法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2558 (ฉบับ Update ณ วันที่14/02/2561

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
26
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

ว่าด้วยการดําเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทําความผิด

ตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและความปลอดภัยในการทํางาน

พ.ศ. 2558

โดยที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 159 บัญญัติให้บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 เว้นแต่ความผิดตามมาตรา 157 เป็นความผิดที่สามารถเปรียบเทียบได้ พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 มาตรา 49 บัญญัติให้บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 เป็นความผิดที่สามารถเปรียบเทียบได้ และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 มาตรา 71 บัญญัติให้ความผิดตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ที่มีอัตราโทษจําคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสี่แสนบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ เป็นความผิดที่สามารถเปรียบเทียบได้ และมาตรา 72 บัญญัติให้ความผิดตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 เป็นอํานาจของคณะกรรมการเปรียบเทียบในการดําเนินคดีเปรียบเทียบ

เพื่อให้การดําเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 เป็นไปด้วยความเรียบร้อยและมีประสิทธิภาพ จึงสมควรแก้ไขปรับปรุงระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการดําเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทําความผิดตามกฎหมายดังกล่าว อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 32 แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2534 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2545 อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน จึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการดําเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและความปลอดภัยในการทํางาน พ.ศ. 2558”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิกระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการดําเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและความปลอดภัยในการทํางาน พ.ศ. 2554

บรรดาระเบียบ ข้อบังคับ หรือคําสั่งอื่นใดในส่วนที่กําหนดไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“การดําเนินคดี” หมายความว่า การดําเนินคดีโดยการเปรียบเทียบ รวมทั้งการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษผู้กระทําผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554

“พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541” หมายความว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553” หมายความว่า พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554” หมายความว่า พระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 และที่แก้ไขเพิ่มเติม

“นิติกร” หมายความว่า ข้าราชการที่ดํารงตําแหน่งนิติกร กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

“พนักงานเจ้าหน้าที่” หมายความว่า พนักงานตรวจแรงงาน พนักงานตรวจความปลอดภัย และนิติกร

“ผู้มีอํานาจเปรียบเทียบ” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานหรือผู้ซึ่งอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมอบหมาย สําหรับความผิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ผู้ว่าราชการจังหวัดหรือผู้ซึ่งผู้ว่าราชการจังหวัดมอบหมาย สําหรับความผิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น

“คณะกรรมการเปรียบเทียบ” หมายความว่า คณะกรรมการเปรียบเทียบตามมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554

“อธิบดี” หมายความว่า อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานรักษาการตามระเบียบนี้และให้มีอํานาจตีความ วินิจฉัยปัญหา กําหนดหลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติเพื่อดําเนินการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ เพื่อประโยชน์ในการดําเนินคดีและการรวบรวมพยานหลักฐาน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติ ดังนี้

(1) บันทึกวัน เวลา สถานที่เกิดเหตุ ชื่อตัว ชื่อสกุล และที่อยู่ของผู้ถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิด หากผู้ถูกกล่าวหาเป็นนิติบุคคลให้ระบุชื่อผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลในขณะกระทําความผิดและในขณะที่บันทึกข้อเท็จจริง

(2) บันทึกรายละเอียดแห่งการกระทําทั้งหลายที่อ้างว่า ผู้ถูกกล่าวหาได้กระทําความผิดทั้งบุคคลและสิ่งของที่เกี่ยวข้องและตรวจพบ หรือพบเห็นพยานหลักฐาน และให้บันทึกไว้ด้วยว่าผู้ถูกกล่าวหายอมรับหรือไม่ว่าได้กระทําความผิด

(3) สอบถามบุคคลที่เกี่ยวข้อง หรือเรียกบุคคลที่เกี่ยวข้องมาให้ถ้อยคํา และบันทึกรายละเอียดไว้

(4) บันทึกจะต้องระบุสถานที่ วัน เดือน ปี ที่ทําบันทึก ชื่อ และตําแหน่งของพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้บันทึก และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทําบันทึกลงลายมือชื่อของตนในบันทึกนั้น

การบันทึก ถ้ามีผิดที่ใดห้ามมิให้ลบออก ให้ขีดฆ่าคําผิดนั้นแล้วเขียนใหม่ และให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้ทําบันทึกและผู้ให้ถ้อยคําลงนามย่อรับรอง แต่ถ้าผู้ให้ถ้อยคําไม่ยินยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกเหตุนั้นไว้

