法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2540 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
29
มาตรา อารัมภบท

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

คำสั่งนายกรัฐมนตรี

ที่ ๑/๒๕๔๐

เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง[๑]

โดยที่มาตรการต่าง ๆ

ที่ได้กำหนดขึ้นเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงในช่วงหลังการยกเลิกควบคุมราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแล้วนั้น

ปรากฏว่ามาตรการบางอย่างมีความไม่เหมาะสมกับภาวะการณ์ในปัจจุบัน

สมควรยกเลิกหรือแก้ไขเพิ่มเติมและสมควรกำหนดมาตรการเพิ่มเติมขึ้นใหม่ให้เหมาะสมยิ่งขึ้น

จึงมีความจำเป็นต้องปรับปรุงคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่กำหนดมาตรการดังกล่าวเสียใหม่ประกอบกับคำสั่งดังกล่าวมีอยู่หลายฉบับสมควรรวบรวมประมวลไว้เป็นฉบับเดียวกันเพื่อสะดวกในการใช้บังคับ

ฉะนั้น อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๓

แห่งพระราชกำหนดแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๑๖

นายกรัฐมนตรีจึงมีคำสั่งกำหนดมาตรการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ให้ยกเลิก

(๑) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๑/๒๕๓๔ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๑๕

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔

(๒) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๓/๒๕๓๔ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๑๓

กันยายน พ.ศ. ๒๕๓๔

(๓) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑๕/๒๕๓๔ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๓๐

ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔

(๔) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑/๒๕๓๕ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๐ กุมภาพันธ์

พ.ศ. ๒๕๓๕

(๕) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๖/๒๕๓๕ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๑๒

พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕

(๖) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๗/๒๕๓๕ เรื่อง

มอบหมายให้รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีปฏิบัติการแทนนายกรัฐมนตรี

เพื่อปฏิบัติการตามพระราชกำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ลงวันที่ ๑๒ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๓๕

(๗) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑/๒๕๓๖ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๕

มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖

(๘) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑/๒๕๓๘ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๕

กรกฎาคม พ.ศ. ๒๕๓๘

(๙) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๑/๒๕๓๙ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๒๔

กุมภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๙

(๑๐) คำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ ๔/๒๕๓๙ เรื่อง

กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง ลงวันที่ ๙

สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๙

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ในคำสั่งนี้

“กองทุน” หมายความว่า

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่จัดตั้งขึ้นตามคำสั่งนี้

“น้ำมันเชื้อเพลิง” หมายความว่า น้ำมันเบนซิน น้ำมันก๊าด

น้ำมันดีเซล น้ำมันเตาและน้ำมันที่คล้ายกันหรือน้ำมันสำหรับเครื่องยนต์ที่คล้ายกัน

และให้ความหมายรวมถึงก๊าซและยางมะตอยด้วย

“ก๊าซ” หมายความว่า

ก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่ใช้เป็นก๊าซหุงต้มหรือก๊าซไฮโดรคาร์บอนเหลว ซึ่งได้แก่

โปรเปน โปรปิลีน นอร์มัลบิวเทน ไอโซ-บิวเทน หรือบิวทีลีนส์อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างรวมกันเป็นส่วนใหญ่

“คลังก๊าซ” หมายความว่า สถานที่ พร้อมด้วยถึงเก็บก๊าซ

อุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกสำหรับใช้เก็บก๊าซเพื่อการขายส่งโดยมีถังเก็บก๊าซที่มีขนาดความจุตั้งแต่สองพันลูกบาศก์เมตรขึ้นไป

“ถังก๊าซหุงต้ม” หมายความว่า

ภาชนะที่ใช้บรรจุก๊าซที่มีขนาดบรรจุก๊าซไม่เกินถังละ ๕๐ กิโลกรัม

แต่ไม่หมายความถึงภาชนะที่ใช้บรรจุก๊าซเพื่อใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ

“โรงกลั่น” หมายความว่า โรงกลั่นน้ำมันเชื้อเพลิง สถานที่ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงภายในราชอาณาจักรและให้หมายความรวมถึงโรงแยกก๊าซในราชอาณาจักรที่ผลิตและจำหน่ายก๊าซเพื่อใช้ในราชอาณาจักรและโรงอุตสาหกรรมเคมีปิโตรเลียมและสารละลายด้วย

