ข้อ ๓ ให้ยกเลิกความในข้อ ๑๓
แห่งระเบียบคณะกรรมการอัยการว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการสมัคร
หลักสูตรและวิธีการสอบคัดเลือกและทดสอบความรู้เพื่อบรรจุเป็นข้าราชการอัยการ และแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งอัยการผู้ช่วย
พ.ศ. ๒๕๕๘ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
ข้อ ๑๓ ผู้สมัครทดสอบความรู้ตามความในมาตรา ๕๑ (๒) (ก) (ข) หรือ (ง) แห่งพระราชบัญญัติระเบียบข้าราชการฝ่ายอัยการ พ.ศ. ๒๕๕๓ ต้องได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายต่อไปนี้จากต่างประเทศหรือในการศึกษาปริญญาโททางกฎหมายในประเทศไทย
แล้วแต่กรณี ด้วย คือ
(๑) กฎหมายอาญา ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายอาญา
(๒) กฎหมายแพ่ง
ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ รวม ๔ วิชา
หรือกฎหมายแพ่ง ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
จำนวน ๒ วิชา และกฎหมายพิเศษตามที่ระบุท้ายระเบียบนี้ จำนวน ๒ วิชา และ
(๓) กฎหมายลักษณะพยานหลักฐาน หรือกฎหมายล้มละลาย หรือกฎหมายวิธีพิจารณาความ
เช่น กฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา กฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง หรือกฎหมายวิธีพิจารณาคดีผู้บริโภค
ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายดังต่อไปนี้
ให้ได้รับยกเว้นไม่ต้องศึกษาวิชากฎหมายตามวรรคหนึ่ง
(๑)
ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ตามหลักสูตรการศึกษากฎหมายที่จัดไว้เป็นหลักสูตรเฉพาะด้านในวิชากฎหมายเด็กและเยาวชน
กฎหมายแรงงาน กฎหมายสิทธิมนุษยชน กฎหมายภาษีอากร กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ กฎหมายธุรกิจระหว่างประเทศ กฎหมายการเงินการธนาคาร
กฎหมายพาณิชย์นาวี กฎหมายล้มละลาย กฎหมายสิ่งแวดล้อม กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค
กฎหมายระหว่างประเทศ กฎหมายว่าด้วยพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์
กฎหมายเทคโนโลยีทางการเงิน กฎหมายการแข่งขันทางการค้า กฎหมายการคลัง
กฎหมายเศรษฐกิจ กฎหมายหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ กฎหมายการค้าและการลงทุน
กฎหมายพลังงาน กฎหมายความรับผิดของผู้ประกอบวิชาชีพ และกฎหมายกระบวนการยุติธรรมทางอาญา
(๒)
ผู้สมัครที่ได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายที่อยู่ในกลุ่มวิชากฎหมายกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งตามวรรคสอง
(๑) ไม่น้อยกว่า ๔ วิชา
และได้ศึกษาและสอบไล่ได้ในวิชากฎหมายตามที่ระบุไว้ในวรรคหนึ่งอีกไม่น้อยกว่า ๒
วิชา โดยในจำนวนนี้อย่างน้อย ๑ วิชา ต้องเป็นวิชาตาม (๑) หรือ (๓) หรือกฎหมายแพ่ง
ซึ่งพอเทียบได้กับลักษณะใดลักษณะหนึ่งในประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์
ความในข้อนี้มิให้ใช้บังคับในกรณีที่ผู้นั้นไปศึกษาวิชากฎหมายจากต่างประเทศด้วยทุนรัฐบาล
ทุนของสำนักงานอัยการสูงสุด หรือผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกทางกฎหมาย