法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 (Update ณ วันที่ 11/09/2528)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
12
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ออกตามความในพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ.

2518

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 และมาตรา 29 วรรคสอง แห่ง

พระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

รัฐมนตรีว่าการ

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยออก

กฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

บทบัญญัติมาตรา 29 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ. 2518 มิให้ใช้บังคับแก่ที่ดินดังต่อไปนี้

(1) ที่ดินที่เป็นเขตปลอดภัยในราชการทหารตามกฎหมายว่าด้วยเขต

ปลอดภัยในราชการทหาร

(2) ที่ดินที่กำหนดตามพระราชกฤษฎีกาว่าด้วยการกำหนดเขตที่ดินที่จะ

ทำการสำรวจเพื่อการวางและจัดทำผังเมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะ

หรือ

ที่ดินที่อยู่ในเขตของผังเมืองรวมหรือผังเมืองเฉพาะ

ตามกฎหมายว่าด้วยการ

ผังเมือง

(3) ที่ดินในบริเวณที่จัดให้เป็นที่อยู่อาศัยหรือบริเวณชุมชนตามที่คณะกรรมการ

ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนดด้วยความเห็นชอบของคณะกรรมการผังเมือง

ตามกฎหมายว่าด้วยการผังเมือง

(4) ที่ดินที่ใช้ในกิจการอุตสาหกรรมที่ได้ดำเนินกิจการอยู่ก่อนการกำหนด

เขตปฏิรูปที่ดิน

ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นตามขนาดและประเภทของกิจการอุตสาหกรรม

ตามที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด

*[1]

`(5) ที่ดินที่ใช้ในกิจการตามความมุ่งหมายของสภากาชาดไทย

(6) ที่ดินที่ใช้ในกิจการโรงพยาบาล สถานพยาบาล โรงเรียนหรือสถาบัน

อุดมศึกษา

ทั้งนี้ เท่าที่จำเป็นตามขนาดและประเภทของกิจการตามที่คณะกรรมการ

ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนด

(7) ที่ดินที่ใช้ในกิจการของผู้ได้รับบัตรส่งเสริมการลงทุนตามกฎหมาย

ว่าด้วยการส่งเสริมการลงทุน ทั้งนี้ ตามจำนวนที่คณะกรรมการส่งเสริมการ

ลงทุนพิจารณาเห็นสมควร

(8) ที่ดินที่ใช้ในกิจการขององค์การหรือทบวงการระหว่างประเทศที่มี

กฎหมายคุ้มครองการดำเนินงานในประเทศไทยหรือรัฐบาลไทยได้ให้ความ

เห็นชอบแล้ว'

ให้ไว้ ณ วันที่ 18 พฤษภาคม พ.ศ. 2519

พลตรี ป. อดิเรกสาร

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

หม่อมราชวงศ์เสนีย์ ปราโมช

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมเห็นว่าในเขตปฏิรูปที่ดินมีที่ดินบางประเภท

ไม่อาจนำมาดำเนินการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมได้

สมควรระบุประเภทของ

ที่ดินให้ได้รับการยกเว้นตามนัยของมาตรา 29 วรรคสอง

แห่งพระราชบัญญัติ

การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

*[2]

กฎกระทรวง

ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2528)

ออกตามความในพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ. 2518

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา 5 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อ

เกษตรกรรม พ.ศ. 2518

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดิน

เพื่อเกษตรกรรม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2519 และมาตรา 46

แห่งพระราชบัญญัติ

การปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร

และสหกรณ์ออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ 1

ข้อ 1 ในกฎกระทรวงนี้

`สำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่' หมายความว่า สำนักงานการ

ปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่ซึ่งที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนตั้งอยู่

หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดซึ่งได้รับมอบหมายจากคณะกรรมการตาม

มาตรา 11 วรรคสอง

`ผู้มีสิทธิอุทธรณ์' หมายความว่า เจ้าของที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่

ถูกเวนคืนเพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

หรือผู้มีสิทธิได้รับค่าทดแทนอัน

เนื่องมาจากการเวนคืนที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ดังกล่าว

มาตรา ข้อ 2

ข้อ 2 การอุทธรณ์จำนวนเงินค่าทดแทนที่คณะกรรมการกำหนดตาม

มาตรา 40 ให้ทำตามแบบ ส.ป.ก.4-02 ท้ายกฎกระทรวงนี้

และให้แนบ

สำเนาหรือภายถ่ายเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้มาด้วย คือ