(5) อ่านบันทึกให้ผู้ให้ถ้อยคําฟัง หรือให้ผู้ให้ถ้อยคําอ่านด้วยตนเอง ถ้ามีข้อความแก้ไข ทักท้วง หรือเพิ่มเติม ให้แก้ไขให้ถูกต้อง หรือมิฉะนั้นให้บันทึกไว้และให้ผู้ให้ถ้อยคําลงลายมือชื่อรับรองว่าถูกต้อง ในกรณีที่ผู้ให้ถ้อยคําไม่สามารถลงลายมือชื่อได้ ให้ผู้นั้นพิมพ์ลายนิ้วมือแทน แต่ถ้าผู้ให้ถ้อยคําไม่ยินยอมลงลายมือชื่อ ให้บันทึกเหตุนั้นไว้ และให้เจ้าหน้าที่ที่ทราบเหตุดังกล่าวจํานวนหนึ่งคนลงลายมือชื่อเป็นพยาน

(6) มีหนังสือเรียกพยานหลักฐาน หรือเอกสารที่เกี่ยวข้องจากผู้ครอบครองมารวบรวมไว้ในสํานวนโดยเฉพาะเอกสารหลักฐานที่นายจ้างจะต้องจัดทําไว้ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 รวมทั้งสําเนาบัตรประจําตัวประชาชนหรือหลักฐานอื่นใดของทางราชการหรือหน่วยงานของรัฐที่มีรูปถ่ายสามารถแสดงตนได้และมีหมายเลขประจําตัวประชาชนของผู้ถือบัตร สําเนาทะเบียนบ้าน สําเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลหรือเอกสารอื่นใดที่เกี่ยวกับคดี

เอกสารที่ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ให้จัดทําเป็นภาษาไทย ถ้าเป็นเอกสารที่ทําขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ ให้ผู้ยื่นจัดทําคําแปลเป็นภาษาไทยที่มีการรับรองความถูกต้องมาให้ภายในระยะเวลาที่พนักงานเจ้าหน้าที่กําหนด ในกรณีนี้ให้ถือว่าเอกสารดังกล่าวได้ยื่นต่อพนักงานเจ้าหน้าที่ในวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับคําแปลนั้น เว้นแต่พนักงานเจ้าหน้าที่จะยอมรับเอกสารที่ทําขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศ และในกรณีนี้ให้ถือว่าวันที่ได้ยื่นเอกสารฉบับที่ทําขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศเป็นวันที่พนักงานเจ้าหน้าที่ได้รับเอกสารนั้น ทั้งนี้ หลักเกณฑ์และวิธีการรับรองความถูกต้องของคําแปลเป็นภาษาไทยหรือการยอมรับเอกสารที่ทํา ขึ้นเป็นภาษาต่างประเทศให้เป็นไปตามที่กําหนดในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539

(7) กระทําการอื่นตามที่พระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ให้อํานาจไว้ โดยให้นําประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาใช้บังคับโดยอนุโลมเพื่อให้ได้มาซึ่งข้อเท็จจริงแน่ชัดในการกระทําความผิด

การบันทึกตาม (1) ถึง (4) พนักงานเจ้าหน้าที่อาจมอบหมายให้เจ้าหน้าที่อื่นทําการบันทึกแทนได้ ทั้งนี้ ให้เจ้าหน้าที่ผู้ได้รับมอบหมายลงลายมือชื่อในฐานะผู้เขียนหรือพิมพ์แล้วให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มอบหมายลงลายมือชื่อในบันทึกนั้น และให้ถือว่าพนักงานเจ้าหน้าที่ผู้มอบหมายเป็นผู้ทําบันทึกนั้น

ความในวรรคหนึ่งมิให้ใช้บังคับแก่ความผิดตามข้อ 9 (2) (3) (4) และ (7)

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานทุกชนิดเท่าที่จะสามารถทําได้เพื่อทราบข้อเท็จจริงและพฤติการณ์ต่าง ๆ อันเกี่ยวกับความผิดที่ถูกกล่าวหา และเพื่อจะรู้ตัว หรือยืนยันหรือชี้ชัด และพิสูจน์ให้เห็นความผิดของผู้กระทําความผิด

เมื่อดําเนินการตามวรรคหนึ่งเสร็จแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ทําความเห็นว่าควรดําเนินคดีหรือไม่ดําเนินคดีแล้วส่งพร้อมกับสํานวนไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อพิจารณาสั่งการถ้าผู้บังคับบัญชาเห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ว่าควรดําเนินคดี ให้ผู้บังคับบัญชานั้นสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินคดีต่อไป

