ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
ประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง
ดอกเบี้ยและส่วนลดที่บริษัทเงินทุนอาจจ่ายหรืออาจเรียกได้
๑.
เหตุผลในการออกประกาศ
เพื่อให้อัตราดอกเบี้ยเงินฝากลอยตัวอย่างแท้จริง
ซึ่งจะทำให้ผู้ฝากเงินได้รับผลตอบแทนอย่างเต็มที่
ตลอดจนกระตุ้นให้สถาบันการเงินแข่งขันกันอย่างเสรีและเพื่อให้เกิดความโปร่งใสและมีความชัดเจนในทางปฏิบัติ
๒.
อำนาจตามกฎหมาย
ธนาคารแห่งประเทศไทยอาศัยอำนาจตามความในมาตรา
๓๐ (๑)
และ (๒) แห่งพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ พ.ศ. ๒๕๒๒ ออกข้อกำหนดด้วยความเห็นชอบของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
๓.
ขอบเขตการบังคับใช้
ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับกับบริษัทเงินทุนและบริษัทเงินทุนหลักทรัพย์ตามกฎหมายว่าด้วยธุรกิจเงินทุน
ธุรกิจหลักทรัพย์ และธุรกิจเครดิตฟองซิเอร์ ทุกบริษัท
๔.
เนื้อหา
๔.๑ ให้ยกเลิกประกาศธนาคารแห่งประเทศไทย
เรื่อง ดอกเบี้ยและส่วนลดที่บริษัทเงินทุนอาจจ่ายหรืออาจเรียกได้ ลงวันที่ ๑๘
ตุลาคม ๒๕๔๒
๔.๒
ให้บริษัทเงินทุนถือปฏิบัติเกี่ยวกับการจ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดดังต่อไปนี้
(๑)
เงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชนที่ต้องชำระคืนเมื่อทวงถามให้จ่ายดอกเบี้ยได้ตามอัตราที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนด
(๒)
เงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชนที่มีกำหนดเวลาชำระคืนและเงินฝากที่ต้องจ่ายคืนเมื่อสิ้นระยะเวลาที่กำหนดไว้โดยการออกบัตรเงินฝาก
(Negotiable Certificate of Deposit) ให้จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้ตามอัตราที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนด
ทั้งนี้ บริษัทเงินทุนอาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดสำหรับลูกค้าบางรายแตกต่างจากอัตราที่กำหนดจ่ายสำหรับประชาชนทั่วไปแต่ต้องไม่เกินร้อยละ
๐.๕
จากอัตราที่กำหนดจ่ายสำหรับประชาชนทั่วไป
ในกรณีที่บริษัทเงินทุนยินยอมชำระคืนเงินก่อนครบกำหนดระยะเวลาให้จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลด
ได้ไม่เกินอัตราที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนด
เว้นแต่ในกรณีที่บริษัทเงินทุนใดไม่อาจดำเนินกิจการได้ตามปกติ
เพื่อประโยชน์ของประชาชนและเศรษฐกิจโดยส่วนรวมธนาคารแห่งประเทศไทยอาจผ่อนผันให้จ่ายดอกเบี้ยหรือส่วนลดได้เกินกว่าอัตราที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนดก็ได้
ในการผ่อนผันนั้นธนาคารแห่งประเทศไทยจะกำหนดเงื่อนไขใดๆ ไว้ด้วยก็ได้
(๓)
กรณีที่เอกสารการกู้ยืมเงิน
ตั๋วสัญญาใช้เงิน
หรือบัตรเงินฝากมีวันครบกำหนดชำระเงินตรงกับวันหยุดทำการของบริษัทเงินทุน
ให้ถือเอาวันทำการวันแรกถัดจากวันหยุดทำการนั้นเป็นวันครบกำหนดชำระเงินตามเอกสารดังกล่าว ทั้งนี้
ให้บริษัทเงินทุนคิดดอกเบี้ยให้สำหรับวันหยุดทำการนั้นด้วยตามอัตราดอกเบี้ยที่ระบุไว้ในเอกสาร
กรณีเป็นบัตรเงินฝากที่ไม่กำหนดอัตราดอกเบี้ย
ให้บริษัทเงินทุนคิดดอกเบี้ยสำหรับวันหยุดทำการนั้นไม่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ยืมเมื่อทวงถามตามที่บริษัทเงินทุนนั้นประกาศกำหนด
(๔)
บริษัทเงินทุนอาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดของตั๋วสัญญาใช้เงินที่ลงวันออกตั๋วล่วงหน้าตามอัตราที่ใช้บังคับอยู่ในวันเจรจากับลูกค้าก็ได้โดยช่วงห่างระหว่างวันเจรจากับวันออกตั๋วจะต้องไม่เกิน
๔ วันทำการ และมีหลักฐานการอ้างอิงอัตราดอกเบี้ยในวันเจรจาแนบสำเนาตั๋วไว้ด้วย
(๕)
บริษัทเงินทุนอาจกำหนดอัตราดอกเบี้ยของตั๋วสัญญาใช้เงินที่ใช้เป็นประกันเงินให้กู้ยืมเต็มจำนวน
(back to back) แตกต่างจากอัตราที่ประกาศได้
(๖)
บริษัทเงินทุนอาจกำหนดจ่ายดอกเบี้ยในอัตราเดียวกันแก่ลูกค้าทุกรายตามวงเงินรวมของกลุ่มลูกค้าได้ ทั้งนี้