(1) ในกรณีที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นบุคคลธรรมดา

(ก)

บัตรประจำตัวประชาชนหรือทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิอุทธรณ์

ถ้าเป็นการอุทธรณ์แทนให้ผู้อุทธรณ์แทนแนบใบมอบฉันทะหรือหลักฐานแสดงอำนาจ

หน้าที่ของตน

พร้อมทั้งบัตรประจำตัวประชาชนหรือทะเบียนบ้านของผู้อุทธรณ์แทน

มาด้วย

(ข)

หนังสือแจ้งจำนวนเงินค่าตอบแทนของพนักงานเจ้าหน้าที่

(ค)

หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน

(ง)

เอกสารที่แสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทน

(2) ในกรณีที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นนิติบุคคล

(ก)

หนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคล

(ข)

หลักฐานที่แสดงว่าบุคคลใดเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทน

นิติบุคคล

(ค)

เอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1) (ข) (ค) และ (ง)

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3

การยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ตามมาตรา 40 ถ้าที่ดินหรือ

อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นต่อ ส.ป.ก. หรือ

จะส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึง ส.ป.ก. ก็ได้

ถ้าตั้งอยู่ในเขตจังหวัดอื่น

นอกจากกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่ หรือ

จะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่ก็ได้

ในกรณี

ที่ส่งคำอุทธรณ์ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน ให้ถือวันที่ปรากฏในหลักฐานทางไปรษณีย์

เป็นวันยื่นอุทธรณ์

เมื่อได้รับคำอุทธรณ์แล้ว ให้ ส.ป.ก. หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน

จังหวัดแห่งท้องที่ออกใบอุทธรณ์ให้แก่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือผู้อุทธรณ์แทน

แล้วแต่

กรณี ไว้เป็นหลักฐาน คำอุทธรณ์ที่ยื่นต่อ ส.ป.ก.

หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดิน

จังหวัดแห่งท้องที่โดยตรง

ให้ออกใบรับอุทธรณ์ในวันยื่นอุทธรณ์ ถ้าได้รับคำอุทธรณ์

ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ให้ส่งใบรับอุทธรณ์ภายในสามวันนับแต่วันที่ได้รับคำอุทธรณ์

และให้ ส.ป.ก.

หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่เสนอคำอุทธรณ์ต่อ

คณะกรรมการอุทธรณ์โดยเร็ว

มาตรา ข้อ 4

ข้อ 4

ภายในกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์ ผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรืออุทธรณ์แทน

แล้วแต่กรณี อาจขอแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์ได้

โดยทำเป็นหนังสือชี้แจงเหตุผลที่

ขอแก้ไขเพิ่มเติมคำอุทธรณ์ ยื่นต่อ ส.ป.ก.

หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัด

แห่งท้องที่ แล้วแต่กรณี และให้ ส.ป.ก.

หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่ง

ท้องที่เสนอคำอุทธรณ์ที่ขอแก้ไขเพิ่มเติมต่อคณะกรรมการอุทธรณ์โดยเร็ว

มาตรา ข้อ 5

ข้อ 5

ภายในกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์ ผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือผู้อุทธรณ์แทน

แล้วแต่กรณี อาจขอยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์เพิ่มเติมต่อ

ส.ป.ก.

หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่

แล้วแต่กรณีได้ โดยทำเป็นหนังสือ

ชี้แจงเหตุผลที่มิได้ยื่นเอกสารหลักฐานนั้นพร้อมกับคำอุทธรณ์

และให้ ส.ป.ก.

หรือสำนักงานปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่เสนอเอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์

เพิ่มเติมต่อคณะกรรมการอุทธรณ์โดยเร็ว

ในกรณีที่พ้นกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์แล้ว

ถ้าผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือผู้อุทธรณ์

แทน แล้วแต่กรณี

มีเหตุผลแสดงว่าตนไม่อาจยื่นเอกสารหลักฐานประกอบคำอุทธรณ์

เพิ่มเติมภายในกำหนดเวลาการยื่นอุทธรณ์ได้

จะขอยื่นเอกสารหลักฐานนั้น

ต่อ ส.ป.ก. หรือสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่เพื่อเสนอต่อไปยัง

