法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2556 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
74
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ระเบียบสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ

ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๕๖

โดยที่พระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

มาตรา ๑๒ กำหนดให้หน่วยงานของรัฐที่เสียหายมีอำนาจออกคำสั่งเรียกให้เจ้าหน้าที่ชดใช้ค่าสินไหมทดแทนกรณีหน่วยงานของรัฐได้ใช้เงินให้แก่ผู้เสียหายเพื่อการละเมิดของเจ้าหน้าที่

หรือเจ้าหน้าที่ต้องชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้กระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐ

ชำระเงินดังกล่าวภายในเวลาที่กำหนด และหากเจ้าหน้าที่ผู้นั้นเพิกเฉยไม่ชำระเงินค่าสินไหมทดแทนให้ถูกต้องครบถ้วนหน่วยงานของรัฐอาจใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

โดยยึดหรืออายัดทรัพย์สินของผู้นั้น ขายทอดตลาดเพื่อชำระเงินได้ตามความนัยมาตรา ๕๗

แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

โดยวิธีการยึดการอายัดและการขายทอดตลาดทรัพย์สิน

จักต้องปฏิบัติตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่งโดยอนุโลม

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๒

แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙ ประกอบกับมาตรา ๕๖

และมาตรา ๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และกฎกระทรวง

ฉบับที่ ๓ (พ.ศ. ๒๕๔๐) กฎกระทรวง ฉบับที่ ๘ กฎกระทรวง ฉบับที่ ๙ (พ.ศ. ๒๕๔๒)

ออกตามความในพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙ และมาตรา ๓๘ แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน

พ.ศ. ๒๕๓๔ อันเป็นบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๓ และมาตรา ๓๕ ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย

บัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติกำหนดระเบียบไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

พ.ศ. ๒๕๕๖”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑] ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติรักษาการตามระเบียบนี้

และให้มีอำนาจออกคำสั่งหรือประกาศเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

ถ้าข้อความมิได้แสดงให้เห็นเป็นอย่างอื่น

(๑) “เลขาธิการ” หมายความว่า

เลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติหรือผู้ซึ่งเลขาธิการสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติมอบหมาย

(๒) “เจ้าพนักงาน” หมายความว่า

เจ้าหน้าที่ในสังกัดสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติผู้มีหน้าที่ยึด อายัด

หรือขายทอดตลาดทรัพย์สิน

(๓) “เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน” หมายความว่า

เจ้าหน้าที่ผู้อยู่ใต้บังคับของคำสั่งทางปกครองให้ชำระเงินแก่สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติตามนัยมาตรา

๑๒ แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. ๒๕๓๙

(๔) “การบังคับทางปกครอง” หมายความว่า

การดำเนินการใด ๆ เพื่อให้ได้รับชำระเงินตามคำสั่งทางปกครอง เช่น การยึด อายัด

หรือขายทอดตลาดทรัพย์สินของผู้ต้องชดใช้เงิน

(๕) “ยึด” หมายความว่า การกระทำใด ๆ

ต่อทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเพื่อให้ทรัพย์สินนั้นได้เข้ามาอยู่ในความควบคุมดูแลหรือครอบครองของเจ้าพนักงาน

(๖) “อายัด” หมายความว่า

การสั่งให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและหรือบุคคลภายนอกมิให้จำหน่าย จ่าย โอน

หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ เกี่ยวกับทรัพย์สิน หรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้รวมตลอดถึงการสั่งให้บุคคลภายนอกมิให้นำส่งทรัพย์สิน

หรือชำระหนี้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแต่ให้ส่งมอบหรือชำระ ณ

ที่ซึ่งผู้มีอำนาจออกคำสั่งอายัดกำหนด

(๗) “ขายทอดตลาด” หมายความว่า

การนำเอาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินออกขายโดยวิธีให้สู้ราคากันโดยเปิดเผย

(๘) “คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดและให้รวมถึงผู้ทอดตลาดด้วย

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ เลขาธิการเป็นผู้มีอำนาจสั่งยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖[๒]

คำสั่ง ประกาศ รายงาน

ทะเบียนคุม และแบบอื่น ๆ ให้เป็นไปตามแบบที่เลขาธิการกำหนดท้ายระเบียบนี้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การส่งหนังสือ

คำสั่งหรือประกาศตามข้อ ๖ ให้ปฏิบัติตามบทบัญญัติในหมวด ๔ ว่าด้วยการแจ้งแห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง

พ.ศ. ๒๕๓๙

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ เพื่อประโยชน์ในการใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

