法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

statute

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉะบับที่ 8) พุทธศักราช 2511

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
8
มาตรา อารัมภบท

พระราชบัญญัติ

พระราชบัญญัติ

ควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๘)

พ.ศ. ๒๕๑๑

ภูมิพลอดุลยเดช

ป.ร.

ให้ไว้ ณ วันที่

๓๐ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๑

เป็นปีที่ ๒๓

ในรัชกาลปัจจุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการ

โปรดเกล้า ฯ ให้ประกาศว่า

โดยที่เป็นการสมควรแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะ

จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบัญญัติขึ้นไว้โดยคำแนะนำ

และยินยอมของรัฐสภา ดังต่อไปนี้

มาตรา ๑

มาตรา ๑

พระราชบัญญัตินี้เรียกว่า “พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบ

โรคศิลปะ (ฉบับที่ ๘) พ.ศ. ๒๕๑๑”

มาตรา ๒

มาตรา ๒*

พระราชบัญญัตินี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศใน

ราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

*[รก.๒๕๑๑/๙๑/๗๑๑/๘ ตุลาคม ๒๕๑๑]

มาตรา ๓

มาตรา ๓ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๖

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๔๙๐ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๖

ให้มีคณะกรรมการคณะหนึ่งเรียกว่า “คณะกรรมการควบคุม

การประกอบโรคศิลปะ” ประกอบด้วยปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธานเจ้าหน้าที่แห่งกระทรวงสาธารณสุขสามคน

กระทรวงกลาโหมสามคน มหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์สองคน และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยสองคน

กับผู้ประกอบโรคศิลปะสาขาทันตกรรม เภสัชกรรม การพยาบาล การผดุงครรภ์สาขาละสองคน

และผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณสองคน ซึ่งปลัดกระทรวงเป็น

ผู้เสนอให้รัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นเป็นกรรมการ

ให้คณะกรรมการเลือกกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นรองประธาน

บรรดากรรมการดังกล่าวในวรรคหนึ่งนอกจากปลัดกระทรวงสาธารณสุข

ผู้เป็นประธานต้องเป็นผู้ประกอบโรคศิลปะตามพระราชบัญญัตินี้หรือเป็นผู้ประกอบ

วิชาชีพเวชกรรม ตามกฎหมายว่าด้วยวิชาชีพเวชกรรม

และให้ดำรงตำแหน่งคราวหนึ่ง

เป็นเวลาสองปี และอาจแต่งตั้งซ้ำอีกได้

ถ้าตำแหน่งกรรมการใดว่างลง นอกจากถึงคราวออกตามวาระ ให้รัฐมนตรี

แต่งตั้งกรรมการขึ้นแทนในตำแหน่งของกรรมการนั้น

กรรมการที่แต่งตั้งขึ้นแทนนั้นให้อยู่ในตำแหน่งได้เพียงเท่ากำหนดเวลาของผู้ซึ่งตนแทน

ในกรณีที่คณะกรรมการต้องออกตามวาระ ให้คณะกรรมการที่ออกนั้น

ดำเนินงานต่อไปจนกว่ารัฐมนตรีจะได้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นใหม่แทน”

มาตรา ๔

มาตรา ๔ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๒

แห่งพระราชบัญญัติควบคุม

การประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙

ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุม

การประกอบโรคศิลปะ (ฉบับที่ ๓) พุทธศักราช ๒๔๘๓

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๒

การขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตให้แบ่งเป็น ๒ ประเภท

คือ ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันประเภทหนึ่ง

ยกเว้นสาขาเวชกรรม และผู้ประกอบ

โรคศิลปะแผนโบราณประเภทหนึ่ง

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาทันตกรรม และการผดุงครรภ์

ให้แบ่งออกเป็นสองชั้น คือชั้นหนึ่งและชั้นสอง

และในสาขาเภสัชกรรมให้คงมีเฉพาะชั้นหนึ่ง”

