法律人 LawPlayer logo

資料由法律人 LawPlayer整理提供·กฎหมายไทย / LawPlayer จากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา

adminRule

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด)

เลขที่
วันที่ประกาศ
จำนวนมาตรา
23
มาตรา อารัมภบท

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๒

เพื่อให้การบริหาร การจัดระบบ

การขอ การอนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสารของราชการที่อยู่ในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร

เป็นไปด้วยความเรียบร้อยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

อาศัยอำนาจตามความในมาตรา ๔๙

แห่งพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร พ.ศ. ๒๕๒๘

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครจึงกำหนดระเบียบขึ้นไว้ ดังต่อไปนี้

มาตรา ข้อ ๑

ข้อ ๑

ระเบียบนี้เรียกว่า “ระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๒”

มาตรา ข้อ ๒

ข้อ ๒[๑]

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป

มาตรา ข้อ ๓

ข้อ ๓

บรรดาระเบียบข้อบังคับ ประกาศหรือคำสั่งอื่นใดในส่วนที่ได้กำหนดไว้แล้วในระเบียบนี้

หรือซึ่งขัดหรือแย้งกับระเบียบนี้ ให้ใช้ระเบียบนี้แทน

มาตรา ข้อ ๔

ข้อ ๔

ระเบียบนี้ให้ใช้บังคับแก่ข้าราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร พนักงานและลูกจ้างพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

เจ้าหน้าที่ของกรุงเทพมหานครรวมทั้งผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่กรุงเทพมหานคร

มาตรา ข้อ ๕

ข้อ ๕

ในระเบียบนี้ถ้าไม่ได้กำหนดไว้เป็นอย่างอื่น มาตราที่ระบุถึงหมายถึง มาตราตามพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๐

มาตรา ข้อ ๖

ข้อ ๖ ในระเบียบนี้

“ข้อมูลข่าวสาร” หมายความว่า

สิ่งที่สื่อความหมายให้รู้เรื่องราว ข้อเท็จจริง ข้อมูลใดๆ

ทั้งที่เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการและข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรุงเทพมหานคร

“ข้อมูลข่าวสารของราชการ”

หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ที่อยู่ในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรุงเทพมหานคร

“ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล”

หมายความว่า ข้อมูลข่าวสารที่เป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

ที่อยู่ในความในความครอบครองหรือควบคุมดูแลของกรุงเทพมหานคร

“หน่วยงาน” หมายความว่า

หน่วยงานตามกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการกรุงเทพมหานคร

และให้หมายความรวมถึงส่วนราชการระดับกองในสังกัดสำนักปลัดกรุงเทพมหานครและการพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

“เจ้าหน้าที่” หมายความว่า

ผู้ซึ่งปฏิบัติงานให้แก่กรุงเทพมหานคร

“คณะกรรมการ” หมายความว่า

คณะกรรมการข้อมูลข่าวสารของราชการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๗

ข้อ ๗

ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

อาจแยกได้เป็น ๒ ประเภท คือ

๗.๑ ข้อมูลข่าวสารของราชการ

ซึ่งต้องดำเนินการดังนี้

๗.๑.๑

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๗

๗.๑.๒

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องจัดเตรียมไว้ในสถานที่ติดต่อให้ประชาชนเช้าตรวจดูตามมาตรา

๙ โดยหน่วยงานต้องตรวจสอบว่าไม่ใช่ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยและต้องจัดในรูปที่ประชาชนเข้าตรวจดูได้

๗.๑.๓

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่ประชาชนอาจขอได้ตามมาตรา ๑๑ โดยเป็นข้อมูลที่หน่วยงานไม่ต้องจัดไว้ในสถานที่ติดต่อแต่เมื่อประชาชนร้องขอ

หน่วยงานต้องตรวจสอบคำขอว่าเป็นข้อมูลข่าวสารที่อาจจัดให้ได้หรือไม่

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่เปิดเผยตามมาตรา

๗ และมาตรา ๙ ดังกล่าวหากมีกฎหมายเฉพาะกำหนดให้มีการเปิดเผยหรือเผยแพร่ด้วยวิธีการอย่างอื่นให้หน่วยงานปฏิบัติตามกฎหมายเฉพาะเรื่องนั้นด้วย

๗.๒ ข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘[๒] ให้มีคณะกรรมการบริหารข้อมูลข่าวสารของกรุงเทพมหานคร

เรียกโดยย่อว่า “กข.กทม.” ประกอบด้วย

รองปลัดกรุงเทพมหานครที่ปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย เป็นประธานกรรมการ

ที่ปรึกษากฎหมายกรุงเทพมหานคร ผู้อำนวยการสำนักนโยบายและแผนกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการสำนักการคลัง หัวหน้าสำนักงาน คณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานคร

เลขานุการสภากรุงเทพมหานคร หัวหน้าสำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการกองการเจ้าหน้าที่สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการกองปกครองและทะเบียน สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

ผู้อำนวยการกองกฎหมายและคดี สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

และผู้อำนวยการกองประชาสัมพันธ์ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

เป็นกรรมการโดยมีผู้อำนวยการกองกลาง สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

เป็นกรรมการและเลขานุการหัวหน้าฝ่ายบริหารงานทั่วไป และหัวหน้าฝ่ายบริหารเอกสาร

กองกลาง สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร เป็นกรรมการและผู้ช่วยเลขานุการ

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙ กข. กทม. มีอำนาจหน้าที่ ดังต่อไปนี้

๙.๑ กำกับ เร่งรัดและติดตามดูแล

ให้หน่วยงานดำเนินการให้เป็นไปตามระเบียบและกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

๙.๒

เสนอนโยบายหรือมาตรการและหลักเกณฑ์ เกี่ยวกับการบริหาร การจัดระบบการขอ

การอนุญาตและการบริการข้อมูลข่าวสาร

๙.๓

ให้คำแนะนำเสนอความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษารวมทั้งการจัดพิมพ์และเผยแพร่

๙.๔

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับหลักเกณฑ์การพิจารณาประเภทข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยหรือข้อมูลข่าวสารที่เป็นความรับผิดลับของราชการ

๙.๕

ให้คำแนะนำหรือเสนอความคิดเห็นเกี่ยวกับประเภทข้อมูลข่าวสารที่ควรจัดเก็บไว้ที่กรุงเทพมหานคร

หรือส่งไปหอจดหมายเหตุแห่งชาติ กรมศิลปากรหรือหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกาตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

๙.๖ ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วนราชการและเอกชน

๙.๗

ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็นเกี่ยวกับการเชื่อมโยงข้อมูลข่าวสารกับส่วนราชการและเอกชน

๙.๘ ให้คำแนะนำหรือเสนอความเห็น

ในกรณีที่มีปัญหาและอุปสรรคเกี่ยวกับการดำเนินการตามระเบียบนี้

๙.๙ แต่งตั้งคณะอนุกรรมการหรือคณะทำงานเพื่อพิจารณาหรือดำเนินการเรื่องใดๆ

ตามที่ กข. กทม. เห็นสมควร

๙.๑๐ เชิญบุคคลใดๆ

มาสอบถามหรือแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร

๙.๑๑

ดำเนินการอื่นใดตามที่กำหนดไว้ในระเบียบนี้ หรือตามที่ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครหรือปลัดกรุงเทพมหานครมอบหมาย

มาตรา ข้อ ๑๐

ข้อ ๑๐ การประชุม

กข. กทม. ต้องมีกรรมการมาประชุมไม่น้อยกว่ากึ่งหนึ่งของกรรมการทั้งหมด

จึงเป็นองค์ประชุม

ในการประชุม กข. กทม.

ถ้าประธานไม่มาประชุมหรือไม่อยู่ในที่ประชุมหรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้

ให้ที่ประชุมเลือกกรรมการคนหนึ่งเป็นประธานในที่ประชุม

การวินิจฉัยชี้ขาดให้ถือเสียงข้างมาก

กรรมการคนหนึ่งให้มีเสียงหนึ่งในการลงคะแนน ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน

ให้ประธานในที่ประชุมออกเสียงเพิ่มขึ้นอีกเสียงหนึ่งเป็นเสียงชี้ขาด

มาตรา ข้อ ๑๑

ข้อ ๑๑

ให้นำความในข้อ ๑๐ มาใช้บังคับกับการประชุมของคณะอนุกรรมการและคณะทำงาน ที่

กข. กทม. ตั้งขึ้นโดยอนุโลม

มาตรา ข้อ ๑๒

ข้อ ๑๒

ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานต้องจัดทำและดำเนินการเพื่อลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

ตามมาตรา ๗

๑๒.๑

โครงสร้างและการจัดองค์กรของหน่วยงานในการดำเนินงาน

๑๒.๒

สรุปอำนาจหน้าที่ที่สำคัญและวิธีการดำเนินงานของหน่วยงาน

๑๒.๓

สถานที่ติดต่อเพื่อขอรับข้อมูลข่าวสารหรือคำแนะนำในการติดต่อกับหน่วยงาน

๑๒.๔ ข้อบังคับ คำสั่ง

หนังสือเวียน ระเบียบ แบบแผน ประกาศ นโยบายหรือการตีความ

ของกรุงเทพมหานครหรือหน่วยงานนั้น ทั้งนี้ ต้องเป็นข้อมูลข่าวสารที่กรุงเทพมหานคร

หน่วยงานหรือพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายจัดให้มีขึ้นโดยมีสภาพอย่างกฎ

เพื่อให้มีผลเป็นการทั่วไปแก่เอกชนที่เกี่ยวข้อง เช่น

ใช้เป็นหลักเกณฑ์สำหรับถือปฏิบัติ เป็นต้น หากยังไม่ได้มีการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาหน่วยงานจะนำมาใช้บังคับในทางที่ไม่เป็นคุณแก่ผู้ใดไม่ได้

