法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ณ วันที่ 04/09/2557)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
62
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก

ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๕๔[๑]

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการทางทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบกเสียใหม่

เพื่อให้การดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและเหมาะสม

สามารถให้บริการแก่ประชาชนด้วยความสะดวกรวดเร็วยิ่งขึ้น

อธิบดีกรมการขนส่งทางบกจึงวางระเบียบไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ ระเบียบนี้เรียกว่า

“ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๕๔”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดหกสิบวันนับแต่วันที่ประกาศ

เว้นแต่ความในหมวด ๓ การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ และหมวด ๕ การย้ายรถ

ให้ใช้บังคับเมื่อพ้นกำหนดสองร้อยเจ็ดสิบวันนับแต่วันที่ระเบียบนี้มีผลใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ ให้ยกเลิก

(๑) ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๓๙

(๒) ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๒

(๓) ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๖

(๔) ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๗

(๕) ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๗

(๖) ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถ

ตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๗

(๗) หนังสือกรมการขนส่งทางบก ที่ คค ๐๓๐๘/๐๕๕๙๖ ลงวันที่ ๑๙ ตุลาคม

๒๕๒๕ เรื่อง การใช้ป้ายทะเบียนรถสีแดง

บรรดาระเบียบ ประกาศ ข้อบังคับ

หรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่มีไว้แล้วในระเบียบนี้หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้

ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ ในระเบียบนี้

“ตรวจสภาพรถ” หมายความว่า

การตรวจความมั่นคงแข็งแรง ความสะอาด

ความเรียบร้อยความเหมาะสมของสภาพรถที่นำมาใช้ในการขนส่ง

และเครื่องอุปกรณ์และส่วนควบของรถให้ครบถ้วนถูกต้องตามที่กำหนดในกฎกระทรวง

“ตรวจสอบรถ” หมายความว่า

การตรวจสอบความถูกต้องของตัวรถตามรายการที่จดทะเบียนและประวัติรถ

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ ให้รองอธิบดี

(ฝ่ายปฏิบัติการ) กรมการขนส่งทางบก รักษาการตามระเบียบนี้

บททั่วไป

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ การยื่นขอดำเนินการใด

ๆ เกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามระเบียบนี้หากไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น

ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗ การดำเนินการใด ๆ

ทางทะเบียนและภาษีรถ หากผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถไม่มาดำเนินการด้วยตนเอง

ต้องมีหนังสือมอบอำนาจให้ผู้อื่นเป็นผู้มาดำเนินการแทน

เว้นแต่การยื่นขอต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ

การมอบอำนาจตามวรรคหนึ่ง ให้ผู้มอบอำนาจและผู้รับมอบอำนาจแนบภาพถ่ายบัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี เป็นหลักฐานประกอบด้วย

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ การจดทะเบียนรถ

การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ หรือการโอนรถที่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ประกอบการขนส่ง

ให้นายทะเบียนตรวจสอบการจัดให้มีการประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

สัญญาประกันภัยและกรมธรรม์ประกันภัยตามวรรคหนึ่ง

จะต้องมีความคุ้มครองอย่างน้อยถึงวันสิ้นอายุภาษีรถในปีถัดไป

การจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ ผู้ขอจดทะเบียนรถจะต้องเป็นผู้ประกอบการขนส่งที่มีสิทธิใช้รถ

โดยการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครอง หรือรับเข้าร่วมกิจการขนส่ง

และต้องบรรจุรถในบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง (บัญชี ขส.บ.๑๑)

ให้แล้วเสร็จก่อน

การจดทะเบียนรถให้ยื่นได้ ณ สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่

หรือสำนักงานขนส่งจังหวัด แล้วแต่กรณี โดยให้ใช้คำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

พร้อมด้วยหลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง

(กรณีมีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง (ถ้ามี)

แล้วแต่กรณี และหลักฐานประกอบคำขอ ดังต่อไปนี้

๙.๑ รถใหม่ที่ผลิตจากโรงงานภายในประเทศ

หรือรถที่นำเข้าจากต่างประเทศเพื่อจำหน่าย

(๑) หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายรถ

(๒) หลักฐานการได้มาของรถ เช่น สัญญาเช่าซื้อรถ

หรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ

(๓) หลักฐานการชำระราคารถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน

หรือใบกำกับภาษีหรือใบส่งสินค้า (กรณีที่ใบส่งสินค้ามีรายการเกี่ยวกับตัวรถ

ผู้ซื้อ ผู้ขาย ราคาจำหน่าย จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม)

๙.๒ รถประกอบขึ้นใหม่จากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศ

(๑) ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซี หรือใบกำกับภาษี

(๒) ใบขนสินค้าขาเข้า

พร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือภาพถ่าย

ซึ่งต้องเป็นภาพถ่ายเอกสารแผ่นที่ระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง

(๓) บัญชีราคาสินค้าหรือใบกำกับสินค้า (อินวอยซ์) หรือภาพถ่าย

ซึ่งต้องเป็นภาพถ่ายเอกสารแผ่นที่ระบุรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซี

โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง

(๔) ใบเสร็จรับเงินค่าอากรขาเข้า หรือภาพถ่าย

โดยมีเจ้าหน้าที่ของกรมศุลกากรรับรองความถูกต้อง

(๕) ใบเสร็จรับเงินค่าเครื่องยนต์ หรือใบกำกับภาษี

หรือหลักฐานการซื้อขายหรือการให้เครื่องยนต์ แล้วแต่กรณี

(ก)

กรณีเครื่องยนต์เก่าที่เคยนำไปใช้กับรถที่จดทะเบียนแล้วให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถที่มีรายละเอียดหมายเลขเครื่องยนต์

