法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต พ.ศ. 2551

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

พ.ศ.

๒๕๕๑[๑]

ตามที่ได้มีการประกาศใช้พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

(ฉบับที่ ๒๒) พ.ศ. ๒๕๔๗ เมื่อวันที่ ๒๔ ธันวาคม ๒๕๔๗

ทำให้เกิดหลักการและแนวทางปฏิบัติใหม่ขึ้นหลายประการ

โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับอำนาจหน้าที่ในการดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดกฎหมายที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรมสรรพสามิต

นอกจากนี้ ปัจจุบันได้มีการปรับปรุงโครงสร้างการบริหารงานของกรมสรรพสามิต

ตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง พ.ศ. ๒๕๕๑

และประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง

กำหนดและแบ่งส่วนราชการตามกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการกรมสรรพสามิต กระทรวงการคลัง พ.ศ.

๒๕๕๑ ลงวันที่ ๒๕ มกราคม พ.ศ. ๒๕๕๑

ดังนั้น

เพื่อให้การปฏิบัติเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีตามความในมาตรา ๔๔

ทวิแห่งพระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติสุรา

(ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๐ มาตรา ๕๔ แห่งพระราชบัญญัติยาสูบ พ.ศ. ๒๕๐๙ และมาตรา ๑๓๓

แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗ เป็นไปในแนวทางเดียวกัน

อธิบดีกรมสรรพสามิตจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

พ.ศ. ๒๕๕๑”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันออกประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. ๒๕๔๐ ลงวันที่ ๒๘ เมษายน พ.ศ. ๒๕๔๐ และระเบียบกรมสรรพสามิต

ว่าด้วยการเปรียบเทียบคดี พ.ศ. ๒๕๔๐ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๕๐ ลงวันที่ ๒๗ มิถุนายน

พ.ศ. ๒๕๕๐

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคำสั่งอื่นใด

ซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้ผู้อำนวยการสำนักกฎหมายเป็นผู้รักษาการตามระเบียบนี้

หากมีปัญหาเกี่ยวกับทางปฏิบัติหรือระเบียบนี้มิได้กำหนดทางปฏิบัติไว้

ให้รายงานให้กรมสรรพสามิตเป็นผู้วินิจฉัยชี้ขาด

หมวด

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ในระเบียบนี้

“กฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต”

หมายความว่า พระราชบัญญัติไพ่ พุทธศักราช ๒๔๘๖ พระราชบัญญัติสุรา พ.ศ. ๒๔๙๓ พระราชบัญญัติยาสูบ

พ.ศ. ๒๕๐๙ และพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

และให้หมายความรวมถึงกฎหมายอื่นที่บัญญัติให้อธิบดีกรมสรรพสามิตมีอำนาจเปรียบเทียบคดี

“ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี” หมายความว่า

อธิบดีกรมสรรพสามิต หรือผู้ที่ได้รับมอบหมายจากอธิบดี หรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายให้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

“คณะกรรมการเปรียบเทียบคดี” หมายความว่า

คณะกรรมการเปรียบเทียบคดี ตามมาตรา ๑๓๓ แห่งพระราชบัญญัติภาษีสรรพสามิต พ.ศ. ๒๕๒๗

“เจ้าหน้าที่ดำเนินคดี” หมายความว่า

ข้าราชการพลเรือนสังกัดกรมสรรพสามิต ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีมอบหมายให้มีหน้าที่สั่งคดีไปก่อน

“เจ้าพนักงานผู้จับกุม” หมายความว่า

ข้าราชการพลเรือนสังกัดกรมสรรพสามิต

ซึ่งได้รับแต่งตั้งให้มีอำนาจหน้าที่ในการจับกุมปราบปรามผู้กระทำผิดกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

และให้หมายความรวมถึงพนักงานฝ่ายปกครองหรือตำรวจตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

“การเปรียบเทียบคดี” หมายความว่า

การเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีหรือคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

และให้หมายความรวมถึงการอนุมัติเปรียบเทียบคดีของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีกรณีมีการสั่งคดีไปก่อน

เพื่อให้คดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

“การสั่งคดีไปก่อน” หมายความว่า

การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมดำเนินการให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