บริษัทเงินทุนจะต้องประกาศคุณสมบัติของกลุ่มลูกค้าไว้อย่างชัดเจน
และมีสมุดทะเบียนคุมรายชื่อลูกค้าแยกแต่ละกลุ่มด้วย
(๗)
บริษัทเงินทุนอาจจ่ายดอกเบี้ยของตั๋วสัญญาใช้เงินเป็นรายเดือนก็ได้
โดยให้ประกาศเงื่อนไขและประเภทลูกค้าให้ชัดเจน
(๘)
ให้บริษัทเงินทุนประกาศค่าธรรมเนียมการรับอาวัลตั๋วสัญญาใช้เงินที่บริษัทเงินทุนออกในการกู้ยืมเงินหรือรับเงินจากลูกค้าและมีธนาคารพาณิชย์รับอาวัล
ตามที่ได้ตกลงไว้กับธนาคารพาณิชย์แต่ละแห่ง
สำหรับกรณีที่บริษัทเงินทุนคิดค่าธรรมเนียมดังกล่าวจากลูกค้า
ให้บริษัทเงินทุนประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยสำหรับเงินกู้ยืมหรือได้รับจากประชาชน
และอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดสำหรับบัตรเงินฝาก
ตามจำนวนเงินระยะเวลาการกู้ยืมหรือรับเงินหรือรับฝากเงิน และเงื่อนไข
รวมทั้งประกาศสูตรหรือวิธีการคำนวณราคาบัตรเงินฝากธนาคารพาณิชย์และบริษัทเงินทุนอื่นที่บริษัทเงินทุนจะซื้อหรือขาย
๔.๓
ให้บริษัทเงินทุนถือปฏิบัติเกี่ยวกับการเรียกดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมและส่วนลดดังต่อไปนี้
(๑)
ให้บริษัทเงินทุนประกาศกำหนดอัตราดอกเบี้ยและส่วนลดสูงสุดแต่ละประเภทที่บริษัทเงินทุนจะเรียกจากลูกค้าทั่วไป
ลูกค้าชั้นดี และลูกค้าที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไข รวมทั้งเงื่อนไขต่างๆ (ถ้ามี) ซึ่งรวมถึงการประกาศกำหนด
(ก)
อัตราดอกเบี้ยและส่วนลดของเงินให้กู้ยืมแต่ละประเภท
(ข)
อัตราดอกเบี้ยที่บริษัทเงินทุนจะเรียกจากลูกค้าสำหรับเงินที่ได้จ่ายไปตามภาระผูกพันเพื่อลูกค้า
(๒)
ให้บริษัทเงินทุนเรียกดอกเบี้ยหรือส่วนลดจากลูกค้าได้ไม่เกินอัตราสูงสุดที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนดสำหรับลูกค้าแต่ละประเภทตาม
(๑)
เว้นแต่ในกรณีลูกค้าปฏิบัติผิดเงื่อนไข
บริษัทเงินทุนจะเรียกดอกเบี้ยและส่วนลดรวมทั้งค่าธรรมเนียมที่เกี่ยวข้องกับการให้กู้ยืมรวมกันทั้งสิ้นได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยสูงสุดที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนดสำหรับลูกค้าที่ปฏิบัติผิดเงื่อนไข
(๓)
การให้กู้ยืมเพื่อการจัดหาที่อยู่อาศัยแก่ผู้มีรายได้น้อยตามหลักเกณฑ์ที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกำหนดเฉพาะรายที่ได้ทำสัญญาผูกพันไว้ก่อนวันที่
๑ มิถุนายน ๒๕๓๕ ให้เรียกได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยสูงสุดสำหรับลูกค้าทั่วไปที่บริษัทเงินทุนประกาศกำหนดในแต่ละคราวหักด้วยอัตราร้อยละ
๑.๕
ต่อปี
๔.๔
ให้บริษัทเงินทุนจัดส่งสำเนาประกาศตามข้อ ๔.๒ และข้อ ๔.๓ ให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบภายใน ๓
วันนับแต่วันที่บริษัทเงินทุนออกประกาศและทุกคราวที่ออกประกาศเปลี่ยนแปลง พร้อมทั้งให้ปิดประกาศดังกล่าวในที่เปิดเผย
ณ สำนักงานของบริษัทเงินทุนนั้นทุกแห่ง และแจ้งอัตราดอกเบี้ยหรือส่วนลดจำนวนเงิน
และระยะเวลาของตั๋วแลกเงินที่บริษัทเงินทุนออกในแต่ละคราวให้ธนาคารแห่งประเทศไทยทราบด้วย
ให้บริษัทเงินทุนจัดเก็บต้นฉบับของประกาศดังกล่าวไม่ว่าจะอยู่ในรูปของเอกสาร
สื่อบันทึกโดยเครื่องคอมพิวเตอร์ หรือในรูปแบบใดๆ เป็นเวลาไม่ต่ำกว่า ๑๐ ปี
เพื่อจัดให้ลูกค้าหรือศาล ตามที่ร้องขอ
๔.๕
ประกาศนี้ไม่ใช้บังคับแก่กรณีการกู้ยืมเงินหรือรับเงิน
และการให้กู้ยืมระหว่างบริษัทเงินทุนกับสถาบันการเงินตามกฎหมายว่าด้วยดอกเบี้ยเงินให้กู้ยืมของสถาบันการเงิน
๕. [๑] วันเริ่มต้นใช้บังคับ
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่
๑๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗ เป็นต้นไป
ประกาศ
ณ วันที่ ๒๕ กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๔๗
หม่อมราชวงศ์ปรีดิยาธร เทวกุล
ผู้ว่าการ
ธนาคารแห่งประเทศไทย
มยุรี/พิมพ์
๒๕
มิถุนายน ๒๕๔๗
จีระ/สุนันทา/ตรวจ
๓๐
มิถุนายน ๒๕๔๗
A+B
[๑] รก.๒๕๔๗/พ๒๒ง/๔๗/๒๗ กุมภาพันธ์ ๒๕๔๗