“สถานีบริการ” หมายความว่า

สถานที่ที่ดำเนินกิจการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง โดยบริการจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะให้แก่ประชาชนแต่ไม่หมายความรวมถึงสถานีบริการที่เป็นของกระทรวง

ทบวง กรม หรือรัฐวิสาหกิจและร้านค้าน้ำมันเชื้อเพลิง

“ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราอาณาจักร” หมายความว่า

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่าย ณ โรงกลั่นเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

“ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า” หมายความว่า

ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า

เพื่อใช้ในราชอาณาจักร

“ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่น” หมายความว่า

ราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นที่จำหน่ายให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๖

แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๒๑

“ราคาขายปลีก” หมายความว่า

ราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงที่กำหนดโดยประกาศของคณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดหรือประกาศของคณะกรรมการส่วนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดแล้วแต่กรณี

“ค่าการตลาด” หมายความว่า ค่าใช้จ่ายต่าง ๆ ซึ่งรวมผลตอบแทนในการดำเนินธุรกิจของเจ้าของสถานีบริการ

ซึ่งรับน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้ค้าน้ำมัน และของผู้ค่าน้ำมันซึ่งรับน้ำมันเชื้อเพลิงจากผู้ผลิตและจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงจากโรงกลั่นเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

หรือจากผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักร แล้วแต่กรณี

“ผู้ค้าน้ำมัน” หมายความว่า

ผู้กระทำการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงโดยซื้อ สั่งนำเข้า หรือได้มาด้วยประการอื่นใดเพื่อจำหน่าย

ซึ่งมีปริมาณการค้าน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิดหรือรวมกันทุกชนิดปีละตั้งแต่สองหมื่นเมตริกตันขึ้นไป

“ภาษี” หมายความว่า ภาษีสรรพสามิต และภาษีอื่น ๆ ที่เรียกเก็บจากน้ำมันเชื้อเพลิง

“อัตราภาษีสูงสุด” หมายความว่า

อัตราภาษีสูงสุดของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด ที่กระทรวงการคลังมีอำนาจเรียกเก็บได้

“อัตราภาษีต่ำสุด” หมายความว่า

อัตราภาษีต่ำสุดของน้ำมันเชื้อเพลิงแต่ละชนิด ที่กระทรวงการคลังมีอำนาจเรียกเก็บได้

“ผู้บรรจุก๊าซ” หมายความว่า

ผู้ซึ่งได้รับอนุญาตเป็นผู้บรรจุก๊าซในถังก๊าซหุงต้มตามกฎหมายว่าด้วยโรงงานหรือกฎหมายว่าด้วยการบรรจุก๊าซ

“เจ้าของสถานีบริการ” หมายความว่า

ผู้ค้าน้ำมันซึ่งเป็นเจ้าของสถานีบริการโดยให้ถือว่าผู้ค้าน้ำมันเป็นเจ้าของสถานีบริการแต่ละแห่ง

และในกรณีที่เจ้าของสถานีบริการไม่อยู่หรือไม่อาจปฏิบัติหน้าที่ตามคำสั่งนี้ได้

ให้หมายความรวมถึงผู้ครอบครองหรือจัดการดูแลสถานีบริการด้วย

“คณะกรรมการ” หมายความว่า คณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน

ซึ่งแต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ

“ปลัดกระทรวงการคลัง” หมายความรวมถึง

ผู้ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังมอบหมายด้วย

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

ให้จัดตั้งกองทุนเรียกว่า “กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง” ประกอบด้วยเงินดังต่อไปนี้

(๑) เงินกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่

๑๑/๒๕๓๔ เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงลงวันที่

๑๕ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔

(๒) เงินที่โอนมาจากกองทุนอื่น (ถ้ามี)

(๓) เงินที่ส่งเข้ากองทุนตามคำสั่งนี้

(๔) เงินงบประมาณที่รัฐบาลจัดสรรให้เป็นคราว ๆ (ถ้ามี)

(๕) เงินอื่น ๆ

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ให้คณะกรรมการมีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