ทรัพย์สินที่เป็นของภรรยาหรือที่เป็นของบุตร

ผู้เยาว์ของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินซึ่งตามกฎหมายอาจถือได้ว่าเป็นทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือเป็นทรัพย์สินที่อาจบังคับเอาชำระหนี้ได้

เจ้าหน้าที่อาจยึดหรืออายัดและเอาออกขายทอดตลาดตามระเบียบนี้ได้

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กรณีเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินอุทธรณ์คำสั่งให้ชดใช้เงินหรือชำระเงินหรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทนเป็นตัวเงินซึ่งเป็นคำสั่งทางปกครองหรือฟ้องคดีต่อศาล

หากเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมิได้ขอทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองไว้ก่อน

หรือเจ้าพนักงานผู้ทำคำสั่งทางปกครอง หรือผู้มีอำนาจพิจารณาคำอุทธรณ์

หรือผู้มีอำนาจพิจารณาวินิจฉัยความถูกต้องของคำสั่งทางปกครอง

มิได้มีคำสั่งให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองไว้ก่อน

การอุทธรณ์คำสั่งหรือการฟ้องคดีต่อศาลไม่เป็นเหตุให้ทุเลาการบังคับตามคำสั่งทางปกครองนั้น

และเมื่อได้ยึดหรืออายัดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไว้แล้วให้ดำเนินการ

ดังนี้

(๑)

กรณีการยึดให้ชะลอการขายทอดตลาดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไว้ก่อนจนกว่าคดีจะถึงที่สุด

เว้นแต่ทรัพย์สินที่ยึดมีสภาพเป็นของสดของเสียได้

เจ้าพนักงานมีอำนาจขายได้ทันทีโดยวิธีการขายทอดตลาดหรือวิธีอื่นตามเห็นสมควร

(๒) กรณีการอายัดให้ระบุในคำสั่งอายัดว่า “ห้ามเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินและหรือบุคคลภายนอกจำหน่าย จ่าย โอน

หรือกระทำนิติกรรมใด ๆ

เกี่ยวกับทรัพย์สินหรือสิทธิเรียกร้องที่ได้สั่งอายัดไว้จนกว่าเจ้าพนักงานจะมีคำสั่งเป็นอย่างอื่น”

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การใช้มาตรการบังคับทางปกครอง

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติสามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ภายใน ๑๐ ปี

นับแต่วันที่ออกคำสั่งให้ชดใช้เงินหรือชำระเงินหรือชดใช้ค่าสินไหมทดแทน แล้วแต่กรณี

กรณีมีการอุทธรณ์คำสั่งหรือฟ้องคดีต่อศาล

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติสามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ภายใน ๑๐ ปี

นับแต่วันที่การอุทธรณ์หรือคดีถึงที่สุด แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การใช้มาตรการบังคับทางปกครองในกรณีต่อไปนี้

ให้ดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรณีเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินถึงแก่ความตาย

ให้สอบสวนให้ได้ความว่าตายเมื่อใด ใครเป็นผู้จัดการมรดก ใครเป็นทายาท

หรือใครเป็นผู้ครอบครองทรัพย์มรดก

ให้ดำเนินการใช้มาตรการบังคับทางปกครองไปยังบุคคลเหล่านั้น

ซึ่งความรับผิดเป็นไปตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ในเรื่องมรดก

กรณีทรัพย์สินของผู้ตาย ไม่ว่าจะแบ่งไปยังทายาทแล้วหรือไม่ก็ตาม

ให้ทำการยึดหรืออายัดและขายทอดตลาดทรัพย์สินนำเงินมาชำระหนี้ตามคำสั่งทางปกครอง

หากทรัพย์สินของผู้ตายแบ่งไปยังทายาทแล้ว ให้รีบดำเนินการทางศาลโดยด่วน

เนื่องจากสิทธิเรียกร้องของเจ้าหนี้อันมีต่อเจ้ามรดกกฎหมายกำหนดให้เจ้าหนี้ฟ้องคดีภายในอายุความ

๑ ปี นับแต่รู้หรือควรรู้ถึงความตายของเจ้ามรดกตามมาตรา ๑๗๕๔

แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์

(๒) กรณีความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่

ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินตามคำสั่งทางปกครองลาออก เกษียณหรือพ้นจากราชการ

สำนักงานปรมาณูเพื่อสันติยังสามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้ต่อไป

การยึดทรัพย์สิน

วิธีการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อถึงกำหนดเวลาที่อาจใช้สิทธิยึดทรัพย์สินได้ตามมาตรา

๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัดให้กองกฎหมายและสนธิสัญญานิวเคลียร์

ดำเนินการสืบหาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินโดยไม่ชักช้าและประเมินราคาทรัพย์สินนั้นตามข้อ

๓๔ ข้อ ๓๕

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ ให้กองกฎหมายและสนธิสัญญานิวเคลียร์

รายงานการสืบสวนหาทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

พร้อมเสนอคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์สิน

คำสั่งให้ยึดทรัพย์สินประกาศยึดทรัพย์สิน หรือคำสั่งให้อายัดทรัพย์สิน แล้วแต่กรณี

เพื่อให้เลขาธิการลงนาม

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อเลขาธิการลงนามในคำสั่งแต่งตั้งเจ้าพนักงาน

คำสั่งยึดทรัพย์สิน ประกาศยึดทรัพย์สิน หรือคำสั่งอายัดทรัพย์สินแล้ว

ให้ส่งเรื่องคืนไปให้กองกฎหมายและสนธิสัญญานิวเคลียร์เพื่อดำเนินการต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ ถ้าในคำสั่งยึดทรัพย์สินเฉพาะเจาะจงให้ยึดทรัพย์สินสิ่งใด

ให้เจ้าพนักงานยึดแต่เฉพาะทรัพย์สินสิ่งนั้น

ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินที่สามารถใช้มาตรการบังคับทางปกครองได้โดยวิธีการยึด

ได้แก่ สังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ ก่อนไปทำการยึดทรัพย์สิน

ให้เจ้าพนักงานผู้ไปยึดทรัพย์สินพิจารณาตรวจสอบให้แน่ชัดว่าจะต้องยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือไม่

และจำนวนราคาทรัพย์สินที่จะยึดได้ตามกฎหมายมีประมาณเท่าใด พร้อมทั้งนำประกาศยึดทรัพย์สินไปด้วย

เพื่อปิดไว้ ณ สถานที่ที่ยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ ให้เจ้าพนักงานไปทำการยึดทรัพย์สินโดยเร็วและให้นำคำสั่งยึดทรัพย์สินกับเครื่องมือและอุปกรณ์สำหรับการยึดทรัพย์สิน

เช่น ครั่ง และตราตีครั่งไปด้วย ทั้งนี้

จะมีเจ้าพนักงานอื่นร่วมไปช่วยเหลือด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ให้เจ้าพนักงานที่ไปปฏิบัติหน้าที่ในการยึดทรัพย์สินดำเนินการด้วยความสุภาพและระมัดระวังไม่ให้เกิดความเสียหายเกินกว่าที่จำเป็น

ถ้ามีผู้ขัดขวางในการยึดทรัพย์สิน

ให้เจ้าพนักงานชี้แจงว่ากล่าวแต่โดยดีก่อนถ้าผู้นั้นยังขัดขวางอยู่อีกก็ให้เจ้าพนักงานขอความช่วยเหลือจากเจ้าพนักงานตำรวจเพื่อดำเนินการยึดทรัพย์สินจนได้

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ เจ้าพนักงานจะต้องดำเนินการยึดทรัพย์สินในระหว่างพระอาทิตย์ขึ้นและพระอาทิตย์ตกในวันทำการงานปกติ

เว้นแต่ในกรณีมีเหตุฉุกเฉินอย่างยิ่งจะทำการยึดทรัพย์สินในวันหยุดราชการก็ได้โดยได้รับอนุญาตจากเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ ก่อนทำการยึดทรัพย์สิน

ให้เจ้าพนักงานแสดงคำสั่งยึดทรัพย์สินต่อเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

หรือบุคคลที่ระบุไว้ในคำสั่งยึดทรัพย์สิน

ถ้าไม่ปรากฏตัวบุคคลดังกล่าวให้แสดงต่อบุคคลที่อยู่ในสถานที่นั้น

และหากทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมให้แจ้งการยึดทรัพย์สินให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมทราบด้วย

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในการจะดำเนินการยึดทรัพย์สิน

เจ้าพนักงานมีอำนาจเท่าที่มีความจำเป็นเพื่อที่จะค้นสถานที่ใด ๆ

อันเป็นของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินหรือได้ครอบครองอยู่ เช่น บ้าน ที่อยู่อาศัย