สําหรับความผิดที่เกิดขึ้นในกรุงเทพมหานคร ถ้าผู้บังคับบัญชาไม่เห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้เร่งรายงานความเห็นพร้อมเหตุผลไปยังอธิบดีหรือผู้ซึ่งอธิบดีมอบหมายเพื่อพิจารณาและสั่งการให้ดําเนินคดีต่อไปหรือให้งดการดําเนินคดี

สําหรับความผิดที่เกิดขึ้นในจังหวัดอื่น ถ้าผู้บังคับบัญชาไม่เห็นด้วยกับความเห็นของพนักงานเจ้าหน้าที่ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน ให้ความเห็นของผู้บังคับบัญชานั้นเป็นที่สุด

ผู้ใดจะเป็นผู้บังคับบัญชาให้เป็นไปตามที่อธิบดีกําหนด

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เมื่อมีคําสั่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินคดีตามข้อ 7 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการดําเนินคดีในทะเบียนการดําเนินคดีอาญาแล้วเร่งรัดดําเนินคดีอาญาต่อไปโดยไม่ชักช้า ทั้งนี้ ภายในกําหนดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ บรรดาความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ที่สามารถเปรียบเทียบได้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินคดีตามขั้นตอนการเปรียบเทียบก่อน เว้นแต่ความผิดดังต่อไปนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินคดีโดยการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนโดยเร็ว โดยไม่ต้องผ่านขั้นตอนการเปรียบเทียบ

(1) ความผิดที่มีพฤติการณ์พิเศษ หรือเกิดผลกระทบกับลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้านจํานวนมาก

(2) ความผิดเกี่ยวกับการใช้แรงงานเด็กโดยมีการทารุณ หน่วงเหนี่ยว กักขัง หรือการบังคับใช้แรงงานตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์

(3) ความผิดตามมาตรา 16 มาตรา 45 (1) มาตรา 49 และมาตรา 50 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

(4) ความผิดตามมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ประกอบข้อ 4 แห่งกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. 2557 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ประกอบข้อ 4 แห่งกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ. 2557 เฉพาะมาตรา 44 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541

(5) ความผิดตามมาตรา 139 (2) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และความผิดตามมาตรา 37 (3) แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553

(6) ความผิดตามมาตรา 150 หรือมาตรา 151 วรรคหนึ่ง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หรือความผิดตามมาตรา 45 หรือมาตรา 46 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 เฉพาะความผิดที่กระทําต่อพนักงานตรวจแรงงานหรือความผิดตามมาตรา 64 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 เฉพาะความผิดที่กระทําต่อพนักงานตรวจความปลอดภัย

(7) ความผิดตามมาตรา 37 มาตรา 38 มาตรา 39 มาตรา 39/1 มาตรา 42 มาตรา 47 มาตรา 48 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และความผิดตามมาตรา 20 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทําให้ลูกจ้าง หรือผู้รับงานไปทําที่บ้านได้รับอันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย

(8) ความผิดตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 หรือความผิดตามมาตรา 21 มาตรา 22 และมาตรา 23 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทําให้ลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้านได้รับอันตรายสาหัส หรือถึงแก่ความตาย

(9) ความผิดตามมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ประกอบข้อ 10 แห่งกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. 2557 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ประกอบข้อ 4 แห่งกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ. 2557 เฉพาะมาตรา 70 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยมีเจตนาที่จะหน่วงเหนี่ยวให้ลูกจ้างทํางานต่อไปโดยลูกจ้างไม่ยินยอม

(10) ความผิดตามมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ประกอบข้อ 3 แห่งกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานประมงทะเล พ.ศ. 2557 เฉพาะมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 และมาตรา 22 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ประกอบข้อ 4 แห่งกฎกระทรวงคุ้มครองแรงงานในงานเกษตรกรรม พ.ศ. 2557 เฉพาะมาตรา 76 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 อันมีลักษณะเป็นการหักเพื่อชําระหนี้ที่เป็นค่าใช้จ่ายหรือที่ทดรองจ่ายอันเนื่องมาจากการนําลูกจ้างมาทํางาน ไม่ว่าหนี้นั้นจะมีอยู่จริงหรือไม่ก็ตาม หรือมีลักษณะเป็นการหักค่าจ้างอันเนื่องมาจากการหลอกลวงให้ลูกจ้างเป็นหนี้เกินกว่ามูลหนี้ที่แท้จริง