(๑) กำหนดหลักเกณฑ์สำหรับการคำนวณราคา

และกำหนดราคาน้ำมันเชื้อเพลิง

ที่ทำในราชอาณาจักร ราคาน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(๒) กำหนดค่าการตลาดสำหรับการซื้อขายน้ำมันเชื้อเพลิง

(๓)

กำหนดค่าขนส่งไปยังคลังก๊าซและค่าใช้จ่ายในการเก็บรักษาก๊าซ ณ คลัง

ก๊าซ ตลอดจนกำหนดราคาขายก๊าซ ณ คลังก๊าซเป็นราคาเดียวกันทุกแห่งทั่วราชอาณาจักร

(๔)

กำหนดอัตราเงินส่งเข้ากองทุนหรืออัตราเงินชดเชยสำหรับก๊าซที่ซื้อหรือได้มาจากผู้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยปิโตรเลียม

ซึ่งเป็นผู้ผลิตได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติในราชอาณาจักร

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร น้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

น้ำมันเชื้อเพลิงที่ส่งออก

น้ำมันเชื้อเพลิงที่จำหน่ายให้แก่เรือเพื่อใช้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

และก๊าซหุงต้มที่จำหน่ายให้แก่ประชาชน

(๕)กำหนดชนิดของน้ำมันเชื้อเพลิงที่ไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนหรือไม่ให้ได้รับเงินชดเชย

(๖) กำหนดราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นและคำนวณราคาขายปลีก

(๗)

พิจารณากำหนดอัตราภาษีให้อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่าอัตราภาษีต่ำสุดและไม่สูงกว่าอัตราภาษีสูงสุด

(๘)

กำหนดให้โรงกลั่นแจ้งราคาขายส่งหน้าโรงกลั่นต่อคณะกรรมการ

(๙) ปฏิบัติหน้าที่อื่นตามคำสั่งนี้

(๑๐) ปฏิบัติหน้าที่ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ให้เลขาธิการคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ มีอำนาจลงนามในประกาศคณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน

เกี่ยวกับการปฏิบัติงานของคณะกรรมการพิจารณานโยบายพลังงาน ตามอำนาจหน้าที่ในข้อ ๔

(๑) (๒) (๓) (๔) (๕) (๗) ของคำสั่งนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ให้ปลัดกระทรวงการคลังเป็นผู้จัดการกองทุน มีอำนาจหน้าที่ในการจ่ายเงินกองทุนตามคำสั่งนี้

และตามที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ ๔ ของคำสั่งนี้ ทั้งนี้ โดยให้มีอำนาจกำหนดระเบียบเพื่อปฏิบัติการตามคำสั่งนี้ตามที่เห็นสมควรด้วย

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงอาจมีรายจ่าย ดังต่อไปนี้

(๑) เป็นเงินจ่ายชดเชยตามอัตราที่คณะกรรมการกำหนดตามข้อ ๔

ของคำสั่งนี้

(๒) ค่าใช้จ่ายในการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ตามหมวดรายจ่ายภายในวงเงินประมาณการจ่ายประจำปีที่คณะกรรมการอนุมัติ ดังนี้

- ค่าจ้างชั่วคราว

- ค่าตอบแทนใช้สอยและวัสดุ

- ค่าครุภัณฑ์

- ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ

(๓) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการใด ๆ

เพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

(๔) ค่าใช้จ่ายในการดำเนินการใด ๆ

เพื่อให้การเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงหรือการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นไปอย่างครบถ้วยและมีประสิทธิภาพ

(๕) ค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตามที่คณะกรรมการเห็นชอบ

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘

ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้มีการส่งเงินกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร

ให้ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ณ โรงกลั่นและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การส่งเงินเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่ง

ให้ส่งแก่กรมสรรพสามิตพร้อมกับการชำระภาษีสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง (ถ้ามี) ทั้งนี้ ตามระเบียบที่กรมสรรพสามิตกำหนด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้มีการส่งเงินเข้ากองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า

ให้ผู้นำน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักรส่งเงินเข้ากองทุนตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า

เพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

การส่งเงินเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่ง

ให้ส่งแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้าพร้อมกับการชำระค่าภาษีอากรสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงนั้น

(ถ้ามี) ทั้งนี้

ตามระเบียบที่กรมศุลกากรกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้มีการจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ทำในราชอาณาจักร

