ข้อ ๑ รถยนต์นั่งที่ผลิตจากรถยนต์กระบะหรือแชสซีส์และกระจกบังลมหน้า
(Chassis with Windshield) ของรถยนต์กระบะหรือดัดแปลงมาจากรถยนต์กระบะที่ผลิตหรือดัดแปลงโดยผู้ประกอบอุตสาหกรรมที่มีความจุของกระบอกสูบไม่เกิน
๓,๒๕๐ ลูกบาศก์เซนติเมตร ใน (๔.๑.๑)
และรถยนต์นั่งที่ผลิตจากรถยนต์กระบะหรือแชสซีส์และกระจกบังลมหน้า (Chassis with Windshield) ของรถยนต์กระบะหรือดัดแปลงมาจากรถยนต์กระบะที่ดัดแปลงโดยผู้ดัดแปลงตามมาตรา
๑๔๔ ตรี ซึ่งเสียภาษีตามมาตรา ๑๔๔ เบญจ ใน (๔.๒) ของประเภทที่ ๐๕.๐๑
ในบัญชีท้ายประกาศกระทรวงการคลัง เรื่อง ลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่
๒๗) ลงวันที่ ๓๐ ธันวาคม พ.ศ. ๒๕๓๔ ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศกระทรวงการคลัง
เรื่อง ลดอัตราและยกเว้นภาษีสรรพสามิต (ฉบับที่ ๑๐๙) ลงวันที่ ๒๔ เมษายน พ.ศ. ๒๕๕๖
ที่ได้รับการลดอัตราภาษีสรรพสามิตต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์ เงื่อนไข และคุณลักษณะ
ดังนี้
๑.๑ รถยนต์กระบะดัดแปลง หมายถึง
รถยนต์นั่งที่ผลิตมาจากรถยนต์กระบะหรือที่ผลิตมาจากแชสซีส์และกระจกบังลมหน้า (Chassis with Windshield) ของรถยนต์กระบะหรือดัดแปลงมาจากรถยนต์กระบะ
โดยรถยนต์มีรูปแบบ ขนาดและคุณลักษณะที่สำคัญครบถ้วนทุกข้อ ดังต่อไปนี้
(๑) ต้องดัดแปลงจากรถยนต์กระบะ
หรือแชสซีส์และกระจกบังลมหน้า (Chassis with Windshield) ของรถยนต์กระบะ ซึ่งมีคุณลักษณะ ดังนี้
(๑.๑)
เป็นรถยนต์กระบะบรรทุกที่ออกแบบสำหรับให้มีน้ำหนักรถไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ กิโลกรัม มีน้ำหนักบรรทุกไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐
กิโลกรัม และมีน้ำหนักรถรวมน้ำหนักบรรทุกไม่เกิน ๔,๐๐๐
กิโลกรัม
(๑.๒) เป็นรถยนต์กระบะรุ่นที่มีการจัดจำหน่ายทั่วไป
และจดทะเบียนเป็นรถยนต์กระบะตามกฎหมายว่าด้วยรถยนต์
(๑.๓) เป็นรถยนต์กระบะที่ผลิตในประเทศ
โดยผู้ประกอบกิจการได้รับอนุญาตจากกระทรวงอุตสาหกรรม
และเป็นรุ่นหรือแบบที่ผลิตขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อใช้เป็นรถยนต์กระบะบรรทุกเป็นปกติวิสัย
ทั้งนี้ ต้องได้รับการอนุมัติรหัสรุ่นรถยนต์ (Model Code) และแบบแชสซีส์ (Chassis
Model) จากกรมสรรพสามิต
(๒) ในการดัดแปลงรถยนต์ต้องใช้วัสดุอุปกรณ์ที่ผลิตภายในประเทศไม่น้อยกว่าร้อยละ
๖๐ ของมูลค่าวัสดุอุปกรณ์ในการดัดแปลง
(๓)
ระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางล้อหน้าและจุดกึ่งกลางล้อหลังทั้งข้างซ้ายและข้างขวา (Wheelbase) ต้องไม่เปลี่ยนแปลงจากรหัสรุ่นรถยนต์ (Model Code) และแบบแชสซีส์ (Chassis Model) ของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ เว้นแต่การดัดแปลงรถยนต์ประเภทรถตรวจการณ์กึ่งพยาบาล
รถตรวจการณ์สื่อสาร รถตรวจการณ์อื่น ๆ และรถ Limousine ให้สามารถตัดต่อระยะห่างระหว่างจุดกึ่งกลางล้อหน้าและจุดกึ่งกลางล้อหลังทั้งข้างซ้ายและข้างขวา
(Wheelbase) ให้ช่วงยาวขึ้นจากรหัสรุ่นรถยนต์ (Model Code) และแบบแชสซีส์ (Chassis
Model) ของรถยนต์รุ่นนั้น ๆ ได้
(๔)
ที่นั่งในรถยนต์กระบะดัดแปลงต้องมีจำนวนและคุณลักษณะ ดังนี้
(๔.๑)
กรณีเป็นรถยนต์กระบะดัดแปลงประเภทนั่งสองตอนแวนหรือที่คล้ายกัน
ต้องมีรูปลักษณะแตกต่างไปจากรถยนต์ที่มีการผลิต หรือจำหน่ายโดยผู้ผลิตรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(๔.๒) กรณีเป็นรถยนต์ประเภทนั่งที่มีกระบะ (Double Cab) ต้องมีจำนวนที่นั่งตั้งแต่ห้าที่นั่งขึ้นไป
โดยมีรูปลักษณะที่แตกต่างไปจากรถยนต์ที่มีการผลิตหรือจำหน่ายโดยผู้ผลิตรถยนต์ทั้งในประเทศและต่างประเทศ
(๔.๓) การกำหนดจำนวนที่นั่งให้ถือเกณฑ์ระยะที่นั่ง ๔๐
เซนติเมตร ต่อหนึ่งที่นั่ง ถ้าระยะช่วงสุดท้ายของที่นั่งเหลือระยะไม่น้อยกว่า ๓๐
เซนติเมตร ให้ถือเป็นอีกหนึ่งที่นั่ง
(๔.๔)
ความสูงจากพื้นรถถึงด้านบนเบาะที่นั่งจะต้องไม่น้อยกว่า ๒๕ เซนติเมตร
และจากเบาะนั่งถึงหลังคาต้องไม่น้อยกว่า ๘๕ เซนติเมตร
๑.๒ เป็นรถยนต์ที่มีปริมาณการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ที่วัดได้ตามหลักเกณฑ์ที่ระบุในข้อกำหนด UNECE Reg.101 Rev.2 หรือระดับที่สูงกว่า
๑.๓
เป็นรถยนต์ที่มีเอกสารหลักฐานแสดงอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ทั้งนี้
เอกสารหลักฐานดังกล่าวให้เป็นไปตามที่อธิบดีประกาศกำหนด
๑.๔
เป็นรถยนต์ที่มีป้ายแสดงข้อมูลรถยนต์ตามหลักเกณฑ์ที่กระทรวงอุตสาหกรรมประกาศกำหนด
โดยอย่างน้อยต้องมีป้ายซึ่งแสดงอัตราการปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) ข้อมูลอัตราการใช้พลังงานและประเภทเครื่องยนต์ ติดไว้บนกระจกรถยนต์ ณ จุดขาย
(Point of Sales)