พร้อมด้วยบัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคลของเจ้าของหรือผู้จำหน่ายเครื่องยนต์

แล้วแต่กรณี

(ข) กรณีเครื่องยนต์ที่ยังไม่เคยจดทะเบียน

ให้แนบหนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์

(๖)

หนังสือจากเจ้าของรถยืนยันความถูกต้องในการได้มาซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถทั้งหมดและบันทึกยืนยันความรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา

หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

(๗) ใบเสร็จรับเงินค่าหัวเก๋ง (กรณีรถบรรทุก)

หรือใบเสร็จรับเงินค่าตัวถังรถ (กรณีรถโดยสาร)

(๘) หลักฐานการสร้างประกอบรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรง

(กรณีที่ไม่ได้ประกอบรถขึ้นใช้เอง)

๙.๓ รถที่มีการเปลี่ยนโครงคัสซี

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) ใบเสร็จรับเงินค่าโครงคัสซี หรือใบกำกับภาษี

หรือสัญญาซื้อขายโครงคัสซี แล้วแต่กรณี สำหรับกรณีเป็นโครงคัสซีเก่าของรถที่ได้แจ้งเลิกใช้แล้ว

ให้แนบภาพถ่ายหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถที่มีรายละเอียดหมายเลขโครงคัสซีด้วย

(๓) หลักฐานการเปลี่ยนโครงคัสซี เช่น

ใบเสร็จรับเงินค่าเปลี่ยนโครงคัสซี

(๔) กรณีเป็นโครงคัสซีที่นำเข้าจากต่างประเทศ ต้องมีหลักฐานตามข้อ

๙.๒ (๒) (๓) และ (๔)

๙.๔ รถนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อใช้ในกิจการของตนเอง

(๑) เอกสารการอนุญาตนำรถเข้าของกรมศุลกากร ได้แก่ ใบเสร็จรับเงิน ค่าอากรขาเข้า

หรือหลักฐานการยกเว้นอากรขาเข้า บัญชีราคาสินค้าหรือใบกำกับสินค้า (อินวอยซ์) ใบขนสินค้าขาเข้า

พร้อมแบบแสดงรายการภาษีสรรพสามิตและภาษีมูลค่าเพิ่ม ใบรับรองการนำเข้า (แบบที่ ๓๒)

ซึ่งระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรถ เช่น หมายเลขโครงคัสซี หมายเลขเครื่องยนต์

(๒) กรณีเป็นรถใช้แล้วให้ใช้หลักฐานตาม (๑)

และต้องมีหนังสืออนุญาตให้นำรถเข้ามาในราชอาณาจักรของกรมการค้าต่างประเทศ

กระทรวงพาณิชย์

๙.๕ รถพ่วงและรถกึ่งพ่วงที่ประกอบขึ้นใช้ในกิจการของตนเอง

(๑) หนังสือรับรองการประกอบรถขึ้นใช้ในกิจการของตนเอง

(๒) หลักฐานการสร้างประกอบรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรง

(กรณีไม่ได้ประกอบรถขึ้นเอง)

(๓)

หนังสือจากเจ้าของรถยืนยันความถูกต้องในการได้มาซึ่งชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถทั้งหมดและบันทึกยืนยันความรับผิดทั้งในทางแพ่งและทางอาญา

หากมีข้อโต้แย้งเกี่ยวกับสิทธิและการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์และส่วนควบของรถตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

๙.๖ รถที่ได้มาจากการขายทอดตลาดของทางราชการ

อันเนื่องมาจากรถเป็นของกลางในคดีอาญา

(๑) หนังสือแจ้งการขายทอดตลาด

ซึ่งมีรายละเอียดเกี่ยวกับรถที่ขายทอดตลาด

(๒) ใบเสร็จรับเงินค่ารถ

(๓) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ (ถ้ามี)

๙.๗ รถที่ได้มาจากการขายทอดตลาดของทางราชการในลักษณะรถเก่าชำรุด

โดยไม่มีการโอนทะเบียนรถเดิม ให้ใช้หลักฐานตามข้อ ๙.๖

๙.๘ รถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์

ให้ใช้ใบคู่มือจดทะเบียนรถที่มีการแจ้งไม่ใช้รถตลอดไปตามมาตรา ๓๔

หรือที่แสดงว่าการจดทะเบียนรถเป็นอันระงับไปตามมาตรา ๓๕/๓ แห่งพระราชบัญญัติรถยนต์

พ.ศ. ๒๕๒๒

๙.๙ รถที่เคยจดทะเบียนตามกฎหมายอื่น

ให้ใช้หนังสือรับรองการจำหน่ายรถของหน่วยงานที่รถนั้นเคยจดทะเบียน

โดยต้องแสดงรายละเอียดเกี่ยวกับหมายเลขทะเบียนรถ (เดิม) ชนิดรถ หมายเลขเครื่องยนต์

หมายเลขตัวถัง หรือหมายเลขโครงคัสซี

๙.๑๐ รถที่มีการเปลี่ยนแปลงประเภทการขนส่ง

หรือรถที่เปลี่ยนลักษณะจากรถบรรทุกเป็นรถโดยสาร หรือเปลี่ยนจากรถโดยสาร เป็นรถบรรทุก

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานการเปลี่ยนลักษณะรถ เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าแรง

ค่าอุปกรณ์และส่วนควบ

๙.๑๑ รถที่การจดทะเบียนเป็นอันระงับตามมาตรา ๘๖/๔

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้ใช้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

๙.๑๒ รถที่มีคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลให้จดทะเบียน

ให้ใช้ภาพถ่ายคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาล และเอกสารหลักฐานตามข้อ ๙.๑ (ถ้ามี)