ให้ปลัดกระทรวงการคลังสั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่ผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง ณ

โรงกลั่นและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ผลิตและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การขอรับเงินชดเชยตามวรรคหนึ่ง

ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่กรมสรรพสามิตพร้อมกับการชำระภาษีสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิง

(ถ้ามี) และให้นำข้อ ๘ วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ในกรณีที่คณะกรรมการกำหนดให้มีการกระจ่ายเงินชดเชยจากกองทุนสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้า

ให้ปลักกระทรวงการคลังสั่งจ่ายเงินกองทุนชดเชยให้แก่ผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

ตามปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักรในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

การขอรับเงินชดเชยตามวรรคหนึ่ง

ให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงดังกล่าวแก่ผู้รับชำระอากรขาเข้าพร้อมกับการชำระค่าภาษีอากรสำหรับน้ำมันเชื่อเพลิงนั้น

(ถ้ามี) และให้นำข้อ ๙ วรรคสองมาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่มีการส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน

ให้ผู้ส่งออกได้รับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน แต่ถ้ามีการส่งเงินเข้ากองทุนแล้วให้ผู้ส่งออกขอคืนได้

(๒)

ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะได้รับเงินชดเชยจากกองทุนไม่ให้ผู้ส่งออกได้รับเงินชดเชย

แต่ถ้ามีการได้รับเงินชดเชยจากกองทุนแล้วให้ผู้ส่งออกส่งเงินคืนกองทุน

ไม่ว่าผู้ส่งออกนั้นจะเป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่

การขอรับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน การขอคืนเงิน

และการส่งเงินคืนตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามระเบียบของกรมสรรพสามิตหรือระเบียบของกรมศุลกากรแล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓

ในกรณีที่มีการขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่เรือเพื่อใช้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะได้รับเงินชดเชยจากกองทุน

ให้ผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นส่งเงินคืนกองทุน

ไม่ว่าผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นจะเป็นผู้ได้รับเงินชดเชยหรือไม่

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน

และส่งเงินเข้ากองทุนแล้ว ให้ผู้ขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นได้รับเงินคืนจากกองทุน

ทั้งนี้

ในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนดสำหรับน้ำมันเชื้อเพลิงชนิดเดียวกันที่ใช้บังคับในวันปล่อยเรือเพื่อเดินทางออกนอกราชอาณาจักร

การส่งเงินคืนกองทุนและการขอเงินคืนตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามระเบียบที่

กรมศุลกากรกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ในกรณีที่คณะกรรมการเห็นควรให้มีการกำหนดราคาขายปลีกให้กระทรวงพาณิชย์ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑)

สั่งให้กรมการค้าภายในนำเสนอให้คณะกรรมการกลางกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดพิจารณากำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในกรุงเทพมหานคร

(๒)

สั่งให้กรมการค้าภายในประสานงานกับคณะกรรมการสวนจังหวัดกำหนดราคาสินค้าและป้องกันการผูกขาดพิจารณาการกำหนดราคาขายปลีกน้ำมันเชื้อเพลิงในจังหวัด

โดยคำนึงถึงอัตราค่าขนส่งที่เหมาะสมด้วย

ในกรณีที่คณะกรรมการให้กำหนดราคาขายปลีกเฉพาะในกรุงเทพมหานครให้ปฏิบัติตามความใน

(๑) แต่ในกรณีที่คณะกรรมการให้กำหนดราคาขายปลีกเฉพาะในจังหวัดอื่นนอกจากกรุงเทพมหานครให้ปฏิบัติตามความใน

(๒)

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕

ในกรณีที่มีความจำเป็นเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง

ให้กรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์ สั่งเป็นหนังสือให้ผู้ค้าน้ำมันแจ้งข้อมูลตามแบบที่กำหนด

ดังต่อไปนี้

(๑) แจ้งแผนการผลิต สั่ง นำเข้า

และจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงล่วงหน้าอย่างน้อยหนึ่งเดือน

