ข้อ ๔
ผลการพิจารณาความเสียหาย
คณะกรรมการได้วินิจฉัยความเสียหายเบื้องต้นตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดตามมาตรา
๑๙ มาตรา ๒๐ และมาตรา ๒๑
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยพิจารณาจากข้อมูลตามแบบสอบถามที่ได้รับจากอุตสาหกรรมภายในจำนวน ๑ ราย คือ
บริษัท บางกอกคริสตัล จำกัด และผู้นำเข้าจำนวน ๑ ราย คือ บริษัท เวสเทิร์น เดคอร์
คอร์เปอเรชั่น จำกัด รวมทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งออกในสาธารณรัฐเช็กจำนวน ๑ ราย คือ
บริษัท Vitrablok K.S. ซึ่งให้ความร่วมมือตอบแบบสอบถามครบถ้วน
โดยข้อมูลที่ใช้ในการพิจารณา คือ ข้อมูลในช่วง ๓ ปีย้อนหลัง (ปี ๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๔๙)
โดยช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด คือ ตั้งแต่วันที่ ๑ ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๙
ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๕๐
และช่วงเวลาเดียวกันก่อนช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด คือ ตั้งแต่วันที่ ๑
ตุลาคม พ.ศ. ๒๕๔๘ ถึงวันที่ ๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๙
ผลการพิจารณาความเสียหายเบื้องต้น
ปรากฏว่ามีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑) ดังนี้
๔.๑
ปริมาณของสินค้าทุ่มตลาดและผลของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาของสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
๔.๑.๑
ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาด
จากสถิติของกรมศุลกากรพบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐเช็กเพิ่มสูงขึ้นในช่วงปี
๒๕๔๗ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๑๓
เป็นร้อยละ ๓๗.๗๖ ในขณะที่ปริมาณนำเข้าจากประเทศอื่นรวมกันมีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ
๘๗ เป็นร้อยละ ๖๒.๒๔ ในช่วงระยะเวลาเดียวกัน
๔.๑.๒
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่อราคาสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดภายในประเทศ
การทุ่มตลาดทำให้เกิดผลกระทบต่อราคาสินค้าดังกล่าวของอุตสาหกรรมภายใน
ในลักษณะการตัดราคา การกดราคา และการยับยั้งการขึ้นราคา
โดยสินค้าจากสาธารณรัฐเช็กมีการขายตัดราคาระหว่างร้อยละ ๘ ถึงร้อยละ ๒๕ ระหว่างปี
๒๕๔๗ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด และมีการกดราคา
โดยพบว่าราคาขายของอุตสาหกรรมภายในลดต่ำลง
เนื่องจากการแข่งขันกับราคาสินค้าทุ่มตลาด ตั้งแต่ปี ๒๕๔๙
จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
และจากการเปรียบเทียบราคาขายกับต้นทุนขายของอุตสาหกรรมภายในพบว่ามีการขายต่ำกว่าต้นทุนขายระหว่างปี
๒๕๔๘ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
แสดงให้เห็นถึงผลกระทบด้านราคาในลักษณะยับยั้งการขึ้นราคาไม่ให้สูงกว่าต้นทุน
๔.๒
ผลกระทบของการทุ่มตลาดที่มีต่ออุตสาหกรรมภายใน
ยอดจำหน่าย
อุตสาหกรรมภายในมียอดจำหน่ายเพิ่มขึ้นระหว่างปี
๒๕๔๗ ถึงช่วงระยะเวลาการ ไต่สวนการทุ่มตลาด
กำไร
อุตสาหกรรมภายในอยู่ในภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่อง
เนื่องจากไม่สามารถเพิ่มราคาขายเพื่อทำกำไรได้
ผลผลิต
อุตสาหกรรมภายในมีผลผลิตเพิ่มขึ้นระหว่างปี
๒๕๔๗ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ส่วนแบ่งตลาด
อุตสาหกรรมภายในมีส่วนแบ่งการตลาดเพิ่มขึ้นระหว่างปี
๒๕๔๗ ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ความสามารถในการผลิต
เมื่อพิจารณาจากอัตราของผลผลิตที่ได้เทียบกับวัตถุดิบที่ใช้
พบว่าความสามารถในการผลิตของอุตสาหกรรมภายในลดลงในปี ๒๕๔๙
และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ผลตอบแทนการลงทุน
อุตสาหกรรมภายในมีผลตอบแทนการลงทุนติดลบตลอดช่วงปี
๒๕๔๗ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การใช้กำลังการผลิต
การใช้กำลังการผลิตของอุตสาหกรรมภายในในช่วงปี
๒๕๔๗ ถึงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดมีแนวโน้มลดลง
ราคาสินค้าภายในประเทศ
ระหว่างปี
๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๔๘
อุตสาหกรรมภายในไม่สามารถเพิ่มราคาขายให้สอดคล้องกับต้นทุนขายที่เพิ่มขึ้น
และแม้ว่าในปี ๒๕๔๙ จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดต้นทุนขายจะลดลงก็ตาม
แต่ราคาขายของอุตสาหกรรมภายในกลับลดลงในสัดส่วนที่สูงกว่าการลดลงของต้นทุนขาย
และมีการขายต่ำกว่าต้นทุนขาย ตั้งแต่ปี ๒๕๔๘
จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
กระแสเงินสด
อุตสาหกรรมภายในมีกระแสเงินสดติดลบในปี
๒๕๔๘ และติดลบเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี ๒๕๔๙
จนถึงในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
สินค้าคงคลัง
สินค้าคงคลังลดลงเล็กน้อยในปี
๒๕๔๘ แต่กลับเพิ่มขึ้นอย่างมากตั้งแต่ปี ๒๕๔๙
จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
การจ้างงาน
พิจารณาจากจำนวนแรงงาน
อุตสาหกรรมภายในมีการจ้างแรงงานเพิ่มขึ้นตั้งแต่ปี ๒๕๔๙
ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ค่าจ้างแรงงาน
อัตราค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยต่อเดือนในปี
๒๕๔๙ ลดลงเล็กน้อย แต่กลับเพิ่มขึ้นในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
อัตราการเจริญเติบโต
พิจารณาจากปริมาณการขายภายในประเทศ
อุตสาหกรรมภายในมีอัตราการเจริญเติบโตเพิ่มขึ้นในช่วงปี ๒๕๔๗
จนถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ซึ่งเป็นผลจากการที่อุตสาหกรรมภายในลดราคาลงเพื่อให้สามารถแข่งขันกับสินค้าทุ่มตลาดได้
ความสามารถในการเพิ่มทุนหรือการลงทุน
ตัวเลขการขาดทุนที่สะสมและผลตอบแทนการลงทุนที่ติดลบแสดงให้เห็นว่าอุตสาหกรรมภายในไม่มีความสามารถในการเพิ่มทุน
ความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
มีความสัมพันธ์ระหว่างปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดกับส่วนเหลื่อมการทุ่มตลาด
โดยมีอัตราการทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐเช็กร้อยละ ๙๓.๖๗ ของราคา ซี.ไอ.เอฟ. ซึ่งการทุ่มตลาดจากประเทศดังกล่าวส่งผลให้การนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากสาธารณรัฐเช็ก
มีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจากร้อยละ ๑๓ ในปี ๒๕๔๗ เป็นร้อยละ ๓๗.๗๖
ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
๔.๓
การพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ ที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
๔.๓.๑
ปริมาณการนำเข้าสินค้าชนิดเดียวกันจากประเทศอื่น
จากสถิติกรมศุลกากร
พบว่าปริมาณการนำเข้าสินค้าบล็อกแก้วจากประเทศอื่นรวมกันเมื่อเทียบกับปริมาณการนำเข้าจากสาธารณรัฐเช็ก
มีสัดส่วนลดลงจากร้อยละ ๘๗ ในปี ๒๕๔๗ เป็นร้อยละ ๖๒.๒๔
ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
๔.๓.๒
ความต้องการใช้ภายในประเทศ
ความต้องการใช้สินค้าบล็อกแก้วภายในประเทศเพิ่มขึ้นในช่วงปี
๒๕๔๗ ถึงปี ๒๕๔๙ และแม้ว่าในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด
ความต้องการใช้ภายในประเทศจะลดลง แต่ปริมาณการขายของอุตสาหกรรมภายในกลับเพิ่มขึ้น
ดังนั้น ความเสียหายที่เกิดขึ้นจึงมิได้มีสาเหตุมาจากการหดตัวของตลาดหรือการลดลงของอุปสงค์
จากการพิจารณาข้างต้นสรุปได้ว่า
มีความเสียหายอย่างสำคัญที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๑๙ (๑)
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ เนื่องจาก
(๑)
ปริมาณการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐเช็กเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ
(๒)
มีผลกระทบต่อราคาของอุตสาหกรรมภายใน โดยมีการขายตัดราคา กดราคา
และยับยั้งการขึ้นราคา
(๓)
มีผลกระทบต่อสถานะของอุตสาหกรรมภายใน
ซึ่งจากการพิจารณาปัจจัยที่บ่งบอกเกี่ยวกับสภาพทางเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมภายใน ปรากฏว่าอุตสาหกรรมภายในได้รับผลกระทบจากการที่ไม่สามารถขึ้นราคาได้
แต่กลับต้องจำหน่ายสินค้าในราคาต่ำกว่าทุนส่งผลต่อความสามารถในการทำกำไร
ทำให้อุตสาหกรรมภายในอยู่ในภาวะขาดทุนอย่างต่อเนื่องโดยมีผลตอบแทนจากการลงทุนและกระแสเงินสดเป็นลบ
(๔)
มีความสัมพันธ์ระหว่างการทุ่มตลาดและความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายในตามมาตรา ๒๑
แห่งพระราชบัญญัติการตอบโต้การทุ่มตลาดและการอุดหนุนซึ่งสินค้าจากต่างประเทศ พ.ศ.
๒๕๔๒ โดยในช่วงปี ๒๕๔๗
ถึงช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาดสัดส่วนการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐเช็กเพิ่มขึ้น
คือ จากร้อยละ ๑๓ ในปี ๒๕๔๗ เพิ่มขึ้นเป็นร้อยละ ๓๗.๗๖
ในช่วงระยะเวลาการไต่สวนการทุ่มตลาด โดยมีการทุ่มตลาดในอัตราร้อยละ ๙๓.๖๗ ของราคา
ซี.ไอ.เอฟ. และเมื่อพิจารณาปัจจัยอื่น ๆ
ที่อาจก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน อันได้แก่
ปริมาณและราคาสินค้านำเข้าจากประเทศอื่น ๆ พบว่าปริมาณการนำเข้าจากประเทศอื่น ๆ
มีสัดส่วนที่ลดลง
และมีราคาที่นำเข้าจากประเทศอื่นสูงกว่าราคาที่นำเข้าจากสาธารณรัฐเช็ก ดังนั้น
ปัจจัยอื่น ๆ เหล่านี้จึงมิใช่ปัจจัยที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่ออุตสาหกรรมภายใน
สรุปได้ว่าความเสียหายที่เกิดแก่อุตสาหกรรมภายในเกิดจากการนำเข้าสินค้าทุ่มตลาดจากสาธารณรัฐเช็ก