คลังสินค้าโรงงานหรือร้านค้าขาย เป็นต้น ทั้งมีอำนาจที่จะยึดและตรวจสมุดบัญชี

เอกสารหรือแผ่นกระดาษและกระทำการใด ๆ ตามสมควรเพื่อเปิดสถานที่ดังกล่าว

รวมทั้งตู้นิรภัย ตู้ หรือที่เก็บของอื่น ๆ แล้วรายงานให้เลขาธิการทราบ

การดำเนินการตามวรรคหนึ่ง

หากเห็นสมควรเจ้าพนักงานอาจขอความร่วมมือเจ้าพนักงานตำรวจให้อยู่ร่วมในการดำเนินการ

และอาจแจ้งความให้เจ้าพนักงานตำรวจแห่งท้องที่บันทึกไว้เป็นหลักฐานด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ ให้เจ้าพนักงานยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแต่เพียงพอกับหนี้ที่ต้องชำระตามคำสั่งยึดทรัพย์สิน

พร้อมทั้งค่าธรรมเนียมค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สินและขายทอดตลาด แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมีแต่ทรัพย์สินซึ่งมีราคามากกว่าจำนวนหนี้

และไม่อาจแบ่งยึดโดยมิให้ทรัพย์สินนั้นเสื่อมราคา เช่น

ทำให้เปลี่ยนสภาพและราคาตกต่ำ

ทั้งทรัพย์สินอื่นที่จะยึดให้เพียงพอกับจำนวนหนี้ไม่ปรากฏด้วยแล้ว

ก็ให้ยึดทรัพย์สินที่ว่านั้นมาขายทอดตลาดทั้งหมด

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ เจ้าพนักงานย่อมไม่ยึดหรืออายัดทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานอื่นได้ยึดหรืออายัดไว้ก่อนแล้วหรือทรัพย์สินที่มีกฎหมายบัญญัติให้ไม่อยู่ในการรับผิดแห่งการบังคับคดี

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อปรากฏว่าทรัพย์สินนั้นไม่อาจยึดได้ตามกฎหมาย

ให้เจ้าพนักงานรีบรายงานต่อเลขาธิการเพื่อพิจารณาสั่งงดการยึดทรัพย์ไว้ก่อน

เมื่อยึดทรัพย์สินมาแล้วปรากฏในภายหลังว่า

ทรัพย์สินที่ยึดนั้นเป็นของบุคคลอื่นให้เจ้าพนักงานแจ้งให้เลขาธิการทราบเพื่อพิจารณาดำเนินการเพิกถอนการยึดทรัพย์นั้น

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ถ้าจะยึดที่ดิน

ให้เจ้าพนักงานผู้ไปยึดทรัพย์สินดำเนินการให้ได้เอกสารสิทธิในที่ดินหรือสำเนาซึ่งเจ้าพนักงานที่ดินรับรอง

เพื่อตรวจสอบจำลองแผนที่หลังโฉนดที่ดิน ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันหรือไม่

หากเชื่อได้ว่าเป็นที่ดินแปลงเดียวกันแล้ว

ให้จัดการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพและทำเลที่ตั้งของที่ดินในรายการยึดที่ดิน

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ ถ้าที่ดินที่ยึดนั้นมีสิ่งปลูกสร้างหรือไม้ล้มลุก

หรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวรวงผลได้คราวหนึ่งหรือหลายคราวต่อปีเป็นของผู้อื่นปลูกอยู่

ให้เจ้าพนักงานบันทึกถ้อยคำของเจ้าของสิ่งนั้น ๆ ให้ปรากฏว่ามีสิทธิในที่ดินอย่างไร

เช่น สิทธิเก็บกิน สิทธิเหนือพื้นดิน หรือสิทธิตามสัญญาเช่า เป็นต้น

ภายใต้บังคับแห่งพระราชบัญญัติการยึดทรัพย์สินของกสิกร พ.ศ. ๒๔๗๕

การยึดที่ไร่ นา ซึ่งมีไม้ล้มลุกหรือธัญชาติอันจะเก็บเกี่ยวได้ตามฤดูกาลจะยึดแต่ที่ดิน

ไม่ยึดไม้ล้มลุกและธัญชาติหรือจะยึดทั้งที่ดินและไม้ล้มลุกหรือธัญชาติด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ การยึดที่ดินซึ่งมีไม้ยืนต้น

ให้เจ้าพนักงานจดชนิดและประมาณจำนวนต้นไม้ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ ถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีดอกผลธรรมดาที่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินจะต้องเป็นผู้เก็บเกี่ยวหรือบุคคลอื่นเป็นผู้เก็บเกี่ยวในนามของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

เมื่อมีผู้ร้องขอให้เจ้าพนักงานเก็บเกี่ยวและเจ้าพนักงานเห็นสมควรจัดการให้

เจ้าพนักงานต้องแจ้งเป็นหนังสือให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินทราบในขณะทำการยึด

แล้วจึงให้ทำการเก็บดอกผลนั้นเมื่อถึงกำหนด

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ การยึดเรือน โรง

หรือสิ่งปลูกสร้างอย่างอื่น ให้เจ้าพนักงานจัดการยึดโดยบรรยายให้เห็นสภาพของสิ่งนั้น

ๆ เช่น พื้น ฝาผนัง ประตู หน้าต่าง เสา เครื่องบนและหลังคา ใช้วัสดุชนิดใด มีกี่ชั้น

กี่ห้อง ขนาดกว้างยาวสูงเท่าใด เก่าหรือใหม่เพียงใด เลขทะเบียนเท่าไร

ถ้าเป็นสถานที่ให้เช่าค่าเช่าเท่าใด เป็นต้น

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐ การยึดสังหาริมทรัพย์มีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์

ย่อมครอบไปถึงดอกผลแห่งทรัพย์สินนั้นด้วย

เว้นแต่จะได้มีกฎหมายบัญญัติไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑ ให้เจ้าพนักงานแสดงให้เห็นโดยชัดแจ้งตามวิธีที่เห็นสมควรว่าได้มีการยึดทรัพย์สินแล้ว

เช่น

(๑) การยึดสิ่งของ ให้เจ้าพนักงานปิดหรือผูกแผ่นเลขหมายบนสิ่งของที่ยึดให้ตรงตามบัญชีทรัพย์สินถ้าสามารถจะเก็บรวมเข้าหีบหรือตู้ได้ก็ให้รวมไว้

แล้วปิดหีบหรือตู้ประทับตราครั่งอีกชั้นหนึ่ง

(๒) การยึดที่ดิน ห้องชุด เรือน โรง หรือสิ่งปลูกสร้างอื่น ๆ

ให้ปิดประกาศหรือทำเครื่องหมายไว้

(๓) การยึดสัตว์ สัตว์พาหนะ หรือปศุสัตว์

จะใช้สีทาที่เขาหรือที่ตัวหรือจะใช้แผ่นเลขหมายผูกคอหรือจะต้อนเข้าคอกแล้วผูกเชือกประทับตราครั่งที่ประตูคอกก็ได้

แล้วแต่จะเห็นสมควร แต่อย่าให้เป็นการขัดข้องต่อการเลี้ยงรักษาสัตว์

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒ เมื่อได้ยึดเรือกำปั่นหรือเรือมีระวางตั้งแต่หกตันขึ้นไป

เรือกลไฟหรือเรือยนต์มีระวางตั้งแต่ห้าตันขึ้นไป แพหรือสัตว์พาหนะ

ให้แจ้งการยึดไปยังกรมการขนส่งทางน้ำและพาณิชย์นาวีหรือนายทะเบียนแห่งท้องที่

แล้วแต่กรณี

กรณียึดทรัพย์สินอื่นที่มีทะเบียน เช่น รถยนต์ เครื่องจักร

ให้แจ้งการยึดไปยังนายทะเบียนแห่งทรัพย์สินนั้น

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓ ในการยึดทรัพย์สิน

ให้เจ้าพนักงานจัดทำบันทึกรายงานการดำเนินการโดยสังเขปหากมีพฤติการณ์หรือเหตุการณ์ที่สมควรบันทึกไว้เป็นหลักฐานก็ให้บันทึกไว้แล้วอ่านบันทึกนั้นให้ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้อง

เช่น เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน ผู้มีส่วนได้เสีย บุคคลที่อยู่ ณ ที่ยึดฟัง แล้วให้ลงลายมือชื่อไว้เป็นหลักฐานด้วย

ถ้าผู้ใดไม่ยอมลงลายมือชื่อให้บันทึกว่า

อ่านให้ฟังแล้วไม่ยอมลงลายมือชื่อพร้อมกับลงลายมือชื่อเจ้าพนักงานและพยานรับรองไว้

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ ห้ามยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

ดังต่อไปนี้

(๑) เครื่องนุ่งห่มหลับนอน หรือเครื่องใช้ในครัวเรือน

โดยประมาณราคารวมกันตามที่กำหนดไว้ในมาตรา ๒๘๕

แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง

ในกรณีเลขาธิการเห็นสมควรจะกำหนดทรัพย์สินดังกล่าวที่มีราคาเกินกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา

๒๘๕ แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง ให้เป็นทรัพย์สินที่ไม่ต้องอยู่ในบังคับแห่งระเบียบนี้ก็ได้