(๒) แจ้งปริมาณ ราคา

และสถานที่เก็บน้ำมันเชื้อเพลิงที่นำเข้าภายในสามวัน นับแต่วันนำเข้า

(๓) แจ้งปริมาณน้ำมันเชื้อเพลิงที่ซื้อหรือได้มา

จำหน่ายและคงเหลือเป็นประจำ เดือนละ ๓ ครั้ง ภายในกำหนดเวลาดังต่อไปนี้

(ก) ครั้งที่ ๑ สำหรับการซื้อหรือได้มา

และจำหน่ายระหว่างวันที่ ๑ ถึงวันที่ ๑๐ ของเดือน ภายในวันที่ ๑๓ ของเดือนเดียวกัน

(ข) ครั้งที่ ๒ สำหรับการซื้อหรือได้มา

และจำหน่ายระหว่างวันที่ ๑๑ ถึงวันที่ ๒๐ ของเดือน ภายในวันที่ ๒๓

ของเดือนเดียวกัน

(ค) ครั้งที่ ๓ สำหรับการซื้อหรือได้มา

และจำหน่ายระหว่างวันที่ ๒๑ ถึงวันสิ้นเดือนภายในวันที่ ๓ ของเดือนถัดไป

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

เพื่อให้มีก๊าซสำหรับประชาชนใช้หุงต้มอย่างพอเพียงในราคาขายปลีกที่ทางราชการกำหนด

ให้ปลัดประทรวงการคลังสั่งจ่ายเงินจากกองทุนชดเชยให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๖

แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. ๒๕๒๑ ซึ่งขายหรือจำหน่ายก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้ม

ตามปริมาณที่กรมทะเบียนการค้ากระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบและรับรองว่าเป็นปริมาณที่ผู้ค้าน้ำมันได้บรรจุในถังก๊าซหุงต้มเพื่อขายหรือจำหน่ายและที่ผู้ค้าน้ำมันได้ขายหรือจำหน่ายให้แก่ผู้บรรจุก๊าซเพื่อขายหรือจำหน่าย

ทั้งนี้ ในอัตราที่คณะกรรมการประกาศกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ในการขอรับเงินชดเชยตามข้อ ๑๖ ให้ผู้ค้าน้ำมันปฏิบัติดังต่อไปนี้

(๑) จัดทำบัญชีรับจ่ายก๊าซเพื่อให้กรมทะเบียนการค้า

กระทรวงพาณิชย์ ตรวจสอบได้ในระหว่างทำการของผู้ค้าน้ำมัน

(๒) แจ้งปริมาณก๊าซที่ซื้อหรือได้มาจาก

(ก) โรงกลั่น

(ข) การนำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร

(ค) อื่น ๆ

(๓) แจ้งปริมาณก๊าซที่ขายหรือจำหน่ายเพื่อบรรจุในถังก๊าซหุงต้มให้แก่

(ก) ตนเอง ในกรณีที่เป็นผู้บรรจุก๊าซด้วย

(ข) ผู้บรรจุก๊าซรายอื่น

(๔) แจ้งปริมาณก๊าซที่ขายหรือจำหน่ายเพื่อการอื่นนอกจาก (๓)

ให้แก่

(ก) ผู้ค้าน้ำมันรายอื่น

(ข)

ผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงในการประกอบอุตสาหกรรม รวมทั้งผู้ประกอบกิจการโรงงาน

ภัตตาคาร สถานพยาบาล และโรงเรียน หรือกิจการอื่นใดที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิงด้วย

(ค) สถานีบริการ

(๕)

ยื่นคำขอรับเงินชดเชยพร้อมกับคำรับรองของผู้บรรจุก๊าซการแจ้งปริมาณก๊าซตาม (๒) (๓)

และ (๔) และการยื่นคำขอรับเงินชดเชยพร้อมกับคำรับรองตาม (๕) ให้ทำตามแบบที่กระทรวงการคลังกำหนดและรับรองว่าถูกต้องตามความเป็นจริง

และส่งไปยังกรมทะเบียนการค้า กระทรวงพาณิชย์เดือนละครั้ง อย่างช้าภายในวันที่ ๑๐

ของเดือนถัดไป

ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันซื้อหรือรับก๊าซจากโรงกลั่น

หรือจากการนำเข้าเพื่อใช้ในราชอาณาจักร และบรรจุก๊าซดังกล่าวในถังก๊าซหุงต้มเพื่อขายหรือจำหน่าย

