法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการควบคุมโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน พ.ศ. 2553

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
20
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการควบคุมโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

พ.ศ.

๒๕๕๓

เพื่อให้การบริหารการจัดเก็บภาษีสรรพสามิตสินค้าประเภทน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเป็นไปโดยถูกต้องรัดกุม

ทันสมัย มีประสิทธิภาพ และมีมาตรฐานเป็นไปในแนวทางเดียวกัน

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๒๒ (๑) (๓) และ (๔)

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๓๔ อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบเกี่ยวกับการควบคุมโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการควบคุมโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน พ.ศ. ๒๕๕๓”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมทำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ลงวันที่ ๖ พฤษภาคม

พ.ศ. ๒๕๐๗

(๒) ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการควบคุมโรงงานอุตสาหกรรมทำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ฉบับที่ ๒/๒๕๒๕

ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๒๕

(๓) ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยวิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อเสียภาษีสำหรับกรณีส่งน้ำมันทางท่อ

พ.ศ. ๒๕๔๑ ลงวันที่ ๑๖ กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๔๑

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“โรงอุตสาหกรรม” หมายความว่า

โรงอุตสาหกรรมตามพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

ที่ผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน และให้หมายความรวมถึงท่อทางขนส่งและบริเวณท่าเรือที่รับ

จ่ายตลอดจนเรือที่เทียบอยู่ที่ท่าเรือของโรงอุตสาหกรรมที่ผลิตน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันนั้น

“ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม” หมายความว่า

เจ้าพนักงานสรรพสามิตที่อยู่ปฏิบัติงานประจำโรงอุตสาหกรรม

เพื่อควบคุมและตรวจสอบการปฏิบัติของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้ผู้อำนวยการสำนักมาตรฐานและพัฒนาการจัดเก็บภาษี

๒ รักษาการ ตามระเบียบนี้และมีอำนาจวินิจฉัยสั่งการ

การอนุญาตหรือผ่อนผันการปฏิบัติตามระเบียบนี้

หมวด

หน้าที่ของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่

ดังต่อไปนี้

๖.๑ จัดทำทะเบียนภาชนะเก็บวัตถุดิบรวมทั้งน้ำมันดิบ

ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน มาตรวัด

เครื่องวัดระดับและเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ

เครื่องชั่งน้ำหนักโดยแยกตามหมายเลขมาตรวัด

เครื่องวัดระดับและเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ เครื่องชั่งน้ำหนัก ภาชนะบรรจุ

ความจุและชนิดน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน รวมทั้งแผนผังแสดงที่ตั้งมาตรวัด

ภาชนะบรรจุน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันและท่อทางรับ -

จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันของโรงอุตสาหกรรม

๖.๒ กรณีที่จะดำเนินการติดตั้ง ซ่อมแซม แก้ไข

ต่อเติม หรือเปลี่ยนแปลงภาชนะบรรจุ มาตรวัด เครื่องวัดระดับและเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ

เครื่องชั่งน้ำหนัก หรือท่อทางต่าง ๆ ภายในโรงอุตสาหกรรม

ให้แจ้งรายละเอียดการดำเนินการเป็นหนังสือให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม

สรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ และกรมสรรพสามิต

ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง

๖.๓ แจ้งผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมก่อนการรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้าโรงอุตสาหกรรมหรือจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมทุกครั้ง

ตามแบบ น.ม. ๑ ท้ายระเบียบนี้ เว้นแต่ กรณีที่มีความจำเป็นเร่งด่วนให้ส่งแบบ น.ม.

1 ทางโทรสารหรือ ทาง e-mail ก็ได้ แล้วส่งต้นฉบับแบบ น.ม.