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ เมื่อได้รับคำขอจดทะเบียนรถและตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๙ ครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ตรวจสอบผลการตรวจสภาพรถ หากปรากฏว่าผ่านการตรวจสภาพให้ออกหมายเลขทะเบียนรถ

(๒) จัดเก็บภาษีรถประจำปี และค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

(๓) ออกเครื่องหมายแสดงการเสียภาษี และแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

(๔) บันทึกรายการจดทะเบียนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

การจดทะเบียนรถตามคำพิพากษาหรือคำสั่งศาลตามข้อ ๙.๑๒

เมื่อดำเนินการจดทะเบียนรถแล้ว

ให้มีหนังสือแจ้งศาลที่ออกคำพิพากษาหรือคำสั่งเพื่อทราบผลการดำเนินการทางทะเบียนด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑ การจดทะเบียนรถตามข้อ

๙.๑๑ ซึ่งเป็นการดำเนินการจดทะเบียนรถในจังหวัดอื่นที่มิใช่จังหวัดที่รถนั้นเคยจดทะเบียนอยู่ในวันที่ทะเบียนระงับ

ให้นำหลักเกณฑ์และขั้นตอนที่กำหนดไว้ในหมวด ๕ การย้ายรถ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

และให้ปฏิบัติตามขั้นตอนเดียวกับการจดทะเบียนรถใหม่ ตามข้อ ๑๐

โดยหากหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถยังมีช่องบันทึกรายการเหลืออยู่ให้ใช้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเล่มเดิมต่อไป

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒[๒]

ภายใต้บังคับแห่งหมวดนี้

รถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศตามข้อ ๙.๒

หรือรถที่มีการเปลี่ยนโครงคัสซีตามข้อ ๙.๓

รถนำเข้าจากต่างประเทศเพื่อใช้ในกิจการของตนเองตามข้อ ๙.๔

หรือรถที่ได้มาจากการขายทอดตลาดของทางราชการในลักษณะรถเก่าชำรุดตามข้อ ๙.๗

ให้ตรวจสอบหลักฐานการได้มาของชิ้นส่วนอุปกรณ์รถหรือหลักฐานการได้มาของรถไปยังส่วนทะเบียนรถขนส่ง

สำนักงานขนส่งกรุงเทพมหานครพื้นที่ ๕ ก่อนดำเนินการจดทะเบียน

รถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่าที่นำเข้าจากต่างประเทศตามข้อ

๙.๒ ให้บันทึกในสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

มีข้อความว่า “รถประกอบจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า” และกรณีเป็นรถที่ต้องเสียภาษีสรรพสามิต เมื่อจดทะเบียนรถเรียบร้อยแล้ว

ให้นายทะเบียนรวบรวมภาพถ่ายใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษีค่าโครงคัสซี ค่าเครื่องยนต์

ภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินค่าหัวเก๋ง (กรณีรถบรรทุก) ค่าตัวถังรถ (กรณีรถโดยสาร) และภาพถ่ายใบเสร็จรับเงินค่าแรง

(กรณีที่ไม่ได้ประกอบรถขึ้นใช้เอง)

จัดส่งให้กรมสรรพสามิตหรือสำนักงานสรรพสามิตพื้นที่ แล้วแต่กรณี

การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ การต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถให้ยื่นต่อนายทะเบียน

ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน

เว้นแต่รถที่ได้รับอนุญาตให้ประกอบการขนส่งประเภทการขนส่งส่วนบุคคล

ให้ยื่นต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน

หรือสำนักงานขนส่งอื่นก็ได้

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔ เมื่อได้รับเรื่องขอต่ออายุทะเบียนและชำระภาษีรถตามข้อ

๑๓ แล้ว ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ตรวจสอบหลักฐานประกอบการขอชำระภาษีรถ เช่น

หลักฐานแสดงว่าผ่านการตรวจสภาพรถ

หลักฐานการจัดให้มีประกันภัยตามกฎหมายว่าด้วยการคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ

เอกสารหรือหนังสือรับรองอื่น ๆ ตามที่กฎหมายกำหนด

(๒) จัดเก็บภาษีรถประจำปี

สำหรับการรับชำระภาษีรถประจำปีแทนนายทะเบียนสำนักงานขนส่งอื่น

ให้บันทึกในระบบงานว่ารับชำระภาษีแทนนายทะเบียนสำนักงานขนส่งใด

และจัดพิมพ์รายงานการรับชำระภาษีรถคันดังกล่าว

เพื่อจัดเก็บไว้เป็นหลักฐานในการตรวจสอบ

การโอนรถ

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕ การโอนรถ

ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ และหลักฐานประกอบคำขอในแต่ละกรณีดังนี้

(๑) การโอนกรรมสิทธิ์รถ

(ก) หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าซื้อ

สัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไข สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง)

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

(ข) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

(๒) การโอนสิทธิการใช้รถ

(ก) หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง

(ขส.บ.๑๑) ของผู้โอน

(ข) หลักฐานการโอนสิทธิการใช้รถ เช่น สัญญาเช่าซื้อ

หนังสือโอนสิทธิการเช่าซื้อ สัญญาเข้าร่วมกิจการ

หรือหลักฐานการเป็นสมาชิกสหกรณ์เดินรถซึ่งได้รับอนุญาตให้เข้าร่วมกิจการกับสหกรณ์เดินรถ

(ค) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

(๓) การโอนกรรมสิทธิ์และสิทธิการใช้รถ

(ก) หลักฐานการถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง

(ขส.บ.๑๑) ของผู้โอน

(ข) หลักฐานการโอนกรรมสิทธิ์ เช่น ใบเสร็จรับเงิน สัญญาเช่าซื้อ

สัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไข สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง)

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

(ค) หลักฐานประจำตัวผู้โอนและผู้รับโอน ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

