法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศเลื่อนกรมตั้งพระองค์เจ้าและตั้งเจ้าพระยา

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
1
มาตรา ทั้งฉบับ

ประกาศเลื่อนกรมตั้งพระองค์เจ้าและตั้งเจ้าพระยา

ประกาศเลื่อนกรมตั้งพระองค์เจ้าและตั้งเจ้าพระยา[๑]

ศุภมัสดุ พระพุทธสาสนกาลเปนอดีตภาค ๒๔๖๔ พรรษา ปัตยุบันกาล

กุกกุฎะสังวัจฉร พฤศจิกายนมาศ เอกาทศมสุรทิน ศุกรวาร โดยกาลกำหนด

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ

เอกอัครมหาบุรุษบรมนราธิราช พินิตประชานารถมหาสมมตวงษ์ อติศัยพงษ์วิมลรัตน์

วรขัตติยราชนิกโรดม จาตุรันตบรมมหาจักรพรรดิราชสังกาศ อุภโตสุชาตสังสุทธเคราะหณี

จักรีบรมนารถ จุฬาลงกรณราชวรางกูร บรมมกุฎนเรนทรสูร สันตติวงษวิสิษฐสุสาธิตบุรพาธิการ

อดุลยกฤษฎาภินิหารอติเรกบุญฤทธิ์ ธัญลักษณวิจิตรโสภาคยสรรพางค์ มหาชโนตตะมางคประณต

บาทบงกชยุคลประสิทธิสรรพศุภผล อุดมบรมสุขุมาลย์ ทิพยเทพาวตารไพศาล

เกียรติคุณอดุลยพิเศษสรรพเทเวศรานุรักษ์ บุริมศักดิสมญาเทพทวาราวดี

ศรีมหาบุรุษสุตสมบัติ เสนางคนิกรรัตนอัศวโกศลประพนธปรีชา มัทวสมาจาร

บริบูรณ์คุณสารสยามาทินคร วรุตเมกราชดิลก มหาปริวารนายกอนันต มหันตวรฤทธิเดชสรรพวิเศษศิรินธร

บรมชนกาดิศรสมมต ประสิทธิวรยศมโหดม บรมราชสมบัติ นพปฎลเสวตรฉัตราดิฉัตร์ ศิริรัตโนปลักษณมหาบรมราชาภิเศกาภิสิต

สรรพทศทิศวิชิตไชย สกลมไหศวริยมหาสวามินทร์ มเหศวรมหินทรมหารามาธิราชวโรดม

บรมนารถชาติอาชาวไศรย์ พุทธาทิไตรรัตนสรณารักษ์ อดุลยศักดิอรรคนเรศราธิบดี เมตตากรุณาสีตลหฤไทย

อโนปไมยบุญการ สกลไพศาลมหารัษฎาธิเบนทร์ ปรเมนทรธรรมิกมหาราชาธิราช บรมนารถบพิตร์ พระมงกุฎเกล้า

เจ้าอยู่หัว

ทรงพระราชดำริห์ว่า พระเจ้าบรมวงศ์เธอ

กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ เปนผู้ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณในสมเด็จพระบรมชนกาธิราช

พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดี ศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

ในตำแหน่งสำคัญมาแล้วหลายตำแหน่ง กล่าวคือ จัดราชการพระคลังเปนต้น

ก็ได้ทรงรับราชการสนองพระเดชพระคุณให้ราชการดำเนิน เจริญยิ่งขึ้น

และเปนคุณประโยชน์สมพระราชประสงค์ ดังมีข้อความปรากฎอยู่ในประกาศ เมื่อ

ครั้งทรงรับพระสุพรรณบัฏเปนพระเจ้าน้องยาเธอกรมหมื่นนั้นแล้ว

อีกทั้งได้ทรงรับราชการพิเศษอย่างอื่น ๆ ในรัชกาลของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกนาถหลายคราวต่อนั้นมาโดยสำเร็จสมพระราชประสงค์

ในส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราวุธ

พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ก็ได้ทรงคุ้นเคยมาแต่ยังทรงพระเยาว์

ทรงตระหนักพระราชหฤทัยในความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทโดยมั่นคง บัดนี้พระเจ้าบรมวงศ์เธอ

กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ ก็มีพระชนมายุกาลมากอยู่แล้ว สมควรที่จะทรงยกย่องพระเกียรติยศให้ใหญ่ยิ่งขึ้น

จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้เลื่อน พระเจ้าบรมวงศ์เธอ

กรมหมื่นนราธิปประพันธ์พงศ์ ขึ้นเปนกรมพระ มีพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่า

พระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมพระนราธิปประพันธ์พงศ์ มกุฏวงศ์นฤบดี มหากวีนิพันธนวิจิตร

ราชโกษาธิกิจจิรุปการ บรมนฤบาลมหาสวามิภักดิ์ ขัตติยศักดิ์อดุลพหุลกัลยาณวัตร

ศรีรัตนไตรย์คุณาลงกรณ์ นรินทรบพิตรนาคนาม ให้ทรงศักดินา ๑๕๐๐๐

ตามพระราชกำหนดอย่างพระองค์เจ้าต่างกรม ในพระบรมมหาราชวัง จงทรงเจริญพระชนมายุ

พรรณ สุข พลปฏิภาณ คุณสารสมบัติ สรรพศิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล วิบุลยศุภผลสกลเกียรติยศเดชานุภาพมโหฬารทุกประการ

เจ้ากรมเปนพระนราธิปประพันธ์พงศ์ ถือศักดินา ๘๐๐

ให้ทรงเลื่อน ปลัดกรมเปนหลวงจำนงนรินทรรักษ์

ถือศักดินา ๖๐๐

สมุหบาญชีเปนขุนพลพรรคปริมาณ ถือศักดินา ๔๐๐

ให้ผู้ซึ่งได้เลื่อนบรรดาศักดิ์ทั้ง ๓ นี้ ทำราชการในหลวงแลในกรมตามอย่างธรรมเนียม

เจ้ากรม ปลัดกรม สมุหบาญชี ในพระองค์เจ้าต่างกรมทั้งปวงสืบไป

ให้มีสุขสวัสดิ์เจริญเทอญฯ

อนึ่งทรงพระราชดำริห์ว่า หม่อมเจ้าคำรบ

ผู้เปนพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมขุนวรจักรธรานุภาพ

ได้ศึกษาวิชาการทหารในโรงเรียนนายร้อยทหารบก จนสอบไล่ได้ตามหลักสูตรของโรงเรียนแล้ว

จึงเข้ารับราชการทหารเริ่มแต่มียศเปนว่าที่นายร้อยตรี ทหารบกประจำกรมทหารน่าราบที่

๔ เมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๓๓ แลรับราชการน่าที่ต่าง ๆ ใน กรมทหารบก คือ เปนผู้บังคับกองร้อยพิเศษกรมทหารปืนใหญ่ที่

๑ รักษาพระองค์ แลเปนผู้บังคับกองร้อยที่ ๑ กรมทหารฝีพายราบที่ ๓

แล้วได้เปนนายเวรพิเศษประจำพระองค์ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช

เมื่อทรงดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการกรมยุทธนาธิการ แลคงรับราชการอยู่ในกรมยุทธนาธิการในน่าที่ต่าง

ๆ ต่อมา ด้วยความอุตสาหะแลปรีชาสามารถในราชการทหาร ได้รับพระราชทานเลื่อนยศขึ้นโดยลำดับ

จนถึงตำแหน่งนายพันโทแลเปนผู้บังคับการกรมทหารปืนใหญ่ที่ ๑ รักษาพระองค์

ครั้นเมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๔๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าคำรบ

เปนนายพันเอก ออกไปจัดการเริ่มตั้งกองทหารบกในมณฑลนครสวรรค์ เปนผู้บัญชาการทหารบกกองพลที่

๖ ได้รับพระราชทานเลื่อนยศขึ้นเปนนายพลตรี ในปีพระพุทธศักราช ๒๔๔๙ ครั้นปีพระพุทธศักราช

๒๔๕๒ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนผู้บัญชาการทหารบกกองพลที่ ๙ มณฑลปราจิณบุรี