1 ภายในวันถัดไป

๖.๔

ตรวจวัดและคำนวณหาปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน ที่รับเข้าโรงอุตสาหกรรม

หรือจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรมทุกครั้ง

๖.๕

การรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้ามาในโรงอุตสาหกรรมและการจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมและผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมร่วมกันเก็บตัวอย่างน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อตรวจวิเคราะห์

เว้นแต่กรณีการรับและการจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เป็นการขนส่งทางท่อและทางรถยนต์ให้สุ่มเก็บตัวอย่าง

๖.๖ ดูแล สงวนรักษาไว้ซึ่งเครื่องจักร เครื่องกล

หรือเครื่องมือใด ๆ รวมทั้งตราหรือสิ่งที่ติดอยู่กับเครื่องจักร เครื่องกล

หรือเครื่องมือดังกล่าว

ซึ่งกรมสรรพสามิตได้ติดตั้งไว้ในโรงอุตสาหกรรมให้อยู่ในสภาพเรียบร้อยตลอดเวลา

โดยใช้ความระมัดระวังและฝีมือดังเช่นพึงปฏิบัติในการประกอบธุรกิจของตน

๖.๗ กรณีที่จะรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ชำระภาษีแล้วเข้าโรงอุตสาหกรรมให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมถือปฏิบัติดังนี้

๖.๗.๑

แจ้งการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้วเข้าโรงอุตสาหกรรมต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ทราบเป็นหนังสือ

ก่อนการรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้วเข้าโรงอุตสาหกรรม

๖.๗.๒ แจ้งให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมทราบ

เพื่อทำการตรวจวัดปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าโรงอุตสาหกรรม

๖.๗.๓ จัดทำบัญชีแสดงรายการรับ -

จ่ายคงเหลือน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ชำระภาษีแล้ว ทั้งนี้ การลงบัญชีรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้วให้ลงรายการรับตามปริมาณที่ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมตรวจวัดได้

แต่ไม่เกินปริมาณที่ได้ชำระภาษีสรรพสามิตไว้แล้ว

และส่งให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่และกรมสรรพสามิตภายในวันที่

๑๕ ของเดือนถัดไป

๖.๘

กรณีที่ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมแล้ว

ต่อมาเกิดเหตุจำเป็นทำให้ต้องนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันดังกล่าวกลับเข้าโรงอุตสาหกรรม

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมมีหน้าที่ต้องชำระภาษีสำหรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมนั้น

และเมื่อจะนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันดังกล่าวกลับเข้าโรงอุตสาหกรรม

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมถือปฏิบัติ ดังนี้

๖.๘.๑

จัดทำหนังสือชี้แจงเหตุผลความจำเป็นที่จะต้องนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันกลับเข้าโรงอุตสาหกรรม

ยื่นต่อสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ทราบก่อนการนำน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันกลับเข้าโรงอุตสาหกรรม

๖.๘.๒

แจ้งให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมทราบเพื่อร่วมกันเก็บตัวอย่างน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในยานพาหนะที่ใช้ขนส่งเพื่อตรวจวิเคราะห์

และตรวจวัดปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำกลับเข้าโรงอุตสาหกรรม

๖.๘.๓ จัดทำบัญชีแสดงรายการรับ -

จ่ายคงเหลือน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ชำระภาษีแล้ว ทั้งนี้

การลงบัญชีรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ชำระภาษีสรรพสามิตแล้วให้ลงรายการรับตามปริมาณที่ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมตรวจวัดได้แต่ไม่เกินปริมาณที่ได้ชำระภาษีสรรพสามิตไว้แล้ว

และส่งให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่และกรมสรรพสามิตภายในวันที่

๑๕ ของเดือนถัดไป

๖.๙ จัดทำบัญชีและงบเดือนดังนี้

๖.๙.๑ บัญชีประจำวันแสดงการรับและการจ่ายวัตถุดิบ

(ภษ. 03 - 05) โดยทำให้แล้วเสร็จภายใน ๓ วันนับแต่วันที่มีเหตุที่จะต้องลงรายการนั้นเกิดขึ้น

และเก็บไว้ที่โรงอุตสาหกรรม เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

๖.๙.๒ บัญชีประจำวันแสดงการผลิตและจำหน่าย (ภษ.

