เงินกู้ระยะสั้นเพื่อเสริมสภาพคล่องในรูป Credit Line วงเงินรวม
๓,๗๓๘.๒๙ ล้านบาท
(๑)
บริษัท อู่กรุงเทพ จำกัด ได้ลงนามสินเชื่อเบิกเงินเกินบัญชี (Overdraft : O/D) กับสถาบันการเงินในประเทศ
เพื่อใช้ในโครงการซื้อขายแบบพัสดุสำหรับสร้างเรือตรวจการณ์ไกลฝั่ง ระยะที่ ๓/๑ วงเงินรวม
๑,๔๓๘.๒๙ ล้านบาท
(๒)
บริษัท ธนารักษ์พัฒนาสินทรัพย์ จำกัด ได้ลงนามสินเชื่อ O/D กับสถาบันการเงินในประเทศ
เพื่อใช้ในโครงการศูนย์ราชการ วงเงิน ๒,๓๐๐ ล้านบาท
๔.๒
การบริหารหนี้ วงเงินรวม ๓๐๐ ล้านบาท
๔.๒.๑
การปรับโครงสร้างหนี้ วงเงินรวม ๓๐๐ ล้านบาท
บริษัท
การบินไทย จำกัด (มหาชน) ใช้เงินรายได้ จำนวน ๓๐๐ ล้านบาท ทดรองจ่ายหนี้ที่ครบกำหนดชำระ
และภายหลังได้ดำเนินการออกหุ้นกู้ในประเทศเพื่อทดแทนเงินรายได้ดังกล่าว
๔.๒.๒
การบริหารความเสี่ยง ไม่มี
๕)
ผลการบริหารหนี้ของหน่วยงานอื่นของรัฐที่ไม่ต้องขออนุมัติคณะรัฐมนตรีภายใต้กรอบแผนฯ
ช่วงเดือนตุลาคม ๒๕๕๘ ถึงเดือนมีนาคม ๒๕๕๙
การก่อหนี้ใหม่
ไม่มี
จากการดำเนินการตามข้อ
๑ - ๕ กระทรวงการคลังและรัฐวิสาหกิจได้กู้เงินและบริหารหนี้ รวมทั้งสิ้น ๗๐๓,๑๐๐.๓๗
ล้านบาท คิดเป็นร้อยละ ๔๐.๓๘ ของแผนการบริหารหนี้สาธารณะทั้งปี โดยแบ่งเป็น (๑) หนี้ของรัฐบาล
จำนวน ๕๕๔,๕๔๘.๔๓ ล้านบาท (๒)
หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังค้ำประกัน จำนวน ๑๐๔,๓๑๗.๔๐
ล้านบาท และ (๓) หนี้ของรัฐวิสาหกิจที่กระทรวงการคลังไม่ค้ำประกัน จำนวน ๔๔,๒๓๔.๕๔ ล้านบาท
อนึ่ง
ผลการดำเนินการบริหารความเสี่ยงหนี้ของรัฐบาลและรัฐวิสาหกิจที่ไม่ได้บรรจุอยู่ในแผนการบริหารหนี้สาธารณะ
ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๙ โดยใช้งบชำระหนี้เหลือจ่ายและรายได้ชำระคืนหนี้ก่อนครบกำหนด
(Prepayment) วงเงินรวม ๒๑,๕๗๐.๖๘ ล้านบาท
ซึ่งสามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ รวมทั้งสิ้น ๑๘๙.๕๒ ล้านบาท โดยมีรายละเอียดดังนี้
๑)
การบริหารความเสี่ยงหนี้รัฐบาล โดยการทำ Prepayment วงเงินรวม ๒๐,๙๘๙.๔๖ ล้านบาท ซึ่งสามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น ๑๗๗.๓๕ ล้านบาท
ประกอบด้วย
(๑)
ตั๋วสัญญาใช้เงินเพื่อการบริหารหนี้ ปีงบประมาณ ๒๕๕๓ ครั้งที่ ๒ วงเงิน ๙,๐๐๐ ล้านบาท
ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้รวมทั้งสิ้น ๒๐.๔๐ ล้านบาท
(๒)
ตั๋วสัญญาใช้เงินภายใต้พระราชกำหนด FIDF๑ ประจำปีงบประมาณ ๒๕๕๕ ครั้งที่ ๒ วงเงิน ๓,๘๐๐ ล้านบาท
ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้รวมทั้งสิ้น ๑๐๘.๖๐ ล้านบาท
