法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

subsidiary

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
14
มาตรา อารัมภบท

กฎกระทรวง

กฎกระทรวง

ฉบับที่ ๒ (พ.ศ. ๒๕๒๔)

ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒[๑]

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๘ และมาตรา ๔๔

แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ นายกรัฐมนตรีออกกฎกระทรวงไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑ การอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องตามมาตรา

๔๓

ผู้ได้รับคำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องต้องกระทำสำหรับตนเองจะอุทธรณ์เพื่อผู้อื่น

หรือมอบหมายให้ผู้อื่นอุทธรณ์แทนไม่ได้

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒ อุทธรณ์ตามข้อ ๑ ต้องทำเป็นหนังสือ

และมีรายการ ดังต่อไปนี้

(๑) วัน เดือน ปี ที่ยื่นอุทธรณ์

(๒) ชื่อและที่อยู่ของผู้อุทธรณ์

(๓)

คำชี้แจงข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายพร้อมทั้งความประสงค์ที่ยกขึ้นอ้างอิงในการอุทธรณ์โดยแจ้งชัด

(๔) ลายมือชื่อของผู้อุทธรณ์

ทั้งนี้ ให้แนบสำเนาคำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง

พร้อมด้วยเอกสารหลักฐานประกอบอุทธรณ์ ถ้ามี

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓ การยื่นอุทธรณ์ให้ผู้อุทธรณ์ยื่นต่อเจ้าหน้าที่

ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค หรือจะส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนถึงผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคก็ได้

ในกรณีที่ส่งทางไปรษณีย์ลงทะเบียนให้ถือวันที่ปรากฏในหลักฐานทางไปรษณีย์เป็นวันยื่นอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔ เมื่อได้รับอุทธรณ์แล้ว

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายออกใบรับอุทธรณ์ให้แก่ผู้ยื่นอุทธรณ์ไว้เป็นหลักฐาน

อุทธรณ์ที่ยื่นต่อเจ้าหน้าที่ ณ สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค

ให้ออกใบรับอุทธรณ์ให้แก่ผู้ยื่นอุทธรณ์ในวันยื่นอุทธรณ์ ถ้าได้รับอุทธรณ์ทางไปรษณีย์ลงทะเบียน

ให้ส่งใบรับอุทธรณ์ให้แก่ผู้ยื่นอุทธรณ์ภายในสามวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์

และให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคเสนออุทธรณ์ต่อคณะกรรมการเพื่อพิจารณาโดยเร็ว

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕ คณะกรรมการจะพิจารณาอุทธรณ์เอง หรือจะมอบหมายให้คณะอนุกรรมการเป็นผู้พิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับอุทธรณ์ก่อนก็ได้

กรรมการหรืออนุกรรมการซึ่งมีส่วนได้เสียในอุทธรณ์เรื่องใด

จะเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมการหรือคณะอนุกรรมการก็ได้

แต่จะเข้าร่วมประชุมพิจารณาอุทธรณ์นั้นมิได้

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ คณะอนุกรรมการจะแจ้งให้ผู้อุทธรณ์หรือให้บุคคลซึ่งเกี่ยวข้องกับเรื่องที่อุทธรณ์

ส่งเอกสารหรือข้อมูลเพื่อประโยชน์ในการพิจารณาอุทธรณ์ต่อคณะอนุกรรมการก็ได้

ในการนี้จะขอให้บุคคลดังกล่าวมาชี้แจงต่อคณะอนุกรรมการด้วยก็ได้

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ในกรณีที่ผู้อุทธรณ์ไม่ปฏิบัติตามคำสั่งของคณะกรรมการที่ได้สั่งตามมาตรา ๑๗

โดยมิได้แจ้งเหตุขัดข้องเป็นหนังสือต่อคณะกรรมการภายในเจ็ดวันนับแต่วันที่ได้รับคำสั่งของคณะกรรมการ

ให้ถือว่าผู้อุทธรณ์ได้ทิ้งอุทธรณ์

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ ถ้าผู้อุทธรณ์ทิ้งอุทธรณ์หรือถอนอุทธรณ์

ให้คณะกรรมการจำหน่ายอุทธรณ์นั้นเสีย

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ การอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องในเรื่องใดประเด็นใด

ถ้าได้ทิ้งอุทธรณ์หรือถอนอุทธรณ์แล้ว ห้ามอุทธรณ์ซ้ำอีก

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐

ในกรณีที่คณะกรรมการมอบหมายให้คณะอนุกรรมการพิจารณาและเสนอความเห็นเกี่ยวกับอุทธรณ์ตามข้อ