หม่อมเจ้าคำรบได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณในรัชกาลที่ ๕ ตามตำแหน่งที่ได้เลื่อนขึ้นโดยลำดับเรียบร้อยได้ราชการดี

เปนที่พอพระราชหฤทัยในพระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์

พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวตลอดมา

ส่วนในรัชกาลปัตยุบันนี้

เมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๔ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าคำรบรับราชการในตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกกองพลที่

๗ มณฑลพิศณุโลก เปนแม่ทัพกองทัพที่ ๒ ประจำรับราชการอยู่ ณ มณฑลพิศณุโลก

ครั้นปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนราชองครักษ์พิเศษ

แลรับราชการเปนผู้ช่วยเสนาบดีกระทรวงมหาดไทย ในพแนกกรมตำรวจภูธร ปีพระพุทธศักราช

๒๔๕๘ ได้รับพระราชทานเลื่อนยศเปน นายพลโท ในปีนี้โปรดเกล้าฯ ให้ย้ายกรมตำรวจภูธรจากกระทรวงมหาดไทย มาสมทบกับกรมตำรวจพระนครบาล

รวมเปน

กรมเดียวกัน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าคำรบเปน

อธิบดีกรมตำรวจพระนครบาล แลตำรวจภูธรต่อมา เมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๖๐

ประเทศสยามได้ประกาศสงครามกับประเทศเยอรมนีแลออสเตรีย ฮังการี หม่อมเจ้าคำรบได้บัญชาการตำรวจพระนครบาลจับชนชาติศัตรูด้วยความเรียบร้อย

แลในระหว่างที่หม่อมเจ้าคำรบ รับราชการอยู่ในตำแหน่งอธิบดีกรมตำรวจภูธร

ได้มีความอุตสาหะออกตรวจราชการแลช่วยจัดการเสือป่าแลลูกเสือในหัวเมืองฝ่ายเหนือเปนที่เรียบร้อยเปนอันมาก

นับว่าเปนความชอบพิเศษอีกส่วนหนึ่ง ส่วนราชการในพระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้หม่อมเจ้าคำรบเปนองคมนตรี เมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๘

แลพระราชทานยศเปนพระตำรวจตรีพิเศษในกรมพระตำรวจหลวงรักษา พระองค์

เมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๖๑ นั้นด้วย

ตามที่หม่อมเจ้าคำรบ ได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณมาในรัชกาลที่

๕ ก็ดี ในรัชกาลปัตยุบันนี้ก็ดี ด้วยความปรีชาสามารถประกอบด้วยความอุตสาหะวิริยภาพ

แลความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาท

เปนที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัยสมควรทรงยกย่องสถาปนาไว้ในตำแหน่งพระวรวงศ์เธอ

พระองค์เจ้า เพื่อเปนพยานแห่งความไว้วางพระราชหฤทัย แลเปนที่ เชิดชูพระเกียรติยศแห่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ

กรมขุนวรจักรธรานุภาพ อีกพระองค์หนึ่ง

จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนา

หม่อมเจ้าคำรบขึ้นเปนพระองค์เจ้า มีคำนำพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่าพระวรวงศ์เธอ

พระองค์เจ้าคำรบ พยัคนาม ทรงศักดินา ๓๐๐๐ ตามพระราชกำหนดอย่างพระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้านั้น

จงเจริญพระชนมายุ พรรณ สุข พล ปฏิภาณ คุณสารสมบัติ สรรพศิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล

ทุกประการ เทอญฯ

อนึ่งทรงพระราชดำริห์ว่า หม่อมเจ้าเณร

ผู้เปนพระโอรสในพระเจ้าบรมวงศ์เธอ กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ ได้ศึกษาวิชาการในโรงเรียนพระตำหนักสวนกุหลาบ

ครั้นเมื่อสำเร็จ การศึกษาแล้วในปีพระพุทธศักราช ๒๔๑๙ สมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช

เจ้าฟ้ามหาวชิรุณหิต ทรงพระผนวชเปนสามเณร หม่อมเจ้าเณรได้ตามเสด็จไปสนองพระเดชพระคุณอยู่