เว้นแต่ผู้นั้นจะได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารนั้นตามความเป็นจริงมาก่อนแล้วเป็นเวลาพอสมควร

๑๒.๕

ข้อมูลข่าวสารตามที่คณะกรรมการกำหนด

ให้หน่วยงานจัดส่งข้อมูลข่าวสารตามข้อนี้ให้กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อดำเนินการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา

ข้อมูลข่าวสารใดที่ได้มีการจัดพิมพ์เผยแพร่ตามจำนวนพอสมควรแล้ว

และมีการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาโดยอ้างอิงถึงสิ่งพิมพ์นั้น

หน่วยงานไม่ต้องดำเนินการลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาอีก

ให้กองกลาง สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

พิจารณาว่าข้อมูลข่าวสารใดตามข้อนี้ที่สมควรขายหรือจำหน่ายจ่ายแจกแก่ส่วนราชการหรือแก่ประชาชน

แล้วเสนอปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาสั่งการ

มาตรา ข้อ ๑๓

ข้อ ๑๓[๓] ข้อมูลข่าวสารที่หน่วยงานต้องจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดูตามมาตรา

๙ ให้หน่วยงานดำเนินการเพื่อบริการประชาชนที่มาติดต่อขอตรวจดู ศึกษา ค้นคว้า

และขอข้อมูลข่าวสาร ดังต่อไปนี้

๑๓.๑

จัดให้มีสถานที่สำหรับบริการประชาชน ดังนี้

๑๓.๑.๑ สำนักงานเลขานุการสภากรุงเทพมหานคร

ได้แก่ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป

๑๓.๑.๒

สำนักงานเลขานุการผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้แก่ ฝ่ายบริหารงานทั่วไป

๑๓.๑.๓

สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการกรุงเทพมหานครได้แก่ สำนักงานเลขานุการ

๑๓.๑.๔ สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

ได้แก่ กองกลาง

๑๓.๑.๕ สำนัก ได้แก่ สำนักงานเลขานุการ

๑๓.๑.๖ สำนักงานเขต ได้แก่

ฝ่ายปกครอง

๑๓.๑.๗ การพาณิชย์ของกรุงเทพมหานคร

ได้แก่ กองกลางในสังกัดสำนักงานการพาณิชย์นั้น

๑๓.๑.๘

สถานที่ติดต่ออื่นตามที่ปลัดกรุงเทพมหานครกำหนด

๑๓.๒ ในสถานที่ติดต่อตาม ๑๓.๑

ให้หน่วยงานจัดบริการประชาชน ดังนี้

๑๓.๒.๑ จัดทำสำเนาข้อมูลข่าวสารตามมาตรา

๙ ที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานไว้ในสถานที่ติดต่อดังกล่าว

โดยให้หน่วยงานตรวจสอบว่าข้อมูลข่าวสารตามข้อนี้

มีส่วนใดที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕

หรือไม่ หากมีให้ลบหรือตัดทอนหรือทำด้วยประการใดในข้อมูลข่าวสารให้เรียบร้อย

แต่หากหน่วยงานเห็นว่าแม้เป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๕

แต่สมควรเปิดเผยให้หน่วยงานทำเรื่องหารือ กข.กทม. ก่อน เว้นแต่ กข.กทม.

หรือคณะอนุกรรมการที่ กข.กทม. แต่งตั้ง

ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าให้เปิดเผยได้ก็ให้หน่วยงานจัดไว้ให้ประชาชนตรวจดู นอกจากนั้นหากหน่วยงานเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใด

ให้แจ้งให้ผู้นั้นเสนอความเห็นคัดค้านภายในเวลาที่กำหนด

ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้งหากผู้ได้รับหนังสือไม่คัดค้านให้หน่วยงานจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารนั้นให้ประชาชนตรวจดูได้

กรณีที่หน่วยงานตามข้อ ๑๓.๑

เห็นว่า สมควรจัดข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๙ ไว้ในแต่ละส่วนราชการ

นอกจากสถานที่ติดต่อตาม ๑๓.๑ ให้หน่วยงานจัดทำประกาศติดไว้ ณ

สถานที่ที่เห็นได้ง่ายในบริเวณหน่วยงานให้ประชาชนได้ทราบ รวมทั้งติดป้าย ณ

สถานที่ที่จัดไว้สำหรับเก็บข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๙ ด้วย