และไม่เกินกว่าความจำเป็นตามพฤติการณ์แห่งคดี เกี่ยวกับการจับกุม

การควบคุมตัวผู้ต้องหาให้เสร็จสิ้น

ก่อนที่จะนำคดีส่งให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เปรียบเทียบคดีทำการเปรียบเทียบคดี เว้นแต่เป็นคดีที่ผู้กระทำความผิดในความผิดที่สามารถเปรียบเทียบคดีได้มาพบเจ้าพนักงานกรมสรรพสามิต

ณ ที่ทำการ โดยไม่มีการจับกุม ซึ่งเป็นไปตามหลักเกณฑ์ที่กรมสรรพสามิตกำหนด

หมวด

หน่วยงานและสถานที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้หน่วยงานดังต่อไปนี้มีหน้าที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

๗.๑ สำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต

มีหน้าที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีในความผิดตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตได้ทั่วราชอาณาจักร

๗.๒

บรรดาความผิดตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตที่เกิดขึ้น

อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในท้องที่จังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานคร

ถ้าเกิดในท้องที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาใด

ให้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี ณ

สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขานั้น ๆ

กรณีมีการโอนคดีเนื่องจากตามลักษณะของความผิด

ฐานะของผู้กระทำผิด จำนวนผู้กระทำผิด ความรู้สึกของประชาชนส่วนมากแห่งท้องถิ่นนั้น

หรือเหตุผลอย่างอื่น ซึ่งไม่อาจจะส่งดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดียังหน่วยงานตามข้อ

๗.๒ ได้

หรือคดีที่มีความสำคัญหรือเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการอื่นซึ่งถือเป็นคดีสำคัญ

ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมอาจขออนุมัติจากอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อส่งดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

ณ ส่วนคดี สำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต

โดยให้มีอำนาจดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีได้ทั่วราชอาณาจักร

๗.๓

บรรดาความผิดตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตที่เกิดขึ้น

อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดขึ้นในท้องที่กรุงเทพมหานคร

ถ้าเกิดในท้องที่สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานครใดให้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

ณ สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานครนั้น ๆ

สำหรับสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๑ -

๕ ในระหว่างที่ยังมิได้มีการจัดตั้งสำนักงานแยกออกจากกรมสรรพสามิตและอาจจะยังไม่มีความพร้อมในการดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

รวมถึงการตรวจพิสูจน์และการเก็บรักษาของกลาง ก็ให้ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี ณ

ส่วนคดี สำนักกฎหมาย กรมสรรพสามิต ไปก่อนจนกว่าจะมีความพร้อมดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

ดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในสถานที่ตั้งปกติของสำนักงาน

ในกรณีที่มีความจำเป็นจะต้องเปรียบเทียบคดีให้เสร็จสิ้นโดยเร็วที่สุด

ให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมร้องขอต่อผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีในคดีนั้น ๆ

ให้ไปดำเนินการเปรียบเทียบคดีนอกสถานที่ตั้งปกติของสำนักงานได้ โดยให้ใช้สถานที่ของหน่วยงานราชการอื่น

หรือสถานที่อื่นเป็นสถานที่เปรียบเทียบคดี ทั้งนี้

ให้คำนึงถึงความเหมาะสมของสถานที่ด้วย

ให้อาคารสถานที่ที่ใช้ขนส่งผู้โดยสารภายในประเทศ

หรือผู้เดินทางระหว่างประเทศ ถือเป็นสถานที่ดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดีเขตพิเศษ

สำหรับการดำเนินคดีและเปรียบเทียบคดี

ตามวรรคสองและวรรคสามให้เป็นไปตามขั้นตอนปฏิบัติที่ระบุไว้ในหมวด ๓ โดยอนุโลม

หมวด

ขั้นตอนปฏิบัติในการเปรียบเทียบคดี

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตรวจสอบว่าเจ้าพนักงานผู้จับกุมปฏิบัติตามขั้นตอนเพื่อให้เป็นไปตามบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาโดยเฉพาะบทบัญญัติในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับการจับกุมเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่

หากยังปฏิบัติไม่ครบถ้วนให้แจ้งเจ้าพนักงานผู้จับกุมปฏิบัติให้ครบถ้วนต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ก่อนดำเนินการเปรียบเทียบคดี

