法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
5
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ

เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบ

และเสียงสัญญาณ

อาศัยอำนาจตามความในข้อกำหนดสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง กำหนดเงื่อนไขในการใช้ไฟสัญญาณวับวาบ

เสียงสัญญาณไซเรน หรือเสียงสัญญาณอย่างอื่นและเครื่องหมายแสดงลักษณะของรถฉุกเฉิน

ฉบับลงวันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติจึงออกประกาศกำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ให้ยกเลิก

๑.๑

ประกาศกรมตำรวจ เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตติดตั้งใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ ฉบับลงวันที่ ๗

มกราคม พ.ศ. ๒๕๓๖

๑.๒

ประกาศกรมตำรวจ เรื่อง

กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตติดตั้งใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ (ฉบับที่

๒) ลงวันที่ ๙ กรกฎาคม พ.ศ.

๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

รถยนต์และรถจักรยานยนต์ในราชการทหารหรือตำรวจ รถดับเพลิง รถพยาบาล

และรถยนต์ของทางราชการอื่น หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจ

๒.๑

เป็นรถที่ใช้ปฏิบัติภารกิจด้านการถวายความปลอดภัย, การรักษาความปลอดภัย,

การป้องกันปราบปรามอาชญากรรม, การจราจร,

การปฏิบัติงานในทางเพื่อการบริการสาธารณะ ซึ่งหน่วยงานนั้นๆ

มีอำนาจหน้าที่ดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด

๒.๒

การขออนุญาต

ในกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจจราจร ในจังหวัดอื่น

ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด

พิจารณามีความเห็นเสนอผู้มีอำนาจอนุญาต โดยมีหลักฐานดังนี้

๒.๒.๑

คำร้องขออนุญาตของหัวหน้าส่วนราชการ

๒.๒.๒

สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือการจดทะเบียนรถ ๑ ฉบับ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

รถดับเพลิงของเอกชน

๓.๑

สถานภาพของหน่วยงาน

๓.๑.๑ ต้องมีสถานภาพเป็นนิติบุคคล

ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อกิจการบรรเทาสาธารณภัย สำหรับในกรุงเทพมหานคร

ต้องเป็นสมาชิกของสมาคมอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยแห่งประเทศไทยด้วย

๓.๑.๒ ต้องมีระเบียบ ข้อบังคับ

และต้องมีคณะกรรมการบริหารและสมาชิก ซึ่งผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรบรรเทาสาธารณภัย

หลักสูตรการป้องกันและระงับอัคคีภัยจากกองบังคับการตำรวจดับเพลิงแล้ว ไม่น้อยกว่า

๕๐ คน

๓.๑.๓ ต้องมีสถานที่ทำการหรือสำนักงาน

สถานที่จอดรถ สถานที่เก็บรถ ตลอดจนสถานที่ติดตั้งอุปกรณ์ดับเพลิงเพื่อกิจการบรรเทาสาธารณภัยเป็นของตนเอง

หากเป็นสาธารณสถานหรือสถานที่ของผู้อื่น

ต้องมีหนังสืออนุญาตจากเจ้าของสถานที่มาแสดงด้วย

๓.๒

ลักษณะรถและอุปกรณ์ประจำรถ

๓.๒.๑ เป็นรถดับเพลิงมาตรฐาน

จะมีถังน้ำในตัวหรือไม่ก็ได้หรือเป็นรถกระบะบรรทุกเปิดท้ายซึ่งมีเครื่องสูบน้ำดับเพลิงชนิดหาบหามประจำรถ