03 - 06) โดยทำให้แล้วเสร็จภายใน ๓

วันนับแต่วันที่มีเหตุที่จะต้องลงรายการนั้นเกิดขึ้น และเก็บไว้ที่โรงอุตสาหกรรม เพื่อให้เจ้าพนักงานสรรพสามิตสามารถตรวจสอบได้ตลอดเวลา

๖.๙.๓ งบเดือนแสดงรายการเกี่ยวกับวัตถุดิบ

การผลิต การจำหน่าย และยอดคงเหลือสินค้า (ภษ. 01 - 42)

ส่งให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ ภายในวันที่ ๑๕

ของเดือนถัดไป

หมวด

หน้าที่ของผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมมีหน้าที่

ดังต่อไปนี้

๗.๑ ตรวจสอบทะเบียนหมายเลขมาตรวัด

เครื่องวัดระดับ เครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ เครื่องชั่งน้ำหนัก

ภาชนะบรรจุวัตถุดิบ รวมทั้งชนิดน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันทุกชนิดท่อทางรับ -

จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามทะเบียนของผู้ประกอบอุตสาหกรรม

และตามแผนผังที่แสดงไว้ในข้อ ๖.๑

๗.๒

ลั่นกุญแจหรือผนึกดวงตรากรมสรรพสามิตที่ท่อทางรับ -

จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อป้องกันการรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้าโรงอุตสาหกรรมหรือจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมโดยไม่ได้แจ้งผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม

๗.๓

เมื่อได้รับแจ้งเป็นหนังสือจากผู้ประกอบอุตสาหกรรมว่าจะรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้าเก็บ

หรือจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม

ให้ไขกุญแจหรือทำลายดวงตรากรมสรรพสามิตที่ท่อทางรับ - จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

และดำเนินการตรวจวัดเพื่อคำนวณหาปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามความในหมวด ๓

หรือหมวด ๔ แล้วแต่กรณี

๗.๔ ควบคุมการรับ -

จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตลอดเวลาที่มีการรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้าโรงอุตสาหกรรม

หรือจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมทุกครั้ง

๗.๕

ในระหว่างการรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้าโรงอุตสาหกรรมหรือจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม

หากมาตรวัด หรือเครื่องวัดระดับหรือเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ

หรือเครื่องชั่งน้ำหนัก หรืออุปกรณ์ที่เกี่ยวข้องทำงานผิดปกติ

ให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมมีอำนาจสั่งระงับการใช้ทันที

และให้ทำการตรวจวัดระดับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหลังรับหรือหลังจ่ายโดยใช้วิธีการทิ้งดิ่ง

และการวัดอุณหภูมิให้ใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบหลอดแก้วส่วนระดับและอุณหภูมิน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันก่อนรับหรือก่อนจ่ายให้ใช้ตัวเลขจากที่ได้ทำการอ่านไว้ก่อน

และรายงานให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่แห่งท้องที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ทราบต่อไปเว้นแต่

เป็นกรณีตามข้อ ๑๖

๗.๖

กรณีการรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้าในโรงอุตสาหกรรมและการจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม

ให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมและผู้ประกอบอุตสาหกรรมร่วมกันเก็บตัวอย่างส่งให้กลุ่มวิเคราะห์สินค้าและของกลางทำการตรวจวิเคราะห์ต่อไปเว้นแต่

กรณีการรับและการจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เป็นการขนส่งทางท่อและทางรถยนต์ให้สุ่มเก็บตัวอย่างได้

๗.๗ กรณีการจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ขอยกเว้นภาษีหรือขอคืนภาษีออกจากโรงอุตสาหกรรมทุกกรณี

ให้ผนึกดวงตรากรมสรรพสามิตชนิดที่มีหมายเลขกำกับ (Running Number)

ที่ท่อทางหรือจุดรับ -

จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันของยานพาหนะที่ใช้ในการขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันนั้นทุกครั้ง

เว้นแต่ กรณีการจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เป็นการขนส่งทางท่อ

๗.๘

กรณีโรงอุตสาหกรรมที่กรมสรรพสามิตได้ดำเนินการติดตั้งระบบการควบคุมและกำกับติดตามโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

(ระบบ Oil Control) แล้ว

ให้บันทึกรายละเอียดข้อมูลการจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมในแต่ละวัน