๕ คณะอนุกรรมการต้องพิจารณาอุทธรณ์และเสนอความเห็นต่อคณะกรรมการภายในสิบห้าวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์จากคณะกรรมการ

แต่ถ้ายังพิจารณาไม่เสร็จ

ให้คณะอนุกรรมการขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ได้ครั้งละไม่เกินสิบห้าวันและให้บันทึกเหตุผลที่จำต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ในแต่ละครั้งไว้ด้วย

พร้อมทั้งรายงานให้คณะกรรมการทราบตามระยะเวลาที่คณะกรรมการกำหนด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

คณะกรรมการต้องพิจารณาอุทธรณ์ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่วันได้รับอุทธรณ์

เว้นแต่มีเหตุจำเป็นให้ขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ได้ครั้งละไม่เกินสิบห้าวัน

และให้บันทึกเหตุผลที่จำต้องมีการขยายระยะเวลาพิจารณาอุทธรณ์ไว้ด้วย

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒ เมื่อคณะกรรมการพิจารณาอุทธรณ์แล้วให้มีคำวินิจฉัยอย่างใดอย่างหนึ่ง

ดังต่อไปนี้

(๑) ถ้าเห็นว่าอุทธรณ์นั้นยื่นเกินกำหนดเวลาตามมาตรา ๔๔

วรรคหนึ่ง

หรือถ้าเป็นอุทธรณ์ปัญหาข้อกฎหมายและเห็นว่าปัญหาข้อกฎหมายนั้นไม่เป็นสาระอันควรได้รับการวินิจฉัย

หรือถ้าเรื่องที่อุทธรณ์นั้นมีการฟ้องร้องเป็นคดีอยู่ในศาลหรือศาลพิพากษาหรือมีคำสั่งเด็ดขาดแล้ว

ให้ยกอุทธรณ์

(๒) ถ้าเห็นว่าคำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องถูกต้อง

ไม่ว่าโดยเหตุเดียวกันหรือโดยเหตุอื่น

ให้มีคำวินิจฉัยยืนตามคำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง

(๓) ถ้าเห็นว่าคำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องไม่ถูกต้อง

ให้กลับคำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง และมีคำวินิจฉัยในปัญหาเหล่านั้นใหม่

(๔)

ถ้าเห็นว่าคำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องถูกบางส่วนและผิดบางส่วน

ให้แก้คำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่อง

โดยมีคำวินิจฉัยยืนส่วนที่ถูกและมีคำวินิจฉัยแก้ส่วนผิดนั้นใหม่

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓ คำวินิจฉัยของคณะกรรมการตามข้อ ๑๒

ให้ทำเป็นหนังสือ ระบุเหตุผลแห่งคำวินิจฉัยโดยชัดแจ้ง

และลงลายมือชื่อกรรมการทุกคนที่ร่วมพิจารณาอุทธรณ์เรื่องนั้น

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔

ให้ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการคุ้มครองผู้บริโภคแจ้งคำวินิจฉัยของคณะกรรมการให้ผู้อุทธรณ์ทราบภายในสามวันนับแต่วันที่คณะกรรมการมีคำวินิจฉัย

ให้ไว้ ณ วันที่ ๒๒ เมษายน พ.ศ. ๒๕๒๔

พลเอก ป. ติณสูลานนท์

นายกรัฐมนตรี

หมายเหตุ :- เหตุผลในการประกาศใช้กฎกระทรวงฉบับนี้ คือ เนื่องจากมาตรา ๔๔

วรรคสอง แห่งพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. ๒๕๒๒ บัญญัติให้กำหนดหลักเกณฑ์

และวิธีการยื่นอุทธรณ์

และวิธีพิจารณาอุทธรณ์คำสั่งของคณะกรรมการเฉพาะเรื่องตามมาตรา ๔๓ โดยกฎกระทรวง จึงจำเป็นต้องออกกฎกระทรวงนี้

คุณากร/ผู้จัดทำ

๒๑ ธันวาคม ๒๕๕๓

พัสสน/ผู้ตรวจ

๑๙ มกราคม ๒๕๕๔

[๑] ราชกิจจานุเบกษา/เล่ม ๙๘/ตอนที่ ๗๒/ฉบับพิเศษ หน้า ๓/๑๓ พฤษภาคม ๒๕๒๔

14 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

กฎกระทรวง ฉบับที่ 2 (พ.ศ. 2524) ออกตามความในพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ. 2522 (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7c6379eedd5a0241

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com