ณ วัดบวรนิเวศวิหาร ครั้นเมื่อสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราชลาพระผนวชแล้ว หม่อมเจ้าเณรก็ได้ตามเสด็จเข้ามาประจำการสนองพระเดชพระคุณอยู่ในพระบรมมหาราชวังด้วย

ในขณะนั้นเปนสมัยเมื่อ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระอักษรร่วมอยู่ด้วยกันกับสมเด็จพระบรมเชษฐาธิราช

หม่อมเจ้าเณรจึงเปนผู้ที่ได้เคยทรงใช้สรอยคุ้นเคยมาตั้งแต่ครั้งยังทรงพระเยาว์

ต่อมาถึงปีพระ พุทธศักราช ๒๔๓๗ หม่อมเจ้าเณรจึงเข้ารับราชการในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

เริ่มต้นแต่ ตำแหน่งเสมียน เปนผู้มีความอุตสาหะในน่าที่ราชการได้เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้นโดยลำดับ

จนถึงได้ เปนผู้ช่วยอธิบดีกรมตรวจแลกรมสารบาญชี ครั้นถึงปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๑

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนอธิบดีกรมเก็บในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

แลมีน่าที่ราชการพิเศษเปนกรรมการพิจารณาการเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง

อัตราเงินเดือนข้าราชการในกระทรวงต่าง ๆ หนึ่ง

เปนกรรมการพิจารณาการออกใบอนุญาตจำหน่ายน้ำสุราหนึ่ง

แลเปนกรรมการจัดการเรื่องลูกหนี้พระราชทรัพย์ในเงินภาษีอากรหนึ่ง ครั้นเมื่อปีพระพุทธศักราช

๒๔๕๓ ตำแหน่งปลัดทูลฉลอง กระทรวงพระคลังมหาสมบัติว่างลง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้หม่อมเจ้าเณรเปนผู้รั้งตำแหน่งปลัดทูลฉลองอีกด้วย หม่อมเจ้าเณรได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณในตำแหน่งแลน่าที่พิเศษต่าง

ๆ เรียบร้อยตลอดมา จนสิ้นรัชกาลที่ ๕ ถึงในรัชกาลปัตยุบันนี้ เมื่อปีพระพุทธศักราช

๒๔๕๔ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หม่อมเจ้าเณรเปนปลัดทูลฉลองกระทรวงพระคลังมหาสมบัติแล้วทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเปนรองเสนาบดีเมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๖๓

รับราชการตลอดมาจนบัดนี้

ตั้งแต่หม่อมเจ้าเณรได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณมาในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

แต่ครั้งรัชกาลที่ ๕ ตลอดถึงรัชกาลปัตยุบันนี้ มีน่าที่อันต้องรับผิดชอบมาก

หม่อมเจ้าเณรก็ได้ปฏิบัติราชการในน่าที่ต่าง ๆ

นั้นเปนที่เรียบร้อยมาด้วยความอุตสาหะวิริยภาพมิได้ย่อหย่อน หม่อมเจ้าเณรเปนผู้มีปรีชาสามารถรอบรู้ราชกิจน้อยใหญ่เปนอย่างดี

มีความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทโดยมั่นคง เปนที่ทรงไว้วางพระราชหฤทัย

สมควรจะได้รับอิศริยยศถานันดรศักดิ์ เปนพระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า

ให้เปนพยานแห่งความไว้วางพระราชหฤทัย และเปนที่ เชิดชูพระเกียรติยศแห่งพระเจ้าบรมวงศ์เธอ

กรมหมื่นทิวากรวงศ์ประวัติ พระองค์หนึ่งได้

จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนาหม่อมเจ้าเณรขึ้น

เปนพระองค์เจ้า ให้มีคำนำพระนามตามจารึกในพระสุพรรณบัฏว่าพระวรวงศ์เธอ

พระองค์เจ้าศุภโยคเกษม อัชนาม ทรงศักดินา ๓๐๐๐ ตามพระราชกำหนดอย่างพระวรวงศ์เธอ

พระองค์เจ้านั้น จงทรงเจริญ พระชนมายุ พรรณ สุข พล ปฏิภาณ คุณสารสมบัติ

สรรพสิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคลทุกประการเทอญ

อนึ่งทรงพระราชดำริห์ว่า พระยาประสิทธิ์ศุภการ

ได้ถวายตัวเปนมหาดเล็กข้าหลวงเดิมมาแต่ยังเยาว์วัย

ครั้งทรงดำรงพระอิศริยยศสมเด็จพระยุพราช เมื่อพระพุทธศักราช ๒๔๔๖ ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้เข้าเปนนักเรียนในโรงเรียนมหาดเล็กหลวงศึกษาขนบราชการ แลได้ทรงใช้สรอยใกล้ชิดสนิทพระยุคลบาทอยู่เปนนิตย์นิรันดร์มา

ครั้นเมื่อพระพุทธศักราช ๒๔๕๓ เสด็จเถลิงถวัลยราชสมบัติแล้ว

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานบรรดาศักดิ์เปนที่นายขันมหาดเล็กหุ้มแพร

แล้วเปนนายจ่ายง เปนเจ้าหมื่นสรรเพธภักดี แลพระราชทานยศเปน จางวางตรี ถึงปีพระพุทธศักราช

๒๔๕๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์ เปนพระยาประสิทธิ์ศุภการ จางวางห้องที่พระบรรธม

พระราชทานเครื่องยศพานทองแลเปนองคมนตรีในคราวนั้นด้วย ครั้นปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๖

ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนยศขึ้นเปนจางวางโทแลตำแหน่งรองอธิบดีกรมมหาดเล็ก

ทั้งโปรดเกล้าฯ ให้เปนผู้ช่วยราชการกระทรวงวังพระราชทานยศเปนมหาเสวกโทในกระทรวงวังนั้นด้วย

ในปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๗ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนอธิบดีกรมมหาดเล็ก

ต่อมาพระราชทานยศเลื่อนขึ้นเปนจางวางเอกแลมหาเสวกเอกในกระทรวงวัง ถึงปีพระพุทธศักราช

๒๔๖๒ จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนผู้สำเร็จราชการกรมมหาดเล็ก รับราชการสนองพระเดชพระคุณอยู่

ณ กาลบัดนี้

นอกจากตำแหน่งน่าที่ราชการในกรมมหาดเล็กอันเปนตำแหน่งประจำ

พระยาประสิทธิ์ศุภการยังได้รับราชการในน่าที่อื่นอีก คือ เมื่อปีพระพุทธศักราช

๒๔๕๔ ทรงพระราชดำริห์จัดตั้งกองเสือป่าอาสาสมัคขึ้น

พระยาประสิทธิ์ศุภการได้เปนนายกองโทเสือป่าแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้เลื่อนขึ้นเปนนายกองเอกสมุหราชองครักษ์เสือป่า แล้วต่อมาได้เปนนายพลเสือป่า

เปนรองผู้บัญชาการกองเสือป่าเสนาหลวงรักษาพระองค์ แลเปนอุปนายกเสือป่าอยู่ในบัดนี้

ด้วยความปรีชาสามารถอาจหาญของพระยาประสิทธิ์ศุภการ

ได้ปฏิบัติราชการเสือป่าเปนคุณประโยชน์เปนอันมาก

ส่วนในราชการทหาร พระยาประสิทธิ์ศุภการได้รับราชการเปนนายร้อยเอก

กรมทหารรักษาวังของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวมาแต่ปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๔

ซึ่งอยู่ในบรรดาศักดิ์นายจ่ายง ครั้นถึงพระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้พระยา ประสิทธิ์ศุภการเปนตำแหน่งผู้ช่วยจเรกรมทหารรักษาวังฯ

พระราชทานยศเปนนายพันเอก แลเปนราชองครักษ์พิเศษทหารบกด้วย

ปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๘ โปรดเกล้าฯ ให้เปนผู้ช่วยสมุหราชองครักษ์

พระราชทานยศเปนนายพลตรีทหารบก ถึงปีพระพุทธศักราช ๒๔๖๐ โปรดเกล้าฯ

ให้เปนสมุหราชองครักษ์ และเปนจเรกรมทหารรักษาวังฯ

ภายหลังพระราชทานยศเลื่อนขึ้นเปนนายพลโททหารบก เปนนายทหารพิเศษประจำกรมทหารบกม้ากรุงเทพฯ

รักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ทั้งได้รับพระราชทานยศเปนนายนาวาเอกพิเศษทหารเรือด้วย

ครั้นปีพระพุทธศักราช ๒๔๖๓ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนผู้บังคับการกรมทหารบกราบที่

๑ มหาดเล็กรักษาพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว มาจนกาลบัดนี้

นอกจากนี้พระยาประสิทธิ์ศุภการยังได้สนองพระเดชพระคุณในน่าที่พิเศษในราชการแลในการสมาคมอีกเปนหลายน่าที่

เช่น ๑ เปนกรรมการที่ปฤกษาสำหรับเครื่องราชอิศริยาภรณ์อันมีศักดิ์รามาธิบดี ๒

เปนกรรมการที่ปฤกษาสภากาชาดแห่งสยาม ๓ เปนกรรมการที่ปฤกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

๔ เปนผู้ช่วยสภานายกราชนาวีสมาคมแห่งกรุงสยาม ๕ เปนสภานายกแลกรรมการคณะฟุตบอลแห่งสยาม

๖ เปนสภานายกราชตฤณมัยแห่งสยาม ๗ แลได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณในน่าที่ราชเลขานุการเปนส่วนพระองค์บางกาลบางสมัยนั้นด้วย

พระยาประสิทธิ์ศุภการเปนผู้มีความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทมั่นคงยิ่งนัก

ทั้งเปนผู้มีความอุตสาหพิริยภาพเปนอันมาก ได้รับราชการในน่าที่อันสนิทใกล้ชิดพระยุคลบาทอยู่เปนนิรันดร

เปนที่ต้องพระราชอัธยาศัยทรงไว้วางพระราชหฤทัยมาช้านาน มีปรีชาญาณหยั่งทราบในกระแสร์พระบรมราโชบายเปนอย่างดี

มีความสามารถฉลาดรอบรู้ในราชกิจน้อยใหญ่อย่างสุขุม เมื่อทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

ให้รับราชการในตำแหน่งน่าที่ใด ๆ ก็ตั้งใจสนองพระเดชพระคุณด้วยความอุตสาหพิริยภาพอันแรงกล้า

ปฏิบัติจัดราชการในน่าที่นั้น ๆ ให้ดำเนิรเจริญลุล่วงไปโดยมิได้ผิดจากพระราชนิยม

เปนผู้มีความซื่อตรงดำรงอยู่ในธรรมสุจริต คิดแต่ในการซึ่งจะให้เชิดชูพระเกียรติยศแลพระบรมเดชานุภาพ

ทั้งมีอัธยาศัยโอบอ้อมอารีแก่ผู้เปนเพื่อนข้าราชการด้วยกันทั่วไป

แลเปนผู้มีความประพฤติดำรงตนอยู่ในฐานะอันควรแก่ถานันดรศักดิ์ที่ทรงพระกรุณาชุบเกล้าฯ

แต่งตั้งไว้ ทั้งเปนผู้ที่กอบด้วยมัทวะธรรมรู้จักประพฤติตนให้เปนที่พึงใจผู้ใหญ่วัยวุฒิบุคคล

มีความเคารพต่อผู้ควรเคารพมิได้มีความถือตน

แม้ในเมื่อเปนผู้ที่อยู่ในตำแหน่งอันสูง กอบด้วยความสัตย์สุจริตเปนนิตย์นิรันดร์

นับว่าเปนผู้เชิดชูเกียรติยศแห่งข้าหลวงเดิมทั้งปวง สมควรที่จะได้รับอิศริยยศบรรดาศักดิ์สูงสมแก่ตำแหน่งราชการซึ่งได้บังคับบัญชาต่างพระเนตร์พระกรรณให้ปรากฏสืบไป

จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่ง

ให้สถาปนาพระยาประสิทธิ์ศุภการขึ้นเปนเจ้าพระยา

มีสมญาจารึกในสุพรรณบัฏว่า เจ้าพระยารามราฆพ พัชรพัลลภมหาสวามิภักดิ์

สมัคพลวโรปนายก สุรเสวกวิศิษฏคุณ พึ่งบุญพงศ์บริพัตร์ นฤปรัตนราชสุปรีย์

ศรีรัตนไตรสรณธาดา เมตตา ภิรัตมัทวสมาจาร สัตยวิธานอาชวาธยาศัย

อภัยพิริยบรากรมพาหุ คชนาม ดำรงศักดินา ๑๐๐๐๐ จงเจริญ ทฤฆชนมายุ พรรณ สุข พล สิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล

ธนสารสมบัติ บริวารสมบูรณ์ ทุกประการ

อนึ่งทรงพระราชดำริห์ว่า

พระไชยยศสมบัติเปนผู้ได้ศึกษาวิชาที่ประเทศอังกฤษ คราวตามเสด็จสมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอเจ้าฟ้าภาณุรังษีสว่างวงศ์

กรมพระยาภาณุพันธุวงศ์วรเดช ออกไปยังประเทศยุโรป เมื่อพระพุทธศักราช ๒๔๓๙

ทรงพระเมตตาปราณีโปรดให้อยู่ศึกษาวิชาการเปนนักเรียนส่วนพระองค์

ครั้นเมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๔๐ พระบาทสมเด็จพระรามาธิบดีศรีสินทรมหาจุฬาลงกรณ์ พระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว

เสด็จพระราชดำเนินประพาศประเทศยุโรป เสด็จถึงประเทศอังกฤษ พระยาไชยยศสมบัติ

ถวายตัวเปนมหาดเล็ก จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนนักเรียนหลวงต่อมา พระยาไชยยศสมบัติได้กลับเข้ามารับราชการสนองพระเดชพระคุณในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

เมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๔๓ ได้เปนตำแหน่งผู้ช่วยนายเวรในกรมตรวจกรมสารบาญชี

แลเมื่อได้เลื่อนตำแหน่งเปนนายเวร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

พระราชทานสัญญาบัตร์บรรดาศักดิ์ให้เปนที่หลวงอุปนิกษิตสารบรรณ ครั้นปีพระ

พุทธศักราช ๒๔๕๕ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้ไปเปนข้าหลวงสำรวจการคลังในมณฑลพายัพ

อยู่ประจำรับราชการในมณฑลนั้นถึง ๕ ปี เมื่อได้ปฏิบัติจัดราชการคลังในมณฑลพายัพเปนที่เรียบ

ร้อยแล้วจึงโปรดเกล้าฯ ให้กลับมารับราชการในตำแหน่งผู้ช่วยอธิบดีกรมตรวจกรมสารบาญชี

ต่อ มาได้เลื่อนบรรดาศักดิ์เปนพระไชยยศสมบัติ

ครั้นในรัชกาลปัตยุบันนี้

ได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เลื่อนบรรดาศักดิ์ขึ้นเปนพระยาไชยยศสมบัติ

แลเมื่อปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๔ ได้รับราชการในตำแหน่งอธิบดีกรมเก็บในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติ

พระราชทานยศเปนมหาอำมาตย์ตรี ครั้นปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๖ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดตั้งคลังออมสินขึ้น

พระยาไชยยศสมบัติได้รับน่าที่เปนกรรมการผู้หนึ่งจัดการคลังออมสินให้เปนหลักถานมั่นคง

แลได้เปนกรรมการจัดการยึดทรัพย์แบงก์จีน ทั้งได้เปนกรรมการแบงก์สยามกัมมาจลทุนจำกัดด้วย

ในปีพระพุทธศักราช ๒๔๕๘ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนอธิบดีกรมบาญชีกลาง

ได้รับพระราชทานเลื่อนยศขึ้นเปนมหาอำมาตย์โท ปีพระพุทธศักราช ๒๔๖๐ ได้รับน่าที่เปนผู้กำกับการกรมตรวจเงินแผ่นดินแลเจ้าจำนวน

เปนผู้กำกับการกรมธนบัตร์ เปนผู้อำนวยการบัญชีใหญ่กรมรถไฟหลวงชั่วคราว

แลเปนกรรมการยึดทรัพย์เชลยในคราวที่ประเทศสยามประกาศสงครามกับเยอรมนีแลออสเตรียฮังการี