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีตรวจสอบรายละเอียดแห่งคดี

บันทึกการจับกุม หรือบันทึกการตรวจค้น

หรือบันทึกอายัดของกลางรวมทั้งเอกสารหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องกับการจับกุม

และจำนวนของกลาง (ถ้ามี)

โดยเจ้าพนักงานผู้จับกุมมีหน้าที่ในการชี้แจงข้อเท็จจริงโดยละเอียด สำหรับของกลางให้ทำการตรวจพิสูจน์ตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

ในคดีที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีเห็นว่า เป็นกรณีที่ไม่อาจเปรียบเทียบคดีได้

หรือกรณีที่ไม่สมควรเปรียบเทียบคดี

หรือกรณีที่ผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบคดีแต่ไม่สามารถชำระเงินค่าปรับได้ภายในกำหนดเวลา

ก็ให้แจ้งเจ้าพนักงานผู้จับกุมส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

สำหรับกรณีที่ไม่สมควรเปรียบเทียบคดี

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีพิจารณาโดยคำนึงถึง

(๑)

การกระทำผิดตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตในกรณีนำเข้า ทำขาย ซื้อ

หรือมีไว้ในครอบครอง โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือมิได้เสียภาษี

(๒) เจตนาที่จะหลีกเลี่ยงภาษี

(๓) ลักษณะการกระทำผิด เช่น

กระทำความผิดเป็นกระบวนการมีผู้เกี่ยวข้องจำนวนมากมีการจัดตั้งนิติบุคคลหรือบุคคลเข้ามาดำเนินการในกิจการที่มีการหลีกเลี่ยงภาษี

(๔) จำนวนครั้งที่กระทำผิดบ่อยครั้งหรือกระทำผิดอยู่เป็นประจำ

เช่น ในรอบปี รอบเดือนใบอนุญาตหรือการขอนำเข้า

(๕)

พฤติการณ์อื่นที่แสดงให้เห็นว่าผู้กระทำผิดจงใจปฏิบัติอันเป็นการฝ่าฝืนต่อกฎหมาย

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การเปรียบเทียบคดี ให้ปฏิบัติตามขั้นตอน

ดังต่อไปนี้

๑๑.๑ ขั้นตอนการเปรียบเทียบคดีของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

๑)

กรณีดำเนินการเปรียบเทียบคดีโดยเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีสั่งคดีไปก่อนให้ดำเนินการ

ดังนี้

(๑)

การลงรับคดีและจัดทำคำร้องขอให้เปรียบเทียบคดี

ลงรับคดีในสมุดรับคำกล่าวโทษ

โดยให้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับคดี ได้แก่ ชื่อและตำแหน่งเจ้าพนักงานผู้จับกุม

ชื่อผู้ต้องหารวมทั้งอายุและภูมิลำเนา จำนวนของกลาง ข้อกล่าวหา

พฤติการณ์แห่งการกระทำผิด วันเวลาที่จับกุม สถานที่เกิดเหตุ

และลงลายมือชื่อของผู้กล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในฐานะผู้บันทึก ตามลำดับหากผู้ต้องหาเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตหรือจดทะเบียนตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

ให้ลงรายการดังกล่าวในสมุดรับคำกล่าวโทษ

และหากมีรายละเอียดอื่นใดที่จำเป็นเกี่ยวกับคดี ก็ให้บันทึกเพิ่มเติมไว้ด้วย

ชี้แจงให้ผู้ต้องหาเข้าใจถึงความผิดที่เกิดขึ้นว่าเป็นคดีที่ทำการเปรียบเทียบคดีได้

ถ้าผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบคดี

ก็ให้จัดทำคำร้องขอให้เปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

ตามแบบที่กรมสรรพสามิตกำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒) การรับเงินค่าปรับ

เมื่อลงรับคดีเสร็จแล้ว

ให้กำหนดจำนวนเงินค่าปรับตามฐานความผิดตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด

เมื่อผู้ต้องหาชำระเงินค่าปรับให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีออกใบเสร็จรับเงิน

โดยให้ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญที่ตอนล่างของใบเสร็จรับเงินและที่สำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นด้วย