๑๓.๒.๒ จัดให้มีเครื่องคอมพิวเตอร์

ที่สามารถตรวจดูดัชนีข้อมูลข่าวสารทุกประเภทของของหน่วยงาน

ว่าข้อมูลข่าวสารของหน่วยงานดังกล่าวอยู่ที่ฝ่ายหรือกองหรือส่วนราชการใดในหน่วยงาน

๑๓.๒.๓

มีคำสั่งมอบหมายให้มีเจ้าหน้าที่ประจำเพื่อบริการประชาชนที่มาติดต่อ

โดยช่วยเหลือในการตรวจดูดัชนีข้อมูลข่าวสาร และอำนวยความสะดวก

รวมทั้งการให้บริการประชาชนตามที่ กข.กทม. กำหนด

และคำสั่งมอบหมายให้ข้าราชการหรือลูกจ้าง ที่ดำรงตำแหน่งตั้งแต่ระดับ ๒ ขึ้นไป

ทำหน้าที่รับรองสำเนาข้อมูลข่าวสาร

การบริการประชาชน ณ สถานที่ดังกล่าวให้เจ้าหน้าที่บริการประชาชนที่มาติดต่อตรวจดู

ศึกษา ค้นคว้าและขอข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา ๗ และมาตรา ๑๑

ที่อยู่ในความครอบครองดูแลของหน่วยงานด้วย

เมื่อประชาชนเขียนคำร้องตามแบบที่กำหนดท้ายระเบียบนี้แล้ว

ให้เจ้าหน้าที่จัดให้ประชาชนเข้าตรวจดูสำเนาข้อมูลข่าวสารดังกล่าว

๑๓.๓

ให้หน่วยงานจัดทำบัญชีข้อมูลข่าวสารตามแบบท้ายระเบียบนี้ส่งกองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

๑๓.๔ ให้กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร รวบรวมบัญชีข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๗ และมาตรา ๙

ของทุกหน่วยงาน และจัดส่งให้สำนักนโยบายและแผนกรุงเทพมหานคร

เพื่อจัดทำดัชนีบัญชีข้อมูลข่าวสาร โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์

ที่สามารถตรวจดูได้ว่าข้อมูลข่าวสารดังกล่าวว่ามีเรื่องใดและอาจค้นหาได้ที่หน่วยงานใด

และจัดให้มีเครือข่ายเชื่อมโยงสามารถเปิดดูได้ทุกหน่วยงาน

บุคคลใดไม่ว่าจะมีส่วนได้เสียหรือเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม

ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดูขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องได้

โดยต้องยื่นคำร้องตามแบบท้ายระเบียบนี้

และต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประกาศของคณะกรรมการ

สำหรับคนต่างด้าวจะมีสิทธิได้แค่ไหนเพียงใด

ให้เป็นไปตามกฎกระทรวงที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๔

ข้อ ๑๔[๔] นอกจากข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา

๗ ที่กำหนดในข้อ ๑๒ และข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๙ ที่กำหนดในข้อ ๑๓

หน่วยงานอื่นของรัฐและประชาชนอาจขอข้อมูลข่าวสารอื่นใดตามมาตรา ๑๑ ได้

ให้หน่วยงานจัดสถานที่ตามข้อ ๑๓.๑

เป็นสถานที่สำหรับให้ประชาชนมาติดต่อเพื่อตรวจดู ศึกษา ขอสำเนา

หรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๑

โดยให้ผู้ขอกรอกรายการในคำร้องตามแบบท้ายระเบียบนี้

ให้หัวหน้าหน่วยงานหรือข้าราชการกรุงเทพมหานครที่ดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าระดับ

๖ ซึ่งหัวหน้าหน่วยงานมีคำสั่งมอบหมาย

เป็นผู้พิจารณาว่าสมควรจัดข้อมูลข่าวสารดังกล่าวให้ผู้ขอหรือไม่

โดยให้พิจารณาสั่งไม่เปิดเผยและแจ้งผู้ขอโดยเร็วพร้อมระบุเหตุผลรายละเอียดที่จำเป็น

หากเป็นกรณีดังต่อไปนี้

(๑) เป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๔

หรือมาตรา ๑๕

(๒)

ผู้ขอได้ขอจำนวนมากหรือโดยไม่มีเหตุผลอันสมควร

(๓)

ข้อมูลข่าวสารนั้นไม่อยู่ในสภาพที่พร้อมจะให้ได้

เนื่องจากต้องมีการดำเนินการวิเคราะห์หรืออื่นใดตามมาตรา ๑๑ วรรคสาม

เว้นแต่หน่วยงานเห็นว่ากรณีที่ขอนั้นมิใช่การแสวงหาผลประโยชน์ทางการค้าและเป็นเรื่องที่จำเป็นเพื่อปกป้องสิทธิเสรีภาพสำหรับผู้นั้น

หรือเป็นเรื่องที่จะเป็นประโยชน์แก่สาธารณะ

ก็อาจจัดหาข้อมูลข่าวสารนั้นให้ผู้ขอหรือเป็นกรณีที่หน่วยงานเห็นว่าเป็นการสอดคล้องกับอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหรือของกรุงเทพมหานครหรือการเป็นพนักงานเจ้าหน้าที่ตามกฎหมายก็อาจจัดหาข้อมูลให้ได้เช่นกัน

แต่หากหน่วยงานเห็นว่าแม้เป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา

๑๕ แต่สมควรเปิดเผยให้หน่วยงานทำเรื่องหารือ กข.กทม. ก่อน เว้นแต่ กข.กทม.