๓.๒.๒

สีของรถต้องเป็นสีแดงตลอดทั้งคัน

๓.๒.๓

อุปกรณ์ดับเพลิงประจำรถ อย่างน้อยจะต้องมี

๓.๒.๓.๑

สายสูบหรือสายส่งน้ำ ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒.๕

นิ้ว ๑๕ เส้น

๓.๒.๓.๒

ท่อดูด ๑ ท่อ

๓.๒.๓.๓

หัวฉีดธรรมดาและชนิดปรับเป็นฝอยอย่างละ ๑ หัว

๓.๒.๓.๔

ข้อต่อทางแยก ๒ ทาง ๑ หัว

๓.๒.๓.๕

เครื่องมือเปิดประปาหัวแดง ๑ อัน

๓.๒.๓.๖

ขวาน ชะแลง และตาขอด้ามไม้ขนาดยาว ๑ ชุด

๓.๒.๓.๗ เครื่องดับเพลิงเคมีขนาดไม่น้อยกว่า

๑๐ ปอนด์ ชนิดดับไฟประเภท

เอ.บี.ซี. ได้ จำนวน ๔ เครื่อง

๓.๒.๓.๘

บันไดดับเพลิง ๑ อัน

๓.๒.๔

รถและอุปกรณ์ต้องมีสภาพใช้การได้ดี

๓.๓

การขออนุญาต

ในกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจจราจร ในจังหวัดอื่น

ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด โดยมีหลักฐานดังนี้

๓.๓.๑

คำร้องขออนุญาตของนิติบุคคล ๑ ชุด

๓.๓.๒

สำเนาภาพถ่ายการจดทะเบียนนิติบุคคล ๑ ชุด

๓.๓.๓

สำเนาภาพถ่ายระเบียบข้อบังคับของนิติบุคคล ๑ ชุด

๓.๓.๔

รายชื่อกรรมการบริหารและสมาชิกของนิติบุคคล ๑ ชุด

๓.๓.๕

สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือการจดทะเบียนรถ ๑ ชุด

๓.๓.๖

ภาพถ่ายสี ด้านหน้า ด้านข้างทั้งสองข้าง และด้านหลังของรถ

หากเป็นรถกระบะบรรทุกเปิดท้ายต้องให้เห็นอุปกรณ์ดับเพลิงภายในรถขนาด ๕ 5 ๖ นิ้ว ๑ ชุด

๓.๓.๗

บัญชีอุปกรณ์ดับเพลิงประจำรถพร้อมภาพถ่ายอุปกรณ์อย่างละ ๑ ชุด

๓.๔

ให้ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร

หรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด ดำเนินการส่งเรื่องและรถไปให้กองบังคับการตำรวจดับเพลิงหรือองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น

แล้วแต่กรณี ตรวจสภาพก่อนแล้วจึงให้รวบรวมหรือหลักฐานพร้อมมีความเห็นเสนอผู้มีอำนาจอนุญาต

๓.๕ ข้อปฏิบัติการใช้รถ

ผู้ขับขี่รถต้องเป็นสมาชิกของนิติบุคคลผู้รับอนุญาต

และต้องแต่งเครื่องแบบอาสาสมัครบรรเทาสาธารณภัยขณะปฏิบัติหน้าที่

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

รถพยาบาลของเอกชน

๔.๑

สถานภาพของหน่วยงาน

ต้องมีสถานภาพเป็นโรงพยาบาล

หรือสถานพยาบาลแผนปัจจุบันที่มีเตียงรับผู้ป่วยไว้ค้างคืน

หรือสถานพยาบาลประจำโรงงานที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายว่าด้วยสถานพยาบาล

๔.๒

ลักษณะรถและอุปกรณ์ประจำรถ

๔.๒.๑

เป็นรถตู้หรือรถที่มีลักษณะคล้ายคลึงกัน ขนาดมาตรฐานรถพยาบาลสีขาวตลอดทั้งคัน

๔.๒.๒

ภายในรถมีกระจกปิดกั้นระหว่างห้องคนขับกับห้องผู้ป่วย

และมีเครื่องระบายอากาศระบบไฟฟ้าบนหลังคา

๔.๒.๓

มีอุปกรณ์รักษาพยาบาลและเครื่องช่วยชีวิตฉุกเฉินดังนี้

๔.๒.๓.๑

อุปกรณ์ประจำรถภายในห้องผู้ป่วย

๔.๒.๓.๑.๑

เปลนอนสำหรับผู้ป่วย ขนาดมาตรฐาน

๔.๒.๓.๑.๒ ชุดให้อ๊อกซิเจน

สามารถใช้รักษาผู้ป่วยติดต่อกันได้นานไม่น้อยกว่า ๑ ชั่วโมง

๔.๒.๓.๑.๓

ชุดเครื่องดูดเสมหะ ระบบไฟฟ้า

๔.๒.๓.๑.๔

เก้าอี้สำหรับพยาบาล

๔.๒.๓.๑.๕

ตู้เก็บเวชภัณฑ์และเครื่องมือแพทย์

๔.๒.๓.๑.๖

อุปกรณ์แขวนขวดน้ำเกลือ

๔.๒.๓.๒

อุปกรณ์ช่วยชีวิตฉุกเฉินและเวชภัณฑ์ (CPR KIT)

๔.๒.๓.๒.๑

เครื่องวัดแรงดันโลหิต (SPHYGMOMANOMETER)

๔.๒.๓.๒.๒

เครื่องฟังหน้าอก (STETHOSCOPE)

๔.๒.๓.๒.๓

เครื่องช่วยหายใจและผายปอด (PORTABLE RESPIRATOR OR AMBU BAG)

๔.๒.๓.๒.๔

เครื่องตรวจส่องภายในหลอดเสียงและท่อหลอดลม (LARYNGOSCOPE AND ENDOTRACHEAL

TUBE)

๔.๒.๓.๒.๕

ชุดผ่าตัดเล็ก (MINOR SUR GICAL SET)

