法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลหัวหิน และตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เล่มที่ 7)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
7
มาตรา อารัมภบท

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

ประกาศกระทรวงมหาดไทย

เรื่อง

กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิด

หรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน

ในท้องที่ตำบลหัวหิน และตำบลหนองแก

อำเภอหัวหิน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๑๓

แห่งพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

อันเป็นพระราชบัญญัติที่มีบทบัญญัติบางประการเกี่ยวกับการจำกัดสิทธิและเสรีภาพของบุคคล

ซึ่งมาตรา ๒๙ ประกอบกับมาตรา ๓๑ มาตรา ๓๕ มาตรา ๔๘ มาตรา ๔๙ และมาตรา ๕๐

ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยบัญญัติให้กระทำได้โดยอาศัยอำนาจตามบทบัญญัติแห่งกฎหมาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยโดยคำแนะนำของอธิบดีกรมโยธาธิการและผังเมืองจึงออกประกาศกระทรวงมหาดไทยไว้

ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ในประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

“อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง”

หมายความว่า อาคารที่ใช้ประโยชน์เพื่อการพาณิชยกรรมในอาคารหลังเดียวหรือหลายหลัง

ที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตรขึ้นไป

แต่ไม่หมายความรวมถึงตลาดตามกฎหมายว่าด้วยการสาธารณสุข

และอาคารที่ใช้ดำเนินการเพื่อส่งเสริมหรือจำหน่ายสินค้าซึ่งเป็นผลิตผลหรือผลิตภัณฑ์ของชุมชน

“บริเวณที่ ๑”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

ทิศเหนือ

จดเส้นแบ่งเขตจังหวัดเพชรบุรีกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์

ตรงจุดที่อยู่ตามแนวเส้นขนานกับศูนย์กลางทางรถไฟสายใต้ฟากตะวันตก ระยะ ๓,๐๐๐ เมตร

เลียบเส้นแนวเขตจังหวัดเพชรบุรีกับจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ไปทางทิศตะวันออก

ผ่านทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๔ (ถนนเพชรเกษม) และเป็นเส้นตั้งฉากระยะ ๕๐๐ เมตร

กับชายฝั่งทะเลไปทางทิศตะวันออก

ทิศตะวันออก จดเส้นขนานระยะ ๕๐๐ เมตร

กับชายฝั่งทะเล ไปทางทิศใต้ถึงจุดที่อยู่ตามแนวเส้นตั้งฉากระยะ ๕๐๐ เมตร

กับชายฝั่งทะเลตรงจุดที่ลากจากปลายเส้นแบ่งเขตอำเภอหัวหินกับอำเภอปราณบุรี

ทิศใต้ จดเส้นตั้งฉากระยะ ๕๐๐ เมตร

กับชายฝั่งทะเล ไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือ

บรรจบกับปลายเส้นแบ่งเขตอำเภอหัวหินกับอำเภอปราณบุรี

และเป็นเส้นเลียบตามเส้นแบ่งเขตอำเภอหัวหินกับอำเภอปราณบุรี ผ่านทางรถไฟสายใต้ไปทางทิศตะวันตกถึงจุดที่ตั้งอยู่บนเส้นแบ่งเขตอำเภอหัวหินกับอำเภอปราณบุรีที่จุดซึ่งอยู่ตามแนวเส้นขนานระยะ

๓,๐๐๐ เมตร กับศูนย์กลางทางรถไฟสายใต้ ฟากตะวันตก

ทิศตะวันตก จดเส้นขนานระยะ ๓,๐๐๐ เมตร

กับศูนย์กลางทางรถไฟสายใต้ฟากตะวันตก ไปทางทิศเหนือจนบรรจบกับจุดเริ่มต้น

เว้นแต่พื้นที่บริเวณที่ ๒

“บริเวณที่ ๒”

หมายความว่า พื้นที่บริเวณดังต่อไปนี้

๒.๑ ทิศเหนือ จดแนวเขตป่าหมายเลข ๘๗

ตามมติคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการสงวนไว้ใช้ประโยชน์ทางราชการ

และแนวเส้นแบ่งเขตจังหวัดระหว่างจังหวัดประจวบคีรีขันธ์กับจังหวัดเพชรบุรีจนบรรจบทางรถไฟสายใต้ฟากตะวันตก

ทิศตะวันออก จดเขตทางรถไฟสายใต้ ฟากตะวันตก

และถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ เลียบคลองส่งน้ำสายหัวหิน กรมชลประทาน

บรรจบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๑๘ เลียบทางหลวงแผ่นดินหมายเลข ๓๒๑๘ ฟากตะวันตก

และเขตทางรถไฟสายใต้ ฟากตะวันตก จนบรรจบสนามกอล์ฟ

ทิศใต้ จดเขาสนามกอล์ฟ สนามกอล์ฟหัวหิน

และถนนชมสินธุ์ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดวัดบุษยะบรรพต (เขาต้นงิ้ว)

วัดวิเวกสันติธรรม วัดสุขสำราญ ที่พักสงฆ์ภูธาราวาส วัดราชายตนะบรรพต

เลียบเขาหินเหล็กไฟ เขาด่าง วัดอิติสุคโตและหนองสมอ

๒.๒ ทิศเหนือ จดเขตทหาร

ทิศตะวันออก จดเขตควบคุมอาคาร กฎกระทรวงฉบับที่

๓๖ ออกตามความ พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

ทิศใต้ จดซอยอุบล ๑ ฟากเหนือ

ทิศตะวันตก จดถนนสาธารณะไม่ปรากฏชื่อ ฟากตะวันออก

เลียบทางรถไฟ และเขตทางรถไฟสายใต้บรรจบเขตทหาร

๒.๓ ทิศเหนือ จดเขาหินเหล็กไฟ เขาสนามกอล์ฟ

และสนามกอล์ฟหัวหิน

ทิศตะวันออก จดเขตทางรถไฟสายใต้ ฟากตะวันตก

และเขตควบคุมอาคาร กฎกระทรวงฉบับที่ ๓๖ ออกตาม พ.ร.บ.ควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

ทิศใต้ จดถนนต้นสักเฉลิมพระเกียรติ ร.๙ ฟากเหนือ

และเขตทหาร

ทิศตะวันตก จดเขาใหญ่ แนวเขตป่าหมายเลข ๘๗

ตามมติคณะรัฐมนตรีให้ดำเนินการสงวนไว้ใช้ประโยชน์ทางราชการ และเขาหินเหล็กไฟ

ทั้งนี้ ไม่รวมถึงสถานที่ราชการ สถาบันการศึกษา

และศาสนสถาน

ทั้งนี้ ตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒

ให้กำหนดพื้นที่บางส่วนในท้องที่ตำบลหัวหิน และตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน

จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ภายในบริเวณแนวเขตตามแผนที่ท้ายประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้เป็นบริเวณห้ามก่อสร้างอาคารชนิดและบางประเภท

ดังต่อไปนี้

(ก) ภายในบริเวณที่ ๑

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีก ค้าส่ง

(ข) ภายในบริเวณที่ ๒

ห้ามบุคคลใดก่อสร้างอาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่ง

เว้นแต่อาคารพาณิชยกรรมประเภทค้าปลีกค้าส่งที่มีพื้นที่ใช้สอยอาคารรวมกันเพื่อประกอบกิจการขายปลีกขายส่งสินค้าอุปโภคและบริโภคหลายประเภทที่ใช้ในชีวิตประจำวัน

ตั้งแต่ ๓๐๐ ตารางเมตร แต่ไม่เกิน ๑,๐๐๐ ตารางเมตร

แต่ทั้งนี้จะต้องเป็นไปตามข้อกำหนด ดังต่อไปนี้

(๑) ที่ดินแปลงที่ตั้งอาคารจะต้องอยู่ติดถนนสาธารณะที่มีช่องทางจราจรไม่น้อยกว่า

๔ ช่องทาง หรือมีขนาดเขตทางไม่น้อยกว่า ๒๐ เมตร

และจะต้องบรรจบกับถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางที่เท่ากันหรือมากกว่า

(๒)

แนวศูนย์กลางปากทางเข้าออกของรถยนต์ต้องอยู่ห่างจากทางร่วมทางแยกที่เป็นทางบรรจบกันของถนนสาธารณะที่มีขนาดเขตทางตั้งแต่

๑๔ เมตรขึ้นไป ไม่น้อยกว่า ๑๐๐ เมตร

(๓)

มีอัตราส่วนของพื้นที่อาคารคลุมดินต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๐.๓

(๔)

มีอัตราส่วนของพื้นที่ใช้สอยรวมของอาคารต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคารไม่เกิน

๑.๕

(๕) มีอัตราส่วนของพื้นที่ว่างที่จัดให้เป็นสวน

หรือบริเวณปลูกต้นไม้หรือการนันทนาการต่อพื้นที่ของแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๒๐