มาตรา ๕

มาตรา ๕ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๕

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(ฉบับที่ ๗) พ.ศ. ๒๕๐๙ และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๕

ความรู้ในวิชาชีพของผู้มีสิทธิขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตเป็น

ผู้ประกอบโรคศิลปะได้นั้น คือ

(๑) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นหนึ่งต้อง

(ก)

มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้น ๆ จากสถานศึกษาในประเทศไทยที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง

แต่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจสอบความรู้ก่อนก็ได้

(ข)

มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรสำหรับสาขานั้น ๆ จากสถานศึกษาในต่างประเทศ

และได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ตนได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว

แต่ถ้าเป็นคนไทยไม่จำต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

(๒) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันชั้นสองต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับการ

อบรมศึกษาในสาขาทันตกรรม หรือสาขาการผดุงครรภ์

จากโรงพยาบาลหรือสถานศึกษาของทางราชการในประเทศไทย

และเป็นที่พอใจของคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

(๓) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาการพยาบาล ต้อง

(ก)

มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในประเทศไทย

ที่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะรับรอง

แต่คณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะอาจสอบความรู้ก่อนก็ได้

(ข)

มีปริญญาหรือประกาศนียบัตรจากสถานศึกษาในต่างประเทศ

และได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ตนได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว

แต่ถ้าเป็นคนไทยไม่จำต้องเป็นผู้ได้รับอนุญาตให้เป็นผู้ประกอบโรคศิลปะในประเทศที่ผู้นั้นได้รับปริญญาหรือประกาศนียบัตร

(๔) สำหรับผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณ

ต้องเป็นผู้ซึ่งได้รับการอบรม

ศึกษาจากผู้ประกอบโรคศิลปะแผนโบราณซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตแล้ว

ตามกำหนด

เวลาและเงื่อนไขที่กำหนดในกฎกระทรวง และคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะได้

สอบความรู้เป็นที่พอใจแล้ว”

มาตรา ๖

มาตรา ๖ ให้ยกเลิกความในมาตรา ๑๖

แห่งพระราชบัญญัติควบคุม

การประกอบโรคศิลปะ พุทธศักราช ๒๔๗๙

และให้ใช้ความต่อไปนี้แทน

“มาตรา ๑๖

ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยยา

ห้ามมิให้ผู้ประกอบโรค

ศิลปะในสาขาหนึ่งสาขาใดประกอบศิลปะในสาขาอื่นซึ่งตนมิได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาต”

มาตรา ๗

มาตรา ๗

ผู้ประกอบโรคศิลปะแผนปัจจุบันในสาขาเวชกรรมชั้นสองหรือ

สาขาเภสัชกรรมชั้นสองซึ่งได้ขึ้นทะเบียนและรับใบอนุญาตอยู่ในวันที่ประกาศพระราชบัญญัตินี้

ในราชกิจจานุเบกษา ให้คงประกอบโรคศิลปะต่อไปได้ภายในข้อจำกัดและเงื่อนไขตามที่ได้รับอนุญาตไว้

มาตรา ๘

มาตรา ๘

ให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขรักษาการตามพระราชบัญญัตินี้

ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ

จอมพล ถนอม กิตติขจร

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :-

เหตุผลในการประกาศใช้พระราชบัญญัติฉบับนี้ คือ โดยที่ได้มีพระราชบัญญัติวิชาชีพเวชกรรมกำหนดให้การควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมแยกออกจากการควบคุมการประกอบโรคศิลปะ

และให้มีแพทยสภาทำหน้าที่ควบคุมการประกอบวิชาชีพเวชกรรมแทนคณะกรรมการควบคุมการประกอบโรคศิลปะจึงสมควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการควบคุมการประกอบโรคศิลปะเสียใหม่

สุนันทา/แก้ไข

๒๔/๐๙/๔๔

A+B (C)

8 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

พระราชบัญญัติควบคุมการประกอบโรคศิลปะ (ฉะบับที่ 8) พุทธศักราช 2511 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_788c21f5a59710df

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com