(11) ความผิดตามมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 โดยเรียกเก็บบัตรประจําตัวประชาชนของลูกจ้าง หนังสือเดินทาง หนังสือเดินทางชั่วคราว เอกสารใช้แทนหนังสือเดินทางเอกสารรับรองบุคคล ใบอนุญาตทํางาน และบัตรประจําตัวคนซึ่งไม่มีสัญชาติไทยของลูกจ้าง เป็นหลักประกันการทํางาน

(12) ความผิดที่มีการกระทําความผิดอาญาตามกฎหมายอื่นรวมอยู่ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ ความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ที่ไม่สามารถเปรียบเทียบได้ หรือที่สามารถเปรียบเทียบได้แต่ผู้มีอํานาจเปรียบเทียบเห็นสมควรไม่เปรียบเทียบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินคดีตามขั้นตอนการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบ หรือเมื่อยินยอมแล้วไม่ชําระเงินค่าปรับภายในกําหนดเวลาตามมาตรา 159 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หรือมาตรา 49 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 หรือมาตรา 71 วรรคสี่ และมาตรา 72 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินคดีตามขั้นตอนการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การดําเนินคดีเปรียบเทียบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบหรือไปพบผู้ถูกกล่าวหาด้วยตนเอง เพื่อแจ้งข้อกล่าวหาเป็นหนังสือหรือวาจาให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบแล้วสอบถามผู้ถูกกล่าวหาว่าจะให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธ โดยให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกคําให้การ ตามแบบ กสร.นก. 1 ท้ายระเบียบนี้ และให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อไว้ด้วย

การมาพบพนักงานเจ้าหน้าที่ตามวรรคหนึ่ง ผู้ถูกกล่าวหาอาจมอบอํานาจเป็นหนังสือให้ผู้อื่นซึ่งเป็นผู้ที่รู้หรือเข้าใจในการปฏิบัติเกี่ยวกับสภาพการจ้างและอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องในกิจการของผู้ถูกกล่าวหามาพบพนักงานเจ้าหน้าที่แทนก็ได้ ทั้งนี้ ผู้รับมอบอํานาจนั้นสามารถให้การรับสารภาพหรือปฏิเสธแทนผู้ถูกกล่าวหาได้

ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาให้การรับสารภาพ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สอบถามผู้ถูกกล่าวหาว่าจะยินยอมให้เปรียบเทียบหรือไม่ เมื่อผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบ ให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อในบันทึกคํายินยอมให้เปรียบเทียบตามแบบ กสร.นก. 2 ท้ายระเบียบนี้ ทั้งนี้ ผู้รับมอบอํานาจตามวรรคสองจะลงลายมือชื่อในแบบ กสร.นก. 2 แทนผู้ถูกกล่าวหามิได้

หากเป็นความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 พนักงานเจ้าหน้าที่จะดําเนินคดีเปรียบเทียบได้ก็ต่อเมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้นําเงินมาชําระให้แก่ลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้าน หรือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อจ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้านเว้นแต่ลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้านจะแจ้งการสละสิทธิในการรับเงินเป็นหนังสือ

ในกรณีที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้แก่ลูกจ้างตามมาตรา 134 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พนักงานเจ้าหน้าที่จะดําเนินคดีเปรียบเทียบได้ก็ต่อเมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้ชําระเงินคืนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามจํานวนที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จ่ายให้แก่ลูกจ้างพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้แก่ลูกจ้าง

การลงลายมือชื่อในแบบ กสร.นก. 2 ตามวรรคสาม ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหาเป็นนิติบุคคลให้ผู้ถูกกล่าวหาลงลายมือชื่อในแบบ กสร.นก. 2 ในฐานะนิติบุคคลและในฐานะส่วนตัวโดยในฐานะนิติบุคคลนั้น ให้ผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลในขณะยินยอมให้เปรียบเทียบเป็นผู้ลงลายมือชื่อและประทับตราเป็นสําคัญตามที่หนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลกําหนดและในฐานะส่วนตัวให้ผู้มีอํานาจกระทําการแทนนิติบุคคลในขณะกระทําความผิดเป็นผู้ลงลายมือชื่อ

พนักงานเจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบว่าเป็นดุลพินิจของผู้มีอํานาจเปรียบเทียบที่จะทําการเปรียบเทียบหรือไม่ก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ ในกรณีที่เป็นความผิดฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามเกี่ยวกับสิทธิได้รับเงินอย่างหนึ่งอย่างใดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 พระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ผู้มีอํานาจเปรียบเทียบจะดําเนินการเปรียบเทียบได้ก็ต่อเมื่อผู้ถูกกล่าวหานําเงินมาชําระให้แก่ลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้าน หรือมอบไว้แก่พนักงานเจ้าหน้าที่เพื่อจ่ายให้แก่ลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้าน เว้นแต่ลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้านจะแจ้งการสละสิทธิในการรับเงินเป็นหนังสือ