ทั้งนี้

โดยคำนึงถึงความจำเป็นตามฐานะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

(๒) เครื่องมือ หรือเครื่องใช้ที่จำเป็นในการเลี้ยงชีพ

หรือประกอบวิชาชีพโดยประมาณรวมกันราคาไม่เกินกว่าที่กำหนดไว้ตามมาตรา ๒๘๕

แห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความแพ่ง แต่ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินมีคำขอโดยทำเป็นคำร้องต่อเลขาธิการ

ขออนุญาตใช้เครื่องมือหรือเครื่องใช้อันจำเป็นเพื่อการดำเนินการเลี้ยงชีพหรือประกอบวิชาชีพอันมีราคาเกินกว่าจำนวนราคาดังกล่าวแล้วให้เลขาธิการมีอำนาจที่จะใช้ดุลพินิจอนุญาตหรือไม่อนุญาตภายในบังคับแห่งเงื่อนไขตามที่เห็นสมควร

(๓) วัตถุ เครื่องใช้

และอุปกรณ์ที่จำเป็นต้องใช้ทำหน้าที่แทนหรือช่วยอวัยวะของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

(๔) ทรัพย์สินอย่างใดที่โอนกันไม่ได้ตามกฎหมาย

หรือตามกฎหมายย่อมไม่อยู่ในความรับผิดแห่งการบังคับคดี

ทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินอันมีลักษณะเป็นของส่วนตัวโดยแท้

เช่น หนังสือสำหรับวงศ์ตระกูลโดยเฉพาะ จดหมายหรือสมุดบัญชีต่าง ๆ

นั้นอาจยึดมาตรวจดูเพื่อประโยชน์แห่งการยึดทรัพย์สินได้ถ้าจำเป็น

แต่ห้ามมิให้เอาออกขายทอดตลาด

(๕) ทรัพย์สินของกสิกรตามมาตรา ๕ แห่งพระราชบัญญัติว่าด้วยการยึดทรัพย์สินของกสิกร

พ.ศ. ๒๔๗๕ ได้แก่ พืชพันธุ์ที่ใช้ในปีต่อไปตามสมควร

พืชผลที่เก็บไว้สำหรับเลี้ยงตัวและครอบครัวตามฐานานุรูปสำหรับหนึ่งปี

สัตว์และเครื่องมือประกอบอาชีพที่มีไว้พอแก่การดำเนินอาชีพต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ ให้เจ้าพนักงานจัดทำบัญชีทรัพย์สินที่ยึดโดยแสดงรายละเอียด

เช่น ชื่อ ประเภท จำนวน ขนาด น้ำหนัก สภาพและราคาประเมินแห่งทรัพย์สิน เป็นต้น

ตามลำดับหมายเลขไว้

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การจดบัญชีทรัพย์สิน

ถ้าเป็นทรัพย์สินหลายสิ่งราคาเล็กน้อย

จะมัดรวมหรือกองรวมกันแล้วจดเป็นเลขหมายเดียวกันก็ได้

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เมื่อกระทำการยึดทรัพย์สินของเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินแล้ว

ให้แจ้งรายการยึดและราคาประเมินให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินทราบ

และถ้าทรัพย์สินที่ยึดมีผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมให้แจ้งการยึดให้ผู้ถือกรรมสิทธิ์ร่วมทราบด้วย

หากไม่สามารถจะกระทำตามความในวรรคก่อนได้ ให้ปิดประกาศแจ้งการยึดไว้

ณ สถานที่ที่ยึดหรือประกาศแจ้งการยึดทางหนังสือพิมพ์รายวันไม่เกิน ๗ วัน

ถ้าทรัพย์สินที่ยึดเป็นที่ดินและห้องชุด

ให้แจ้งการยึดนั้นให้เจ้าพนักงานที่ดินท้องที่ที่ที่ดินตั้งอยู่ทราบเพื่อบันทึกการยึดไว้ในทะเบียน

เมื่อดำเนินการดังกล่าวแล้วเสร็จ ให้รายงานการยึดทรัพย์สินพร้อมบัญชีทรัพย์สินที่ยึดต่อเลขาธิการ

วิธีการประเมินราคาทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การประเมินราคาที่ดินพึงพิจารณาตามหลักเกณฑ์เหล่านี้ประกอบกัน

คือ

(๑)