หรือคณะอนุกรรมการที่ กข.กทม. แต่งตั้ง ได้กำหนดหลักเกณฑ์ว่าให้เปิดเผยได้

ก็ให้หน่วยงานเปิดเผยแก่ผู้ร้องนอกจากนั้นหากหน่วยงานเห็นว่าการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารใดอาจกระทบถึงประโยชน์ได้เสียของผู้ใด

ให้แจ้งให้ผู้นั้นเสนอความเห็นคัดค้านภายในเวลาที่กำหนด

ซึ่งต้องไม่น้อยกว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่ได้รับแจ้ง

หากผู้ได้รับหนังสือไม่คัดค้าน

ให้หน่วยงานจัดเตรียมข้อมูลข่าวสารนั้นให้ประชาชนตรวจดูได้

ถ้าข้อมูลข่าวสารนั้นไม่อยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงาน

ให้หน่วยงานตรวจสอบว่าอยู่ในความรับผิดชอบของหน่วยงานหรือหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นใด

กรณีที่เป็นข้อมูลข่าวสารในความรับผิดชอบของกรุงเทพมหานคร

ให้แจ้งผู้ขอไปติดต่อที่หน่วยงาน

แต่กรณีที่เป็นข้อมูลข่าวสารในความรับผิดชอบของหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นให้หน่วยงานแจ้งผู้ขอไปติดต่อที่หน่วยงานของรัฐแห่งอื่นนั้น

ถ้าหน่วยงานเห็นว่าข้อมูลข่าวสารที่มีคำขอเป็นข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความครอบครองของหน่วยงานแต่จัดทำโดยหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นและได้ระบุห้ามการเปิดเผยไว้ตามระเบียบที่ออกตามมาตรา๑๖

ให้หน่วยงานส่งคำขอไปยังหน่วยงานของรัฐผู้จัดทำข้อมูลข่าวสารนั้นเพื่อพิจารณามีคำสั่งต่อไป

กรณีที่หน่วยงานเห็นว่าอาจจัดข้อมูลข่าวสารให้ผู้ขอได้

แต่ข้อมูลข่าวสารนั้นมีสภาพที่อาจบุบสลายได้ง่าย

ให้หัวหน้าหน่วยงานพิจารณาดำเนินการอย่างหนึ่งอย่างใด ดังนี้

(๑) ขอขยายเวลาในการจัดหาโดยให้แจ้งผู้ขอทราบโดยเร็ว

(๒)

จัดทำสำเนาให้ในสภาพอย่างหนึ่งอย่างใดเพื่อมิให้เกิดความเสียหายแก่ข้อมูลข่าวสารนั้น

มาตรา ข้อ ๑๕

ข้อ ๑๕[๕] (ยกเลิก)

มาตรา ข้อ ๑๖

ข้อ ๑๖

ให้หน่วยงานตรวจสอบข้อมูลข่าวสารที่อยู่ในความรับผิดชอบว่าข้อมูลข่าวสารประเภทใด

ที่ไม่อาจเปิดเผยได้ตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ โดยหากเรื่องใดที่อาจทำเป็นบัญชีไว้ได้

ให้จัดทำบัญชีเป็นเรื่องลับเก็บไว้ที่หน่วยงานโดยให้จัดส่งสำเนาบัญชีให้กองกลาง

สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

(ยกเลิก) [๖]

มาตรา ข้อ ๑๗

ข้อ ๑๗

ให้หน่วยงานจัดระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนดในมาตรา ๒๓

ดังนี้

๑๗.๑

ต้องจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลเพียงเท่าที่เกี่ยวข้องและจำเป็นเพื่อการดำเนินงานของหน่วยงานหรือของกรุงเทพมหานครให้สำเร็จตามวัตถุประสงค์เท่านั้น

และยกเลิกการจัดให้มีระบบดังกล่าวเมื่อหมดความจำเป็น

๑๗.๒ พยายามเก็บข้อมูลข่าวสารโดยตรงจาเจ้าของข้อมูล

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในกรณีที่จะกระทบถึงประโยชน์ได้เสียโดยตรงของบุคคลนั้น

๑๗.๓

จัดให้มีการพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาและตรวจสอบแก้ไขให้ถูกต้องอยู่เสมอเกี่ยวกับสิ่งดังต่อไปนี้

๑๗.๓.๑

ประเภทของบุคคลที่มีการเก็บข้อมูลไว้

๑๗.๓.๒ ประเภทของระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

๑๗.๓.๓ ลักษณะการใช้ข้อมูลตามปกติ

๑๗.๓.๔

วิธีการตรวจดูข้อมูลข่าวสารของเจ้าของข้อมูล

๑๗.๓.๕

วิธีการให้แก้ไขเปลี่ยนแปลงข้อมูล

๑๗.๓.๖ แหล่งที่มาของข้อมูล

๑๗.๔

ตรวจสอบแก้ไขข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลในความรับผิดชอบให้ถูกต้องอยู่เสมอ