โดยให้บันทึกข้อมูลผ่านระบบที่เว็บไซต์ http://oilcontrol.excise.go.th

ภายใน ๓ วันทำการ

ให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมติดตามและตรวจสอบความถูกต้องของการปฏิบัติงานตามวรรคแรกให้ทันการณ์ตลอดเวลา

หากตรวจสอบพบความผิดพลาดให้เร่งดำเนินการแก้ไขให้ถูกต้องทันที

หมวด

การเก็บการตรวจวัดและการคำนวณหาปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

เพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

เครื่องมือวัดและเครื่อง หรือระบบประมวลผลใด ๆ ที่จะใช้ในการดำเนินการตรวจวัดและคำนวณหาปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี

จะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองความถูกต้องจากกรมสรรพสามิต เว้นแต่

๘.๑

ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันของเรือสัญชาติต่างประเทศที่มีตารางคำนวณปริมาณความจุตามหลักสากล

๘.๒ ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

หรือเครื่องมือวัด ที่ได้รับการตรวจสอบรับรองจากหน่วยงานอื่น

ซึ่งได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิตเป็นกรณีไป

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การตรวจวัดปริมาณทั้งก่อนและหลังการรับหรือจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันให้ทำการลั่นกุญแจหรือผนึกดวงตรากรมสรรพสามิตที่ท่อทางรับ

จ่ายไว้ก่อนแล้วจึงทำการตรวจวัดเพื่อป้องกันมิให้มีการเคลื่อนไหวของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในขณะที่ทำการตรวจวัด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การตรวจวัดปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับเข้าหรือจ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม

ให้เป็นไปดังนี้

๑๐.๑ ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ไม่ได้ติดตั้งเครื่องวัดระดับและอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ

ให้ตรวจวัดโดยวิธีการทิ้งดิ่งดังนี้

๑๐.๑.๑

ทิ้งดิ่งหาระดับของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน และน้ำ ทั้งก่อนและหลังการรับหรือจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

แล้วแต่กรณี

๑๐.๑.๒ วัดอุณหภูมิของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันขณะทำการทิ้งดิ่งโดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบหลอดแก้ว

๑๐.๑.๓

ตักตัวอย่างน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ระดับล่าง กลาง บน ตรวจวัดค่าความถ่วงจำเพาะ

หรือค่าความถ่วง API หรือค่าความหนาแน่น

โดยการตรวจวัดให้ทำในห้องปฏิบัติการหรือสถานที่ที่เหมาะสม

๑๐.๒ ภาชนะเก็บน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่มีการติดตั้งเครื่องวัดระดับและเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ

ให้ใช้ระดับและอุณหภูมิที่อ่านได้จากเครื่องวัดระดับและเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ

๑๐.๓ กรณีที่ติดตั้งมาตรวัด

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากมาตรวัด

๑๐.๔ กรณีที่ติดตั้งเครื่องชั่งน้ำหนัก

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากเครื่องชั่งน้ำหนัก

๑๐.๕ กรณีใช้ภาชนะหรือเครื่องมือวัดชนิดอื่น

ต้องได้รับอนุญาตจากกรมสรรพสามิตก่อน

หากเครื่องวัดระดับหรือเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ

เกิดเหตุขัดข้องหรือไม่สามารถใช้การได้ ให้ตรวจวัดโดยวิธีทิ้งดิ่งหรือวัดอุณหภูมิโดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบหลอดแก้วแทน

เว้นแต่ กรมสรรพสามิตจะสั่งการเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ ให้บันทึกรายการที่ตรวจวัดได้ตามข้อ ๑๐

ลงในแบบ น.ม. 2 และแบบ น.ม. 6 ท้ายระเบียบนี้ แล้วแต่กรณี

และให้คำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ตรวจวัดได้เป็นจำนวนลิตรที่อุณหภูมิ