เพื่อแสดงว่าผู้ต้องหาได้รับทราบและตรวจความถูกต้องแล้ว

พร้อมทั้งส่งมอบใบเสร็จรับเงินต้นฉบับให้แก่ผู้ต้องหารับไป

(๓) การจัดทำสำนวนคดี

ให้จัดทำบันทึกการเปรียบเทียบคดี

คำให้การผู้ต้องหาและบันทึกคำให้การของผู้กล่าวโทษ

ตามแบบที่กรมสรรพสามิตกำหนดท้ายระเบียบนี้

(๔) การขอความเห็นชอบและอนุมัติการเปรียบเทียบคดี

ให้เจ้าหน้าที่ดำเนินคดีจัดทำรายงานขออนุมัติการเปรียบเทียบคดีพร้อมเสนอสำนวนคดีผ่านผู้บังคับบัญชาตามลำดับชั้น

เพื่อให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีพิจารณาอนุมัติโดยไม่ชักช้า

ก่อนที่จะพิจารณาอนุมัติ

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีเสนอขอความเห็นชอบไปยังผู้บังคับบัญชาชั้นเหนือขึ้นไปอีกหนึ่งชั้น

ในกรณีที่จะต้องเสนอขอความเห็นชอบจากอธิบดี

ให้หน่วยงานที่สั่งคดีไปก่อน

ส่งรายงานขออนุมัติการเปรียบเทียบคดีและสำนวนคดีผ่านส่วนคดี สำนักกฎหมายโดยเร็ว

และให้ส่วนคดีมีหน้าที่เสนอขอความเห็นชอบพร้อมทั้งแจ้งผลให้หน่วยงานที่สั่งคดีไปก่อนดำเนินการอนุมัติการเปรียบเทียบคดีต่อไป

เมื่อได้รับคำสั่งอนุมัติให้เปรียบเทียบคดีแล้ว

ให้ดำเนินการตามคำสั่งและนำเงินค่าปรับส่งเป็นรายได้แผ่นดินตามระเบียบว่าด้วยการนั้นต่อไป

และให้ถือว่าวันที่ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีอนุมัติการเปรียบเทียบคดีเป็นวันที่คดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

๒) กรณีดำเนินการเปรียบเทียบคดีโดยผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีให้ดำเนินการ

ดังนี้

(๑)

การลงรับคดีและจัดทำคำร้องขอให้เปรียบเทียบคดี

ลงรับคดีในสมุดรับคำกล่าวโทษ

โดยให้บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับคดี ได้แก่ ชื่อและตำแหน่งเจ้าพนักงานผู้จับกุม

ชื่อผู้ต้องหารวมทั้งอายุและภูมิลำเนา จำนวนของกลาง ข้อกล่าวหา

พฤติการณ์แห่งการกระทำผิด วันเวลาที่จับกุม สถานที่เกิดเหตุ

และลงลายมือชื่อของผู้กล่าวหา ผู้ต้องหา ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีในฐานะผู้บันทึก

ตามลำดับหากผู้ต้องหาเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตหรือจดทะเบียนตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

ให้ลงรายการดังกล่าวในสมุดรับคำกล่าวโทษ

และหากมีรายละเอียดอื่นใดที่จำเป็นเกี่ยวกับคดี ก็ให้บันทึกเพิ่มเติมไว้ด้วย

ชี้แจงให้ผู้ต้องหาเข้าใจถึงความผิดที่เกิดขึ้นว่าเป็นคดีที่ทำการเปรียบเทียบคดีได้

ถ้าผู้ต้องหายินยอมให้เปรียบเทียบคดี

ก็ให้จัดทำคำร้องขอให้เปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

ตามแบบที่กรมสรรพสามิตกำหนดท้ายระเบียบนี้

(๒) การรับเงินค่าปรับ

เมื่อลงรับคดีเสร็จแล้ว

ให้กำหนดจำนวนเงินค่าปรับตามฐานความผิดตามหลักเกณฑ์ที่อธิบดีกำหนด

เมื่อผู้ต้องหาชำระเงินค่าปรับ ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีออกใบเสร็จรับเงิน

โดยให้ผู้ต้องหาลงลายมือชื่อไว้เป็นสำคัญที่ตอนล่างของใบเสร็จรับเงินและที่สำเนาใบเสร็จรับเงินนั้นด้วย

