法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2543) เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี

ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2543)

เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิด

เกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ

อาศัยอํานาจตามความในมาตรา 1 ทวิ แห่งพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด พ.ศ. 2519 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2543 อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจํากัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล ซึ่งมาตรา 29 ประกอบกับมาตรา 31 มาตรา 35 มาตรา 48 และมาตรา 50 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย บัญญัติให้กระทําได้โดยอาศัยอํานาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย นายกรัฐมนตรีโดยความเห็นชอบของคณะรัฐมนตรีออกประกาศไว้ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศนี้

"สถานประกอบการ" หมายความว่า สถานที่ที่ใช้ในการประกอบธุรกิจใดๆ ตามที่ได้กําหนดไว้ในประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2543) เรื่อง กําหนดประเภทสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ

"พนักงาน" หมายความว่า บุคคลซึ่งทํางานในสถานประกอบการไม่ว่าจะในลักษณะประจําหรือชั่วคราว ทั้งนี้ ให้หมายความรวมถึงลูกจ้างตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองแรงงานด้วย

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ให้เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการปฏิบัติ ดังต่อไปนี้

(1) ควบคุม สอดส่อง และดูแล ไม่ให้พนักงานของสถานประกอบการหรือบุคคลภายนอกกระทําการหรือมั่วสุมกันกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในหรือบริเวณสถานประกอบการ

(2) พิจารณาคัดเลือกบุคลากรที่ไม่มีพฤติการณ์ในการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดเข้าเป็นพนักงาน ทั้งนี้ ไม่รวมถึงผู้เสพยาเสพติดซึ่งได้รับการบําบัดการติดยาเสพติดและฟื้นฟูสภาพร่างกายและจิตใจของผู้ติดยาเสพติดให้กลับคืนสู่สภาพปกติแล้ว และจัดอบรมพนักงานของตนให้มีความเข้าใจในการป้องกันการใช้ยาเสพติดอย่างสม่ําเสมอ

(3) จัดทําบันทึกประวัติของพนักงานไว้ประจําสถานประกอบการ โดยบันทึกประวัตินี้อย่างน้อยต้องมีรายละเอียดเกี่ยวกับชื่อและนามสกุล เลขบัตรประจําตัวประชาชน ที่อยู่และภูมิลําเนาของพนักงาน

(4) ให้ความร่วมมือกับเจ้าพนักงาน พนักงานฝ่ายปกครองหรือตํารวจในการแจ้งเมื่อพบว่ามีการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด หรือให้ข้อมูล ข่าวสาร หรือพฤติการณ์ต่างๆ ของบุคคลซึ่งมีเหตุอันควรสงสัยหรือควรเชื่อได้ว่าจะกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการของตน และอํานวยความสะดวกในการตรวจหรือทดสอบหาสารเสพติดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

มาตรา ข้อ 2/1

ข้อ 2/1" ให้เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการตามข้อ 1 (7) แห่งประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี (พ.ศ. 2543) เรื่อง กําหนดประเภทสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ลงวันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2543 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศสํานักนายกรัฐมนตรีฉบับที่ 4 (พ.ศ. 2558) เรื่อง แก้ไขเพิ่มเติมการกําหนดประเภทสถานประกอบการที่อยู่ภายใต้บังคับของมาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทําความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ ลงวันที่ 20 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2558 ปฏิบัติดังต่อไปนี้

(1) เมื่อรับมอบสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์จากผู้ส่งหรือผู้ฝาก แล้วแต่กรณี ให้จัดทําบันทึกรายละเอียดชื่อ นามสกุล เลขประจําตัวประชาชนหรือเลขหนังสือเดินทางของผู้ส่งหรือผู้ฝากนั้นรวมทั้งบันทึกรายละเอียดของผู้รับสิ่งของหรือผู้รับแทนในทํานองเดียวกันด้วยเมื่อได้มีการส่งมอบสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์นั้น การบันทึกอาจจัดทําเป็นเอกสารหรือข้อมูลในระบบสารสนเทศ หรือวิธีการอื่นใดที่สามารถให้ข้อมูลพิสูจน์ตัวบุคคลได้ ในกรณีได้จัดทําใบกํากับของหรือใบตราส่งตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ให้ถือเป็นสาระสําคัญส่วนหนึ่งของบันทึกดังกล่าวด้วย ทั้งนี้ ให้จัดเก็บไว้เพื่อประโยชน์ในการสืบสวนสอบสวนเป็นระยะเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่ได้จัดทําบันทึก

