ข้อ ๓
ให้ยกเลิกความในข้อ ๔ แห่งระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย ว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการรับฝากและส่งมอบสินค้าในคลังสินค้าทัณฑ์บน
พ.ศ. ๒๕๔๔ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน
"ข้อ ๔ การนำสินค้าเข้าฝากในคลังสินค้าทัณฑ์บนของการท่าเรือแห่งประเทศไทยให้ปฏิบัติ
ดังนี้
๔.๑ ให้ผู้นำของเข้ายื่นคำร้องขอนำสินค้าเข้าฝากในคลังสินค้าทัณฑ์บนต่อผู้อำนวยการกองคลังสินค้า
ฝ่ายสินค้า ท่าเรือกรุงเทพ โดยยื่นผ่านหัวหน้าแผนกคลังสินค้าทัณฑ์บน กองคลังสินค้า
ฝ่ายสินค้า ท่าเรือกรุงเทพ ตามแบบคำร้องขอแนบท้ายระเบียบการท่าเรือแห่งประเทศไทย
ว่าด้วยวิธีปฏิบัติในการรับฝากและส่งมอบสินค้าในคลังสินค้าทัณฑ์บน พ.ศ. ๒๕๔๔ พร้อมเอกสารหลักฐานดังต่อไปนี้
๔.๑.๑ สำเนาหนังสือรับรองการจดทะเบียนหุ้นส่วนบริษัทพร้อมวัตถุประสงค์
ซึ่งทางราชการออกให้ไม่เกิน ๖ เดือน และสำเนาใบทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่ม (ภพ. ๒๐ หรือ
ภพ. ๐๑) พร้อมรับรองสำเนาถูกต้อง
๔.๑.๒ หนังสือมอบอำนาจซึ่งปิดอากรแสตมป์ตามกฎหมายในกรณีที่ผู้นำของเข้ามอบอำนาจให้ผู้อื่นมาดำเนินการแทน
พร้อมรับรองสำเนาถูกต้องบัตรประจำตัวประชาชนของผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจ
โดยหนังสือมอบอำนาจดังกล่าวมีอายุสิ้นสุด ณ วันที่ ๓๑ ธันวาคมของทุกปี
๔.๒ ให้ผู้อำนวยการกองคลังสินค้า ฝ่ายสินค้า
ท่าเรือกรุงเทพเป็นผู้พิจารณาอนุญาตในการนำสินค้าเข้าฝากเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บน
๔.๓ เมื่อผู้อำนวยการกองคลังสินค้า ฝ่ายสินค้า
ท่าเรือกรุงเทพ อนุญาตให้นำสินค้าเข้าฝากเก็บในคลังสินค้าทัณฑ์บนและแจ้งการอนุญาตดังกล่าวแล้วก่อนนำสินค้าเข้าฝาก
ผู้นำของเข้าจะต้องแจ้งให้หัวหน้าแผนกคลังสินค้าทัณฑ์บนกองคลังสินค้า ฝ่ายสินค้า
ท่าเรือกรุงเทพ ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย ๓ วัน
เพื่อเตรียมสถานที่ในการรับฝากสินค้านั้น พร้อมทั้งต้องนำใบขนสินค้าทัณฑ์บนจากกรมศุลกากรมาแสดงเป็นหลักฐาน
๔.๔ ในวันนำสินค้าเข้าฝาก
ผู้นำของเข้าต้องนำคำร้องขอนำสินค้าเข้าฝากในคลังสินค้าทัณฑ์บน
สำเนาใบรับของจากเรือ (WHARF RECEIPT) ใบอนุญาตนำของเข้าคลังสินค้าทัณฑ์บนจากกรมศุลกากร
(PERMIT FOR ENTRY IN BOND) สำเนาใบกำกับสินค้า และรายการสำรวจสินค้า (SURVEY NOTE)
ในกรณีมีสินค้าเสียหายเพื่อให้แผนกคลังสินค้าทัณฑ์บนเก็บไว้เป็นหลักฐาน"