ถ้าผู้ถูกกล่าวหาตกลงกับลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้านผ่อนชําระเงินตามวรรคหนึ่งให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกเหตุนั้นไว้ และเสนอผู้บังคับบัญชาตามข้อ 7 เพื่อพิจารณาสั่งให้ชะลอการดําเนินคดีเปรียบเทียบจนกว่าผู้ถูกกล่าวหาจะได้ชําระเงินครบตามที่ตกลงก็ได้ แต่ทั้งนี้ ระยะเวลาดังกล่าวต้องไม่เกินกว่ากําหนดอายุความตามประมวลกฎหมายอาญา

ในกรณีที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้แก่ลูกจ้างตามมาตรา 134 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 ผู้มีอํานาจเปรียบเทียบจะดําเนินคดีเปรียบเทียบได้ก็ต่อเมื่อผู้ถูกกล่าวหาได้ชําระเงินคืนกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามจํานวนที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จ่ายให้แก่ลูกจ้างพร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละสิบห้าต่อปีนับแต่วันที่กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานได้จ่ายเงินจากกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างให้แก่ลูกจ้าง

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คดีที่ผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่จัดทําประวัติการกระทําความผิดรวมทั้งพฤติการณ์แห่งการกระทําความผิดพร้อมด้วยความเห็นในการเปรียบเทียบเพื่อเสนอผู้บังคับบัญชาตามลําดับชั้นภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับบันทึกคํายินยอมให้เปรียบเทียบ

ในกรุงเทพมหานคร ให้ผู้อํานวยการสํานักหรือผู้อํานวยการกองที่พนักงานเจ้าหน้าที่เจ้าของสํานวนสังกัดอยู่ ส่งสํานวนคดีที่จะทําการเปรียบเทียบให้กองนิติการเพื่อพิจารณาตรวจสํานวนคดี เสนอผู้มีอํานาจเปรียบเทียบ โดยนิติกรกองนิติการตรวจสํานวน สรุปข้อเท็จจริง และเสนอความเห็นต่อผู้อํานวยการกองนิติการพิจารณาสํานวนคดีและเสนอความเห็นในการพิจารณาเปรียบเทียบพร้อมทั้งจํานวนเงินค่าปรับต่อผู้มีอํานาจเปรียบเทียบ เว้นแต่คดีที่อยู่ในอํานาจของสํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่พิจารณาตรวจสํานวน สรุปข้อเท็จจริง และเสนอความเห็นต่อผู้มีอํานาจเปรียบเทียบโดยส่งเรื่องผ่านกองนิติการเพื่อให้ความเห็นประกอบการเปรียบเทียบของผู้มีอํานาจเปรียบเทียบ

สําหรับจังหวัดอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด พิจารณาตรวจสํานวน สรุปข้อเท็จจริง และเสนอความเห็นต่อสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัด โดยไม่ชักช้าหลังจากรับสํานวนคดี และให้สวัสดิการและคุ้มครองแรงงานจังหวัดพิจารณาสํานวนคดีและเสนอความเห็นในการพิจารณาเปรียบเทียบพร้อมทั้งจํานวนเงินค่าปรับต่อผู้มีอํานาจเปรียบเทียบ

ผู้มีอํานาจเปรียบเทียบให้มีอํานาจเปรียบเทียบได้เฉพาะความผิดที่มีเหตุเกิดในท้องที่ที่ผู้มีอํานาจเปรียบเทียบดํารงตําแหน่งในท้องที่หรือภายในจังหวัดนั้น ทั้งนี้ เป็นดุลพินิจของผู้มีอํานาจเปรียบเทียบที่จะเปรียบเทียบหรือไม่รับเปรียบเทียบก็ได้

การสรุปข้อเท็จจริงและความเห็นในการเปรียบเทียบให้เป็นไปตามแบบ กสร.นก. 3 ท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ สําหรับความผิดตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สรุปสํานวนคดีแล้วส่งสํานวนคดีให้กองนิติการ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงเสนอคณะกรรมการเปรียบเทียบดําเนินการเปรียบเทียบต่อไป ทั้งนี้ เป็นดุลพินิจของคณะกรรมการเปรียบเทียบที่จะเปรียบเทียบหรือไม่รับเปรียบเทียบก็ได้