(๔) การโอนรถโดยการรับมรดกที่ศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(ก) ภาพถ่ายคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(ข) หลักฐานประจำตัวผู้รับมรดก และผู้จัดการมรดก (ถ้ามี) ได้แก่

บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

(๕) การโอนรถโดยการรับมรดกมีพินัยกรรม

(ก) ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก

(ข) พินัยกรรมพร้อมภาพถ่าย

(ค) หลักฐานประจำตัวผู้รับมรดก และผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม (ถ้ามี)

ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

แล้วแต่กรณี

(๖) การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม และไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

(ก) ภาพถ่ายใบมรณบัตรของเจ้าของรถซึ่งเป็นเจ้ามรดก

(ข) หลักฐานประจำตัวทายาทซึ่งเป็นผู้รับโอน ได้แก่

บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

(๗) การโอนรถโดยคำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล หรือเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมาย

(ก) คำสั่งหรือคำพิพากษาของศาล

หรือหนังสือของเจ้าพนักงานผู้มีอำนาจตามกฎหมายให้โอนรถให้กับผู้รับโอน แล้วแต่กรณี

พร้อมทั้งรายละเอียดของรถคันดังกล่าว

(ข) หลักฐานประจำตัวผู้รับโอน ได้แก่

บัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖ เมื่อได้รับคำขอโอนและได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๑๕ ครบถ้วนถูกต้องแล้ว เว้นแต่กรณีการโอนรถตามข้อ ๑๕ (๖) ให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ตรวจสอบการบรรจุรถในบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง

(ขส.บ.๑๑) และผลการตรวจสอบรถ เว้นแต่กรณีการโอนกรรมสิทธิ์รถโดยการเช่าซื้อ

การซื้อขายโดยมีเงื่อนไข หรือการเช่า (แบบลิสซิ่ง)

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน ไม่ต้องทำการตรวจสอบรถ

(๒) ประเมินราคารถเพื่อเสียอากรตามประมวลรัษฎากร

เว้นแต่การโอนรถโดยไม่มีค่าตอบแทน หรือผู้โอนอยู่ในระบบภาษีมูลค่าเพิ่ม

หรือการโอนกรรมสิทธิ์รถโดยการเช่าซื้อ การซื้อขายโดยมีเงื่อนไข หรือการเช่า

(แบบลิสซิ่ง) หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

ไม่ต้องประเมินราคารถเพื่อเสียอากรตามประมวลรัษฎากร

(๓) บันทึกรายการโอนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ สำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถการโอนรถตามข้อ

๑๕ (๗)

เมื่อดำเนินการทางทะเบียนแล้วให้มีหนังสือแจ้งศาลที่ออกคำสั่งหรือคำพิพากษาเพื่อทราบผลการดำเนินการทางทะเบียนด้วยทุกครั้ง

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗ การโอนรถโดยการรับมรดกที่ไม่มีพินัยกรรม

และไม่มีคำสั่งศาลแต่งตั้งผู้จัดการมรดกตามข้อ ๑๕ (๖) เมื่อได้รับคำขอโอนและได้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑) จัดทำหนังสือถึงเจ้าพนักงานท้องที่ตามภูมิลำเนาของเจ้ามรดก

เพื่อขอความร่วมมือให้สอบปากคำบรรดาทายาทของเจ้ามรดกพร้อมทั้งขอให้ดำเนินการประกาศรับโอนมรดกนั้นด้วย

ถ้าปรากฏว่าเจ้าพนักงานท้องที่ดังกล่าวไม่อาจดำเนินการสอบปากคำบรรดาทายาท

และประกาศรับมรดกตามที่ขอความร่วมมือได้

ให้นายทะเบียนแจ้งผู้รับโอนนั้นไปยื่นคำร้องต่อศาลให้มีการแต่งตั้งผู้จัดการมรดก

แล้วนำคำสั่งศาลมาเป็นหลักฐานประกอบการโอนรถต่อไป

(๒) เมื่อได้รับแจ้งผลการดำเนินการตาม (๑) แล้ว

ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกับการโอนรถตามข้อ ๑๖

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘ ในการโอนรถ

ผู้โอนและผู้รับโอนต้องแจ้งต่อนายทะเบียนภายใน ๑๕ วัน นับแต่วันโอนในกรณีไม่แจ้งภายในกำหนด

ให้เปรียบเทียบความผิดตามมาตรา ๑๔๙ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

การย้ายรถ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙ การแจ้งย้ายรถ

ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน (ต้นทาง)

หรือนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งที่จะนำรถนั้นไปใช้งาน (ปลายทาง)

โดยยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานการได้รับอนุญาตให้บรรจุรถคันที่แจ้งย้ายออก

เว้นแต่กรณีการแจ้งย้ายรถที่ได้แจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา ๗๙

หรือกรณีทะเบียนรถเป็นอันระงับตามมาตรา ๘๖/๔ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ.

๒๕๒๒ หรือยกเลิกการจดทะเบียนเนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อหรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกันไว้แล้ว

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๑๙ ครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑) การแจ้งย้ายรถที่จังหวัดต้นทาง

(ก) ตรวจสอบรายการเสียภาษีรถประจำปี

หากมีภาษีค้างชำระให้จัดเก็บภาษีค้างชำระพร้อมเงินเพิ่มให้ครบถ้วนถูกต้อง

(ข) ตรวจสอบการถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง

(ขส.บ.๑๑) หากยังมิได้ถอนรถก็ให้ดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน

(ค)

หากรถคันที่ขอแจ้งย้ายยังมิได้รับอนุญาตให้ใช้ในการประกอบการขนส่งของผู้ประกอบการขนส่งที่จังหวัดปลายทาง

ให้ผู้ประกอบการขนส่งที่ขอแจ้งย้ายรถแจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา ๗๙ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒ ก่อน

(ง) บันทึกข้อมูลการย้ายรถในระบบงานและบันทึกการย้ายรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

กรณีรถที่การจดทะเบียนเป็นอันระงับตามมาตรา ๘๖/๔

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ก่อนดำเนินการตาม (๑)

ให้ตรวจสอบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ หากยังมิได้ส่งคืนแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถหรือยังมิได้บันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถก็ให้ดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน

(๒) การแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทาง

(๒.๑) การดำเนินการของจังหวัดปลายทาง

(ก)

ให้นายทะเบียนจังหวัดปลายทางตรวจสอบคำขอและหลักฐานประกอบคำขอตามที่กำหนดไว้ในข้อ

๑๙ และกรณีเป็นรถที่การจดทะเบียนเป็นอันระงับให้ตรวจสอบหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

หากยังมิได้ส่งคืนแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถหรือยังมิได้บันทึกหลักฐานการระงับทะเบียนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

ให้แจ้งผู้ยื่นคำขอไปดำเนินการที่จังหวัดต้นทางให้แล้วเสร็จก่อน

(ข) ตรวจสอบการถอนรถในบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง

(ขส.บ.๑๑) จังหวัดต้นทางและการบรรจุรถในบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง

(ขส.บ.๑๑)

จังหวัดปลายทางหากปรากฏว่ายังมิได้ถอนรถจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง

(ขส.บ.๑๑) จังหวัดต้นทางก็ให้ดำเนินการก่อน ทั้งนี้

เว้นแต่รถที่แจ้งเลิกใช้รถไว้แล้วตามมาตรา ๗๙

หรือกรณีรถที่การจดทะเบียนเป็นอันระงับตามมาตรา ๘๖/๔

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

รถที่นายทะเบียนอนุญาตให้ยกเลิกการจดทะเบียน เนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

สัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไขสัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง)

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกันไว้แล้ว

(ค)

บันทึกข้อมูลการย้ายรถในระบบงานและบันทึกการย้ายรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒.๒) การดำเนินการของจังหวัดต้นทาง

จัดพิมพ์รายงานการแจ้งย้ายรถออกจากระบบงาน

ตรวจสอบรายละเอียดในรายงานกับสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

เมื่อถูกต้องให้บันทึกการอนุญาตย้ายรถในระบบงานพร้อมบันทึกการย้ายรถในสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑ ในกรณีการแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทาง

หากปรากฏว่าข้อมูลประวัติรถในระบบงานไม่สมบูรณ์

ให้นายทะเบียนจังหวัดปลายทางขอข้อมูลประวัติรถจากนายทะเบียนจังหวัดต้นทาง

และให้นายทะเบียนจังหวัดต้นทางจัดส่งภาพถ่ายประวัติรถที่ได้รับรองสำเนาถูกต้องโดยทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ไปยังนายทะเบียนจังหวัดปลายทางภายในวันนั้นหรือวันทำการถัดไป

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒ การแจ้งย้ายรถเข้า

ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถเดิม เว้นแต่รถที่ได้แจ้งเลิกใช้ตามมาตรา ๗๙

หรือรถที่การจดทะเบียนเป็นอันระงับตามมาตรา ๘๖/๔ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก

พ.ศ. ๒๕๒๒ หรือรถที่ยกเลิกการจดทะเบียน เนื่องจากมีการยกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

สัญญาซื้อขายโดยมีเงื่อนไข สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง)

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓ ในกรณีการแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทาง

แม้นายทะเบียนจังหวัดต้นทางยังไม่ได้บันทึกการอนุญาตย้ายรถในระบบงานตามข้อ ๒๐

ก็สามารถยื่นคำขอแจ้งย้ายรถเข้าพร้อมกับนำรถเข้ารับการตรวจสอบไว้ก่อนได้

มาตรา ข้อ ๒๔

ข้อ ๒๔ เมื่อได้รับคำขอและเอกสารประกอบคำขอตามข้อ

๒๒ และนายทะเบียนจังหวัดต้นทางอนุญาตให้ย้ายรถออกแล้ว

ให้ตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอกับรายงานรถขอย้ายรถเข้าในระบบงานและผลการตรวจสอบรถ

หากถูกต้องให้ดำเนินการเช่นเดียวกับการจดทะเบียนรถใหม่ตามข้อ ๑๐ โดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๒๕

ข้อ ๒๕ ผู้ประกอบการขนส่งที่ประสงค์จะยกเลิกการแจ้งย้ายรถ

ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

พร้อมด้วยหลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี ต่อนายทะเบียน ดังต่อไปนี้

(๑) กรณีการแจ้งย้ายรถที่จังหวัดต้นทาง

ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนจังหวัดต้นทาง

(๒) กรณีการแจ้งย้ายรถที่จังหวัดปลายทาง

ให้ยื่นคำขอต่อนายทะเบียนจังหวัดต้นทางหรือนายทะเบียนจังหวัดปลายทาง

การแจ้งเลิกใช้รถ

การแจ้งไม่เสียภาษีรถและการยกเลิกการจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๒๖

ข้อ ๒๖ การแจ้งเลิกใช้รถตามมาตรา

๗๙ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ

ดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ เว้นแต่กรณีแจ้งว่าแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถสูญหาย

ให้นายทะเบียนบันทึกแจ้งการสูญหายไว้เป็นหลักฐาน

หรือใช้หลักฐานการรับแจ้งความของพนักงานสอบสวน

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๗

ข้อ ๒๗ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๒๖ ครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

กรณีรถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งประจำทางและการขนส่งโดยรถขนาดเล็กให้ตรวจสอบว่าได้รับอนุญาตให้ถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง

