ประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑
ครั้งที่ ๒[๑]
เพื่อให้เป็นไปตามความในมาตรา
๑๖ วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติการบริหารหนี้สาธารณะ พ.ศ. ๒๕๔๘ กระทรวงการคลังขอประกาศให้ทราบโดยทั่วกันว่า
กระทรวงการคลังโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรี ตามมติเมื่อวันที่
๒๐ มีนาคม
๒๕๖๑ และวันที่ ๓ กรกฎาคม ๒๕๖๑ ได้ดำเนินการกู้เงินเพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ โดยวิธีการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง
ในปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๒ โดยมีเงื่อนไขและสาระสำคัญดังนี้
๑.
การจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๒ ได้ดำเนินการจำหน่ายระหว่างวันที่
๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๑ - ๑๐ กันยายน ๒๕๖๑ โดยจำหน่ายให้แก่ ผู้ถือกรรมสิทธิ์ที่เป็นบุคคลธรรมดา
มูลนิธิ สถาบันอื่นที่จัดตั้งขึ้นซึ่งมีวัตถุประสงค์ไม่แสวงหากำไร ส่วนราชการสังกัดรัฐบาลกลาง
วัด สถาบันการเงินอื่น และส่วนราชการสังกัดรัฐบาลท้องถิ่นโดยทำรายการซื้อพันธบัตรผ่านเคาน์เตอร์ทุกสาขา
เครื่องถอนเงินอัตโนมัติ (เครื่อง ATM)
ผ่านระบบอินเทอร์เน็ต และ Mobile Application ของธนาคารผู้จัดจำหน่าย ๔ แห่ง ประกอบด้วยธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน)
และธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) โดยมีธนาคารแห่งประเทศไทยเป็นนายทะเบียนตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรและจัดการอื่น
ๆ ที่จำเป็นเพื่อประโยชน์ในการนี้ ตามระเบียบและวิธีการที่ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศกำหนด
๒.
ผลการจำหน่ายพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๒ วงเงินรวม ๖๒,๔๕๘,๕๙๔,๐๐๐ บาท แบ่งเป็น ๒ รุ่นอายุดังนี้
๒.๑
พันธบัตรออมทรัพย์ รุ่นอายุ ๕ ปี จำนวน ๑๓,๗๒๔,๙๕๕,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่ ร้อยละ ๒.๑๕ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๖๖
๒.๒ พันธบัตรออมทรัพย์
รุ่นอายุ ๑๐ ปี จำนวน ๔๘,๗๓๓,๖๓๙,๐๐๐ บาท อัตราดอกเบี้ยแบบคงที่
ร้อยละ ๓.๐๐ ต่อปี ครบกำหนดไถ่ถอนในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม ๒๕๗๑
๓.
พันธบัตรออมทรัพย์ข้างต้นมีการจ่ายดอกเบี้ยปีละ ๒ งวด คือ ในวันที่ ๑๐ พฤษภาคม และ
๑๐ พฤศจิกายน ของทุกปี จนกว่าพันธบัตรจะครบกำหนด
การคำนวณดอกเบี้ยคำนวณจากมูลค่าของพันธบัตร โดยใช้หลักเกณฑ์หนึ่งปีมี
๓๖๕
วัน และนับตามจำนวนวันที่เกิดขึ้นจริง เศษของหนึ่งสตางค์ให้ปัดทิ้ง หากวันครบกำหนดจ่ายดอกเบี้ยตรงกับวันหยุดธนาคารแห่งประเทศไทย
ให้เลื่อนไปจ่ายในวันทำการถัดไปโดยไม่คำนวณดอกเบี้ยเพิ่มให้เว้นแต่ดอกเบี้ยงวดสุดท้าย
(งวดไถ่ถอน) จะคำนวณดอกเบี้ยเพิ่มตามจำนวนวันที่เลื่อนออกไป
ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายดอกเบี้ยโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก
(ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัทศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด (กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร) หรือตามรายชื่อทางทะเบียน
(กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร) ณ สิ้นวันทำการสุดท้ายของธนาคารแห่งประเทศไทยก่อนถึงช่วงระยะเวลา
๓๐ วัน ก่อนวันกำหนดจ่ายดอกเบี้ย
๔.
การจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรจะดำเนินการในวันครบกำหนดไถ่ถอน หากวันครบกำหนดไถ่ถอนตรงกับวันหยุดของธนาคารแห่งประเทศไทย
จะเลื่อนวันครบกำหนดไถ่ถอนเป็นวันทำการถัดไป
กรณีพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร
(Scripless) ธนาคารแห่งประเทศไทยจะจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตรโดยโอนเงินเข้าบัญชีเงินฝาก (ยกเว้นบัญชีเงินฝากออมทรัพย์พิเศษและบัญชีเงินฝากประจำ) ให้แก่ผู้ถือกรรมสิทธิ์ตามรายชื่อและข้อมูลที่ได้รับแจ้งจากบริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด
กรณีพันธบัตรแบบมีใบตราสาร
(Scrip) การจ่ายคืนเงินต้นพันธบัตร จะกระทำได้ต่อเมื่อธนาคารแห่งประเทศไทยได้รับคืนใบพันธบัตร
๕.
การจำหน่ายพันธบัตรในครั้งนี้
๕.๑ ธนาคารผู้จัดจำหน่ายคิดค่าธรรมเนียมในการจำหน่ายพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๐๓ ของวงเงินที่จำหน่ายได้ (รวมภาษีมูลค่าเพิ่มและค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานของ
Custodian แล้ว) ซึ่งคิดเป็นค่าธรรมเนียมการจำหน่ายพันธบัตรรวมทั้งสิ้น
๑๘,๗๘๗,๕๗๘.๒๐ บาท
ทั้งนี้ ธนาคารผู้จัดจำหน่ายจะจ่ายค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรให้กับบริษัท
ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์ (ประเทศไทย) จำกัด
เพื่อเป็นการนำฝากพันธบัตรออมทรัพย์ซึ่งเป็นพันธบัตรแบบไร้ใบตราสาร (Scripless) โดยคำนวณ ตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือล้านละ
๑.๐๐ บาทต่อเดือน ยกเว้น เมื่อพันธบัตรออมทรัพย์รุ่นอายุ ๕ ปี หรือรุ่นอายุ ๑๐ ปี มีวงเงินจำหน่ายรวมของธนาคารผู้จัดจำหน่ายทั้ง
๔ แห่ง ได้ ๑๐,๐๐๐ ล้านบาท ขึ้นไป บริษัท ศูนย์รับฝากหลักทรัพย์
(ประเทศไทย) จำกัด จะคิดอัตราค่าธรรมเนียมการฝากพันธบัตรตามมูลค่าพันธบัตรคงเหลือของรุ่นอายุ
๕ ปี หรือรุ่นอายุ ๑๐ ปี ล้านละ ๐.๖๐ บาทต่อเดือนโดยราคาที่ใช้ในการคำนวณมูลค่าพันธบัตรคงเหลือให้ใช้ตามราคาตราของพันธบัตร
๕.๒ ธนาคารแห่งประเทศไทยในฐานะนายทะเบียน
และตัวแทนการจ่ายเงินพันธบัตรออมทรัพย์ของกระทรวงการคลัง ในปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๖๑ ครั้งที่ ๒ ได้คิดค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายดังนี้
(๑) ค่าธรรมเนียมในการเป็นนายทะเบียนและตัวแทนการจ่ายเงินเกี่ยวกับพันธบัตรในอัตราร้อยละ
๐.๐๕ ของดอกเบี้ยที่จ่ายและเงินต้นพันธบัตรที่จ่ายคืน
(๒) ค่าใช้จ่ายในการพิมพ์แบบพิมพ์พันธบัตรตามที่จ่ายจริง
ประกาศ ณ วันที่ ๕ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๖๑
นรินทร์ กัลยาณมิตร
รองปลัดกระทรวงการคลัง
หัวหน้ากลุ่มภารกิจด้านรายจ่ายและหนี้สิน
ปฏิบัติราชการแทน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง
พัชรภรณ์/ธนบดี/จัดทำ
๒๑ ธันวาคม ๒๕๖๑
[๑] ราชกิจจานุเบกษา
เล่ม ๑๓๕/ตอนพิเศษ ๒๘๒ ง/หน้า ๑๘/๘ พฤศจิกายน ๒๕๖๑