(2) ในกรณีพบหรือมีเหตุอันควรสงสัยว่ามียาเสพติดซุกซ่อนในสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์ตาม (1) ในหรือบริเวณสถานประกอบการซึ่งอยู่ในความดูแล ให้แจ้งเหตุโดยเร็วที่สุดและหากพบยาเสพติดให้จัดส่งบันทึกตามที่กําหนดไว้ใน (1) ต่อเจ้าพนักงานภายในสิบห้าวันนับแต่ได้ทราบถึงเหตุนั้น

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการจัดให้มีป้ายหรือประกาศเตือนเกี่ยวกับพิษภัยหรืออัตราโทษตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดตามวรรคสองและวรรคสาม

ป้ายหรือประกาศตามวรรคหนึ่งจะต้องมีความชัดเจน เห็นได้ง่าย และมีข้อความเป็นภาษาไทยเตือนเกี่ยวกับพิษภัยหรืออัตราโทษตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดประกอบกับข้อความที่แสดงว่าสถานประกอบการที่ติดป้ายหรือประกาศนั้นอยู่ภายใต้บังคับกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด

ข้อความตามวรรคสองจะมีภาษาอื่นนอกจากภาษาไทยก็ได้ แต่ข้อความภาษาอื่นนั้นต้องมีความหมายตรงกับข้อความภาษาไทยและมีขนาดไม่ใหญ่กว่าข้อความภาษาไทย

ลักษณะ ขนาด และรายละเอียดของข้อความให้เป็นไปตามที่กําหนดในท้ายประกาศนี้

มาตรา ข้อ 3

ข้อ 3/ 1" ให้เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการตามข้อ 2/1 ได้รับการยกเว้นไม่ต้องจัดทําป้ายหรือประกาศเตือนเกี่ยวกับพิษภัยหรืออัตราโทษตามกฎหมายเกี่ยวกับยาเสพติดตามข้อ 3 แต่ให้แจ้งข้อความให้ผู้ส่งหรือผู้ฝากสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์และผู้รับสิ่งของดังกล่าวทราบว่ายาเสพติดเป็นสิ่งของผิดกฎหมายและต้องห้ามในการขนส่งโดยเด็ดขาด สิ่งของที่เกี่ยวข้องอาจใช้เป็นพยานหลักฐานในการดําเนินคดีตามกฎหมายได้ โดยปฏิบัติอย่างหนึ่งอย่างใด ดังต่อไปนี้

(1) ปิดประกาศซึ่งข้อความดังกล่าวในบริเวณสถานที่หรือที่เก็บสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์ซึ่งใช้ประกอบกิจการขนส่งสินค้าหรือพัสดุภัณฑ์ หรือ

(2) พิมพ์หรือประทับข้อความดังกล่าวบนใบกํากับของหรือใบตราส่งหรือเอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในกรณีที่เจ้าพนักงานได้ตรวจพบว่าเจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการมิได้ปฏิบัติตามข้อ 2 ข้อ 2/1 ข้อ หรือข้อ 7/ 1 ให้เจ้าพนักงานนั้นรายงานเลขาธิการเพื่อมีหนังสือตักเตือนให้เจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการปฏิบัติตาม และหากภายหลังตรวจพบว่าเจ้าของหรือผู้ดําเนินกิจการสถานประกอบการดังกล่าวนั้นยังมิได้ปฏิบัติตาม จึงให้ถือว่าเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามประกาศนี้

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ประกาศฉบับนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพันกําหนดสามสิบวันนับแต่วันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 16 สิงหาคม พ.ศ. 2543

ชวน หลีกภัย

นายกรัฐมนตรี

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2543) เรื่อง มาตรการป้องกันและปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติดในสถานประกอบการ (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_78916d6ce2e9f61d

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com