30oC หรือ 86oF ตามมาตรฐานของ

API (AMERICAN PETROLEUM

INSTITUTE) หรือ IP (THE INSTITUTE

OF PETROLEUM) หรือเป็นกิโลกรัม

แล้วบันทึกลงในแบบ น.ม. 3 แบบ น.ม. 4 แบบ น.ม. 5 แบบ น.ม. 7 แบบ น.ม. 8 แบบ น.ม. 9

ท้ายระเบียบนี้ แล้วแต่กรณี

การคำนวณหาปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามวรรคแรก

ให้ใช้วิธีการคำนวณตามหลักคณิตศาสตร์โดยใช้ทศนิยม ๔ ตำแหน่งในการคำนวณทุกขั้นตอน

หากปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่คำนวณได้ มีเศษของลิตรหรือกิโลกรัม

ให้นับเป็นหนึ่งลิตรหรือหนึ่งกิโลกรัม แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ให้นำปริมาณของน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่คำนวณได้ตามข้อ

๑๑ มาเปรียบเทียบหาผลแตกต่าง ตามแบบ น.ม. 10 ท้ายระเบียบนี้

การจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรม

ให้ดำเนินการเปรียบเทียบปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ตรวจวัดได้จากภาชนะจ่าย

และเครื่องมือวัดต่าง ๆ เพื่อหาปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีดังนี้

๑๒.๑ การจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยทางเรือ

๑๒.๑.๑ กรณีที่มีการจ่ายผ่านมาตรวัด

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะจ่ายเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับปริมาณที่ตรวจวัดได้จากมาตรวัด

กรณีที่ไม่สามารถตรวจวัดที่ภาชนะจ่ายได้

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากมาตรวัดเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะรับในเรือ

๑๒.๑.๒ กรณีที่ไม่มีการจ่ายผ่านมาตรวัด

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะจ่ายเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะรับในเรือ

๑๒.๒

การจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันโดยทางรถยนต์

๑๒.๒.๑ กรณีที่มีการจ่ายผ่านมาตรวัด

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากมาตรวัดเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะจ่าย

กรณีที่ไม่สามารถตรวจวัดที่ภาชนะจ่ายได้

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากมาตรวัดเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับปริมาณที่ตรวจวัดได้จากเครื่องชั่งน้ำหนัก หรือภาชนะรับของรถยนต์ แล้วแต่กรณี

๑๒.๒.๒ กรณีที่ไม่มีการจ่ายผ่านมาตรวัด

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะจ่ายเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับปริมาณที่ตรวจวัดได้จากเครื่องชั่งน้ำหนัก หรือภาชนะรับของรถยนต์

แล้วแต่กรณี

๑๒.๓

การจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เป็นการขนส่งทางท่อ

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะจ่ายเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับปริมาณที่ตรวจวัดได้จากมาตรวัด เว้นแต่กรณี ตามข้อ ๑๘ และข้อ ๑๙

๑๒.๔

การรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้าโรงอุตสาหกรรม ให้ถือตามปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันของโรงอุตสาหกรรมเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะจ่ายหรือมาตรวัด

เว้นแต่กรมสรรพสามิตจะสั่งเป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้พิจารณาผลแตกต่างของปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ตรวจวัดได้ตามข้อ

๑๒ ดังนี้

๑๓.๑ ผลแตกต่างดังต่อไปนี้

ให้ถือเป็นเกณฑ์ปกติโดยให้ใช้ปริมาณด้านที่เป็นหลักตามข้อ ๑๒.๑ ข้อ ๑๒.๒ และข้อ

๑๒.๓ เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรม

และให้ใช้ปริมาณที่คำนวณได้จากภาชนะหรือเครื่องมือวัดที่รับเข้าโรงอุตสาหกรรมตามข้อ

๑๒.๔ เป็นเกณฑ์ในการบันทึกบัญชีรับน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้าโรงอุตสาหกรรม

๑๓.๑.๑ ปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตั้งแต่ ๑

- ๓๐๐,๐๐๐ ลิตร แตกต่างไม่เกินร้อยละ ๑.๐๐๐

๑๓.๑.๒ ปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตั้งแต่

๓๐๐,๐๐๑ ลิตรขึ้นไป แตกต่างไม่เกินร้อยละ ๐.๕๐๐

๑๓.๒ หากผลแตกต่างเกินเกณฑ์ตามข้อ ๑๓.๑

ให้ใช้ปริมาณข้างมากเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีหรือบันทึกบัญชี แล้วแต่กรณี