๑๗.๕ จัดระบบรักษาความปลอดภัยให้แก่ระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามความเหมาะสม

เพื่อป้องกันมิให้มีการนำไปใช้โดยไม่เหมาะสมหรือเป็นผลร้ายต่อเจ้าของข้อมูล

ในกรณีที่เก็บข้อมูลข่าวสารโดยตรงจากเจ้าของข้อมูล

ให้หน่วยงานแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบล่วงหน้าหรือพร้อมกับการขอข้อมูลถึงประสงค์ที่จะนำข้อมูลมาใช้ลักษณะการใช้ข้อมูลตามปกติ

และกรณีที่ขอข้อมูลนั้นเป็นกรณีที่อาจให้ข้อมูลได้โดยความสมัครใจหรือเป็นกรณีที่มีกฎหมายบังคับ

หน่วยงานต้องแจ้งให้เจ้าของข้อมูลทราบ

ในกรณีมีการให้จัดส่งข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไปยังที่ใด

ซึ่งจะเป็นผลให้บุคคลทั่วไปทราบข้อมูลข่าวสารนั้นได้ เว้นแต่เป็นไปลักษณะการใช้ข้อมูลตามปกติ

มาตรา ข้อ ๑๘

ข้อ ๑๘

หน่วยงานจะเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่อยู่ในความควบคุมดูแลของตนต่อหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นหรือผู้อื่น

โดยปราศจากความยินยอมเป็นหนังสือของเจ้าของข้อมูลที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้นมิได้

เว้นแต่เป็นการเปิดเผยตามมาตรา ๒๔ ดังต่อไปนี้

๑๘.๑

ต่อเจ้าหน้าที่ในหน่วยงานของตนเพื่อการนำไปใช้ตามอำนาจหน้าที่ของหน่วยงานหรือของกรุงเทพมหานคร

๑๘.๒

เป็นการใช้ข้อมูลตามปกติภายในวัตถุประสงค์ของการจัดให้มีระบบข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลนั้น

๑๘.๓ ต่อหน่วยงานหรือหน่วยงานของรัฐที่ทำงานด้วยการวางแผนหรือการสถิติหรือสำมะโนต่างๆ

ซึ่งมีหน้าที่ต้องรักษาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลไว้ไม่ให้เปิดเผยต่อไปยังผู้อื่น

๑๘.๔

เป็นการให้เพื่อประโยชน์ในการศึกษาวิจัยโดยไม่ระบุชื่อหรือส่วนที่ทำให้รู้ว่าเป็นข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับบุคคลใด

๑๘.๕ ต่อหอจดหมายแหตุแห่งชาติ

กรมศิลปากร หรือหน่วยงานอื่นของรัฐตามมาตรา ๒๖ วรรคหนึ่ง

เพื่อการตรวจดูคุณค่าในการเก็บรักษา

๑๘.๖

ต่อเจ้าหน้าที่ของรัฐเพื่อการป้องกันฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย การสืบสวน

หรือการฟ้องร้องคดี ไม่ว่าเป็นคดีประเภทใดก็ตาม

๑๘.๗ เป็นการให้ซึ่งจำเป็นเพื่อการป้องกันหรือระงับอันตรายต่อชีวิตหรือสุขภาพของบุคคล

๑๘.๘

ต่อศาลและเจ้าหน้าที่ของรัฐหรือหน่วยงานของรัฐหรือบุคคลที่มีอำนาจตามกฎหมายที่จะขอข้อเท็จจริงดังกล่าว

๑๘.๙

กรณีอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

การเปิดข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

๑๘.๓ ๑๘.๔ ๑๘.๕ ๑๘.๖ ๑๘.๗ ๑๘.๘ และ ๑๘.๙

ให้มีการจัดทำบัญชีแสดงการเปิดเผยกำกับไว้กับข้อมูลข่าวสารนั้นตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่กำหนดในกฎกระทรวงที่ออกตามความในกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

มาตรา ข้อ ๑๙

ข้อ ๑๙

บุคคลย่อมมีสิทธิที่จะได้รู้ถึงข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลที่เกี่ยวกับตนและเมื่อบุคคลนั้นมีคำขอเป็นหนังสือ

ให้หน่วยงานที่ควบคุมดูแลข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลนั้น จัดให้บุคคลนั้น หรือผู้กระทำการแทนบุคคลนั้นได้ตรวจดูหรือได้รับสำเนาข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลส่วนที่เกี่ยวกับบุคคลนั้น

เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารที่ไม่ต้องเปิดเผยตามมาตรา ๑๔ หรือข้อมูลข่าวสารที่อาจมีคำสั่งมิให้เปิดเผยตามมาตรา