ราคาซื้อขายกันในท้องตลาดโดยคำนึงถึงสภาพแห่งที่ดินนั้นว่าเป็นที่ดินประเภทใด เช่น

ที่อยู่อาศัย ที่โรงงาน ที่ให้บริการหรือค้าขาย ที่สวน ที่นา ที่ไร่ เป็นต้น

และที่นั้นอยู่ในทำเลอย่างใด เช่น อยู่ในทำเลค้าขาย

ที่ชุมนุมชนอยู่ติดถนนหรือแม่น้ำลำคลองหรือไม่ รถยนต์เข้าถึงหรือไม่

หากเป็นที่ให้เช่ามีผลประโยชน์หรือรายได้มากน้อยเพียงใด

(๒) ราคาที่ดินบริเวณใกล้เคียง ซึ่งเจ้าพนักงานเคยขายทอดตลาดไปแล้ว

(๓) ราคาซื้อขาย หรือจำนอง หรือขายฝากครั้งสุดท้ายของที่ดินที่ยึด

และที่ดินข้างเคียง

(๔)

ราคาประเมินทุนทรัพย์เพื่อเรียกเก็บค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิและนิติกรรมตามประมวลกฎหมายที่ดิน

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ การประเมินราคาทรัพย์สินนอกจากที่ดิน

ให้ประเมินตามราคาซื้อขายในท้องตลาดตามสภาพความเก่าใหม่ของทรัพย์สินนั้น ๆ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การประเมินราคาทรัพย์สินที่มีการจำนองหรือจำนำให้ปฏิบัติเช่นเดียวกับข้อ

๓๔ และข้อ ๓๕ แต่ให้หมายเหตุไว้ด้วยว่าจำนองหรือจำนำเมื่อใด ต้นเงินเท่าใด

เพื่อประกอบดุลพินิจในการขายทอดตลาด

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ หากเลขาธิการเห็นว่าราคาทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานประเมินไม่เหมาะสมหรือผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินร้องขอโดยมีเหตุผลอันสมควร

เลขาธิการมีอำนาจแก้ไขราคาประเมินได้เอง

หรือมีคำสั่งให้เจ้าพนักงานทำการประเมินราคาใหม่ หรืออาจขอให้หน่วยงานที่มีหน้าที่ในการประเมินราคาทรัพย์สินหรือผู้เชี่ยวชาญในการประเมินราคาทรัพย์สินช่วยประเมินราคาให้

กรณีประเมินราคาตามคำร้องขอของผู้มีส่วนได้เสียในการยึดทรัพย์สินให้ผู้ร้องขอเป็นผู้เสียค่าใช้จ่ายเมื่อได้มีการแก้ไขราคาประเมินแล้ว

ให้เจ้าพนักงานแจ้งราคาประเมินที่ได้แก้ไขใหม่ให้ผู้มีส่วนได้เสียทราบ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ การประเมินราคาทรัพย์สินบางประเภท

หากมีความจำเป็นต้องใช้ผู้เชี่ยวชาญผู้ชำนาญพิเศษ

หรือผู้มีความรู้เชี่ยวชาญตรวจสอบและประเมินราคาให้เลขาธิการสั่งให้ดำเนินการได้

การคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ถ้าบุคคลใดจะยื่นคำร้องคัดค้านการยึดทรัพย์สิน

โดยกล่าวอ้างว่าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่ใช่เจ้าของทรัพย์สินที่เจ้าพนักงานได้ยึดไว้

ก่อนที่เอาทรัพย์สินดังกล่าวออกขายทอดตลาดบุคคลนั้น อาจยื่นคำร้องขอต่อเลขาธิการ

เพื่อให้มีคำสั่งปล่อยทรัพย์สินเช่นว่านั้น เมื่อเจ้าพนักงานได้รับคำร้องขอเช่นว่านี้

ให้งดการขายทอดตลาดหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นไว้ในระหว่างรอคำวินิจฉัยชี้ขาดของเลขาธิการต่อไป

เว้นแต่

(๑)

หากมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีมูลและยื่นเข้ามาเพื่อประวิงเวลาให้ล่าช้าเลขาธิการมีอำนาจสั่งให้ผู้ร้องวางเงินต่อเลขาธิการในเวลาที่กำหนดตามจำนวนเงินที่เห็นสมควรเพื่อประกันความเสียหายใด

ที่อาจได้รับเนื่องจากเหตุที่เนิ่นช้าในการขายทอดตลาดอันเกิดแต่การยื่นคำร้องขอนั้นถ้าผู้ร้องไม่ปฏิบัติตามคำสั่งเช่นว่านี้ให้เลขาธิการยกคำร้องนั้นเสียและมีคำสั่งให้ดำเนินการต่อไป

(๒)