ให้กองนิติการปฏิบัติงานธุรการของคณะกรรมการเปรียบเทียบ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ในการเปรียบเทียบ ให้ดําเนินการเปรียบเทียบโดยคํานึงถึงพฤติการณ์แห่งการกระทําความผิด ความหนักเบาแห่งข้อหา ฐานะของผู้กระทําความผิด จํานวนลูกจ้าง เหตุบรรเทาโทษ และเหตุเพิ่มโทษ

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อผู้มีอํานาจเปรียบเทียบ หรือคณะกรรมการเปรียบเทียบมีความเห็นให้เปรียบเทียบให้ดําเนินการดังต่อไปนี้

(1) ในกรุงเทพมหานคร ให้นิติกรกองนิติการหรือนิติกรสํานักงานสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานกรุงเทพมหานครพื้นที่แจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบ โดยกําหนดให้ผู้ถูกกล่าวหานําเงินค่าปรับมาชําระ ณ กลุ่มงานกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง สํานักคุ้มครองแรงงาน สําหรับความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หรือกองบริหารการคลัง สําหรับความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 หรือกลุ่มงานกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน สํานักความปลอดภัยแรงงาน สําหรับความผิดตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบ หากครบกําหนดแล้วผู้ถูกกล่าวหาไม่มาชําระค่าปรับ ให้หน่วยงานเจ้าของเรื่องร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน เว้นแต่กรณี มีเหตุอันสมควร นิติกรกองนิติการอาจนําคดีไปร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนต่อไป

(2) ในจังหวัดอื่น ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบให้ผู้ถูกกล่าวหาทราบโดยกําหนดให้ผู้ถูกกล่าวหานําเงินค่าปรับมาชําระ ณ ที่ทําการของพนักงานเจ้าหน้าที่ภายในสามสิบวันนับแต่วันได้รับหนังสือแจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบ หากครบกําหนดแล้วผู้ถูกกล่าวหาไม่มาชําระค่าปรับให้พนักงานเจ้าหน้าที่นําคดีไปร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนต่อไป

ในกรณีที่ผู้กระทําความผิดได้กระทําความผิดในหลายท้องที่หรือหลายจังหวัดให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่หรือจังหวัดที่พบการกระทําความผิดก่อนเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินคดี

ในกรณีที่ลูกจ้างยื่นคําร้องตามมาตรา 123 และพนักงานตรวจแรงงานมีคําสั่งตามมาตรา 124 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หรือในกรณีที่ผู้รับงานไปทําที่บ้านยื่นคําร้องตามมาตรา 33 และพนักงานตรวจแรงงานมีคําสั่งตามมาตรา 34 แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 หรือในกรณีที่พนักงานตรวจความปลอดภัยมีคําสั่งตามมาตรา 36 วรรคหนึ่ง สั่งให้นายจ้างจ่ายเงินให้แก่ลูกจ้างตามมาตรา 39 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ในท้องที่ที่ออกคําสั่งเป็นผู้รับผิดชอบดําเนินคดี

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับชําระเงินค่าปรับออกใบเสร็จรับเงินกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หรือใบเสร็จรับเงินในราชการกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน หรือใบเสร็จรับเงินกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน แล้วแต่กรณี ให้แก่ผู้ถูกกล่าวหาและแจ้งให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบสํานวนทราบ เพื่อบันทึกหมายเหตุการชําระค่าปรับไว้ท้ายบันทึกความเห็นของผู้มีอํานาจเปรียบเทียบในแบบ กสร.นก. 3

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ผู้รับชําระค่าปรับนําเงินค่าปรับส่งเป็นรายได้ของกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างหรือรายได้แผ่นดิน หรือรายได้ของกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน แล้วแต่กรณี ทั้งนี้ ตามระเบียบที่คณะกรรมการกองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หรือระเบียบกระทรวงการคลัง หรือระเบียบคณะกรรมการบริหารกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานกําหนด แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ การร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน ให้ดําเนินการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนที่ความผิดเกิด อ้างหรือเชื่อว่าได้เกิดภายในเขตท้องที่ และนําพยานหลักฐานที่รวบรวมได้อันเกี่ยวกับการกระทําความผิด พร้อมบันทึกเหตุที่ผู้กระทําความผิดไม่ยินยอมให้เปรียบเทียบหรือไม่ชําระค่าปรับภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งความเห็นให้เปรียบเทียบหรือกรณีที่ผู้มีอํานาจเปรียบเทียบมีความเห็นไม่เปรียบเทียบหรือกรณีความผิดตามข้อ 9 (1) ไปมอบให้พนักงานสอบสวนผู้รับเรื่องร้องทุกข์หรือกล่าวโทษ