๑๓.๓

กรณีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันซึ่งมีหน่วยที่ใช้ในการจัดเก็บภาษีเป็นกิโลกรัม

ให้ใช้เกณฑ์ตามข้อ ๑๓.๑ และ ๑๓.๒ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมคำนวณค่าภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม

ตามแบบ น.ม. 11 ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมรวบรวมเอกสารหลักฐานตามข้อ

๖.๓ ข้อ ๑๑ ข้อ ๑๒ และข้อ ๑๔

โดยต้นฉบับให้ส่งไปยังสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่

และสำเนาเก็บไว้เป็นหลักฐาน ณ สำนักงานสรรพสามิตประจำโรงอุตสาหกรรม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ การตรวจวัดปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันตามข้อ

๑๐ หากเครื่องมือวัดด้านใดด้านหนึ่งเกิดเหตุขัดข้องจนไม่สามารถใช้การได้

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม

สรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ และกรมสรรพสามิตทราบทันที

และให้ใช้ปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ตรวจวัดได้จากเครื่องมือวัดด้านที่เหลืออยู่เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีโดยไม่ต้องทำการเปรียบเทียบตามข้อ

๑๒ โดยอนุโลม ทั้งนี้

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมจะต้องตรวจสอบหาสาเหตุและดำเนินการแก้ไขเหตุขัดข้องดังกล่าวให้แล้วเสร็จภายใน

๗ วันนับแต่วันที่เกิดเหตุขัดข้องนั้น และจัดทำรายงานให้ผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรม

สรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่ และกรมสรรพสามิตทราบเป็นหนังสือทันที

กรณีผู้ประกอบอุตสาหกรรมไม่สามารถดำเนินการแก้ไขเหตุขัดข้องให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคแรก

ให้ขออนุมัติต่อกรมสรรพสามิตเป็นรายกรณีไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่ไม่สามารถทำการตรวจวัดได้ตามระเบียบนี้

ให้สรรพสามิตพื้นที่ที่โรงอุตสาหกรรมตั้งอยู่พิจารณาวิธีการตรวจวัดที่เหมาะสมเสนอต่อกรมสรรพสามิตเพื่อวินิจฉัยสั่งการต่อไป

หมวด

การตรวจวัดและการคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่เป็นการขนส่งทางท่อ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ กรณีที่มีการจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันออกจากโรงอุตสาหกรรมที่เป็นการขนส่งทางท่ออย่างต่อเนื่องติดต่อกันเลยเวลา

๒๔.๐๐ น. ของวันที่เริ่มจ่าย

ให้คำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมแต่ละวันเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีโดยเฉลี่ยปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรมทั้งหมดสำหรับการส่งนั้น

ๆ ตามสัดส่วนของเวลาที่จ่ายในแต่ละวันต่อเวลาทั้งหมดที่จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันชนิดนั้น

เว้นแต่กรณีตามข้อ ๑๙

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การตรวจวัดและคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี

กรณีที่มีการขนส่งนํ้ามันและผลิตภัณฑ์น้ำมันหลายชนิดทางท่อขนส่งเดียวกันให้ปฏิบัติดังนี้

๑๙.๑ เครื่องมือวัด อุปกรณ์ และระบบต่าง ๆ

ที่เกี่ยวข้อง จะต้องได้รับการตรวจสอบและรับรองความถูกต้องจากกรมสรรพสามิตดังนี้

๑๙.๑.๑ มาตรวัดปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

พร้อมด้วยระบบ Flow Computer

๑๙.๑.๒

เครื่องวัดระดับและเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติ

ซึ่งติดตั้งกับภาชนะจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเข้าสู่ระบบท่อขนส่ง

๑๙.๑.๓

ตารางคำนวณปริมาตรความจุท่อขนส่งน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

