ข้อ ๓ ในกรณีผู้ประกอบการจดทะเบียนไม่ต้องนํามูลค่าของทองรูปพรรณที่ขายเป็นจํานวนเท่ากับราคาทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคําประกาศรับซื้อคืนในวันที่ขายทองรูปพรรณ มารวมคํานวณค่าของฐานภาษี ตามมาตรา 79(4) แห่งประมวลรัษฎากร ผู้ประกอบการจดทะเบียนจะต้องระบุความดังต่อไปนี้ไว้ในใบกํากับภาษีด้วย
(1) ราคาขายทองรูปพรรณซึ่งรวมค่ากําเหน็จ แต่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม
(2) ราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคําประกาศ
(3) ผลต่างระหว่างราคาขายทองรูปพรรณซึ่งรวมค่ากําเหน็จ แต่ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่มตาม (1) กับราคารับซื้อคืนทองรูปพรรณที่สมาคมค้าทองคําประกาศตาม (2)
(4) จํานวนภาษีมูลค่าเพิ่มที่คํานวณจาก (3)
(5) หมายเลขลําดับของใบรับที่ออกโดยเครื่องบันทึกการเก็บเงิน แต่หากผู้ประกอบการจดทะเบียนใช้เครื่องบันทึกการเก็บเงินออกใบกํากับภาษีด้วย ไม่ต้องระบุหมายเลขลําดับของใบรับ
(6) เลขรหัสประจําเครื่องบันทึกการเก็บเงินที่อธิบดีกรมสรรพากรกําหนด
ข้อความตามวรรคหนึ่ง จะตีพิมพ์ จัดทําขึ้นด้วยระบบคอมพิวเตอร์ประทับด้วยตรายาง เขียนด้วยหมึก พิมพ์ดีด หรือทําให้ปรากฎด้วยวิธีการอื่นใดในลักษณะทํานองเดียวกันก็ได้”
(แก้ไขเพิ่มเติมโดยประกาศอธิบดีกรมสรรพากร เกี่ยวกับภาษีมูลค่าเพิ่ม (ฉบับที่ 108) ใช้บังคับตั้งแต่ 1 กันยายน 2543 เป็นต้นไป)
ประกาศนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2536 เป็นต้นไป
ผู้มีอํานาจลงนาม - ประกาศ ณ วันที่ 3 มีนาคม พ.ศ. 2536
ม.ร.ว.จัตุมงคล โสณกุล
อธิบดีกรมสรรพากร