ในกรณีลูกจ้างหรือผู้รับงานไปทําที่บ้านเป็นผู้ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนเองเมื่อได้รับการร้องขอจากพนักงานสอบสวน ให้พนักงานเจ้าหน้าที่เร่งตรวจสอบข้อเท็จจริงและรวบรวมพยานหลักฐานเท่าที่มีมอบให้พนักงานสอบสวนโดยเร็ว

ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ติดตามผลการดําเนินคดีของพนักงานสอบสวนและพนักงานอัยการเป็นระยะจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ ความผิดตามข้อ 9 (2) (4) และ (8) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนทันทีเมื่อทราบหรือพบว่ามีการกระทํา ความผิดเกิดขึ้น ทั้งนี้ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานเบื้องต้นเกี่ยวกับการกระทําความผิดเพื่อใช้ในการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

ความผิดตามข้อ 9 (3) ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินการสอบสวนเบื้องต้นก่อนนําเรื่องไปร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน โดยมีลูกจ้างผู้ถูกล่วงเกินทางเพศเป็นผู้เสียหายร่วมและพยานในคดี

ความผิดตามข้อ 9 (6) ให้พนักงานตรวจแรงงาน หรือพนักงานตรวจความปลอดภัยซึ่งมิได้รับการอํานวยความสะดวกหรือถูกขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่นั้นเป็นผู้ดําเนินการร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ในกรณีที่พนักงานเจ้าหน้าที่ร้องทุกข์หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนแล้วพนักงานสอบสวนพบว่าผู้ถูกกล่าวหากระทําความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หรือพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 หรือพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 และผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบเมื่อพนักงานสอบสวนได้ส่งสํานวนการสอบสวนพร้อมหนังสือส่งตัวผู้ถูกกล่าวหาให้อธิบดีหรือผู้ว่าราชการจังหวัดภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ผู้ถูกกล่าวหานั้นแสดงความยินยอมให้เปรียบเทียบตามมาตรา 159 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 มาตรา 49 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 และมาตรา 71 วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 แล้วแต่กรณี ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินคดีตามขั้นตอนเปรียบเทียบตามที่กําหนดไว้ในหมวด 2 โดยไม่ต้องดําเนินการบันทึกคําให้การตามแบบ กสร.นก. 1 และบันทึกคํายินยอมให้เปรียบเทียบตามแบบ กสร.นก. 2 สําหรับความผิดตามมาตรา 66 แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สรุปสํานวนคดีส่งให้กองนิติการ เพื่อสรุปข้อเท็จจริงตามแบบ กสร.นก. 3 เสนอคณะกรรมการเปรียบเทียบดําเนินการเปรียบเทียบต่อไป

ในกรณีที่พนักงานสอบสวนมีหนังสือส่งตัวผู้ถูกกล่าวหามาเพื่อเปรียบเทียบโดยมิได้ส่งสํานวนการสอบสวนมาด้วย ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ดําเนินคดีตามขั้นตอนการเปรียบเทียบตามที่กําหนดไว้ในหมวด 2

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบในชั้นพนักงานอัยการและพนักงานอัยการได้ส่งตัวผู้ถูกกล่าวหามาเพื่อเปรียบเทียบ ให้นําความในข้อ 20 มาใช้บังคับโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๑/๑

ข้อ ๒๑/๑ เมื่อมีการดําเนินคดีผู้กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ซึ่งเป็นสาเหตุโดยตรงที่ทําให้ลูกจ้างได้รับอันตรายสาหัสหรือถึงแก่ความตายตามข้อ 9 (8) และผู้กระทําความผิดมีหนังสือขอให้ทบทวนการพิจารณาเปรียบเทียบ หน่วยงานเจ้าของเรื่องอาจมีหนังสือขอให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานพิจารณาทบทวนความเห็น การเปรียบเทียบ ทั้งนี้ ให้สรุปข้อเท็จจริง พร้อมทั้งสําเนาเอกสารที่เกี่ยวข้อง และเสนอความเห็นส่งให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานโดยเร็ว