(๖) มีที่ว่างด้านหน้าของอาคาร

ห่างจากเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๕๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๗) มีที่ว่างด้านข้างและด้านหลังของอาคาร

ห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือเขตทางของถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๕ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารถึงเขตที่ดินของผู้อื่นหรือริมเขตทางด้านที่ติดกับแปลงที่ดินที่ใช้เป็นที่ตั้งอาคาร

(๘) อาคารที่มีความสูงเกิน ๑๐ เมตร

ต้องมีระยะห่างจากแนวเขตที่ดินซึ่งเป็นที่ตั้งอาคารศูนย์ราชการหลักของจังหวัดหรืออำเภอ

ศาสนสถาน โบราณสถาน สถานศึกษา ไม่น้อยกว่า ๕๐๐ เมตร

โดยวัดระยะจากขอบนอกสุดของอาคารที่ขออนุญาตถึงแนวเขตที่ดินของสถานที่ดังกล่าว

(๙) มีที่จอดรถยนต์ไม่น้อยกว่า ๑ คัน

ต่อพื้นที่อาคาร ๒๐ ตารางเมตร เศษของ ๒๐ ตารางเมตร ให้คิดเป็น ๒๐ ตารางเมตร

(๑๐) ที่พักมูลฝอย

ต้องมีระยะห่างจากเขตที่ดินของผู้อื่นหรือถนนสาธารณะไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และต้องมีระยะห่างจากสถานที่ประกอบอาหารและสถานที่เก็บอาหารไม่น้อยกว่า ๔ เมตร

แต่ถ้าที่พักมูลฝอยมีขนาดความจุเกิน ๓ ลูกบาศก์เมตร

ต้องมีระยะห่างจากสถานที่ดังกล่าวไม่น้อยกว่า ๑๐ เมตร

และสามารถขนย้ายมูลฝอยได้โดยสะดวก

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ภายในบริเวณพื้นที่ที่กำหนดตามข้อ ๒

ห้ามบุคคลใดดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารใดๆ

ให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ ๒

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่มีอยู่แล้วในพื้นที่ตามข้อ

๒ ก่อนหรือในวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับ

แต่ห้ามดัดแปลงหรือเปลี่ยนการใช้อาคารดังกล่าวให้เป็นอาคารชนิดหรือประเภทที่มีลักษณะต้องห้ามตามที่กำหนดในข้อ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้มิให้ใช้บังคับแก่อาคารที่ได้รับอนุญาตหรือใบรับแจ้งการก่อสร้าง

ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้ตามกฎหมายว่าด้วยการควบคุมอาคารหรือที่ได้รับอนุญาตตามกฎหมายเฉพาะว่าด้วยกิจการนั้น

ก่อนวันที่ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ใช้บังคับและยังก่อสร้าง ดัดแปลง

หรือเปลี่ยนการใช้ไม่แล้วเสร็จ

แต่จะขอเปลี่ยนแปลงการอนุญาตหรือการแจ้งให้เป็นการขัดต่อประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ไม่ให้ใช้บังคับในพื้นที่มีกฎกระทรวง ฉบับที่ ๓๖

(พ.ศ. ๒๕๓๕) ออกตามความในพระราชบัญญัติควบคุมอาคาร พ.ศ. ๒๕๒๒

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗[๑]

ประกาศกระทรวงมหาดไทยนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

ประกาศ

ณ วันที่ ๒ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๖

ประมวล รุจนเสรี

รัฐมนตรีช่วยว่าการฯ

ปฏิบัติราชการแทน

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

ฐิติพงษ์/พิมพ์

๒๒

พฤษภาคม ๒๕๕๐

สุกัญญา/ตรวจ

๒๘

พฤษภาคม ๒๕๕๐

[๑]

ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๒๐ (เล่มที่ ๗)/ตอนพิเศษ ๑๐๑ ง/หน้า ๓๒/๔

กันยายน ๒๕๔๖

7 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ประกาศกระทรวงมหาดไทย เรื่อง กำหนดบริเวณห้ามก่อสร้าง ดัดแปลง หรือเปลี่ยนการใช้อาคารบางชนิดหรือบางประเภทในพื้นที่บางส่วน ในท้องที่ตำบลหัวหิน และตำบลหนองแก อำเภอหัวหิน จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ (เล่มที่ 7) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_78f01036f1062286

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com