ถ้าทรัพย์สินที่พิพาทนั้นเป็นสังหาริมทรัพย์และมีพยานหลักฐานเบื้องต้นแสดงว่าคำร้องขอนั้นไม่มีเหตุผลอันควรฟัง

หรือถ้าปรากฏว่าทรัพย์สินที่ยึดเป็นสังหาริมทรัพย์ที่เก็บไว้นานไม่ได้

เลขาธิการมีอำนาจสั่งให้คณะกรรมการจัดการขายทอดตลาดทรัพย์สินหรือจำหน่ายทรัพย์สินนั้นโดยไม่ชักช้า

การเก็บรักษาทรัพย์สินที่ยึด

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ ทรัพย์สินที่ยึดไว้แล้วให้นำมาเก็บรักษาไว้ที่งานพัสดุ

สำนักงานเลขานุการกรมแต่ถ้าเป็นอสังหาริมทรัพย์

หรือสิ่งของอื่นซึ่งลำบากต่อการขนย้ายให้มอบแก่บุคคลที่สมควรเป็นผู้ดูแลรักษาไว้

การมอบทรัพย์สินที่ยึดให้บุคคลอื่นดูแลรักษาให้ถือหลักเกณฑ์

ดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินยอมรับรักษาทรัพย์สินที่ยึด

และเจ้าพนักงานเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินนั้นให้เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินเป็นผู้ดูแลรักษาก็ได้

(๒) ถ้าเจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินไม่รับรักษาทรัพย์สินที่ยึด

เมื่อเจ้าพนักงานเห็นสมควรจะมอบทรัพย์สินไว้ในความดูแลของบุคคลอื่นซึ่งครอบครองทรัพย์สินนั้นอยู่ก็ได้

(๓) ถ้าไม่สามารถปฏิบัติตาม (๑) และ (๒) ได้

เลขาธิการจะเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สินและจ้างคนดูแลรักษาทรัพย์สินนั้นไว้ก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ให้เจ้าพนักงานจดไว้ในรายการยึดทรัพย์สินโดยชัดแจ้งว่า

ได้จัดการเก็บรักษาทรัพย์สินนั้นอย่างไร และต้องเสียค่าใช้จ่ายในการยึดทรัพย์สิน

ค่าเช่าสถานที่เก็บทรัพย์สิน ค่าจ้างดูแลรักษาทรัพย์สินเท่าใด

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ ให้ผู้รับรักษาทรัพย์สินโดยมีค่าตอบแทนก็ได้

หรือไม่มีค่าตอบแทนก็ดี หรือผู้ให้เช่าสถานที่รักษาทรัพย์สินก็ดี

หรือผู้รับจ้างดูแลทรัพย์สินก็ดี ทำหนังสือสัญญากับเลขาธิการ

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ ในกรณีผู้ใดทำให้เสียหาย

ทำลาย ซ่อนเร้น เอาไปเสีย ทำให้สูญหาย ทำให้เสื่อมค่าทำให้ไร้ประโยชน์

ซึ่งทรัพย์สินที่ยึด ให้เลขาธิการหรือบุคคลที่ได้รับมอบหมายร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีแก่ผู้กระทำผิดทุกเรื่อง

การอายัดทรัพย์สิน

วิธีการอายัดทรัพย์สิน

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ เจ้าพนักงานอาจอายัดสังหาริมทรัพย์อันมีรูปร่างและอสังหาริมทรัพย์รวมทั้งสิทธิทั้งปวงอันมีอยู่ในทรัพย์เหล่านั้น

หรือเงินที่บุคคลภายนอกจะต้องส่งมอบหรือโอน

หรือชำระให้แก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงิน

ในการอายัดดังกล่าวเจ้าพนักงานมีอำนาจที่จะยึดบรรดาเอกสารทั้งปวงที่ให้สิทธิแก่เจ้าหน้าที่ผู้ต้องชดใช้เงินในอันที่จะได้รับส่งมอบ

หรือรับโอนทรัพย์สินหรือสิทธิ หรือได้รับชำระเงินเช่นว่านั้น

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ เมื่อเห็นสมควรใช้สิทธิอายัดทรัพย์สินตามมาตรา

๕๗ แห่งพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. ๒๕๓๙

ในกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด ให้กองกฎหมายและสนธิสัญญานิวเคลียร์

รายงานการขออนุญาตอายัดทรัพย์สินพร้อมทั้งเสนอให้เลขาธิการลงนามในคำสั่งอายัด

74 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบสำนักงานปรมาณูเพื่อสันติ ว่าด้วยการใช้มาตรการบังคับทางปกครองสำหรับความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2556 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_788e1f6537754e39

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com