(ขส.บ.๑๑) แล้วหรือไม่ หากยังมิได้ถอนรถก็ให้ดำเนินการให้เรียบร้อยก่อน

(๒) ตรวจรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคืนให้ถูกต้อง

(๓) ตรวจสอบรายการเสียภาษีรถประจำปี

หากมีภาษีค้างชำระให้จัดเก็บภาษีค้างชำระพร้อมเงินเพิ่มให้ครบถ้วนถูกต้อง

(๔) บันทึกการแจ้งเลิกใช้รถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

รถที่ใช้ในการประกอบการขนส่งไม่ประจำทางและการขนส่งส่วนบุคคลที่ได้ดำเนินการแจ้งเลิกใช้รถแล้ว

ให้หน่วยงานที่ออกใบอนุญาตประกอบการขนส่งทำการถอนรถออกจากบัญชีรายละเอียดของรถที่ใช้ในการขนส่ง

(ขส.บ.๑๑)

มาตรา ข้อ ๒๘

ข้อ ๒๘ การแจ้งใช้รถสำหรับรถที่แจ้งเลิกใช้ตามมาตรา

๗๙ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒ ถือว่าเป็นการจดทะเบียนรถใหม่

โดยให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีมีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง)

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีมีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๒๙

ข้อ ๒๙ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๒๘ ครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกับการจดทะเบียนรถใหม่ตามข้อ ๑๐

และหากหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถยังมีช่องบันทึกรายการเหลืออยู่ให้ใช้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเล่มเดิมต่อไป

มาตรา ข้อ ๓๐

ข้อ ๓๐[๓]

การแจ้งไม่เสียภาษีรถตามมาตรา ๘๙

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

เว้นแต่กรณีแจ้งว่าแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถสูญหาย ให้นายทะเบียนบันทึกแจ้งการสูญหายไว้เป็นหลักฐาน

หรือใช้หลักฐานการรับแจ้งความของพนักงานสอบสวน

(๓) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๑

ข้อ ๓๑[๔]

เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๓๐ ครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ตรวจรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคืนให้ถูกต้อง

(๒) ตรวจสอบรายการเสียภาษีรถประจำปี

หากมีภาษีค้างชำระให้จัดเก็บภาษีค้างชำระพร้อมเงินเพิ่มให้ครบถ้วนถูกต้อง

(๓) บันทึกการแจ้งไม่เสียภาษีรถ

และบันทึกการรับคืนหรือการแจ้งแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถสูญหายในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

มาตรา ข้อ ๓๒

ข้อ ๓๒[๕]

การแจ้งใช้รถสำหรับรถที่แจ้งไม่เสียภาษีรถตามมาตรา

๘๙ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๓

ข้อ ๓๓[๖]

เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๓๒ ครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ตรวจสอบผลการตรวจสภาพรถ

(๒) ตรวจสอบรายการเสียภาษีรถประจำปี

(ก) ถ้าขอใช้รถภายในอายุภาษีเดิม ให้ใช้ได้ต่อไปจนกว่าจะสิ้นอายุภาษี

(ข) ถ้าขอใช้รถภายหลังสิ้นอายุภาษีเดิม

ให้เริ่มจัดเก็บภาษีใหม่ตั้งแต่งวดที่ผู้ประกอบการขนส่งได้นำรถเข้ารับการตรวจสภาพเป็นต้นไป

(๓) บันทึกการแจ้งใช้รถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๔) คืนแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

เว้นแต่กรณีมีการแจ้งแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถสูญหายไว้ ให้จัดเก็บค่าธรรมเนียมแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถและดำเนินการสั่งซื้อแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถใหม่

มาตรา ข้อ ๓๔

ข้อ ๓๔ การยกเลิกการจดทะเบียนรถเนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง) หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

ให้เจ้าของรถยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

(๓) หนังสือยืนยันการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง)

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน ภาพถ่ายสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่า

(แบบลิสซิ่ง) หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

และสำเนาใบเสร็จรับเงินที่มีการชำระหนี้บางส่วนตามสัญญา

(๔) หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล

แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๕

ข้อ ๓๕ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๓๔ ครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑) ตรวจรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถคืนให้ถูกต้อง

(๒) ตรวจสอบรายการเสียภาษีรถประจำปี หากปรากฏว่ามีภาษีค้างชำระให้จัดเก็บภาษีค้างชำระพร้อมเงินเพิ่มให้ครบถ้วนถูกต้อง

(๓)

บันทึกการยกเลิกการจดทะเบียนรถในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถว่า

“ยกเลิกการจดทะเบียนเนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญา”

มาตรา ข้อ ๓๖

ข้อ ๓๖ การยกเลิกการจดทะเบียนรถเนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง) หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

กรณีไม่สามารถนำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาแสดงได้

ให้เจ้าของรถยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังนี้

(๑) หนังสือยืนยันการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง)

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน โดยให้มีข้อความรับรองไว้ด้วยว่า

หากมีข้อโต้แย้งใด ๆ เกี่ยวกับกรรมสิทธิ์ในรถคันดังกล่าว

ผู้ให้เช่าซื้อยินยอมรับผิดชอบทุกประการ

(๒) ภาพถ่ายสัญญาเช่าซื้อ สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง)

หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

(๓) สำเนาใบเสร็จรับเงินที่มีการชำระหนี้บางส่วนตามสัญญา

(๔) หลักฐานที่แสดงถึงการติดตามทวงคืนหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๕) แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

(๖) หลักฐานประจำตัวเจ้าของรถ ได้แก่ บัตรประจำตัวประชาชน

หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๗

ข้อ ๓๗ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๓๖ ครบถ้วนถูกต้องแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

มีหนังสือแจ้งผู้เช่าซื้อทราบถึงการขอยกเลิกการจดทะเบียนรถเนื่องจากผู้ให้เช่าซื้อได้บอกเลิกสัญญาเช่าซื้อ