ทั้งได้มีความอุตสาหะสมัคเข้ารับตำแหน่งผู้ช่วยเหรัญญิกราชนาวี

สมาคมแห่งกรุงสยามด้วยเปนพิเศษ ครั้นถึงปีพระพุทธศักราช ๒๔๖๓ ตำแหน่งเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการว่างลง

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้พระยาไชยยศสมบัติมาเปนรองเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการ

แลเปนกรรมการประจำสภาเผยแผ่พาณิชย์ พระราชทานเลื่อนยศขึ้นเปนมหาอำมาตย์เอก

แลทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เปนเสนาบดีกระทรวงเกษตราธิการในสมัยนี้

เมื่อระฦกถึงอาการที่พระยาไชยยศสมบัติได้รับราชการสนองพระเดชพระคุณในกระทรวงพระคลังมหาสมบัติตั้งแต่ตำแหน่งผู้น้อยเปนลำดับขึ้นมาเปนเวลาช้านาน

ได้ปฏิบัติราชการพแนกการเงิน อันต้องใช้ความคิดสติปัญญาโดยสุขุมรอบคอบ

ให้ราชการในน่าที่ดำเนินเจริญยิ่งขึ้นด้วยความอุตสาหวิริยภาพมิได้ย่อหย่อน

ย่อมเปนพยานให้เห็นปรากฏชัดว่า พระยาไชยยศสมบัติเปนผู้มีปรีชาสามารถในราชกิจน้อยใหญ่

มีความชำนาญในราชการพแนกการคลัง ทั้งเปนผู้ที่มีกิริยาอัธยาศัย

สุภาพเยือกเย็นมั่นคง ในส่วนพระองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระยาไชยยศสมบัติก็เปนผู้ที่ได้ทรงคุ้นเคยมา

ด้วยในระหว่างที่พระยาไชยยศสมบัติศึกษาวิชาการอยู่ ณ กรุงอังกฤษ

เปนสมัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่ประทับทรงศึกษาวิทยาการอยู่ ณ ประเทศนั้น

พระยาไชยยศสมบัติได้เฝ้าแหนอยู่เนือง ๆ จนเปนผู้ที่ทรงคุ้นเคย จึงทรงตระหนักพระราชหฤทัยในความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าลอองธุลีพระบาทโดยมั่นคง

ทั้งมีความประพฤติดำรงตนอยู่ในฐานะอันควรแก่ ฐานันดรศักดิ์ที่ทรงพระกรุณาชุบเกล้าฯ

แต่งตั้งไว้ บัดนี้ก็ได้รับราชการในตำแหน่งเสนาบดีอันเปนตำแหน่งสูงอยู่แล้ว

สมควรจะทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ยกย่องสถาปนาให้มีเกียรติยศใหญ่ยิ่งขึ้น

จึงมีพระบรมราชโองการดำรัสสั่งให้สถาปนา

พระยาไชยยศสมบัติ ขึ้นเปนเจ้าพระยา มีสมญาจารึกในหิรัญบัฏว่า

เจ้าพระยาพลเทพ สรรพพลเสพเสนาบดี ศรีเกษตราภิบาล ผลาผลธัญญาหารอุดม สมบูรณคณิตศาสตร์

มหาอำมาตย์โกมารกุล วรุณเทพมุรธาธร เกียรติกำจรกัลยาณวัตร พุทธาทิรัตนตรัยคุณธาดาอุดมเมตตาชวาศัย

อภัยพิริยบรากรมพาหุ มุสิกนาม ดำรงศักดินา ๑๐๐๐๐ จงเจริญทฤฆชนมายุ พรรณ สุข พล สิริสวัสดิ์พิพัฒนมงคล

ธนสารสมบัตบริวารสมบูรณ์ทุกประการ เทอญฯ

สุกัญญา/ผู้จัดทำ

๑๙ ตุลาคม ๒๕๕๒

นฤดล/ตรวจ

๒๒ ธันวาคม ๒๕๕๓

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๓๘/-/หน้า ๔๒๒/๑๑ พฤศจิกายน ๒๔๖๔

1 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศเลื่อนกรมตั้งพระองค์เจ้าและตั้งเจ้าพระยา (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_77bf352823012f82

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com