๑๙.๑.๔

ระบบประมวลผลเพื่อใช้ในการคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

๑๙.๑.๕

ระบบคัดแยกผลิตภัณฑ์ของมาตรวัดปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันแบบ Multi

Product

๑๙.๒

กรณีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันแต่ละชนิดที่จ่ายต่อเนื่องและเสร็จสิ้นการจ่ายภายในวันเดียวกัน

ให้ใช้ปริมาณที่ตรวจวัดได้จากมาตรวัดเป็นหลัก

เปรียบเทียบกับปริมาณที่ตรวจวัดได้จากภาชนะจ่ายซึ่งปรับปรุงด้วยปริมาณความจุท่อระหว่างภาชนะจ่ายถึงมาตรวัดเป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี

โดยถือตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ ๑๓

๑๙.๓

กรณีการจ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันแต่ละชนิดต่อเนื่องและเสร็จสิ้นการจ่ายในวันถัดไป

ให้ปฏิบัติดังนี้

๑๙.๓.๑

ปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีของวันที่อยู่ระหว่างการจ่าย

ให้ใช้ปริมาณที่คำนวณได้จากระบบมาตรวัด ณ เวลา ๒๔.๐๐ น.

๑๙.๓.๒

ปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีของวันที่เสร็จสิ้นการจ่าย

ให้ทำการเปรียบเทียบหาผลแตกต่างระหว่างปริมาณรวมที่คำนวณได้จากระบบมาตรวัดกับปริมาณรวมที่คำนวณได้จากภาชนะจ่ายซึ่งปรับปรุงด้วยปริมาณความจุท่อระหว่างภาชนะจ่ายถึงมาตรวัดโดยถือตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๓ โดยอนุโลมและเมื่อทราบปริมาณรวมที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีแล้ว

ให้นำปริมาณตามข้อ ๑๙.๓.๑ มาหักออกจากปริมาณรวม

เป็นปริมาณของวันที่เสร็จสิ้นการจ่ายเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีต่อไป

๑๙.๔ กรณีที่เครื่องมือวัด อุปกรณ์ หรือระบบต่าง

ๆ ตามข้อ ๑๙.๑ ขัดข้องหรือไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมแจ้งผู้ควบคุมโรงอุตสาหกรรมและกรมสรรพสามิตทราบทันที

พร้อมทั้งรายงานสาเหตุและกำหนดเวลาในการติดตั้งหรือแก้ไขซ่อมแซมและในระหว่างดำเนินการติดตั้งหรือแก้ไขซ่อมแซม

เครื่องมือวัด อุปกรณ์ หรือระบบต่าง ๆ

ดังกล่าวให้ใช้วิธีการตรวจวัดและคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

การเปรียบเทียบหาผลแตกต่างและการกำหนดปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จะใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี

ดังนี้

๑๙.๔.๑ กรณีเครื่องวัดระดับหรือเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติของภาชนะจ่ายขัดข้องหรือไม่สามารถใช้งานได้

ให้ผู้ประกอบอุตสาหกรรมตรวจวัดโดยวิธีการทิ้งดิ่งและวัดอุณหภูมิโดยใช้เครื่องวัดอุณหภูมิแบบหลอดแก้ว

แล้วนำค่าระดับและอุณหภูมิที่วัดได้มาคำนวณด้วยระบบประมวลผล

เพื่อให้ได้ปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จ่ายออกจากภาชนะจ่ายและปรับปรุงด้วยปริมาตรความจุท่อระหว่างภาชนะจ่ายถึงมาตรวัด

๑๙.๔.๒

กรณีระบบประมวลผลขัดข้องหรือไม่สามารถใช้งานได้แต่เครื่องวัดระดับหรือเครื่องวัดอุณหภูมิชนิดอัตโนมัติของภาชนะจ่ายยังสามารถใช้งานได้

ให้ใช้วิธีการคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันด้วยวิธี Manual

แทน

๑๙.๔.๓

กรณีมาตรวัดหรือระบบคัดแยกผลิตภัณฑ์ของมาตรวัดขัดข้องหรือไม่สามารถใช้งานได้

ให้ปฏิบัติดังนี้

(๑)