๔.๒.๓.๒.๖

เวชภัณฑ์และยาฉุกเฉิน

รถพยาบาลและอุปกรณ์

ต้องอยู่ในสภาพใช้การได้ดีและให้ความปลอดภัย

๔.๓

การขออนุญาต

ในกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจจราจร ในจังหวัดอื่น

ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด พร้อมหลักฐานดังนี้

๔.๓.๑

คำร้องขออนุญาตของนิติบุคคล

๔.๓.๒

สำเนาภาพถ่ายการจดทะเบียนนิติบุคคล ๑ ฉบับ

๔.๓.๓

สำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตตั้งสถานพยาบาล (แผนปัจจุบัน) ๑

ฉบับ

๔.๓.๔

สำเนาภาพถ่ายใบอนุญาตให้ดำเนินการสถานพยาบาล (แผนปัจจุบัน)

๑ ฉบับ

๔.๓.๕

สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือการจดทะเบียนรถ ๑ ฉบับ

๔.๓.๖

ภาพถ่ายสีด้านหน้า ด้านข้างทั้งสองข้าง และด้านหลังของรถและอุปกรณ์การแพทย์

ภายในรถขนาด ๕ 5 ๖

นิ้ว ๑ ชุด

๔.๓.๗

บัญชีอุปกรณ์ประจำรถตามข้อ ๔.๒ จำนวน ๑ ชุด

๔.๔

ให้ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร หรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด

ดำเนินการส่งเรื่องและรถไปให้แพทย์ของโรงพยาบาลตำรวจหรือแพทย์ของโรงพยาบาลประจำจังหวัด

แล้วแต่กรณี

ตรวจสภาพก่อนแล้วจึงให้รวบรวมหลักฐานพร้อมมีความเห็นเสนอผู้มีอำนาจอนุญาต

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ รถอื่นของเอกชน

๕.๑

สถานภาพของหน่วยงาน

ต้องมีสถานภาพเป็นนิติบุคคลและมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้ในกิจการดังนี้

๕.๑.๑ นำส่งเครื่องอุปโภคบริโภคช่วยเหลือบุคคลซึ่งประสบเคราะห์กรรม

กรณีอุบัติภัย หรือกิจการสาธารณประโยชน์ หรือกิจการสาธารณูปโภค

อันเป็นกรณีจำเป็นเร่งด่วน หรือ

๕.๑.๒

การปฏิบัติงานในทางเพื่อความปลอดภัยของสาธารณชนอันเป็นกิจการสาธารณประโยชน์หรือใช้เป็นรถโรงเรียน

๕.๒

ลักษณะรถและอุปกรณ์ประจำรถไม่จำกัด

แต่ต้องมีสภาพใช้การได้ดีและต้องเป็นไปตามความเหมาะสมของวัตถุประสงค์ในการใช้

๕.๓

การขออนุญาต

ในกรุงเทพมหานคร

ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการกองบังคับการตำรวจจราจร ในจังหวัดอื่น

ให้ยื่นหนังสือร้องขอต่อผู้บังคับการ ตำรวจภูธรจังหวัด โดยมีหลักฐานดังนี้

๕.๓.๑

คำร้องขออนุญาตของนิติบุคคล ๑ ชุด

๕.๓.๒

สำเนาภาพถ่ายการจดทะเบียนนิติบุคคล ๑ ชุด

๕.๓.๓

สำเนาภาพถ่ายใบคู่มือการจดทะเบียนรถ ๑ ชุด

๕.๓.๔

ภาพถ่ายสี ด้านหน้า ด้านข้างทั้งสองข้าง และด้านหลังของรถขนาด ๕ x ๖

นิ้ว ๑ ชุด

๕.๔

ให้ผู้บังคับการ กองบังคับการตำรวจจราจร หรือผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัด

แล้วแต่กรณี

ดำเนินการจัดให้มีการตรวจสภาพรถก่อนแล้วจึงให้รวบรวมหลักฐานพร้อมมีความเห็นเสนอผู้มีอำนาจอนุญาต

ทั้งนี้

ตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป[๑]

ประกาศ

ณ วันที่ ๒ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๔๖

พลตำรวจเอก

สันต์ ศรุตานนท์

ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ

พรพิมล/พิมพ์

สิงหาคม ๒๕๔๖

นิลวรรณ/ปาจรีย์

จัดทำ

๑๕

สิงหาคม ๒๕๔๖

[๑] รก.๒๕๔๖/พ๕๖ง/๑๑/๑๖ พฤษภาคม ๒๕๔๖

5 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เรื่อง กำหนดหลักเกณฑ์การขออนุญาตใช้ไฟสัญญาณวับวาบและเสียงสัญญาณ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_78041d36f69f76c6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com