คณะกรรมการอุทธรณ์โดยเร็ว

หรือจะขอยื่นต่อคณะกรรมการอุทธรณ์โดยตรงก็ได้

ทั้งนี้ ไม่ว่าเวลาใด ๆ ก่อนมีการวินิจฉัยคำอุทธรณ์

ถ้าคณะกรรมการอุทธรณ์เห็นว่า

ผู้ขอยื่นเอกสารหลักฐานดังกล่าวมีเหตุผลอันสมควรและเอกสารหลักฐานนั้นจำเป็น

เพื่อให้การวินิจฉัยเป็นไปโดยเที่ยงธรรม

ให้คณะกรรมการอุทธรณ์รับเอกสาร

หลักฐานนั้นไว้พิจารณา

มาตรา ข้อ 6

ข้อ 6

ในการวินิจฉัยคำอุทธรณ์เรื่องใด ห้ามมิให้กรรมการอุทธรณ์ผู้มีส่วน

ได้เสียในอุทธรณ์เรื่องนั้นเข้าร่วมประชุม

เว้นแต่เป็นการเข้าชี้แจงตามข้อ 8

มาตรา ข้อ 7

ข้อ 7

ก่อนที่คณะกรรมการอุทธรณ์จะได้วินิจฉัยคำอุทธรณ์ ผู้มีสิทธิอุทธรณ์

หรือผู้อุทธรณ์แทน แล้วแต่กรณี

อาจขอมาชี้แจงหรือนำบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจง

ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ได้

แต่ต้องมาชี้แจงหรือนำบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจง

ภายในระยะเวลาที่คณะกรรมการอุทธรณ์กำหนด

มาตรา ข้อ 8

ข้อ 8

คณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการอุทธรณ์

แต่งตั้งจะแจ้งเป็นหนังสือให้ผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือผู้อุทธรณ์แทน

แล้วแต่กรณี มา

ชี้แจงหรือนำบุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาชี้แจง

หรือส่งเอกสารหลักฐานอย่างอื่นที่จำเป็น

มาเพิ่มเติมเพื่อประโยชน์ในการวินิจฉัยก็ได้

โดยให้เวลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า

เจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้ง

มาตรา ข้อ 9

ข้อ 9

ถ้าผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือผู้อุทธรณ์แทน แล้วแต่กรณี ไม่มาชี้แจงหรือนำ

บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องมาแจ้ง

หรือไม่ส่งเอกสารหลักฐานอย่างอื่นที่จำเป็นมาเพิ่มเติม

ตามข้อ 8

โดยมิได้แจ้งต่อคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะอนุกรรมการซึ่งคณะกรรมการ

อุทธรณ์แต่งตั้ง แล้วแต่กรณี

ถึงเหตุผลแห่งการนั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ต้องมา

ชี้แจงหรือวันที่ต้องส่งเอกสารหลักฐานดังกล่าวหรือแจ้งเหตุผลแห่งการนั้นแล้ว

และคณะกรรมการอุทธรณ์หรือคณะอนุกรรมการดังกล่าวพิจารณาเห็นว่าไม่มีเหตุผล

อันสมควร ผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือผู้อุทธรณ์แทน แล้วแต่กรณี

ย่อมไม่มีสิทธิที่จะ

โต้แย้งหรืออ้างอิงเอกสารหลักฐานนั้น

มาตรา ข้อ 10

ข้อ 10 ผู้มuสิทธิอุทธรณ์หรือผู้อุทธรณ์แทนอาจขอถอนอุทธรณ์ต่อ

ส.ป.ก.

สำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่

หรือคณะกรรมการอุทธรณ์ได้ แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ 11