เพื่อแสดงว่าผู้ต้องหาได้รับทราบและตรวจความถูกต้องแล้ว

พร้อมทั้งส่งมอบใบเสร็จรับเงินต้นฉบับให้แก่ผู้ต้องหารับไป

(๓) การจัดทำสำนวนคดี

ให้จัดทำบันทึกการเปรียบเทียบคดี

คำให้การผู้ต้องหาและบันทึกคำให้การของผู้กล่าวโทษ

ตามแบบที่กรมสรรพสามิตกำหนดท้ายระเบียบนี้

๑๑.๒

ขั้นตอนการเปรียบเทียบคดีของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

เมื่อหน่วยงานที่มีหน้าที่เปรียบเทียบคดีได้รับคดีที่อยู่ในอำนาจการเปรียบเทียบคดีของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

และผู้ต้องหาร้องขอให้เปรียบเทียบคดี ซึ่งผู้ต้องหาอาจถูกควบคุมตัว

หรือได้รับการปล่อยชั่วคราวตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

ให้ดำเนินการตามขั้นตอนการลงรับคดีของผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีโดยอนุโลม

และส่งของกลาง (ถ้ามี) ไปทำการตรวจพิสูจน์ตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

แล้วจึงดำเนินการ ดังนี้

๑) การลงมติของคณะกรรมการเปรียบเทียบคดี

ให้หน่วยงานดังกล่าวจัดทำหนังสือเชิญคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีเพื่อประชุมลงมติให้แล้วเสร็จโดยไม่ชักช้า

เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีมติอย่างไร ให้มีหนังสือแจ้งผลการลงมติดังกล่าวให้ผู้ต้องหาทราบ

โดยส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนตอบรับ

๒) การชำระเงินค่าปรับ

เมื่อคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีมีมติให้เปรียบเทียบคดีโดยกำหนดจำนวนเงินค่าปรับแล้ว

ให้ผู้ต้องหาชำระเงินค่าปรับแก่หน่วยงานดังกล่าวข้างต้น ตามจำนวนที่กำหนดภายใน ๓๐

วันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งผลการลงมติ

และให้ถือว่าคดีอาญาเลิกกันตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญาในวันที่ผู้ต้องหาชำระเงินค่าปรับ

หากผู้ต้องหาไม่ชำระเงินค่าปรับภายในกำหนดเวลา

หรือกรณีคณะกรรมการเปรียบเทียบคดีเห็นว่าไม่สมควรเปรียบเทียบคดี ให้หน่วยงานที่รับคดีส่งเรื่องให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ คดีที่ยังไม่ได้ตัวผู้กระทำผิด

ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแจ้งให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมทำเรื่องส่งให้พนักงานสอบสวนเพื่อทำการสืบสวนหาตัวผู้กระทำผิดส่วนของกลางให้ผู้มีหน้าที่รักษาของกลางเก็บรักษาไว้

เมื่อได้ตัวผู้กระทำผิดมาแล้วถ้าเป็นคดีที่เห็นว่าอยู่ในอำนาจเปรียบเทียบคดีได้

ก็ให้นำสำนวนคดีมาเปรียบเทียบคดีต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ในการรับเงิน

การหักจ่ายเป็นเงินสินบนและหรือเงินรางวัลให้แก่ผู้มีสิทธิได้รับการเก็บรักษาเงิน

และการนำเงินค่าปรับในการเปรียบเทียบคดีส่งคลังให้ถือปฏิบัติตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

หมวด

การจัดการของกลางในคดี

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ ในการเปรียบเทียบคดีที่มีของกลางซึ่งกฎหมายบัญญัติให้ศาลต้องริบ

หรือในกรณีของกลางที่ศาลอาจสั่งริบ หรือผู้ต้องหายินยอมยกให้เป็นของกรมสรรพสามิต

ให้ดำเนินการกับของกลางดังกล่าวตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ สำหรับของกลางที่ต้องคืนแก่ผู้ต้องหาหรือเจ้าของ

ถ้าการคืนของกลางนั้นจะต้องมีการเสียภาษีหรือนำเครื่องหมายอย่างหนึ่งอย่างใดมาปิดไว้กับของกลาง

เพื่อแสดงเป็นหลักฐานว่าได้เสียภาษีโดยถูกต้องแล้ว ให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดีแจ้งกำหนดเวลาให้ผู้ต้องหาเสียภาษี