๑๕

บุคคลใดไม่ว่าจะมีส่วนเกี่ยวข้องหรือไม่ก็ตาม

ย่อมมีสิทธิเข้าตรวจดูขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลได้

เว้นแต่เป็นข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕ และต้องได้รับความยินยอมเป็นหนังสือจากเจ้าของข้อมูลนั้นที่ให้ไว้ล่วงหน้าหรือในขณะนั้น

เว้นแต่เป็นกรณีตามที่กำหนดในข้อ ๑๘

ให้หน่วยงานพิจารณาตรวจสอบว่า

ข้อมูลข่าวสารตามข้อนี้มีส่วนใดที่ต้องห้ามมิให้เปิดเผยตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕

หรือไม่ หากมี ให้ลบหรือตัดทอนหรือทำด้วยประการใดในข้อมูลข่าวสารที่จัดไว้ในสถานที่ติดต่อดังกล่าวเพื่อไม่ให้มีการเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนนั้น

บุคคลที่ต้องการตรวจดู

ขอสำเนาหรือขอสำเนาที่มีคำรับรองถูกต้องของข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล

ให้ยื่นคำร้องตามแบบท้ายระเบียบนี้ และต้องเสียค่าธรรมเนียมตามประกาศของคณะกรรมการ[๗]

การเปิดเผยรายงานการแพทย์ที่เกี่ยวกับบุคคลใด

ถ้ากรณีมีเหตุอันควรหน่วยงานจะเปิดเผยต่อเฉพาะแพทย์ที่บุคคลนั้นมอบหมายก็ได้

มาตรา ข้อ ๒๐

ข้อ ๒๐

การเปิดเผยข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคล ตามหลักเกณฑ์และเงื่อนไข

กรณีการขอแก้ไขข้อมูลข่าวสารส่วนบุคคลตามมาตรา

๒๕ ให้หน่วยงานทำเรื่องเสนอปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาสั่งการ

เว้นแต่กรณีนั้นมีกฎหมายเฉพาะเรื่องกำหนดหลักเกณฑ์

วิธีการและเงื่อนไขในการแก้ไขข้อมูลไว้เป็นอย่างอื่น

มาตรา ข้อ ๒๑

ข้อ ๒๑

ข้อมูลข่าวสารของราชการที่กรุงเทพมหานครไม่ประสงค์จะเก็บรักษาหรือมีอายุครบกำหนดคือข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา

๑๔ เมื่อครบ ๗๕ ปี และข้อมูลข่าวสารของราชการตามมาตรา ๑๕ เมื่อครบ ๒๐ ปี

นับแต่วันที่เสร็จสิ้นการจัดให้มี่ข้อมูลข่าวสารนั้น ให้หน่วยงานเสนอปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กรมศิลปากรหรือหน่วยงานของรัฐแห่งอื่นตามที่กำหนดในพระราชกฤษฎีกา

เพื่อคัดเลือกไว้ให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้า เว้นแต่ในกรณีดังตอไปนี้

(๑)

หน่วยงานเห็นว่ายังจำเป็นต้องเก็บรักษาข้อมูลข่าวสารของราชการไว้เอง เพื่อประโยชน์ในการใช้สอย

โดยต้องจัดเก็บและจัดให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้าตามที่จะตกลงกับหอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กรมศิลปากร

(๒)

หน่วยงานเห็นว่าข้อมูลข่าวสารของของราชการนั้น ยังไม่ควรเปิดเผยโดยมีคำสั่งขยายเวลากำกับไว้เป็นการเฉพาะราย

คำสั่งการขยายเวลานั้นให้กำหนดระยะเวลาไว้ด้วย แต่จะกำหนดเกินคราวละห้าปีไม่ได้

ถ้าหน่วยงานเห็นว่าข้อมูลข่าวสารตามข้อนี้เรื่องใด

ที่สมควรขยายเวลาในการจัดเก็บตาม (๑) และ (๒)

ให้เสนอปลัดกรุงเทพมหานครเพื่อพิจารณาสั่งการก่อนครบกำหนดที่จะต้องส่งมอบให้แก่หอจดหมายเหตุแห่งชาติ

กรมศิลปากร

บทบัญญัติในข้อนี้

ไม่ใช่บังคับกับข้อมูลข่าวสารของราชการตามที่คณะรัฐมนตรีออกระเบียบกำหนดให้หน่วยงานของรัฐหรือเจ้าหน้าที่ของรัฐจะต้องทำลายหรืออาจทำลายได้โดยไม่ต้องเก็บรักษา

มาตรา ข้อ ๒๒

ข้อ ๒๒

กรณีหน่วยงานยังไม่ได้จัดทำข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๗ และมาตรา ๙ ซึ่งกำหนดไว้ในระเบียบข้อ

๑๒ และข้อ ๑๓ ให้หน่วยงานดำเนินการ ดังนี้

(๑) กรณีข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๗

ให้หน่วยงานจัดทำและจัดส่งให้กองกลางสำนักปลัดกรุงเทพมหานคร ภายใน ๓๐

วันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ เพื่อให้กองกลาง สำนักงานปลัดกรุงเทพมหานคร