สัญญาเช่า (แบบลิสซิ่ง) หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

พร้อมทั้งให้นำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถไปคืนต่อนายทะเบียนภายในกำหนด ๑๕ วัน

นับแต่วันที่ได้รับหนังสือ

(๒)

กรณีที่ผู้เช่าซื้อนำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาคืนต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด

ให้ยกเลิกการจดทะเบียนรถและดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๕

(๓)

กรณีที่ผู้เช่าซื้อไม่นำหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถมาคืนต่อนายทะเบียนภายในระยะเวลาที่กำหนด

หรือมิได้โต้แย้งกรรมสิทธิ์ใด ๆ ในรถคันดังกล่าว

ให้นายทะเบียนออกคำสั่งยกเลิกหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและออกใบแทนหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถให้แก่เจ้าของรถโดยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมคำขอรับใบแทนจากผู้ให้เช่าซื้อ

พร้อมกับยกเลิกการจดทะเบียนรถและดำเนินการตามที่กำหนดไว้ในข้อ ๓๕

(๔)

นายทะเบียนมีหนังสือแจ้งให้ผู้เช่าซื้อทราบผลการดำเนินการดังกล่าว

มาตรา ข้อ ๓๘

ข้อ ๓๘ การจดทะเบียนรถที่มีการยกเลิกการจดทะเบียนเนื่องจากมีการบอกเลิกสัญญาเช่าซื้อสัญญาเช่า

(แบบลิสซิ่ง) หรือสัญญาอย่างอื่นที่มีลักษณะเดียวกัน

ถือว่าเป็นการจดทะเบียนรถใหม่โดยให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอ

ดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานการได้มาของรถ เช่น หนังสือแจ้งจำหน่ายรถ สัญญาเช่าซื้อรถ

หรือหลักฐานอื่นใดที่แสดงการมีกรรมสิทธิ์หรือสิทธิครอบครองรถ

(๓) หลักฐานการชำระราคารถ เช่น ใบเสร็จรับเงิน หรือใบกำกับภาษี

หรือใบส่งสินค้า (กรณีที่ใบส่งสินค้ามีรายการเกี่ยวกับตัวรถ ผู้ซื้อ ผู้ขาย

ราคาจำหน่าย จำนวนภาษีมูลค่าเพิ่ม)

(๔) สัญญาเข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีมีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง)

(๕) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่ง

และเจ้าของรถผู้เข้าร่วมกิจการขนส่ง (กรณีมีการเข้าร่วมกิจการขนส่ง) ได้แก่

บัตรประจำตัวประชาชน หรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

มาตรา ข้อ ๓๙

ข้อ ๓๙ เมื่อได้รับคำขอและตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๓๘ ครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการตามขั้นตอนเดียวกับการจดทะเบียนรถใหม่ตามข้อ ๑๐

และขั้นตอนการย้ายรถเข้าตามข้อ ๒๔ ทั้งนี้

เมื่อจดทะเบียนรถแล้วหากหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถยังมีช่องบันทึกรายการเหลืออยู่ ให้ใช้หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถเล่มเดิมต่อไป

การแก้ไขเปลี่ยนแปลงสาระสำคัญของรถ

มาตรา ข้อ ๔๐

ข้อ ๔๐ การแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถดังต่อไปนี้ให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญ

ต้องได้รับอนุญาตเป็นหนังสือจากนายทะเบียนก่อน

(๑) โครงคัสซี

(๒) ระบบบังคับเลี้ยว

(๓) จำนวนกงล้อและยาง

(๔) จำนวนเพลาล้อ

(๕) ช่วงล้อ

(๖) เครื่องกำเนิดพลังงาน

(๗) ตัวถัง

(๘) สีภายนอกตัวรถ

(๙) จำนวนที่นั่งผู้โดยสาร

(๑๐) จำนวนดวงโคมไฟแสงพุ่งไกล แสงพุ่งต่ำ

มาตรา ข้อ ๔๑

ข้อ ๔๑ ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถที่ประสงค์จะแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญตามข้อ

๔๐ ให้ยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด พร้อมด้วยหลักฐานประกอบคำขอดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานประจำตัวผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ ได้แก่

บัตรประจำตัวประชาชนหรือภาพถ่ายหนังสือรับรองการจดทะเบียนนิติบุคคล แล้วแต่กรณี

(๓)

รายละเอียดข้อมูลของรถที่จำเป็นแก่การพิจารณาตามรายการที่กรมการขนส่งทางบกกำหนด

(๔)

หนังสือรับรองความมั่นคงแข็งแรงของรถจากผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพวิศวกรรมควบคุมสาขาวิศวกรรมเครื่องกลหรือยานยนต์ระดับสามัญวิศวกร

หรือวุฒิวิศวกรตามพระราชบัญญัติวิศวกร พ.ศ. ๒๕๔๒

เฉพาะกรณีการขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบที่มีผลกระทบต่อความมั่นคงแข็งแรงของรถ

มาตรา ข้อ ๔๒

ข้อ ๔๒ เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอและตรวจสอบหลักฐานประกอบคำขอตามข้อ

๔๑ ครบถ้วนถูกต้องแล้ว ให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ

(๒)

แจ้งผลการอนุญาตให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถทราบเพื่อดำเนินการต่อไป เว้นแต่กรณีที่ต้องเสนอกรมการขนส่งทางบกพิจารณาให้ความเห็นชอบก่อน

ให้นายทะเบียนรวบรวมเอกสารหลักฐานเสนอกรมการขนส่งทางบก

เมื่อได้รับผลการพิจารณาแล้วจึงแจ้งผลเป็นหนังสือให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถทราบเพื่อดำเนินการต่อไป