กรณีที่จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันแต่ละชนิดอย่างต่อเนื่องและเสร็จสิ้นการจ่ายภายในวันเดียวกัน

ให้ใช้ปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่คำนวณได้จากภาชนะจ่าย

ซึ่งปรับปรุงด้วยปริมาตรความจุท่อระหว่างภาชนะจ่ายถึงมาตรวัดเป็นปริมาณที่ใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษีโดยไม่ต้องเปรียบเทียบได้

(๒)

กรณีที่จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันแต่ละชนิดอย่างต่อเนื่องและเสร็จสิ้นการจ่ายภายในวันถัดไป

ให้คำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่จ่ายออกจากโรงอุตสาหกรรมแต่ละวันเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี

โดยเฉลี่ยปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่คำนวณได้จากภาชนะจ่าย

ตามสัดส่วนของเวลาที่จ่ายในแต่ละวันต่อเวลาทั้งหมดที่จ่ายน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันชนิดนั้น

หมวด

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ การดำเนินการใด ๆ เกี่ยวกับการควบคุม

การรับ การเก็บ การจ่าย

การตรวจวัดและคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันเพื่อใช้เป็นเกณฑ์ในการคำนวณภาษี

ซึ่งผู้ประกอบอุตสาหกรรมได้รับการอนุมัติ อนุญาต

หรือผ่อนผันการดำเนินการจากกรมสรรพสามิตไว้ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

ให้เป็นอันใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นสุดไปโดยเงื่อนไขหรือเงื่อนเวลาที่กำหนดไว้

หรือจนกว่าอธิบดีกรมสรรพสามิตจะสั่งยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลง

ประกาศ

ณ วันที่ ๕ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๓

พงษ์ภาณุ

เศวตรุนทร์

อธิบดีกรมสรรพสามิต

[เอกสารแนบท้าย]

๑. ใบแจ้งการ

รับ - จ่าย น้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน (แบบ น.ม. 1)

๒. กรมสรรพสามิต

บันทึกรายการตรวจวัดน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน (แบบ น.ม. 2)

๓. กรมสรรพสามิต

แบบรายการคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน (แบบ น.ม. 3)

๔. กรมสรรพสามิต

แบบรายการคำนวณปริมาณก๊าซปิโตรเลียมเหลวและไอก๊าซ (แบบ น.ม. 4)

๕. กรมสรรพสามิต

แบบรายการคำนวณปริมาณน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่รับ - จ่ายผ่านมาตรวัด (แบบ น.ม. 5)

๖. กรมสรรพสามิต

บันทึกรายการตรวจวัดน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันในเรือลำเลียง (แบบ น.ม. 6)

๗. กรมสรรพสามิต

รายการคำนวณปริมาณน้ำมันหรือผลิตภัณฑ์น้ำมันที่บรรทุกในเรือลำเลียง (แบบ น.ม. 7)

๘. กรมสรรพสามิต

แบบรายการคำนวณปริมาณก๊าซปิโตรเลียมเหลวและไอก๊าซ (แบบ น.ม. 8)

๙. กรมสรรพสามิต

แบบรายการคำนวณปริมาณก๊าซปิโตรเลียมเหลว ที่จ่ายทางรถยนต์ (แบบ น.ม. 9)

๑๐.

กรมสรรพสามิต แบบรายงานการคำนวณเปรียบเทียบผลแตกต่างของการตรวจวัดน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน

(แบบ น.ม. 10)

๑๑.

รายการค่าภาษีน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมันที่นำออกจากโรงอุตสาหกรรม (แบบ น.ม. 11)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๒๓

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

ณัฐวดี/ตรวจ

๒๓

พฤศจิกายน ๒๕๕๓

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๗/ตอนพิเศษ ๑๓๓ ง/หน้า ๑/๑๖ พฤศจิกายน ๒๕๕๓

20 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการควบคุมโรงอุตสาหกรรมน้ำมันและผลิตภัณฑ์น้ำมัน พ.ศ. 2553 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_76c98e47f0b2f674

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com