ดำเนินการจัดส่งไปลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษาต่อไป

(๒) กรณีข้อมูลข่าวสารตามมาตรา ๙

ให้หน่วยงานจัดทำพร้อมทั้งจัดสถานที่สำหรับให้ประชาชนได้ศึกษาค้นคว้า ให้แล้วเสร็จภายใน

๔๕ วันนับแต่วันที่ระเบียบนี้ใช้บังคับ

มาตรา ข้อ ๒๓

ข้อ ๒๓

ให้ปลัดกรุงเทพมหานครรักษาการตามระเบียบนี้ และให้มีอำนาจออกข้อบังคับ

ประกาศหรือคำสั่งเพื่อปฏิบัติการให้เป็นไปตามระเบียบนี้

ประกาศ ณ วันที่ ๒๓ กันยายน พ.ศ. ๒๕๔๒

พิจิตต

รัตตกุล

ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร

[เอกสารแนบท้าย]

(๑) คำร้องขอข้อมูลข่าวสาร (ขส. ๑)

(๒) คำร้องขอข้อมูลข่าวสาร (ขส. ๒)

(๓)

บัญชีข้อมูลข่าวสารที่ลงพิมพ์ในราชกิจจานุเบกษา ตามมาตรา ๗

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ (ขส. ๓)

(๔) บัญชีเอกสารที่อาจเผยแพร่ได้

ตามมาตรา ๙ แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ (ขส. ๔)

(๕)

บัญชีเอกสารที่ไม่อาจเผยแพร่ได้ ตามมาตรา ๑๔ และมาตรา ๑๕

แห่งพระราชบัญญัติข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. ๒๕๔๐ (ขส. ๕)

(ดูข้อมูลจากภาพกฎหมาย)

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓[๘]

ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔[๙]

บทเฉพาะกาล

มาตรา ข้อ ๘

ข้อ ๘ กรณีที่

กข.กทม. เห็นว่าสมควรมีการจัดทำดัชนีข้อมูลข่าวสารประเภทใดหรือทุกประเภทให้

กข.กทม. แจ้งให้หน่วยงานจัดทำบัญชีข้อมูลข่าวสารประเภทดังกล่าว ตามแบบที่ กข.กทม.

กำหนด จัดส่งให้กองกลาง สำนักปลัดกรุงเทพมหานคร

เพื่อรวบรวมส่งสำนักนโยบายและแผนกรุงเทพมหานครเพื่อจัดทำดัชนีบัญชีข้อมูลข่าวสาร

โดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์ ที่สามารถตรวจดูได้ว่าข้อมูลข่าวสารดังกล่าวว่ามีเรื่องใดและอาจค้นหาได้ที่หน่วยงานใด

มาตรา ข้อ ๙

ข้อ ๙

ให้ยกเลิกแบบคำร้อง

และแบบบัญชีท้ายระเบียบกรุงเทพมหานครว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ

พ.ศ. ๒๕๔๒ และให้ใช้แบบคำร้องและแบบบัญชีท้ายระเบียบนี้แทน

วชิระ/จัดทำ

๑ มีนาคม ๒๕๕๐

[๑] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๖/ตอนพิเศษ ๙๔ ง/หน้า ๒๔/๑๘ พฤศจิกายน ๒๕๔๒

[๒] ข้อ ๘

แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๒) พ.ศ. ๒๕๔๓

[๓] ข้อ ๑๓

แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๔] ข้อ ๑๔

แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๕] ข้อ ๑๕ ยกเลิกโดย ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๖] ข้อ ๑๖ วรรคสอง

ยกเลิกโดย ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๗] ข้อ ๑๙ วรรคสี่

แก้ไขเพิ่มเติมโดย ระเบียบกรุงเทพมหานคร

ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๔๔

[๘] ราชกิจจานุเบกษา เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๘ ง/หน้า ๒๕/๓๑ มกราคม ๒๕๔๕

[๙] ราชกิจจานุเบกษา

เล่ม ๑๑๙/ตอนพิเศษ ๘ ง/หน้า ๒๗/๓๑ มกราคม ๒๕๔๕

23 มาตรา

อ้างอิงกฎหมายนี้

ระเบียบกรุงเทพมหานคร ว่าด้วยวิธีปฏิบัติตามกฎหมายว่าด้วยข้อมูลข่าวสารของราชการ พ.ศ. 2542 (ฉบับ Update ล่าสุด) (Office of the Council of State). Retrieved via LawPlayer, https://lawplayer.com/th/act/pythainlp_7c878ab551db3a03

ที่มา: ระบบกลางกฎหมาย law.go.th (สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา).

Thai official texts excluded from copyright (Copyright Act B.E. 2537 s.7);開放資料層 CC BY 署名

本頁資料來源:สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา (OCS)·整理提供:法律人 LawPlayer· lawplayer.com