ไม่ต้องทำคำรับรองสำหรับก๊าซส่วนที่นำไปบรรจุในถังก๊าซหุงต้มเพื่อขายหรือจำหน่ายนั้น

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

ห้ามมิให้ผู้ใดนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามข้อ ๑๖ ขายหรือจำหน่ายก๊าซให้แก่

(๑) ผู้บรรจุก๊าซ

(๒) สถานีบริการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ผู้บรรจุถังก๊าซต้อง

(๑) ไม่ซื้อหรือรับก๊าซจากผู้ใดนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามข้อ ๑๖

(๒) บรรจุก๊าซที่ซื้อหรือได้มาจากผู้ค้าน้ำมันตามข้อ ๑๖

ในถังก๊าซหุงต้ม จะขายหรือจำหน่ายก๊าซนั้น

หรือนำก๊าซนั้นไปใช้ในการอื่นก่อนบรรจุในถังก๊าซหุงต้มมิได้

(๓) ทำคำรับรองตามข้อ ๑๗ วรรคสอง

มอบให้แก่ผู้ค้าน้ำมันตามข้อ ๑๖ ซึ่งเป็นผู้ขายหรือจำหน่ายก๊าซ พร้อมกับการรับมอบก๊าซนั้น

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เจ้าของสถานีบริการต้อง

(๑) ไม่ซื้อหรือรับก๊าซจากผู้ใดนอกจากผู้ค้าน้ำมันตามข้อ ๑๖

(๒) ไม่ขายหรือจำหน่ายก๊าซเป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะในวันและเวลาที่ทางราชการกำหนดห้ามสำหรับขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ห้ามิให้ผู้ใดนำก๊าซที่บรรจุในถังก๊าซหุงต้มไปใช้เป็นเชื้อเพลิงสำหรับยานพาหนะ

หรือถ่ายก๊าซออกจากถังก๊าซหุงต้มนอกสถานที่บรรจุก๊าซ ไม่ว่าจะกระทำด้วยวิธีการใด ๆ

ทั้งสิ้น

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

ในกรณีที่มีการซื้อหรือได้มาซึ่งก๊าซจากผู้รับสัมปทานตามกฎหมายว่าด้วยการปิโตรเลียมซึ่งเป็นผู้ผลิตได้จากการแยกก๊าซธรรมชาติ

ให้ผู้ซื้อหรือได้มาซึ่งก๊าซนั้นส่งเงินเข้ากองทุนหรือขอรับเงินชดเชยจากกองทุนในอัตราที่คณะกรรมการกำหนด

การส่งเงินเข้ากองทุนหรือการขอรับเงินชดเชยจากกองทุนตามวรรคหนึ่งให้ยื่นรายการแจ้งชนิดและปริมาณก๊าซดังกล่าวแก่ผู้รับชำระค่าภาคหลวงก๊าซพร้อมกับชำระค่าภาคหลวงสำหรับก๊าซ

(ถ้ามี) ทั้งนี้ ตามระเบียบที่กรมทรัพยากรธรณีกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ในกรณีที่ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา ๖ แห่งพระราชบัญญัติน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ.

๒๕๒๑ ขายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่ผู้ซึ่งนำน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นไปใช้เป็นวัตถุดิบหรือผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงเข้ามาใช้เป็นวัตถุดินในโรงกลั่น

ยกเว้นที่ใช้เป็นเชื้อเพลิง

(๑) ถ้าเป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่จะได้รับเงินชดเชยจากกองทุน

ไม่ให้ผู้ค่าน้ำมันซึ่งนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นได้รับการยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุนแต่ถ้ามีการส่งเงินเข้ากองทุนแล้ว

ให้ขอคืนได้

(๒) ถ้าเป็นน้ำมันเชื่อเพลิงที่จะได้รับเงินชดเชยจากกองทุน

ไม่ให้ผู้ค้าน้ำมันซึ่งขายหรือผู้ซึ่งนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงนั้นได้รับเงินชดเชย