ให้มีคณะกรรมการพิจารณาทบทวนการเปรียบเทียบผู้กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 ประกอบด้วย รองอธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานซึ่งกํากับดูแลงานกองนิติการ เป็นประธาน ผู้อํานวยการกองความปลอดภัยแรงงาน และผู้อํานวยการกองนิติการ เป็นกรรมการ มีอํานาจพิจารณาทบทวนการดําเนินคดีอาญาผู้กระทําความผิด ตามวรรคหนึ่ง โดยให้นิติกร กองนิติการ รับผิดชอบงานธุรการของคณะกรรมการดังกล่าว

เมื่อคณะกรรมการพิจารณาทบทวนการเปรียบเทียบผู้กระทําความผิดตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 พิจารณาแล้วเสร็จ ให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานมีหนังสือแจ้งผลการพิจารณาให้ผู้มีอํานาจเปรียบเทียบพิจารณาดําเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ในกรณีที่ผู้ถูกกล่าวหายินยอมให้เปรียบเทียบในชั้นพนักงานสอบสวนหรือชั้นพนักงานอัยการ เมื่อผู้ถูกกล่าวหาชําระค่าปรับตามที่เปรียบเทียบแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนหรือพนักงานอัยการทราบว่าคดีเลิกกันตามมาตรา 159 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หรือมาตรา 49 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้รับงานไปทําที่บ้าน พ.ศ. 2553 หรือมาตรา 71 วรรคสาม แห่งพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 แล้วแต่กรณี ประกอบประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญามาตรา 37 (4)

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในการดําเนินคดีทางพนักงานสอบสวนซึ่งพนักงานสอบสวนมีอํานาจเปรียบเทียบหรือมีการนําคดีไปสู่ศาล หากศาลมีคําพิพากษาให้ปรับผู้กระทําความผิด ให้พนักงานเจ้าหน้าที่แจ้งให้พนักงานสอบสวนหรือเจ้าพนักงานศาลส่งเงินค่าปรับเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้างตามพระราชบัญญัติคุ้มครองแรงงาน พ.ศ. 2541 หรือกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางานตามพระราชบัญญัติความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน พ.ศ. 2554 แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ ให้พนักงานเจ้าหน้าที่รายงานการดําเนินคดี การชําระค่าปรับและการส่งเงินค่าปรับเข้ากองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง หรือส่งเป็นรายได้แผ่นดิน หรือกองทุนความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ให้อธิบดีโดยผ่านกองนิติการทราบทันทีที่มีการดําเนินคดี โดยส่งสําเนาแบบ กสร.นก. 1 กสร.นก. 2 กสร.นก. 3 หลักฐานการส่งเงินค่าปรับ หลักฐานการร้องทุกข์ หรือกล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวน หมายจับสําเนาคําฟ้องต่อศาลและสําเนาคําพิพากษาของศาลประกอบการรายงาน ส่วนสํานวนคดีให้เก็บรักษาไว้ที่สํานักงานของพนักงานเจ้าหน้าที่และให้พนักงานเจ้าหน้าที่บันทึกผลการดําเนินคดีผ่านระบบคอมพิวเตอร์ของกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทันทีที่มีการดําเนินคดี

ในกรณีที่พนักงานสอบสวนมีความเห็นควรสั่งไม่ฟ้องคดี และหรือพนักงานอัยการมีคําสั่งไม่ฟ้องคดี หรือในกรณีศาลมีคําพิพากษายกฟ้อง ให้พนักงานเจ้าหน้าที่สรุปข้อเท็จจริง และรวบรวมพยานหลักฐานรายงานผลคดีให้กรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานทราบทันที ทั้งนี้ ให้กองนิติการตรวจสํานวนคดี พร้อมทั้งสรุปและวิเคราะห์ผลคดีเพื่อหาแนวทางแก้ไข เสนอต่ออธิบดีโดยไม่ชักช้า

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ การดําเนินการของพนักงานเจ้าหน้าที่ที่ได้ดําเนินการตามระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงานว่าด้วยการดําเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทําความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงาน และความปลอดภัยในการทํางาน พ.ศ. 2554 ก่อนวันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับให้ถือว่าเป็นการปฏิบัติตามระเบียบนี้

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 25 กันยายน พ.ศ. 2558

พีรพัฒน์ พรศิริเลิศกิจ

อธิบดีกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน

26 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมสวัสดิการและคุ้มครองแรงงาน ว่าด้วยการดำเนินคดีอาญาและการเปรียบเทียบผู้กระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานและความปลอดภัยในการทำงาน พ.ศ. 2558 (ฉบับ Update ณ วันที่14/02/2561 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_784f075bcc57b2b6

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com