ข้อ 11

คำวินิจฉัยของคณะกรรมการอุทธรณ์ให้ทำเป็นหนังสือระบุเหตุผล

แห่งการวินิจฉัย

และลงลายมือชื่อกรรมการอุทธรณ์อย่างน้อยสามคน

มาตรา ข้อ 12

ข้อ 12

เมื่อคณะกรรมการอุทธรณ์มีคำวินิจฉัยแล้ว ให้แจ้งคำวินิจฉัยเป็น

หนังสือไปยังผู้มีสิทธิอุทธรณ์หรือผู้อุทธรณ์แทน

แล้วแต่กรณี ภายในเจ็ดวันนับแต่

วันที่ได้มีคำวินิจฉัย

ให้ไว้ ณ วันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2528

ณรงค์ วงศ์วรรณ

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

หมายเหตุ

1. การกรอกข้อความในคำอุทธรณ์ ให้กรอกข้อความที่ต้องการให้ครบถ้วน

ด้วย

ตัวพิมพ์หรือตัวบรรจง ทำเครื่องหมาย X ในช่องสี่เหลี่ยมที่ต้องการและ

ขีดข้อความที่ไม่ต้องการออก

ช่องกรอกข้อความส่วนใดไม่พอที่จะกรอกข้อความได้จนหมดให้ใช้กระดาษอื่น

พิมพ์หรือเขียนต่อแนบติดมากับคำอุทธรณ์

โดยถือเป็นส่วนหนึ่งแห่งคำอุทธรณ์

2. เอกสารประกอบคำอุทธรณ์ สำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารหลักฐาน

ดังต่อไปนี้ ต้องแนบมาพร้อมกับคำอุทธรณ์ด้วย คือ

(1)

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นบุคคลธรรมดา

(ก) บัตรประจำตัวประชาชนหรือทะเบียนบ้านของผู้มีสิทธิอุทธรณ์

ถ้าเป็นการอุทธรณ์แทนให้ผู้อุทธรณ์แทนแนบใบมอบฉันทะหรือหลักฐานแสดงอำนาจ

หน้าที่ของตน

พร้อมทั้งบัตรประชาชนหรือทะเบียนบ้านของผู้อุทธรณ์แทนมาด้วย

(ข) หนังสือแจ้งจำนวนเงินค่าทดแทนของพนักงานเจ้าหน้าที่

(ค) หนังสือแสดงสิทธิในที่ดินหรืออสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืน

(ง) เอกสารที่แสดงว่าเป็นผู้มีสิทธิที่จะได้รับเงินค่าทดแทน

(2)

ในกรณีที่ผู้มีสิทธิอุทธรณ์เป็นนิติบุคคล

(ก) หนังสือรับรองการจดทะเบียนหรือหลักฐานการเป็นนิติบุคคล

(ข) หลักฐานที่แสดงว่าบุคคลใดเป็นผู้มีอำนาจกระทำการแทน

นิติบุคคล

(ค) เอกสารตามที่ระบุไว้ใน (1) (ข) (ค) และ (ง)

นอกจากสำเนาหรือภาพถ่ายเอกสารหลักฐานตามที่ระบุไว้ใน (1) หรือ

(2) แล้ว จะแนบเอกสารหลักฐานเพื่อประโยชน์แก่การวินิจฉัยคำอุทธรณ์มาด้วย

ก็ได้

3. กำหนดเวลาของการยื่นอุทธรณ์ การยื่นอุทธรณ์จะต้องกระทำภายใน

สามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือแจ้งจำนวนเงินค่าทดแทนของพนักงานเจ้าหน้าที่

4. วิธีการยื่นอุทธรณ์ การยื่นอุทธรณ์ต่อคณะกรรมการอุทธรณ์ว่าที่ดินหรือ

อสังหาริมทรัพย์ที่ถูกเวนคืนตั้งอยู่ในเขตกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นต่อสำนักงานการ

ปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.)

หรือจะส่งโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ถึง ส.ป.ก. ก็ได้

ถ้าอยู่ในในเขตจังหวัดอื่นนอกเขตจากกรุงเทพมหานคร ให้

ยื่นต่อสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่ หรือจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ถึงสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดแห่งท้องที่ก็ได้

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจาก

มาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม

พ.ศ.2518

บัญญัติว่าหลักเกณฑ์และวิธีการในการยื่นอุทธรณ์และวิธีพิจารณาในการวินิจฉัย

คำอุทธรณ์ของเจ้าของที่ดินหรือผู้มีสิทธิได้รับเงินค่าทดแทนเกี่ยวกับจำนวนเงิน

ค่าทดแทนที่คณะกรรมการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมกำหนดในการเวนคืนที่ดิน

หรืออสังหาริมทรัพย์เพื่อการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรมตามมาตรา

40 ให้

กำหนดโดยกฎกระทรวง

จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

เชิงอรรถ

*[1]

แก้ไขโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2526) ออกตามความ

ในพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

*[2]

แก้ไขโดย กฎกระทรวง ฉบับที่ 3 (พ.ศ. 2528) ออกตามความ

ในพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518

12 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ออกตามความในพระราชบัญญัติการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม พ.ศ. 2518 (Update ณ วันที่ 11/09/2528) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_768f460c1fc6947a

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com