โดยจัดทำบันทึกให้ผู้ต้องหารับทราบและลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐาน

และให้เจ้าพนักงานผู้จับกุมมีหน้าที่ดำเนินการให้ผู้ต้องหาเสียภาษีให้ครบถ้วนต่อไป

แล้วส่งหลักฐานการเสียภาษีดังกล่าวให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดี

หรือเจ้าหน้าที่ดำเนินคดี

เพื่อแจ้งให้เจ้าหน้าที่ที่มีหน้าที่เก็บรักษาของกลางคืนของกลางแก่ผู้ต้องหาต่อไป

หากผู้มีหน้าที่เสียภาษีสำหรับของกลางตามวรรคแรกไม่ยอมชำระภาษีภายในระยะเวลาที่กำหนดให้ผู้มีอำนาจเปรียบเทียบคดีแจ้งให้ผู้เก็บรักษาของกลางทราบ

เพื่อดำเนินการตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

หมวด

การรายงานและการควบคุม

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ให้หน่วยงานที่มีหน้าที่เปรียบเทียบคดี

จัดทำงบเดือนรายงานผลคดี (ส.ส.2/55) ตามแบบท้ายระเบียบ ดังนี้

๑๖.๑ ในกรุงเทพมหานคร

ในระหว่างที่ยังมิได้มีการจัดตั้งสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ๑ - ๕

แยกออกจากกรมสรรพสามิต ให้สำนักกฎหมายจัดทำงบเดือนรายงานผลคดี (ส.ส.2/55)

ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนเสนอกรมสรรพสามิตทราบ ทั้งนี้

ให้สำเนาส่งสำนักตรวจสอบป้องกันและปราบปราม และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ

เพื่อเก็บรวบรวมไว้เป็นสถิติคดีต่อไป

๑๖.๒ ในเขตจังหวัดอื่น

ให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาแต่ละแห่งจัดทำงบเดือนรายงานผลคดี (ส.ส.2/55)

ที่เกิดขึ้นในแต่ละเดือนพร้อมทั้งรายงานสำนวนการเปรียบเทียบคดีส่งสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ที่ทำหน้าที่กำกับดูแล

ภายในวันที่ ๕ ของเดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ เมื่อสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ได้รับงบเดือนรายงานผลคดีประจำเดือน

และสำนวนการเปรียบเทียบคดีจากสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่รับผิดชอบ

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ได้รวบรวมผลคดีและสำนวนการเปรียบเทียบคดีในส่วนที่ทำการเปรียบเทียบคดีเอง

แล้วแต่กรณี ก็ให้บันทึกลงในสมุดสารบบคดีและตรวจสอบความถูกต้องของสำนวนการเปรียบเทียบคดี

และเก็บรักษาไว้ต่อไป

ให้สำนักงานสรรพสามิตพื้นที่รวบรวมผลคดีตามวรรคแรก

แล้วจัดทำงบเดือนรายงานผลคดี (ส.ส.2/55) ส่งสำนักงานสรรพสามิตภาคที่รับผิดชอบ

ภายในวันที่ ๑๕ ของเดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้สำนักงานสรรพสามิตภาค รวบรวมจัดทำรายงานสถิติคดีผู้กระทำผิดตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิตแต่ละฉบับของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ทุกพื้นที่ภายในภาค

เช่น จำนวนคดี จำนวนเงินค่าปรับ จำนวนเงินสินบนและเงินรางวัล จำนวนเงินส่งคลัง

จำนวนของกลางพร้อมทั้งรายละเอียดอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งปัญหาและอุปสรรคหรือข้อเสนอแนะ

(ถ้ามี) ส่งกรมสรรพสามิต ภายในวันที่ ๒๐ ของเดือนที่ได้รับงบเดือน

โดยให้สำนักกฎหมาย และศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ

จัดทำรวบรวมสถิติคดีของทุกภาคไว้เพื่อเป็นข้อมูล

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ให้สำนักกฎหมาย

หรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แล้วแต่กรณี รับผิดชอบในการเก็บรักษาสำนวนการเปรียบเทียบคดีที่เสร็จคดีไว้ภายในอายุความ