(๓)
หนี้เงินกู้ภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ
พ.ศ. ๒๕๕๕ จำนวน ๕,๐๙๑ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้รวมทั้งสิ้น ๓๐.๔๓ ล้านบาท
(๔)
หนี้เงินกู้เพื่อให้ รฟท. กู้ต่อ ปีงบประมาณ ๒๕๕๗ ครั้งที่ ๑ และ ๕ จำนวน ๓,๐๙๘.๔๖
ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้รวมทั้งสิ้น ๑๗.๙๒ ล้านบาท
๒)
การบริหารความเสี่ยงหนี้รัฐวิสาหกิจ โดยการทำ Prepayment วงเงินรวม ๕๘๑.๒๒ ล้านบาท
ซึ่งสามารถลดภาระดอกเบี้ยได้ทั้งสิ้น ๑๒.๑๗ ล้านบาท ประกอบด้วย
(๑)
การเคหะแห่งชาติได้ใช้รายได้ชำระหนี้เงินกู้ วงเงิน ๕๐๐ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้รวมทั้งสิ้น
๓.๒๓ ล้านบาท
(๒)
บริษัท กรุงไทยคอมพิวเตอร์เซอร์วิสเซส จำกัด ใช้เงินรายได้ชำระหนี้เงินกู้ วงเงิน
๕๖.๒๒ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้รวมทั้งสิ้น ๘.๗๒ ล้านบาท
(๓)
องค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ ใช้เงินรายได้ชำระหนี้ วงเงินรวม ๒๕ ล้านบาท ทำให้สามารถลดภาระดอกเบี้ยได้รวมทั้งสิ้น
๐.๒๒ ล้านบาท
ประกาศ ณ วันที่ ๑๑
พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๙
สุทธิรัตน์ รัตนโชติ
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
หมายเหตุ :- FIDF กองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
FIDF ๑ พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงิน
พ.ศ. ๒๕๔๑ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน ๑ ปี
FIDF ๓ พันธบัตรที่ออกภายใต้พระราชกำหนดให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินและจัดการเงินกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินระยะที่สอง
พ.ศ. ๒๕๔๕ ซึ่งรวมทั้งเงินกู้หรือตราสารหนี้ระยะสั้นที่มีอายุไม่เกิน ๑ ปี
Refinance การกู้เงินจากแหล่งใหม่เพื่อนำไปใช้คืนแหล่งเงินกู้เดิมซึ่งเป็นการลดต้นทุนการกู้เงิน
Roll-over การกู้เงินใหม่เพื่อนำไปชำระเงินกู้ที่ครบกำหนดชำระเพื่อให้เงินกู้ดังกล่าวมีระยะเงินกู้สอดคล้องกับระยะคืนทุน
Promissory Note ตั๋วสัญญาใช้เงิน
Cross Currency Swap การแปลงหนี้โดยแปลงสกุลเงิน
เช่น การแปลงหนี้สกุลเงินเยนเป็นเงินบาท
Interest Rate Swap การแปลงอัตราดอกเบี้ยจากคงที่เป็นลอยตัว
หรือจากลอยตัวเป็นคงที่
ปริยานุช/จัดทำ
๒๗ พฤษภาคม
๒๕๕๙
วิศนี/ตรวจ
๒๗ พฤษภาคม
๒๕๕๙
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๓/ตอนพิเศษ ๑๒๑ ง/หน้า ๑๐/๒๕ พฤษภาคม ๒๕๕๙