การอนุญาตให้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถจะมีผลสมบูรณ์เมื่อผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถนำรถเข้ารับการตรวจสภาพและแก้ไขรายการทางทะเบียนให้เป็นไปตามที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้ว

มาตรา ข้อ ๔๓

ข้อ ๔๓ ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถ

เมื่อดำเนินการแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถตามที่ได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนแล้ว

ต้องนำรถเข้ารับการตรวจสภาพเพื่อแก้ไขรายการทางทะเบียน โดยใช้หลักฐานประกอบดังนี้

(๑) หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๒) หลักฐานการได้มาหรือการเปลี่ยนเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ

เช่น ใบเสร็จรับเงินค่าชิ้นส่วนอุปกรณ์ที่เปลี่ยน ใบเสร็จรับเงินค่าแรง

หนังสือรับรองหลักฐานการส่งบัญชีรับและจำหน่ายเครื่องยนต์

มาตรา ข้อ ๔๔

ข้อ ๔๔ เมื่อนายทะเบียนตรวจสอบหลักฐานตามข้อ ๔๓

และผลการตรวจสภาพรถครบถ้วนถูกต้องแล้วให้บันทึกรายการเปลี่ยนแปลงในหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

กรณีการขอเปลี่ยนโครงคัสซี

ให้ถือเป็นการเปลี่ยนสภาพรถจากคันหนึ่งเป็นอีกคันหนึ่ง

ต้องจดทะเบียนและชำระภาษีรถประจำปีใหม่

โดยให้ดำเนินการตามขั้นตอนการจดทะเบียนรถตามข้อ ๑๐

มาตรา ข้อ ๔๕

ข้อ ๔๕ ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถที่ได้แก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถให้ผิดแผกแตกต่างในสาระสำคัญก่อนได้รับอนุญาตจากนายทะเบียน

ให้เปรียบเทียบความผิดตามมาตรา ๑๔๙ แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

และให้นำความในข้อ ๔๑ ข้อ ๔๒ ข้อ ๔๓ และข้อ ๔๔ มาใช้บังคับโดยอนุโลม

การแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิง

มาตรา ข้อ ๔๖

ข้อ ๔๖ การแจ้งเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงสำหรับรถที่ใช้ก๊าซเป็นเชื้อเพลิง

ให้ผู้ประกอบการขนส่งหรือเจ้าของรถนำรถเข้ารับการตรวจสอบและยื่นคำขอตามแบบที่กรมการขนส่งทางบกกำหนดพร้อมด้วยหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

หนังสือรับรองการติดตั้ง และหนังสือรับรองการตรวจและทดสอบ ต่อนายทะเบียน ณ สำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน

หรือสำนักงานขนส่งอื่นก็ได้

มาตรา ข้อ ๔๗

ข้อ ๔๗ เมื่อนายทะเบียนได้รับคำขอและหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมด้วยผลการตรวจสอบรถแล้วให้ดำเนินการดังนี้

(๑)

จัดเก็บค่าธรรมเนียมคำขอแก้ไขเพิ่มเติมหรือเปลี่ยนแปลงสภาพเครื่องอุปกรณ์หรือส่วนควบของรถ

(๒) บันทึกแก้ไขชนิดเชื้อเพลิงในระบบงาน หนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

และสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๓) กรณีไม่สามารถบันทึกชนิดเชื้อเพลิงลงในระบบงานได้

ให้บันทึกหรือประทับตราข้อความว่า “ชนิดเชื้อเพลิง………………..………………..” ไว้ที่บริเวณด้านบนของหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถและสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

(๔) กรณีดำเนินการแทนสำนักงานขนส่งที่รถนั้นจดทะเบียน

ให้บันทึกในระบบงานว่า “แจ้งต่างสำนักงาน”

มาตรา ข้อ ๔๘

ข้อ ๔๘ ความในข้อ ๔๖

และข้อ ๔๗ ให้นำไปใช้บังคับกับการเปลี่ยนชนิดเชื้อเพลิงในกรณีอื่นโดยอนุโลม

การออกหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

เครื่องหมายแสดงการเสียภาษี

หรือแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ

ทดแทน

มาตรา ข้อ ๔๙

ข้อ ๔๙ เมื่อหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถ

แผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีสูญหาย ถูกทำลาย ชำรุด

หรือลบเลือนในสาระสำคัญ ให้บุคคลต่อไปนี้เป็นผู้ยื่นคำขอ

(๑) ผู้ประกอบการขนส่ง

(๒) ผู้ถือกรรมสิทธิ์

(๓) ผู้ครอบครองรถตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เช่น ผู้เช่าซื้อ

เป็นต้น

กรณีแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถ หรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีสูญหาย

ถูกทำลาย ชำรุดหรือลบเลือนในสาระสำคัญ บุคคลตาม (๑) (๒) หรือ (๓)

จะต้องยื่นคำขอรับแผ่นป้ายเลขทะเบียนรถหรือเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีภายใน ๑๕ วัน

นับแต่วันที่ได้ทราบถึงการสูญหาย ถูกทำลายชำรุด หรือลบเลือนในสาระสำคัญ

หากไม่ยื่นคำขอภายใน ๑๕ วัน ให้เปรียบเทียบความผิดตามมาตรา ๑๕๐

แห่งพระราชบัญญัติการขนส่งทางบก พ.ศ. ๒๕๒๒

62 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรมการขนส่งทางบก ว่าด้วยการดำเนินการเกี่ยวกับทะเบียนและภาษีรถตามกฎหมายว่าด้วยการขนส่งทางบก พ.ศ. 2554 (ฉบับ Update ณ วันที่ 04/09/2557) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_78f5716a0a8fb528

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com