เมื่อพ้นกำหนดอายุความให้ขออนุญาตทำลายตามระเบียบว่าด้วยการนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ให้สรรพสามิตพื้นที่ควบคุม กำกับดูแลการเปรียบเทียบคดีของสำ

นักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่รับผิดชอบ ให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง

โดยให้ตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่รับผิดชอบปีละสองครั้งและบันทึกการตรวจไว้เป็นหลักฐาน

แล้วรายงานผลการตรวจให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ให้ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาคควบคุม

กำกับดูแลการเปรียบเทียบคดีของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่และสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่สาขาที่รับผิดชอบให้เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและถูกต้อง

โดยให้ตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบ คดีของหน่วยงานนั้น ๆ ปีละหนึ่งครั้ง

(โดยการสุ่มตรวจ) และบันทึกการตรวจไว้เป็นหลักฐานแล้วรายงานผลการตรวจให้อธิบดีเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้สำนักกฎหมาย

มีอำนาจหน้าที่ในการให้คำแนะนำ

และออกตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีของหน่วยงานที่ทำการเปรียบเทียบคดีทุกแห่งโดยให้สุ่มตรวจพื้นที่อย่างน้อยภาคละหนึ่งครั้งในแต่ละปี

พร้อมทั้งสรุปผลการตรวจการปฏิบัติงานเกี่ยวกับการเปรียบเทียบคดีของสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่และสำนักงานสรรพสามิตภาค

แล้วรายงานผลการตรวจให้อธิบดีเพื่อทราบต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ กรณีหน่วยงานที่มีหน้าที่เปรียบเทียบคดีได้ดำเนินคดีหรือเปรียบเทียบคดี

เฉพาะคดีสำคัญ เช่น คดีที่มีของกลางจำนวนมาก

มูลค่าของกลางตั้งแต่หนึ่งล้านบาทขึ้นไป หรือคดีที่มีการต่อสู้คดี

หรือคดีที่อยู่ในความสนใจของประชาชนจำนวนมาก เป็นต้น

ให้หน่วยงานดังกล่าวรายงานสรุปรายละเอียดเกี่ยวกับคดีให้กรมสรรพสามิตทราบโดยเร็ว

และให้ส่วนคดี สำนักกฎหมาย มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการตรวจสอบข้อเท็จจริง

พร้อมทั้งติดตามคดีอย่างใกล้ชิด โดยให้คำแนะนำปรึกษาหรือดำเนินการเกี่ยวกับคดี

เพื่อให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพต่อไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๑๗ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๕๑

สุรพล

สุประดิษฐ์

รองอธิบดี

รักษาการในตำแหน่ง

ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี

ปฏิบัติราชการแทน

อธิบดีกรมสรรพสามิต

[เอกสารแนบท้าย]

๑. คำร้องขอให้เปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต

๒. รายงานขออนุมัติการเปรียบเทียบคดี

๓. แบบขออนุมัติ

1 (กรณีเป็นอำนาจเปรียบเทียบของ นิติกร 8 ว ส่วนคดี สกม./จบ.สส.7 ฝ่ายกฎหมาย

สสพ./สรรพสามิตพื้นที่สาขา)

๔. แบบขออนุมัติ

2 (กรณีเป็นอำนาจเปรียบเทียบของ นิติกร 8 ส่วนคดี สกม./สรรพสามิตพื้นที่)

๕. แบบขออนุมัติ

3 (กรณีเป็นอำนาจเปรียบเทียบของ

ผู้อำนวยการสำนักกฎหมาย/ผู้อำนวยการสำนักงานสรรพสามิตภาค)

๖. กรมสรรพสามิต

บันทึกการเปรียบเทียบคดี............................(ส.ส. ๒/๕๒)

๗. กรมสรรพสามิต

บันทึกคำให้การของผู้ต้องหา (ส.ส. ๒/๕๓)

๘. กรมสรรพสามิต

คำให้การของผู้กล่าวโทษ (ส.ส. ๒/๕๔)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ปริยานุช/ผู้จัดทำ

๑๓

มกราคม ๒๕๕๒

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๖/ตอนพิเศษ ๓ ง/หน้า ๑/๘ มกราคม ๒๕๕๒

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสรรพสามิตว่าด้วยการเปรียบเทียบคดีตามกฎหมายในหน้าที่กรมสรรพสามิต พ.ศ. 2551 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7748dd5668084db4

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com