แต่ถ้ามีการได้รับเงินชดเชยจากกองทุนแล้ว ให้ส่งเงินคืนกองทุน

การขอรับยกเว้นไม่ต้องส่งเงินเข้ากองทุน

การขอคืนเงินที่ส่งเข้ากองทุนและการ

ส่งเงินคืนกองทุนตามวรรคหนึ่ง

ให้เป็นไปตามระเบียบของกรมสรรพสามิตหรือระเบียบของกรม

ศุลกากร แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔

ในกรณีที่ต้องส่งเงินกองทุนตามคำสั่งนี้ ถ้าผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนไม่ส่งเงินเข้ากองทุน

ส่งเงินเข้ากองทุนไม่ครบตามจำนวนที่ต้องส่ง หรือไม่ส่งเงินคืนกองทุนภายในเวลาที่กำหนดให้กรมสรรพสามิตสำหรับผู้ผลิตน้ำมันเชื้อเพลิง

ณ โรงกลั่นและจำหน่ายเพื่อใช้ในราชอาณาจักรและผู้ส่งออกน้ำมันเชื้อเพลิง

และกรมศุลกากรสำหรับผู้นำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงและผู้ซึ่งขายหรือจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงให้แก่เรื่อเพื่อให้เดินทางออกนอกราชอาณาจักร

แล้วแต่กรณี เป็นผู้ดำเนินการใหมีการดำเนินคดีตามกฏหมายว่าด้วยการแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิงโดยเร็ว

ในกรณีที่ผู้มีหน้าที่ส่งเงินเข้ากองทุนไม่ส่งเงินเข้ากองทุนตามวรรคหนึ่งหรือส่งภายหลังระยะเวลาที่กำหนด

ไม่ว่าจะถูกดำเนินคดีหรือไม่ ให้เสียเงินเพิ่มในอัตราร้อยละสามต่อเดือนของจำนวนเงินดังกล่าว

ทั้งนี้ นับแต่วันที่ครบกำหนดส่ง และให้ถือว่าเงินเพิ่มนี้เป็นเงินที่ต้องส่งเข้ากองทุนด้วย

ในการคำนวณระยะเวลาตามวรรคสอง

เศษของเดือนให้นับเป็นหนึ่งเดิน

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕

เงินที่ส่งเข้ากองทุน และเงินชดเชยที่ได้รับจากกองทุนตามคำสั่งนี้ ให้ถือเป็นรายจ่ายหรือเงินได้

แล้วแต่กรณี ตามประมวลรัษฎากร

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖

การขอรับเงินชดเชยตามคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ยกเลิกโดยคำสั่งนี้หากมิได้กระทำภายในเก้าสิบวัน

นับแต่วันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับห้ามมิให้ปลัดกระทรวงการคลังรับไว้พิจารณา

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗

บรรดาคำสั่งนายกรัฐมนตรีที่ถูกยกเลิกตามข้อ ๑ แห่งคำสั่งนี้รวมทั้งระเบียบและประกาศที่ออกตามคำสั่งดังกล่าว

ให้ใช้บังคับต่อไปสำหรับกรณีที่มีการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามคำสั่งดังกล่าว

รวมทั้งการส่งเงินเข้ากองทุนและการขอรับเงินชดเชยและการจ่ายเงินจากกองทุนตามคำสั่งนั้น

ก่อนวันที่คำสั่งนี้ใช้บังคับด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘

ในกรณีที่มีปัญหาในการตีความเกี่ยวกับการปฏิบัติตามคำสั่งนี้ ให้ผู้ซึ่งเกี่ยวข้องนำเสนอคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยและให้คำวินิจฉัยดังกล่าวเป็นที่สุด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙

คำสั่งนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ ๑๒ กันยายน ๒๕๔๐ เป็นต้นไป

สั่ง ณ วันที่ ๑๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๐

พลเอก ชวลิต ยงใจยุทธ

นายกรัฐมนตรี

อภิญญา/ปรับปรุง

๖ ตุลาคม ๒๕๕๗

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๔/ตอนพิเศษ ๘๔ ง/หน้า ๓๒/๒๒ กันยายน ๒๕๔๐

29 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

คำสั่งนายกรัฐมนตรี ที่ 1/2540 เรื่อง กำหนดมาตรการเพื่อแก้ไขและป้องกันภาวะการขาดแคลนน้ำมันเชื้อเพลิง (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_77e125f7ec707558

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com